APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักนายหัว

เพลิงรักนายหัว

ความบาดหมางที่ฝังลึกระหว่างสองตระกูลดังอย่างอัศวโยธินและอัครมหาศาล กลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นเส้นทางรักของแทนคุณ ชายหนุ่มบุคลิกดิบเถื่อนผู้ไร้ศิลปะในการขายขนมจีบ เขาจึงเลือกใช้วิธีคอยกวนประสาทและระรานพนิดาเพียงเพื่อหาโอกาสได้อยู่ใกล้ชิด แม้ว่าหญิงสาวจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดชังและแสนจะเอือมระอาในตัวเขา ทว่าความตื้ออย่างไม่ลดละกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจของเธอทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางสงครามความขัดแย้งของครอบครัว แทนคุณพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์รักแท้และคว้าหัวใจเธอมาครองเธอมาแนบกาย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

จึงไม่อยากจะสุงสิงกับเขาเลยสักนิด เธอไม่เคยลืมว่าสมัยเป็นเด็ก เขาชอบรังแกเธอขนาดไหน

แทนคุณชอบมาแกล้งดึงผมเปียเธออยู่บ่อยๆ หัวเราะเยาะเธอทุกครั้งเวลาเธอทำอะไรผิดพลาด

“ซื้ออะไรแล้วมันยุ่งอะไรกับนาย กรุณาหลีกไปด้วย”

พนิดาพูดอย่างถือดีมองเขาแบบไม่เกรงกลัวสักนิด

“ดุจริงๆ น้องพริกหวาน”

แทนคุณพูดพร้อมทั้งลูบปลายคางไปมาอย่างกวนๆ

“จะดุไม่ดุไม่เกี่ยวอะไรกับนาย”

พนิดาว่าใส่เขาด้วยความหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมถอยไปสักที

“เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว เพราะอนาคตแม่ของลูกพี่ดุอย่างนี้ พี่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้”

“ไอ้บ้า! พูดจาทุเรศ ใครจะไปเป็นแม่ของลูกนาย”

พนิดาหน้าแดงในคำพูดของเขา

“ทุเรศตรงไหนพี่พูดเรื่องจริง”

แทนคุณเอามือลูบปลายคางไปมาอย่างกวนอารมณ์หญิงสาวไม่เลิกรา

“เรื่องจริงอะไรของนาย”

พนิดาถามด้วยความโมโหจัด จนหน้าแดงก่ำไปหมด

“ลืมไปแล้วเรอะ ที่พี่เคยพูดเอาไว้”

แทนคุณเน้นยำในคำพูดที่เขาเคยพูดกับเธอ ตอนที่เธอแตกเนื้อสาวว่าห้ามเธอมีใครเพราะเธอจะต้องเป็นเมียของเขาคนเดียวเท่านั้น

“ทำไมจะต้องลืม เพราะไม่เคยจำด้วยซ้ำ”

พนิดาเชิดหน้าตอบอย่างถือดี แทนคุณหรี่ตามองหญิงสาวอย่างไม่ชอบใจ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในตลาดผู้คนจอแจหรือเธอพาลูกน้องมาเยอะเช่นนี้ เขาจะลากไปปล้ำทำเมียเสียให้เข็ด

“ปากดีนักนะ”

แทนคุณกระชากร่างอรชรเข้ามาปะทะกับอกกว้าง

ลูกน้องที่กำลังมองหน้ากันอยู่ทำท่าว่าจะฆ่ากันตายเพราะเจ้านายที่กำลังเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลูกน้องของแทนคุณและพนิดาคุ้นชินกับเหตุการณ์เช่นนี้มาเนิ่นนานเพราะทั้งสองเจอกันที่ไหนก็ต้องทะเลาะกันทุกคราไป มีเพียงช่วงหนึ่งเท่านั้นที่ทั้งสองไม่ได้ทะเลาะกัน ตอนที่แทนคุณไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เมื่อกลับมาเพียงไม่กี่วัน ไดเจอกันใหม่ ก็ยังทะเลาะกันอีกเช่นเดิม

“ปล่อย!”

พนิดาพยายามกระชากมือออกจากมือหนาที่จับเธออย่างแนบแน่น แต่เขาหาปล่อยไม่

“ไม่ปล่อยจะทำไม”

แทนคุณพูดอย่างไม่สนใจว่าเธอจะมีลูกน้องมากมายขนาดไหนเพราะเขาไม่เคยเกรงกลัวเลยสักนิด

“นายหัวแทนคุณ กรุณาปล่อยคุณหนูของเราด้วย”

หย้งกับจอมที่รักนายสาวยิ่งชีวิตเตือนแทนคุณอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกัน

“อย่าเสือก!”

แทนคุณหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทของพนิดาอย่างวางอำนาจ

“ปล่อย”

พนิดาดิ้นรนสะบัดแขนบอบบางอีกครั้ง ครั้งนี้แทนคุณยอมปล่อยแต่โดยดี

“ที่ปล่อยเพราะไม่ใช่ว่ากลัวลูกน้องของเธอ แต่ที่พี่ปล่อยเพราะที่นี่ไม่เหมาะที่จะฉุดเธอไปทำเมีย”

แทนคุณพูดอย่างยั่วโมโหไม่เลิก พนิดาสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างเกลียดขี้หน้าเขาจับใจ

“ไปกันเถอะค่ะคุณหนู”

เอิบบอกนายสาวเสียงแผ่วเพราะดูๆ ไป ถ้ายังไม่ไปจากตรงนี้คงมีเรื่องเป็นแน่

“ค่ะป้า”

พนิดารับคำ จูงมือป้าเอิบเดินไปซื้อของต่อ โดยมีสายตาของแทนคุณมองตามร่างอรชรไปอย่างหมายมาด

เขาคิดในใจว่าคงจะมีเธอเพียงคนเดียวในโลกนี้ที่มองเมินเขา ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยได้รับการปฏิเสธจากหญิงสาวคนใดมาก่อน ความอยากเอาชนะหญิงสาวตรงหน้าปะทุขึ้นมาแทบล้นอก

“แล้วเราจะได้เห็นดีกันพริกหวาน ที่เธอกล้ามาทำหยิ่งยโสใส่พี่”

แทนคุณหันไปพยักหน้ากับลูกน้องคนสนิทให้เดินตามเขาไปเพื่อสำรวจตลาดอีกครา ลูกน้องคนอื่นๆ เดินตามเจ้านายหนุ่มอยู่ไม่ห่าง

“จะดีเหรอคะคุณหนู ไล่ลูกน้องไปหมดแบบนั้น”

เอิบพูดอย่างไม่เห็นด้วยเมื่อพนิดาไล่ลูกน้องไปหมดและให้เหตุผลว่ารู้สึกไม่เป็นส่วนตัวที่จะมีใครเดินตาม แต่โชคดีที่เอาหย้งกับจอมตามมาด้วย เพื่อมาถือของให้

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าเอิบ”

พนิดาบอกเสียงสดใสให้ท่านคลายความกังวล

“นายหัวแทนคุณน่ากลัวจังค่ะคุณหนู ป้าคิดดูแล้ว เหมือนเขาจงใจจะหาเรื่องคุณหนูนะคะ”

เอิบแสดงความคิดเห็นเมื่อเดินมาจับจ่ายซื้อของต่อ

“จะไปกลัวเขาทำไมคะป้า หนูไม่เห็นจะกลัวเขาสักนิด”

พนิดาพูดอย่างไม่เกรงกลัวดังใจคิด

“ป้าว่าคุณหนูระวังตัวไว้ก็ดีนะคะ อย่าไปไหนคนเดียว ป้ารู้สึกว่าสายตาที่เขามองคุณหนูมันดูแปลกๆ ชอบกล”

เอิบแสดงความคิดเห็นอย่างตั้งข้อสังเกต นางอาบน้ำร้อนมาก่อน จึงรู้ว่าแทนคุณกำลังคิดเช่นไรกับนายสาว และสิ่งที่ชายหนุ่มคิดไม่มีวันเป็นไปได้เพราะทั้งสองตระกูลไม่ถูกกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด

“ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลยค่ะป้า เราอย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ พูดถึงทีไรหนูหงุดหงิดทุกที” พนิดาตัดบทอย่างไม่ใส่ใจ

“วันนี้คุณหนูอยากทานอะไรคะ”

ป้าเอิบเปลี่ยนเรื่องตามนายสาวเพราะรู้ว่าพนิดาไม่อยากพูดถึงแทนคุณ

“อยากทานหลายอย่างค่ะป้า พูดแล้วหิวเลย”

พนิดาพูดอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเมื่อเปลี่ยนเรื่องคุย

“เราเดินไปดูตรงทางฝั่งโน้นกันดีกว่าค่ะคุณหนู”

ป้าเอิบชวนหญิงสาว

“ค่ะป้า” พนิดารับคำยิ้มๆ

“วันนี้คนเยอะดีนะคะคุณหนู”

ป้าเอิบพูดกับหญิงสาวขณะเดินเลือกซื้อของโดยมีลูกน้องคนสนิทเดินตามไม่ห่าง

“ค่ะป้า วันนี้ของสดนะคะ หนูอยากทานแกงเลียงแล้วแกงไตปลาจังเลยค่ะ” พนิดากอดแขนป้าเอิบอย่างประจบประแจง

“ค่ะคุณหนู เดี๋ยวป้าจะเลือกวัตถุดิบไปทำให้แล้วกัน ผักที่บ้านเราเยอะ ไม่ต้องซื้อหรอกค่ะ”

พนิดาเดินเลือกซื้อของกับเอิบอย่างเพลิดเพลินจนเกือบครบทุกอย่าง

“ว้าว... น้องพริกหวานคนสวย ไม่ได้เจอกันเสียนาน วันนี้เราคงมีวาสนาต่อกันเป็นแน่แท้”

โตมอญ บุตรชายของนายหัวตะวันพูดกับหญิงสาวเสียงหวาน พร้อมทั้งไล่สายตาโลมเลียไปทั่วร่างงามอรชรของพนิดาอย่างหื่นๆ

หญิงสาวมองกลับอย่างไม่ชอบขี้หน้า เพราะนอกจากที่เขาจะชอบเบ่งก้ามใหญ่โตแล้ว ครอบครัวของเขาเบื้องหลังยังประกอบอาชีพทุจริต เปิดบ่อนการพนัน เปิดซ่อง ที่ร้ายกว่านั้นเขายังเจ้าชู้อย่างร้ายกาจ แถมครอบครัวยังเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่สำคัญของครอบครัวเธออีกด้วย

“ใครอยากมีวาสนากับคนอย่างนาย”

พนิดาโต้กลับอย่างไม่ชอบใจ หญิงสาวจูงมือป้าเอิบเลี่ยงไปอีกทาง ไม่อยากจะคุยด้วย

“จะรีบไปไหนล่ะน้องพริกหวานคุยกับพี่ก่อน”

โตมอญฉุดแขนเรียวของหญิงสาวเข้ามาหาอย่างหยาบคาย

หย้งกับจอมลูกน้องคนสนิทจะเข้าไปช่วยนายสาวแต่โดนลูกน้องของโตมอญที่เยอะกว่าล็อกร่างเอาไว้ ทำให้ทั้งสองไม่สามารถช่วยนายสาวได้

“ปล่อย! ไอ้บ้า” พนิดาสะบัดแขนออกอย่างรังเกียจ

“ไม่ปล่อย อย่าดีดดิ้นเล่นตัวไปหน่อยเลย”

โตมอญมองด้วยสายตาลามเลียไม่ปิดบัง หญิงสาวมองกลับอย่างรังเกียจ

“มองพี่ด้วยสายตารังเกียจขนาดนี้เชียวรึ”

โตมอญมองหญิงสาวก่อนหัวเราะเสียงน่าเกลียดเช่นเดิม

“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง”

พนิดาพยายามสะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ไม่สำเร็จเพราะโตมอญจับอย่างแน่นหนา

“ปล่อยคุณหนูเถอะค่ะ”

เอิบเข้าไปช่วยเจ้านายสาว จึงโดนผลักเสียหลักล้มลงไป

“ป้าเอิบ! ไอ้คนสารเลว”

พนิดาพยายามสะบัดมือเพื่อจะเข้าไปช่วยป้าเอิบที่ล้มลงไป

“ไม่ต้องชมพี่ขนาดนั้นก็ได้ยาหยี” โตมอญหัวเราะเสียงดังอีกครั้ง

“ไอ้บ้า! โรคจิต”

พนิดาเตะต่อยแต่สู้แรงเขาไม่ไหว ถึงเธอจะมีฝีมือด้านการต่อสู้ แต่ระยะกระชั้นชิดแบบนี้แทบตั้งตัวไม่ทัน

“ปล่อยพริกหวานเดี๋ยวนี้”

เสียงเข้มแสดงถึงพลังอำนาจตวาดมาแต่ไกล ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้น ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยพนิดาเพราะรู้กิตติศัพท์ความโหดร้ายและนักเลงหัวไม้ของโตมอญดี

ส่วนลูกน้องของพนิดา เธอไล่ให้กลับไปรอที่รถเพราะรำคาญที่ต้องมีคนเดินติดตามมามากมายเช่นนี้ รถที่จอดอยู่อีกฟากไกลจากที่เธอซื้อของมากนัก ตลาดในตัวเมืองกว้างขวาง ลูกน้องคนสนิทของหญิงสาวกำลังเสียท่าให้กับลูกน้องนับสิบของโตมอญ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง  ปรารถนารักครั้งใหม่
9.7
เมื่อความรักครั้งเก่าจบลงด้วยความช้ำ หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความหวังจึงเลือกก้าวเดินต่อไปข้างหน้า โดยตั้งมั่นว่าจะตามหาผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ในอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ทว่าเส้นทางการค้นหาครั้งนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มแสนจองหองผู้ไร้ความสำนึกผิดในหัวใจ ชายผู้ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดแม้กระทั่งนรกภูมิก็ยังมองเป็นเพียงเรื่องตลก การเผชิญหน้าระหว่างหญิงสาวผู้กอดเก็บความหวังกับชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจจึงปะทุขึ้น ท่ามกลางอุปสรรคและบททดสอบแสนท้าทายที่รอให้พวกเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียใบ้บำเรอรัก
9.1
ม่านไหม หญิงสาวผู้พิการจนไม่สามารถเอ่ยปากพูดได้ ต้องตกเป็นที่ระบายอารมณ์ใคร่ของเจ้านายหนุ่มผู้กุมชีวิตเธอไว้ ทุกค่ำคืนเธอต้องเผชิญกับบทรักแสนป่าเถื่อนที่เขาตักตวงตามใจชอบโดยไม่เคยแยแสความบอบช้ำทางกายและใจ แม้จะถูกปฏิบัติราวกับเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่ไร้ค่าและไม่มีวันได้รับเศษเสี้ยวความรักตอบแทน แต่ลึกๆ ในใจเธอกลับไม่อาจต้านทานความรู้สึกรักที่มีต่อเขาได้เลย โศกนาฏกรรมความสัมพันธ์ที่ไร้ความผูกพันนี้รั้งเธอไว้ในวังวนแห่งความเจ็บปวดที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่หมายร้ายรัก
7.9
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก [3P]
8.7
My twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก - 3P (The Passion Series) พวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่แม้กระทั่งเงาของเจ้านาย ไม่ใช่ลูกจ้างคนรู้ใจ อย่างในวัฒนธรรมเศรษฐีที่จะต้องมี ‘บัตเลอร์’ ประจำบ้านไว้ข้างกายคอยดูแลเสมอ ความจงรักภักดีของสองหนุ่มฝาแฝดไม่สามารถตีมูลค่าเป็นเม็ดเงิน ภาคินและภากรเป็นทั้งพี่ชาย เพื่อนรัก เป็นคนสนิทสนมของเธอ... จะทำอย่างไร หากเธอตกหลุมรักผู้ดูแลส่วนตัวพร้อมกันทั้งสองคน! The Passion Series - My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก 3P - Oh! My Lolita คลั่งรักโลลิตา (เร็ว ๆ นี้) - My Daughter Secretary เลขาฯ หญ้าอ่อน (เร็ว ๆ นี้) อัพเดทข้อมูลงานเขียนทางหน้าเฟซบุ๊คนะคะ มิ.ย. – ส.ค. 64 นี้พบกัน “You should go... She’s our lady” คุณหนูของบ้าน... เป็นคำที่เขาตั้งใจเปล่งมันออกมาแต่อาจสื่อสารผิดพลาดไป สองนักบำบัดงานเสียวถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยพวกเขาไม่อยากเสียลูกค้ารายใหม่ เจ้าของโรงแรมกระเป๋าหนักเงินหนาจ่ายแรง แต่ถ้าหากว่าเป็นเรื่องชู้สาวพวกเขาคงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มีปัญหา โดยเฉพาะคำกร้าวสั่งสุดท้าย “She’s mine... Please quickly go If you don't wanna have a problem.” วีณาพยายามที่จะเข้าใจว่าคนอย่างภากรสามารถทำได้ทุกอย่างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่คิดว่าเขากำลังสื่อความหมายไปในทางคนรัก และเรื่องเธอเป็นของเขา She’ s mine! เนี่ยนะ จะบอกว่าเขาเกิดหึงหวงเธอขึ้นมายิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เธอได้แต่ยืนตาเขียวอย่างนั้น กระทั่งชาวต่างชาติทั้งสองรีบเก็บกระเป๋าออกจากห้องไปเพราะเจ้าถิ่นไม่ให้การต้อนรับ “พูดอะไรของพี่ภีมคะ? นี่...” “...” ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากหนาหยักได้รูป ลึกลงไปในแววตาคู่คมดั่งมีเปลวโทสะลูกใหญ่ หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมาหนัก ๆ “หมอที่วีจองตัวให้มานวดน่ะ มันนวดอีโรติก โยนีบำบัดนะคะ ไม่ใช่พวกจ้างเที่ยวหัดนวดแล้วหลอกเอาสาวไว้กินฟรี นั่นคนดังกว่าจะจองคิวได้ระดับปรมาจารย์ มีใบประกาศนียบัตร นวดสปาธรรมดาวีนวดกับพวกพี่ก็ได้ เคยนวดขาให้วีนี่...” “Tantric Institute of Integrated Sexuality เรื่องนวดเซ็กส์ระดับแอ้ดว้านซ์ นวดเพื่อผ่อนคลายสำหรับสุภาพสตรี พี่เรียนมาครับน้องวี... ถ้าอยากนวดพี่นวดให้ได้” ความมั่นใจเด็ดเดี่ยวในแววตาหายไป กลอกตาไปมาอย่างอ้ำอึ้ง วีณาไม่รู้เรื่องนี้! “พี่... ไปเรียนบัตเลอร์กับปริญญาโทการโรงแรมมาไม่ใช่หรือคะ?” “เวลาว่างพี่ไปเรียนอย่างอื่นครับ ไม่ได้ไปเล่นดนตรี เก็บเงินค่าเรียนงก ๆ เหมือนภามเพื่อแบ่งเบาภาระคุณอาเลยนะ พี่ฉลาดกว่านั้น” ไม่พูดเปล่า มือหนาสากเริ่มปลดปราการชิ้นแรกคือนาฬิกาเรือนเหยียดล้านของขวัญจากอนันต์ในวันเกิดของเขา วางมันลงบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มตามด้วยเข็มขัด... ภากรไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องพูด แต่เขาไม่มีความคิดตรงไหนเหมือนภาคินสักอย่างเดียวและเธอไม่เคยเชื่อใจเขา “พี่ใช้เงินคุณอาคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพื่อเป็นบัตเลอร์ที่รู้งานบริการทุกอย่าง ไว้ดูแลลูกสาวท่าน” “อ้อ... เป็นพวกบูชาผู้มีพระคุณจนตัวตายสินะ เกิดในยุคซามูไรหรือไง? สั่งให้คว้านท้องตัวเองก็คงจะทำล่ะมั้ง...” “ไม่ทำครับ... พี่จะลาออก เก็บข้าวของไปจากบ้านวีทันทีถ้าวีสั่งให้พี่คว้านท้อง แต่พี่จะไม่ไปจากชีวิตวีง่าย ๆ หรอก พี่จะตามรังควาญวีไปจนวันตาย” นั่นไงพี่ภีมของเธอ! วีณาสะดุ้งเฮือกกับคำขู่แสนหวาน แม้หางตาสวยใต้อายไลเนอร์คมกริบกลับทอดมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยกสองมือกอดอกอย่างเชิดหยิ่งสมเป็นคุณหนูวีณาทุกกระเบียดนิ้ว ภาพลักษณ์สวยหรูดูได้จากภายนอก แต่อาการลนลานตื่นเต้นตกใจกลัวผ่านฝ่ามือเล็กที่กำเก็บไว้ใต้รักแร้ คนสนิทสนมกันมาคงต้องเห็น ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ กระตุกกระดุมเสื้อออก โน้มใบหน้าลงบอกข้างหูเบา ๆ “ไปอาบน้ำกันก่อนค่อยนวด... นวดอีโรติกอย่างที่น้องวีอยากจะนวดน่ะ”
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมมาร จอมอหังการ ชุด เทพบุตรการ์รัสโซ
8.6
สองสัปดาห์ที่ผ่านพ้นไปไม่อาจลบเลือนภาพของลิโอเนล การ์รัสโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เปี่ยมเสน่ห์ออกไปจากใจของเธอได้เลย แม้จะรู้ดีว่าตนเองต้อยต่ำเกินกว่าจะคู่ควรกับเทพบุตรผู้สูงส่งคนนี้ แต่เธอกลับไม่สามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดถึงเขาได้ สายตาของหญิงสาวยังคงเฝ้ามองใบหน้าคมเข้มและริมฝีปากที่เคยสัมผัสเธออย่างเร่าร้อนและดุดัน แม้รอยจูบและอ้อมกอดจากเขาจะเต็มไปด้วยความรุนแรงอย่างไร้ความปรานี ทว่าความอันตรายนั้นกลับยิ่งดึงดูดให้เธอตกอยู่ในห้วงเสน่หาจนต้องเก็บเอาชายหนุ่มไปฝันถึงทุกค่ำคืนอย่างไม่อาจถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงแค้นซาตาน
9.0
เหนือตะวันต้องจมอยู่กับความแค้นมาตลอดชีวิตหลังสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างโหดเหี้ยม เมื่อถึงเวลาชำระแค้น เขาจึงลงมือทำลายล้างทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่เว้นแม้แต่เอื้อมดาว หญิงสาวผู้ยอมตกเป็นเหยื่อรับบาปแทนครอบครัวเพื่อหวังจะช่วยดับไฟแค้นในใจของเขา ทว่ายิ่งเขาทรมานเธอมากเท่าไร หัวใจของเขากลับยิ่งเจ็บปวดร้าวรานตามไปด้วยอย่างน่าประหลาด น้ำตาของเธอไม่ได้ทำให้เขาสะใจ แต่กลับสร้างความสับสนในใจจนเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าจะเลือกทางไหนระหว่างหนี้แค้นที่ต้องชำระหรือเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเอง