APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สุนัขหน้าโหดโคตรรักเมีย

สุนัขหน้าโหดโคตรรักเมีย

เมื่อชีวิตหลังแต่งงานในยุคปัจจุบันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับกลายเป็นบททดสอบแสนเหนื่อยใจ เมื่อหญิงสาวต้องเผชิญหน้ากับสามีผู้เปรียบเสมือนเจ้ากรรมนายเวรในคราบคนรักคอยขัดขวางความสงบสุขและสร้างความปวดหัวให้ไม่เว้นแต่ละวัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและอุปสรรคมากมายที่ดาหน้าเข้ามาท้าทาย จนทำให้เธอต้องพยายามอย่างหนักในการรับมือกับความวุ่นวายที่เขาก่อขึ้น ท่ามกลางความรักที่ปะปนไปด้วยความเหนื่อยหน่ายใจในความสัมพันธ์ครั้งนี้ที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ฟีนด์ยิ้มกว้างก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ขึ้นมาดื่มแล้วเดินขึ้นไปที่ห้องนอนทันที เธอมีเรื่องจะถามเขาเยอะมากแต่ว่ามันไม่มีเวลาเลยนี่สิ อยู่ดีๆเขาก็โผล่ไปรับที่โรงพยาบาลเล่นเอาหัวใจแทบวายอยู่ตรงนั้นเพราะเราไม่ได้เจอกันมาหลายเดือนแล้ว แถมติดต่อเขาไม่ได้เลยอีกเป็นเดือน เธอไม่เคยบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขารู้แต่ว่าสุดท้ายเขาก็รู้อยู่ดี ทีแรกตั้งใจจะถามในตอนกินข้าว แต่ว่าเรายังไม่ทันได้คุยกันให้เข้าใจก็ถูกตามทำร้ายตลอดทั้งวัน

ก็อกๆๆ

“เข้ามาแล้วล็อกประตูด้วย”

“มีอะไร?”

“ใครเป็นคนตามพี่มากันแน่?” เธอลุกขึ้นยืนบนเตียงเพราะว่าจะได้ตัวสูงกว่าเขาสักที เธออยากมีความรู้สึกได้มองต่ำแบบนี้บ้างแต่ว่าส่วนสูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรไม่ค่อยเอื้ออำนวยสักเท่าไร สถานะของเราสองคนนับเป็นความลับมาตลอดเพื่อความปลอดภัย จนกระทั่งตอนนี้ที่เธออายุยี่สิบสี่ปีและเขาอายุยี่สิบเจ็ดปี เราคบกันมาได้สี่ปีแล้วยังไม่มีใครรู้เพราะยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย

“ซ่อนกิ๊กไว้เหรอผัวจะมาหาถึงห้ามดีจัง!”

“กิ๊กบ้านพี่ดิ!”

“ก็ดีที่ไม่มี พี่ยังไม่อยากฆ่าใครเพิ่มตอนนี้”

เธอวางมือลงที่บ่าใหญ่พร้อมกับมองหน้าคนดุดันที่ไม่รู้ว่าไปเอารอยแผลที่คิ้วมาเพิ่มตอนไหนอีก รอยสีปากเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน แถมให้ลบรอยแผลเป็นออกก็ไม่ยอมอีก รู้ไหมว่าแบบนี้ทำให้เขาดูเป็นคนดุดันมากกว่าเดิมและหาความเป็นมิตรไม่ได้เลยสักเสี้ยวเดียว เราสบตากันเพียงไม่กี่วินาทีเธอก็ถอดเสื้อของตัวเองโยนทิ้งทันที คนทำหน้าดุดันยิ้มกว้างแล้วถอดเสื้อตามเช่นกัน

“กินนมไหม?”

“จะดูดให้หนำใจเลย”

เรามันคนคุ้นเคยกันดีเรื่องแบบนี้ไม่ต้องอะไรมากก็รู้ว่าจะทำแบบไหนให้ถึงอกถึงใจและมีความสุขจนแทบสำลัก ช่วงสองปีแรกเราอยู่ด้วยกันแต่เก็บทุกอย่างเป็นความลับ พอเธอกลับมาช่วยงานที่ครอบครัวก็มักจะแวะไปหาเขาทุกครั้งที่ไปเมืองนอก หรือบางครั้งแค่คิดถึงก็ไปหาแล้ว แต่เธอห้ามเขามาหาที่นี่เพราะหวั่นใจว่าจะเกิดอันตรายขึ้นเอาได้ แม้ว่าความจริงแล้วตัวสร้างอันตรายมันคือเขานั่นแหละไม่ใช่คนอื่นหรอก

ผัวทั้งคนใครจะไม่เป็นห่วงเล่า

คบกันมาตั้งสี่ปีจะไม่รักก็คงไม่ใช่หรอก

เวลาล่วงเลยมาถึงตอนค่ำที่งานเลี้ยงตามนัดเพื่อจะพูดคุยธุรกิจสำคัญ ฟีนด์นั่งฟังพ่อแนะนำให้รู้จักกับนักธุรกิจหลายคนและพูดคุยเรื่องทั่วไปเพื่อความสัมพันธ์อันดีในอนาคต จากนั้นพ่อก็จับมือเธอเดินไปนั่งกับเจ้าของเหมืองเพราะว่าเราจะเจรจากันเกี่ยวกับงานอย่างไม่เป็นทางการให้เขาเก็บเอาไปพิจารณา แล้วหลังจากนั้นจะนัดเจอกันอีกครั้งหลังจากเขากลับมาจากพักผ่อนแล้ว

เรื่องงานไม่ได้น่าเครียดอย่างที่คิด

ตอนนี้เครียดเรื่องผัวมากกว่า

เธอแอบมองพี่บลูมที่กำลังพูดคุยกับผู้หญิงสองคนอย่างเป็นมิตร เขาทำเหมือนว่าไม่มีเมียงั้นแหละ แล้วยัยผู้หญิงสองคนนั้นดันทำท่าทางเหมือนอยากจะลากเขาขึ้นห้องให้ได้เลย นี่ขนาดอยู่ในงานเลี้ยงยังทำท่าทางระริกระรี้เหมือนลืมสถานะว่าตัวเองก็ลูกคุณหนูคนหนึ่งที่ควรจะเก็บอาการบ้าง ความคันช่องคลอดเวลาเห็นผู้ชายหล่อเร้าใจมันก็ไม่แปลก แต่นี่จะเอาแบบไม่เลือกสักหน่อยเหรอ

นั่นผู้ชายของเธอนะ

อยากไปกระชากยัยสองคนนั้นออกจริงๆ

“มึงว่าคุณหนูจ้องพี่บลูมปะ?” แฮมกระซิบถามพี่ชายเบาๆด้วยความสงสัยมาก

“ตอนบ่ายทะเลาะอะไรกันรึเปล่าวะ?” เกรย์ถามกลับด้วยความสงสัยเช่นกัน

“คุณหนูเล่นเรียกไปคุยส่วนตัวในห้องเป็นชั่วโมงแบบนั้นใครจะรู้วะ!”

“กูว่านะต้องโดนด่าชัวร์เลย คุณหนูท่าทางเหวี้ยงเก่งขนาดนี้ แถมพี่บลูมก็หน้าโหดฉิบหาย”

“คิดแล้วสงสารพี่บลูมเลยวะ”

ฟีนด์พยายามรักษาสีหน้าให้มากที่สุดทั้งที่ในใจร้อนเป็นไฟแล้ว ผู้ชายในงานเลี้ยงนี้มีตั้งเยอะแยะทำไมถึงไม่สนใจกันนะ ทำไมต้องสนใจคนที่ทำหน้าดุดันตลอดเวลาแบบนั้นด้วย ผู้หญิงสองคนนั้นทำท่าเหมือนอยากจะได้บอดี้การ์ดของเธอไปจริงๆนะนั่นถึงได้วนเวียนใกล้ตัวตลอดเวลาแบบนี้

สองคนนั้นตั้งใจรุมกินผัวเธอให้ได้เลยใช่ไหม

ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิดมากแต่ต้องเก็บอาการ

“เป็นอะไรรึเปล่าฟีนด์ถึงทำหน้าแบบนี้”

“รองเท้ากัดค่ะพ่อ ขยับแล้วมันเจ็บมาก”

“มีคู่สำรองไหม?”

“อยู่ที่รถค่ะ งั้นฟีนด์ขอตัวไปเปลี่ยนก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับมา”

“ระวังตัวด้วยล่ะ”

ฟีนด์ยิ้มกว้างให้กับพ่อที่เป็นห่วงความปลอดภัย แล้วรีบเดินไปจับแขนคนตัวใหญ่กระชากออกจากงานทันที พอพ้นสายตาคนเธอปล่อยมือออกแล้วกอดอกเดินไปที่รถด้วยความหงุดหงิดมาก เขาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดได้ดีเยี่ยมตั้งแต่วันแรกแถมไม่มีพิรุธอะไรแสดงออกมาให้ใครเห็นถึงความสัมพันธ์ของเราสองคนว่าแนบชิดกันมากขนาดไหน พอเปิดประตูรถเข้าไปนั่งแล้วปิดประตูรถเธอดึงเขามาจูบทันทีเผื่อว่าจะทำให้ใจเย็นมากขึ้น พอผละมาอีกทีเขาก็อุ้มนั่งตักแล้ว

เธอไม่อยากจะงี่เง่าแบบนี้เลย

“เป็นอะไรอีก?”

“สองคนนั้นมันชอบพี่นี่!”

“หึงผัว?”

“ไม่!”

“ลากพี่มาจูบขนาดนี้ถ้าไม่หึงก็น่าจะหิวไส้กรอกแน่เลย”

“กินตอนบ่ายจนอิ่มแล้ว”

“แน่ใจเหรอ?”

“ก็…กินอีกก็ได้ แต่เร็วๆหน่อยนะ”

“ยัยเด็กหื่น!”

กว่าเราจะกลับเข้างานเลี้ยงกันอีกครั้งก็เล่นเอาแทบหมดแรงจนขยับตัวไม่ไหว บลูมช่วยจัดแจงเสื้อผ้าให้เมียใหม่อีกครั้งเพื่อความเรียบร้อยและขัดใจนิดหน่อยตรงที่มันโชว์หน้าอกมากเกินไป จากนั้นหยิบรองเท้าหนังมาใส่ให้แทนส้นสูงเผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้วิ่งหนีทัน ส่วนเมียกำลังทาลิปสติกใหม่และจัดผมให้เข้าทรง ก่อนจะหยิบน้ำหอมขวดเล็กมาฉีดอีกครั้งทั้งที่ตัวก็ยังหอมอยู่ เขาหยิบปืนของเธอมาเช็คให้แน่ใจก่อนจะเก็บเข้าไว้ที่เดิม

อีกครึ่งชั่วโมงเราจะกลับกันแล้ว

มีคนตามมาฆ่าเมียแน่

“อย่าให้ฉันเห็นอีกนะว่ามีคนมาจีบพี่อีกอะ!”

“ไหนว่าไม่หวงไง แล้วทำไมขู่ดีจัง”

“อยากโดนอีกรึไง!?”

“ทั้งคืนก็ไหว”

“หุบปากไปเลย!”

เธอตัวเล็กเท่ามดแต่มาชี้นิ้วขู่เขาที่ตัวเท่ายักษ์นี่นะ นับถือว่ากล้าและความปากแจ๋วจริงๆเลย ยัยคุณหนูฟีนด์ขี้หึงยังไงก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แถมเราเจอกันอีกครั้งในรอบหลายเดือนเธอดูหิวมากนะ ตอนบ่ายจับเขากินจนหมดแรงจะขย่มต่อถึงยอมลงให้เขาคุมเกมไปจนเสร็จ ตกดึกเข้าหน่อยก็ลากออกจากงานเลี้ยงมาขย่มจนรถโยก ดีหน่อยที่เขายังห้ามตัวเองไหวไม่งั้นได้มีรอยแดงตามตัวเธอแน่นอน

พ่อตาไม่รู้ว่าเขาคือใครกันแน่

แต่พ่อเขารู้จักกับพ่อตาเพราะเป็นหุ้นส่วน

เรื่องการมาคุ้มครองเมียก็ไม่ใช่ความบังเอิญหรือพึ่งจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น แต่ว่าที่มาช้าเพราะก่อนหน้านี้เขาติดงานสำคัญมากอยู่ แล้วตอนนั้นถูกล้อมจนต้องวางแผนหลายตลบเพื่อหลบหนีออกมาจากเขตของศัตรูได้อย่างหวุดหวิด พอเดินทางมาถึงที่บ้านลูกน้องก็รายงานเรื่องปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นทันที ยังไม่ทันได้คิดวิเคราะห์ก็รู้ข่าวเรื่องฟีนด์ถูกลอบทำร้ายจนรถคว่ำกำลังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เขาให้พ่อจัดการเรื่องปลอมตัวเป็นบอดี้การ์ดมาดูแลและเลือกลูกน้องฝีมือดีในประเทศใกล้เคียงเพื่อดึงตัวมาช่วยงานใหญ่ในครั้งนี้

ทุกอย่างมันคือความลับ

เมียยังไม่รู้ ลูกน้องก็ยังไม่รู้เช่นกัน

ดังนั้นสถานะของเขาในตอนนี้คือบอดี้การ์ดของหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทที่ส่งมาคุ้มครองลูกสาวของประธานคนใหม่ อีกหน้าที่คือช่วยสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนที่ให้ความช่วยเหลือพวกมันหลบหนียิ่งต้องหาให้เจอก่อนทุกอย่างจะแย่กว่านี้ หลายคนเริ่มถูกฆ่าปิดปากและโยนความผิดมาให้พ่อตารับเต็มๆ

เงินแค่สองร้อยล้านหายไปจากบริษัท

มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา
9.4
“คุณพลประภัทร คุณมันเป็นเจ้าหนี้ที่เผด็จการมากที่สุด ทำไมจะต้องให้ฉันไปถ่ายโฆษณากับหมอนั่นด้วย” ...นายอลัน...นายเป็นญาติฝ่ายไหนของคุณพลประภัทร... แล้วเธอจะรู้หรือเปล่า...ว่าความจริงแล้วสองคนนี้เป็นคนๆ เดียวกัน “คงถึงเวลาที่ฉันจะเริ่มคิดดอกเบี้ยเธอแล้วนะสาวน้อย” “ฉันเกลียดคุณ เกลียดที่สุด คุณมันไม่เป็นสุภาพบุรุษ ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ!” อลันรู้สึกเจ็บแสบขึ้นมาทันที และรู้สึกโมโหคนใต้ร่างมากขึ้น จึงใช้กำลังข่มเหงรุกรานหญิงสาวอีกครั้ง เขาบดขยี้เรียวปากอิ่มสีกุลาบอย่างไม่ปรานี... แล้วเมื่อความจริงปรากฏ สมองของดุจดาวก็พร่าเลือนไปหมด แต่ไฟปรารถนาที่กำลังลุกโชนท่วมร่างแกร่งกำยำของเขา มันกำลังพร้อมที่จะแผดเผาร่างของเธอให้หลอมละลาย อะไรก็หยุดเขาไม่ได้! “คุณพลประภัทร อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัว” “ผมกำลังจะมอบความสุขให้กับคุณ จะกลัวทำไม” แต่คุณกำลังจะข่มขืนฉันอยู่นะ” คนไม่มีทางสู้เริ่มขึ้นเสียง “ผมไม่ได้ข่มขืนคุณสักหน่อย เขาเรียกว่าเรียกร้องสิทธิ์ต่างหาก อย่าลืมสิว่าคุณเป็นลูกหนี้ผม และคุณทำผิดสัญญา คุณก็ต้องชดใช้”
ภาพปกนิยายเรื่อง คนที่ใช่รออยู่ไม่ไกล
9.5
ตลอดเวลาสามปีที่ฉู่ช่านยอมปิดบังฐานะภรรยาอย่างเจียมตัว ท้ายที่สุดเธอกลับถูกสามีสุดที่รักขอร้องให้หลีกทางและยกตำแหน่งนี้ให้หญิงอื่นเพื่อทดแทนพระคุณ ความผิดหวังครั้งใหญ่ทำให้เธอเลือกตัดใจและหย่าขาดจากเขาอย่างไม่ลังเล แต่ทว่าเมื่อสูญเสียเธอไป อดีตสามีกลับเพิ่งรู้สึกตัวและพยายามตามตื๊อขอร้องให้เธอกลับมา ทว่าทุกอย่างกลับสายเกินแก้ เมื่อมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและแสนเย็นชาได้ก้าวเข้ามาปกป้องเคียงข้างเธอ พร้อมทั้งประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในตัวเธออย่างเปิดเผยต่อหน้าเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง เพื่อนที่แปลว่าเมีย
9.2
เมื่อเพื่อนสนิทคิดจะข้ามเส้นความเป็นเพื่อนเพื่อก้าวไปสู่สถานะสามี ความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้นจึงเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก แต่เมื่อถูกตั้งคำถามถึงความรู้สึกรัก เขากลับเลือกที่จะเงียบและตั้งคำถามสวนกลับว่า ความสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งนั้นจำเป็นต้องมีความรักมาเกี่ยวข้องด้วยจริง ๆ หรือ คำตอบนั้นทำให้เธอเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งทันทีว่า สิ่งที่เขาต้องการจากเธอนั้นมีเพียงแค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น โดยไม่มีความรู้สึกรักมอบให้เลยแม้แต่น้อย มิตรภาพที่ปราศจากความรักแต่กลับอบอวลไปด้วยความปรารถนาทางกายในครั้งนี้ จะนำพาพวกเขาทั้งสองคนไปสู่บทสรุปของความสัมพันธ์ในรูปแบบใดกันแน่
ภาพปกนิยายเรื่อง กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love
8.1
โบนิตา หรือ ส้ม วัย 28 ปี เธอกังวลมากกับคำทำนายของยายที่บอกเอาไว้ว่า โบนิตาต้องหาสามีให้ได้ก่อนอายุ 29 ปี ไม่อย่างนั้นเธอจะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต ความคิดในหัวของเธอติดอยู่กับเรื่องนี้ ต้องรีบหาสามีให้ได้ แต่สาวออฟฟิตในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เป็นแค่เพียงหัวหน้าฝ่ายหาลูกค้า ที่วันๆ งานยุ่งหัวฟู เจอแต่กับผู้ชายแก่ๆ ที่มีเมียแล้ว และเพื่อนเกย์ เก้ง กระเทย เธอเริ่มถอดใจ เมื่อวันเกิดครบรอบ 28ปี เธอได้เจอกับเพื่อนรักอย่าง เอมมาลิน อีกครั้ง เอมมาลินสาวมั่นเพื่อนสนิทตอนมอปลายที่ย้ายตามแม่ไปอยู่ประเทศอังกฤษ กลับมาเพื่อพบโบนิตาเพื่อนที่รักที่สุด เอมมาลินกลับมาเพื่อแต่งงาน ปาร์ตี้ก่อนจะสละโสดกับคู่หมั้นหนุ่มจึงถูกจัดเพื่อรำลึกความหลังของเอมมาลินและโบนิตาจึงเกิดขึ้น เรื่องมันก็เริ่มวุ่นตั้งแต่วันนี้แหละค่ะ คำโปรย “สบู่เข้าตา” เธอตะโกนบอกเขา หิรัญเหมือนตื่นจากภวังค์แทบวิ่งเข้าไปหา “ไหนๆ ดูซิ” มือเธอที่ปะเปะไปทั่ว ทำให้ขวดแชมพูขวดสบู่ตกลงไปกองรวมกันอยู่ที่พื้น เขาเอื้อมไปหยิบฝักบัวแล้วยัดเข้าไปในมือ โบนิตารีบยกมันขึ้นล้างใบหน้า สะบัดผมที่เปียกน้ำแบบเบาๆ ‘โอย...’ หิรัญทำท่าเหมือนจะละลาย สายน้ำกระเด็นมากระทบกับผิวหน้าและตัวเขาแต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้สึก กลับจ้องมองใบหน้าของเธอที่ไร้เครื่องสำอางและสะอาดหมดจด ปากแดงระเรื่อเผยอหายใจ เธอขยับตัวทำท่าจะลื่นเพราะเหยียบขวดแชมพู “โอ๊ะ...” เธอส่งเสียงร้อง ร่างเซ ทิ้งฝักบัวในมือทิ้งลงไป ใช้มือป่ายปะจับอะไรหาที่ยึด หิรัญส่งแขนรับร่างของเธอเอาไว้ แต่ไม่ทัน ร่างเล็กๆ ร่วงลงไปกองข้างล่าง ในฝ่ามือของเธอยึดเอาท่อนเนื้อที่เริ่มแข็งตัวเพราะเจ้าของไม่ระวัง ผ้าเช็ดตัวของเขาหลุดลงไปแล้ว “นี่อะไร” คำถามที่ไม่น่าหลุดออกจากปากถามมาเลย ก็เห็นอยู่ว่าเป็นไอ้จ้อนของนายหิรัญเขา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของร่างที่ยังตะลึงไม่หาย ริมฝีปากเล็กๆ ขยับอ้า และส่งสายตาที่เว้าวอน เขาพูดอะไรไม่ออก กำลังตะลึง “นี่นายรู้ไหม ยายของฉันบอกกับฉันว่ายังไง” เธอคงเมาแล้วเพี้ยน ในมือยังกำความเป็นชายของหิรัญเอาไว้เต็มๆ แล้วยังลูบแบบอ่อนโยน โบนิตาสบตากับเขา หิรัญหายใจเข้าออกแรงๆ ได้แต่ส่ายหน้า ตกใจจนพูดไม่ได้ บอกเลยไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต “ยายบอกว่า ถ้าฉันยังไม่มีผัวก่อนอายุ 29 ฉันจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต” ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก... หัวใจของหิรัญเต้นแรง “นายเป็นผัวให้ฉันได้ไหมคืนนี้” ‘อุต๊ะ’ ชายหนุ่มทำตาโต ร้องอุทานอยู่ในใจ ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก... ริมฝีปากเล็กๆ นั้นค่อยอ้ากว้าง ก่อนจะชิดเข้ามาใกล้ “อื้อ...” เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอของหญิงสาว “โอ้ว...” เสียงนี่คือหลุดมาจากปากของหิรัญ ‘OMG มันคือดีอ่ะ’ เขาหลับตาพริ้ม
ภาพปกนิยายเรื่อง รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
9.8
ใบพลูต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากการถูกออสติน ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเข้ามาบงการชีวิตและเอารัดเอาเปรียบราวกับเธอไม่มีจิตใจ แม้ภายนอกเขาจะแสดงออกอย่างเย็นชาและควงผู้หญิงคนอื่นไม่ซ้ำหน้าเพื่อประชดประชัน แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมอันร้ายกาจเหล่านั้นเป็นเพียงวิธีแสดงออกที่ผิดเพี้ยนเพื่อดึงดูดให้เธอมาอยู่ใกล้ชิดเขาเท่านั้น ท่ามกลางการกดขี่ที่ต้องยอมจำนน ใบพลูไม่เคยล่วงรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากวายร้ายที่แสนโหดร้ายนี้ เมื่อไหร่กันที่เขาจะยอมเปิดเผยความรู้สึกรักที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ออกมาให้เธอได้รับรู้เสียที
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาสุดที่รัก นายน้อยฟู่ทุ่มเทสุดหัวใจ
9.6
มู่เชียนต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปพร้อมกับการจากไปของผู้เป็นพ่อ ทั้งยังถูกคนรักและน้องสาวร่วมมือกันทรยศอย่างเจ็บแสบ สามปีต่อมาเธอตัดสินใจกลับมาอีกครั้งเพื่อทวงคืนบ้านของตระกูล จนเป็นเหตุให้ได้พบกับฟู่จินเฉิง มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่เข้ามาพัวพันในชีวิต แม้การแต่งงานระหว่างเขาและเธอจะเป็นเพียงข้อตกลงบังหน้า แต่เขากลับเดินหน้ารุกจีบจนหัวใจของเธอเริ่มสั่นคลอน ยิ่งใกล้ชิดกันมากเท่าไร ฟู่จินเฉิงก็ยิ่งเผยความลับเรื่องลูกที่ซ่อนไว้ โดยมีเจ้าตัวน้อยคอยเชียร์เพราะอยากมีน้องชาย แผนการทวงแค้นครั้งนี้จึงแปรเปลี่ยนเป็นเส้นทางความรักที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้