APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักนายหัว

เพลิงรักนายหัว

ความบาดหมางที่ฝังลึกระหว่างสองตระกูลดังอย่างอัศวโยธินและอัครมหาศาล กลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นเส้นทางรักของแทนคุณ ชายหนุ่มบุคลิกดิบเถื่อนผู้ไร้ศิลปะในการขายขนมจีบ เขาจึงเลือกใช้วิธีคอยกวนประสาทและระรานพนิดาเพียงเพื่อหาโอกาสได้อยู่ใกล้ชิด แม้ว่าหญิงสาวจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดชังและแสนจะเอือมระอาในตัวเขา ทว่าความตื้ออย่างไม่ลดละกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจของเธอทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางสงครามความขัดแย้งของครอบครัว แทนคุณพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์รักแท้และคว้าหัวใจเธอมาครองเธอมาแนบกาย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

พนิดา อัครมหาศาล หรือคุณหนูพริกหวานเดินดูตลาดในตัวเมืองที่คับคั่งไปด้วยผู้คนที่จับจ่ายซื้อของกันอย่างจอแจด้วยภาษาท้องถิ่นปักษ์ใต้ สำเนียงที่พูดติดไปทางรัวเร็วถ้าคนที่ไม่เคยฟังต้องถามซ้ำอีกครั้งเป็นแน่ เพราะฟังแล้วจะไม่เข้าใจนั่นเอง ความจริงเธอชอบพูดภาษาท้องถิ่นเหมือนกัน แต่เนื่องจากเวลาพูดทีไรบรรดาพี่ชายทั้งสามชอบล้อเธอเสมอว่า ทองแดงหล่น เธอเลยไม่ค่อยชอบพูดสักเท่าไหร่ เพราะภาษาใต้กับภาษากลางปนกันจนฟังดูตลกเสียเหลือเกิน

“ป้าคะ น้ำมันเราเป็นที่นิยมเหมือนกันนะคะ”

หญิงสาวกวาดสายตามองน้ำมันพืชที่ผลิตจากปาล์มยี่ห้อมหาเศรษฐีของครอบครัวอย่างใจจดใจจ่อ

เธอสังเกตว่าน้ำมันยี่ห้อขุมทรัพย์ของอัศวโยธินและยี่ห้อ 999 ของเพชรสุระยะก็ขายดีไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน หญิงสาวมองผ่านๆ เพราะว่าเป็นแค่ร้านขายของชำเท่านั้น ยอดจำหน่ายจากโรงงานแต่ละเดือนน่าพอใจอยู่แล้ว

เนื่องจากเป็นสินค้าที่ของครอบครัวผลิตหญิงสาวจึงสนใจเป็นพิเศษ เพราะน้ำมันปาล์มที่ขายอยู่ในปักษ์ใต้มีเพียงสามตระกูลเท่านั้นที่ผลิตขายกันอยู่

“คุณหนูทำบรรจุภัณฑ์น่าซื้อนี่คะ”

ป้าเอิบเสนอความคิดเห็นกลายๆ ชื่นชมในความสามารถของเจ้านายสาว

พนิดาเดินไปดูของสดในตลาดด้วยความเคยชิน ปกติบ้านของเธอมีพืชผักมากมายปลอดสารพิษอยู่แล้ว จึงไม่ต้องหาซื้อผักพวกนี้สักเท่าไหร่ยกเว้นของสดเท่านั้น

แทนคุณ อัศวโยธิน พร้อมกับลูกน้องคนสนิทคนคือโก้และมั่นรวมถึงลูกน้องอีกประมาณสิบคนเดินสำรวจตลาดในเมือง สายตาคมปะทะกับร่างบอบบางอรชรของพนิดา

เธอเป็นทายาทคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญของครอบครัว แถมยังเป็นยอดยาหยีหวานใจของเขาอีกด้วย แต่คงเป็นเขาฝ่ายเดียวที่คิดว่าเธอเป็นหวานใจ เพราะเจ้าหล่อนหาได้คิดว่าเขาเป็นหวานใจสักนิดไม่

ชายหนุ่มหยุดเดินทันทีเพื่อมองสำรวจเรือนร่างของหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังคุยกับแม่ค้าขายของสดอยู่อย่างพินิจพิจารณา รูปร่างบอบบางอรชรสมส่วนกลมกลึง สวมหมวกปีกใบใหญ่ ผมยาวสลวยถึงเอวคอดรับกับสะโพกผายงอนงาม ใบหน้าเล็กสวยหวาน ดวงตาเปล่งประกายของความเอาเรื่องทุกครั้งที่ตวัดมองเขา จมูกโด่งรั้นบ่งบอกถึงความเอาแต่ใจ แก้มเนียนระเรื่อ ใบหน้ารูปไข่รับกับคางเรียวสวย เธอสวมเสื้อลายสก็อตสีแดง กางแกงยีนสีซีดกับรองเท้าผ้าใบดูทะมัดทะแมงไม่น้อย ผิวสีน้ำผึ้งดูเนียนน่าสัมผัส ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มพริ้มเพรา

“ไอ้โก้ วันนี้เจอนางฟ้าอีกแล้ววะ”

แทนคุณพูดกับลูกน้องคนสนิทด้วยแววตาทอประกายกล้า

“ไหนครับเจ้านาย”

โก้เข้าไปยืนใกล้เจ้านายหนุ่ม หันไปมองตามสายตาของเจ้านายแล้วยิ้มออกมาอย่างรู้ใจ

“อ๋อ... คุณหนูพริกหวานยาใจของเจ้านายนี่เอง”

โก้ถามเจ้านายหนุ่มเสียงทะเล้น แทนคุณไม่ใส่ใจกับความทะเล้นของลูกน้องคนสนิทเพราะเคยชินกิริยาเช่นนี้ของโก้จนไม่ถือสาหาความไปนานแล้ว

แทนคุณเอามือลูบปลายคางของตัวเอง สายตาคมกล้าเพ่งพิศร่างงามอรชรอย่างพึงใจ โก้มองร่างอรชรของพนิดายิ้มๆ พร้อมกับหันมามองเจ้านายหนุ่ม คิดในใจว่าช่างเหมาะสมกันเสียจริง เพราะเจ้านายของเขาเป็นหนุ่มหล่อที่สาวๆ ทั้งจังหวัดต่างหมายปอง รูปร่างกำยำ สูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผิวสีแทน รูปร่างสูงดูบึกบึนคมเข้มสมชายชาตรี จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักหนา คิ้วคมเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มรับกับใบหน้ารูปเหลี่ยม คางผ่า ริมฝีปากหยักเหมือนคันศร ยิ้มทีสาวๆ เหล่มองทั้งจังหวัด

“สวยอย่างนี้น่าฉุดไปทำเมีย”

แทนคุณพูดกับลูกน้องคนสนิทสายตาคมมองหญิงสาวไม่กะพริบ

“ครับ ถ้าจะพูดถึงสาวสวย คุณหนูพริกหวานนี่แหละครับเจ้านาย สวยที่สุดแล้วในจังหวัดนี้ ขนาดเทพีที่เรียกว่าสวย ยังแพ้คุณหนูพริกหวานเลยครับ”

โก้รีบเสริมคำพูดเจ้านายอย่างกระตือรือร้น เพราะขนาดเขายังคิดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนสวยเท่าพนิดา ลูกสาวของนายพิง อัครมหาศาลอีกแล้ว แทนคุณฟังคำพูดลูกน้องคนสนิทยิ้มๆ เพราะเขารู้ว่าเธอสวยตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาว ถ้าไม่ติดว่าต้องไปเรียนต่อตามที่บิดาขอ ป่านนี้พนิดาคงตกเป็นเมียของเขาไปแล้ว

“เราต้องเข้าไปทักว่าที่เมียของฉันกันหน่อย”

แทนคุณเอ่ยกับลูกน้อง ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปหาพนิดาอย่างมั่นคง

“อุ๊ย!”

พนิดาอุทานเมื่อเอื้อมมือไปหยิบกระปุกไตปลาที่วางอยู่ในแผงขายพร้อมกับมือหนาของใครคนหนึ่งที่จงใจมาหยิบด้วยเช่นกัน

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่ถือกระปุกไตปลาคนละด้านกับเธอ พบว่าเป็นแทนคุณทายาทคู่แข่งคนสำคัญของครอบครัวนั่นเอง ดวงตาหวานวาวโรจน์อย่างเอาเรื่อง หญิงสาวมองกระปุกไตปลาในมือชายหนุ่มอย่างไม่ค่อยพอใจ ดูท่าว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เธอก็ไม่ปล่อยเช่นกัน

หญิงสาวคิดแบบไม่เคยยอมแพ้อะไรใครง่ายๆ ตามการเลี้ยงดูของบิดาและพี่ชายที่ตามใจตั้งแต่เด็กๆ คิดในใจว่าเรื่องอะไรเธอจะยอมปล่อย เห็นอยู่ว่าเธอเป็นคนหยิบก่อน

แทนคุณกวาดสายตามองใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มพริ้มเพราด้วยดวงตาเจ้าชู้ รู้สึกพึงพอใจไม่น้อยที่ได้ยั่วเธอ มองเห็นดวงตาคู่สวยกำลังมองอย่างเอาเรื่องแสดงความไม่พอใจชัดเจน เขาชอบนิสัยดื้อรั้นอวดดี ไม่เคยยอมใครของเธอ แบบนี้นี่เองที่เขาอยากปราบพยศอย่างที่สุด

“ว่าไงจ๊ะพริกหวานคนสวย”

“ปล่อย กล้าดียังไงมาหยิบของชิ้นเดียวกับฉัน”

พนิดาดึงกระปุกไตปลาอย่างไม่ยอม

แทนคุณยิ้มใส่ตายักคิ้วให้สองทีเพื่อจะบอกว่าไม่ยอมปล่อย

“นาย!” พนิดาพูดอย่างโมโห

“ชื่อหนึ่งจ้ะ เรียกพี่หนึ่งเพราะๆ หวานๆ พี่ไม่ได้ชื่อนาย แหมไม่ได้เจอหน้ากันไม่กี่วันทำเป็นจำไม่ได้”

แทนคุณพูดพร้อมกับมองไล้สายตาไปทั่วเรือนร่างอรชร

“ปล่อย! ฉันหยิบก่อน อย่างนาย ฉันไม่เรียกพี่ให้เสียปากหรอก”

พนิดาดึงอย่างไม่ยอมแพ้ ปากก็ว่าเขาไม่ลดละ

แทนคุณหัวเราะก่อนที่จะปล่อยเมื่อเห็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรกำลังโมโหเป็นที่สุด

ดวงตาคมกล้ายิ้มใส่ตาพนิดาอีกครั้งอย่างหยอกเย้า หญิงสาวขึงตาใส่ด้วยความไม่สบอารมณ์ เธอวางกระปุกไตปลาที่หยิบขึ้นมาลงไปที่แผงขายของแม่ค้าดังเดิมเพราะไม่มีอารมณ์จะซื้ออีกแล้ว

“วันนี้มาซื้ออะไรเหรอจ๊ะ น้องพริกหวานคนสวย”

“ใครเป็นน้องนาย ฉันมีพี่ชายสามคน ไม่มีคนที่สี่ ที่ห้า หรือที่หก ใครอยากจะไปนับญาติกับคนอย่างนาย”

หญิงสาวพูดใส่หน้าอย่างไม่ใส่ใจการทักทายของเขา เธอเดินหนีไปอีกทาง ไม่อยากเสวนากับเขาสักนิด การกระทำเช่นนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มนึกอยากเอาชนะจับใจ

“เดี๋ยว... คุยกันก่อนสิ จะรีบหนีไปไหน”

แทนคุณยกแขนแกร่งขึ้นกั้น ไม่ให้หญิงสาวก้าวผ่านเขาไปได้

พนิดาชะงักถอยหลังไปมองเขาอย่างไม่ชอบใจ

“กรุณาหลีกไปด้วย ฉันไม่อยากจะคุยกับนาย”

พนิดาพูดเน้นทุกคำพูด หญิงสาวพูดยังไม่ทันขาดคำ ลูกน้องของบิดากรูกันเข้ามาเพราะกำลังมองเหตุการณ์เพื่อต้องการปกป้องลูกสาวของเจ้านายอย่างเต็มที่

“โอ้โห... ดุชะมัด จะเอาลูกน้องมารุมพี่หรือไง”

แทนคุณพูดกับหญิงสาวอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนที่เห็นลูกน้องของเธอกำลังจ้องเขาเขม็งเช่นนี้

พนิดาหันไปมองจอมกับหย้งลูกน้องคนสนิทให้ปรามลูกน้องที่เหลือเอาไว้ พร้อมทั้งบอกทางสายตาว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องหวง ร่างอรชรตวัดสายตามามองชายหนุ่มอีกครั้ง

“นายก็ลูกน้องเยอะไม่แพ้กันนั่นแหละ”

หญิงสาวหันไปมองลูกน้องของแทนคุณที่กำลังมองมาที่ลูกน้องของเธออย่างเอาเรื่องไม่แพ้กัน แต่ยังไม่กล้าทำอะไรเพราะเจ้านายหนุ่มหันไปปรามด้วยสายตาเช่นกัน

“ให้พี่ซื้อของเป็นเพื่อนไหมจ๊ะ จะซื้ออะไรเพิ่มอีกไหม”

แทนคุณชวนหญิงสาวตรงหน้าพูดอย่างอารมณ์ดี อยากเสวนากับเธอให้นานๆ หญิงสาวกลับคิดตรงข้ามว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขา

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง  ปรารถนารักครั้งใหม่
9.7
เมื่อความรักครั้งเก่าจบลงด้วยความช้ำ หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความหวังจึงเลือกก้าวเดินต่อไปข้างหน้า โดยตั้งมั่นว่าจะตามหาผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ในอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ทว่าเส้นทางการค้นหาครั้งนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มแสนจองหองผู้ไร้ความสำนึกผิดในหัวใจ ชายผู้ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดแม้กระทั่งนรกภูมิก็ยังมองเป็นเพียงเรื่องตลก การเผชิญหน้าระหว่างหญิงสาวผู้กอดเก็บความหวังกับชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจจึงปะทุขึ้น ท่ามกลางอุปสรรคและบททดสอบแสนท้าทายที่รอให้พวกเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียใบ้บำเรอรัก
9.1
ม่านไหม หญิงสาวผู้พิการจนไม่สามารถเอ่ยปากพูดได้ ต้องตกเป็นที่ระบายอารมณ์ใคร่ของเจ้านายหนุ่มผู้กุมชีวิตเธอไว้ ทุกค่ำคืนเธอต้องเผชิญกับบทรักแสนป่าเถื่อนที่เขาตักตวงตามใจชอบโดยไม่เคยแยแสความบอบช้ำทางกายและใจ แม้จะถูกปฏิบัติราวกับเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่ไร้ค่าและไม่มีวันได้รับเศษเสี้ยวความรักตอบแทน แต่ลึกๆ ในใจเธอกลับไม่อาจต้านทานความรู้สึกรักที่มีต่อเขาได้เลย โศกนาฏกรรมความสัมพันธ์ที่ไร้ความผูกพันนี้รั้งเธอไว้ในวังวนแห่งความเจ็บปวดที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่หมายร้ายรัก
7.9
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก [3P]
8.7
My twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก - 3P (The Passion Series) พวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่แม้กระทั่งเงาของเจ้านาย ไม่ใช่ลูกจ้างคนรู้ใจ อย่างในวัฒนธรรมเศรษฐีที่จะต้องมี ‘บัตเลอร์’ ประจำบ้านไว้ข้างกายคอยดูแลเสมอ ความจงรักภักดีของสองหนุ่มฝาแฝดไม่สามารถตีมูลค่าเป็นเม็ดเงิน ภาคินและภากรเป็นทั้งพี่ชาย เพื่อนรัก เป็นคนสนิทสนมของเธอ... จะทำอย่างไร หากเธอตกหลุมรักผู้ดูแลส่วนตัวพร้อมกันทั้งสองคน! The Passion Series - My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก 3P - Oh! My Lolita คลั่งรักโลลิตา (เร็ว ๆ นี้) - My Daughter Secretary เลขาฯ หญ้าอ่อน (เร็ว ๆ นี้) อัพเดทข้อมูลงานเขียนทางหน้าเฟซบุ๊คนะคะ มิ.ย. – ส.ค. 64 นี้พบกัน “You should go... She’s our lady” คุณหนูของบ้าน... เป็นคำที่เขาตั้งใจเปล่งมันออกมาแต่อาจสื่อสารผิดพลาดไป สองนักบำบัดงานเสียวถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยพวกเขาไม่อยากเสียลูกค้ารายใหม่ เจ้าของโรงแรมกระเป๋าหนักเงินหนาจ่ายแรง แต่ถ้าหากว่าเป็นเรื่องชู้สาวพวกเขาคงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มีปัญหา โดยเฉพาะคำกร้าวสั่งสุดท้าย “She’s mine... Please quickly go If you don't wanna have a problem.” วีณาพยายามที่จะเข้าใจว่าคนอย่างภากรสามารถทำได้ทุกอย่างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่คิดว่าเขากำลังสื่อความหมายไปในทางคนรัก และเรื่องเธอเป็นของเขา She’ s mine! เนี่ยนะ จะบอกว่าเขาเกิดหึงหวงเธอขึ้นมายิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เธอได้แต่ยืนตาเขียวอย่างนั้น กระทั่งชาวต่างชาติทั้งสองรีบเก็บกระเป๋าออกจากห้องไปเพราะเจ้าถิ่นไม่ให้การต้อนรับ “พูดอะไรของพี่ภีมคะ? นี่...” “...” ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากหนาหยักได้รูป ลึกลงไปในแววตาคู่คมดั่งมีเปลวโทสะลูกใหญ่ หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมาหนัก ๆ “หมอที่วีจองตัวให้มานวดน่ะ มันนวดอีโรติก โยนีบำบัดนะคะ ไม่ใช่พวกจ้างเที่ยวหัดนวดแล้วหลอกเอาสาวไว้กินฟรี นั่นคนดังกว่าจะจองคิวได้ระดับปรมาจารย์ มีใบประกาศนียบัตร นวดสปาธรรมดาวีนวดกับพวกพี่ก็ได้ เคยนวดขาให้วีนี่...” “Tantric Institute of Integrated Sexuality เรื่องนวดเซ็กส์ระดับแอ้ดว้านซ์ นวดเพื่อผ่อนคลายสำหรับสุภาพสตรี พี่เรียนมาครับน้องวี... ถ้าอยากนวดพี่นวดให้ได้” ความมั่นใจเด็ดเดี่ยวในแววตาหายไป กลอกตาไปมาอย่างอ้ำอึ้ง วีณาไม่รู้เรื่องนี้! “พี่... ไปเรียนบัตเลอร์กับปริญญาโทการโรงแรมมาไม่ใช่หรือคะ?” “เวลาว่างพี่ไปเรียนอย่างอื่นครับ ไม่ได้ไปเล่นดนตรี เก็บเงินค่าเรียนงก ๆ เหมือนภามเพื่อแบ่งเบาภาระคุณอาเลยนะ พี่ฉลาดกว่านั้น” ไม่พูดเปล่า มือหนาสากเริ่มปลดปราการชิ้นแรกคือนาฬิกาเรือนเหยียดล้านของขวัญจากอนันต์ในวันเกิดของเขา วางมันลงบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มตามด้วยเข็มขัด... ภากรไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องพูด แต่เขาไม่มีความคิดตรงไหนเหมือนภาคินสักอย่างเดียวและเธอไม่เคยเชื่อใจเขา “พี่ใช้เงินคุณอาคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพื่อเป็นบัตเลอร์ที่รู้งานบริการทุกอย่าง ไว้ดูแลลูกสาวท่าน” “อ้อ... เป็นพวกบูชาผู้มีพระคุณจนตัวตายสินะ เกิดในยุคซามูไรหรือไง? สั่งให้คว้านท้องตัวเองก็คงจะทำล่ะมั้ง...” “ไม่ทำครับ... พี่จะลาออก เก็บข้าวของไปจากบ้านวีทันทีถ้าวีสั่งให้พี่คว้านท้อง แต่พี่จะไม่ไปจากชีวิตวีง่าย ๆ หรอก พี่จะตามรังควาญวีไปจนวันตาย” นั่นไงพี่ภีมของเธอ! วีณาสะดุ้งเฮือกกับคำขู่แสนหวาน แม้หางตาสวยใต้อายไลเนอร์คมกริบกลับทอดมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยกสองมือกอดอกอย่างเชิดหยิ่งสมเป็นคุณหนูวีณาทุกกระเบียดนิ้ว ภาพลักษณ์สวยหรูดูได้จากภายนอก แต่อาการลนลานตื่นเต้นตกใจกลัวผ่านฝ่ามือเล็กที่กำเก็บไว้ใต้รักแร้ คนสนิทสนมกันมาคงต้องเห็น ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ กระตุกกระดุมเสื้อออก โน้มใบหน้าลงบอกข้างหูเบา ๆ “ไปอาบน้ำกันก่อนค่อยนวด... นวดอีโรติกอย่างที่น้องวีอยากจะนวดน่ะ”
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมมาร จอมอหังการ ชุด เทพบุตรการ์รัสโซ
8.6
สองสัปดาห์ที่ผ่านพ้นไปไม่อาจลบเลือนภาพของลิโอเนล การ์รัสโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เปี่ยมเสน่ห์ออกไปจากใจของเธอได้เลย แม้จะรู้ดีว่าตนเองต้อยต่ำเกินกว่าจะคู่ควรกับเทพบุตรผู้สูงส่งคนนี้ แต่เธอกลับไม่สามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดถึงเขาได้ สายตาของหญิงสาวยังคงเฝ้ามองใบหน้าคมเข้มและริมฝีปากที่เคยสัมผัสเธออย่างเร่าร้อนและดุดัน แม้รอยจูบและอ้อมกอดจากเขาจะเต็มไปด้วยความรุนแรงอย่างไร้ความปรานี ทว่าความอันตรายนั้นกลับยิ่งดึงดูดให้เธอตกอยู่ในห้วงเสน่หาจนต้องเก็บเอาชายหนุ่มไปฝันถึงทุกค่ำคืนอย่างไม่อาจถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงแค้นซาตาน
9.0
เหนือตะวันต้องจมอยู่กับความแค้นมาตลอดชีวิตหลังสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างโหดเหี้ยม เมื่อถึงเวลาชำระแค้น เขาจึงลงมือทำลายล้างทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่เว้นแม้แต่เอื้อมดาว หญิงสาวผู้ยอมตกเป็นเหยื่อรับบาปแทนครอบครัวเพื่อหวังจะช่วยดับไฟแค้นในใจของเขา ทว่ายิ่งเขาทรมานเธอมากเท่าไร หัวใจของเขากลับยิ่งเจ็บปวดร้าวรานตามไปด้วยอย่างน่าประหลาด น้ำตาของเธอไม่ได้ทำให้เขาสะใจ แต่กลับสร้างความสับสนในใจจนเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าจะเลือกทางไหนระหว่างหนี้แค้นที่ต้องชำระหรือเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเอง