APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ดาวคะนึงรัก

ดาวคะนึงรัก

เมื่อเนตราฟื้นขึ้นมาพร้อมกับสูญเสียความทรงจำไปเกือบหมด เหลือเพียงภาพจำในอดีตสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น สิ่งที่ทำให้เธอต้องสับสนยิ่งกว่าเดิมคือการปรากฏตัวของชวินทร์ ชายหนุ่มที่คอยดูแลอยู่ข้างๆ ซึ่งบอกความจริงชวนอึ้งว่าเขากับเธอกำลังคบกันอยู่ ยิ่งในสถานการณ์ที่เธอกำลังมึนตง เขากลับยิ่งพยายามรุกคืบและขยับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น จนเนตราเริ่มเคลือบแคลงใจว่าผู้หญิงแสนธรรมดาอย่างเธอจะมาลงเอยกับเพลย์บอยชื่อดังระดับตัวพ่อแบบเขาได้อย่างไร หรือว่าเบื้องหลังความรักที่ดูไม่เข้ากันนี้จะมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

โน้ตเป็นชื่อเล่นชวินทร์ ดาวเป็นชื่อเล่นเนตรา เธอกับเขาเป็นเพื่อนร่วมเรียนสาขาเดียวกันในมหาวิทยาลัย

ชวินทร์มีชีวิตเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ รูปร่างหน้าตาดี ฉลาด เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน รวย มีแฟนสวย เพื่อนๆ รัก

ส่วนชีวิตเนตราขึ้นต้นเหมือนจะดี แต่แล้วกลับเคว้งคว้างดังว่าวหลุดลอย พ่อแม่เสียตอนอยู่ปีสอง ดีที่ได้ทุนการศึกษาของญาติชวินทร์มาช่วยเหลือ

หน้าตาเธอ หากจัดอันดับแล้วอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่สวยขนาดมีหนุ่มแปลกหน้ามาขอเบอร์ ยังพอมีหนุ่มชวนไปดูหนังกินไอศรีมบ้างปีละครั้งสองครั้ง

เนตราเคยคิด หากตัวเองเป็นดาวได้ เขาคงเป็นเดือน ส่องแสงสีเงินยวงให้เย็นใจ กลางคืนอวดโฉมกระจ่างฟ้า เหมือนสัมผัสได้แต่เอื้อมไม่ถึง เพราะเดือนอยู่สูง ไกลลิบ

ดาวที่น่าจะมาจากดาวทะเลและเป็นคนอย่างเธอจึงได้แต่แหงนมองเขาคอตั้งบ่า มันคงเป็นเพียงอาการปลื้มคนหล่อ หากวันหนึ่งเดือนไม่เคลื่อนมาใกล้ เขาและเธอจำต้องจับกลุ่มรายงานด้วยกัน

เนตราที่เพิ่งเสร็จงานศพพ่อแม่มาเรียนด้วยอารมณ์หดหู่ พ่อแม่ทำประกันปิดหนี้บ้านไว้ก็จริง แต่หักลบกลบหนี้แล้วเงินไม่พอให้เธอเรียนจบแน่ ระหว่างกำลังเหม่อลอย ชวินทร์ก็มาอยู่ตรงข้าม

“ดาวโอเคไหม”

คำถามสั้นๆ ง่ายๆ กระแทกใจเธออย่างจัง เนตราจำได้ว่าตัวเองนั่งร้องไห้ต่อหน้าเขา ...ก็ในสายตาเธอคิดว่าเห็นเขาคนเดียวล่ะนะ ชวินทร์ส่งทิชชู่หลายแผ่นให้ ก่อนเล่าเรื่องทุนการศึกษา

“ญาติเราเขาฝันไม่ดี อยากทำบุญสะเดาะเคราะห์ แต่ได้อะไรที่เป็นประโยชน์ยืนยาวเลยจะให้เป็นทุนการศึกษา ดาวลองยื่นเรื่องขอดูสิ”

เนตรายื่นขอแล้วก็ได้จริงๆ เธอขอบคุณชวินทร์เสียมากมาย

“ไม่เห็นไร ญาติเราเห็นคุณสมบัติดาวครบตรงใจ เลยให้คุณ

วันนั้นดอกไม้น้อยๆ ได้เริ่มเติบโตในใจเนตรา โดยมีความปลาบปลื้มเป็นน้ำหล่อเลี้ยง

ปุ๋ยชั้นดีคือเรื่องราวของเขา ก่อนเหี่ยวลงด้วยข่าวเขามีแฟน และออกดอกออกผลเป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ซึ่งนำความร้าวรานมาสู่เธอ

เนตรายังจำแววตาเขาในเช้าวันนั้นได้ เย็นชา ห่างเหิน ไว้ตัว คิดว่าความเป็นเพื่อนคงสิ้นสุดแล้ว แต่ทำไมกลายเป็นเขาและเธอเป็นแฟนกัน

เธอใช้เวลาคิดเรื่องนี้ทั้งวันจนสมองสับสนไปหมด เย็นย่ำตะวันคล้อยตัวต้นเหตุก็กลับมา ไหล่สะพายกระเป๋าเป้ มือถือกล่องขนมเค้ก

“กินอาหารโรงพยาบาลหลายมื้อผมกลัวดาวเบื่อเลยซื้อมาให้”

ครีมบนเค้กสตรอว์เบอร์รี่ชอตเค้กว่าฟูแล้ว ใจเนตราฟูยิ่งกว่า ความอาทรนี้มีแด่เธอคนเดียว ไม่ต้องแบ่งปันกับเพื่อนคนอื่นเหมือนสมัยมหาวิทยาลัยที่เขาซื้อของมาเลี้ยง

“หมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไร”

เธอถามแก้เก้อ รู้สึกตัวเองชักจะมองเขามองไปแล้ว ชวินทร์หยิบรีโมทโทรทัศน์มาครอง

“วันพรุ่งนี้”

กดไล่ดูรายการทีละช่อง เมื่อเห็นไม่มีอะไรน่าสนใจ ก็วางคืนกลับให้บนเตียง เปิดเป้หยิบโน้ตบุคออกมา เธอคาดว่าเขาทำงาน สังเกตจากหัวคิ้วขมวดเคร่ง เธอละเลียดทานเค้กหวานละมุน ตาลอบพินิจเขา

เนตราเป็นแฟนกับเขาจริงๆ นะหรือ ใครเป็นคนขอเป็นแฟนก่อน คบกันเป็นแฟนขั้นไหน อยู่ด้วยกันหรือแยกบ้าน

“เค้กอร่อยมากเหรอ ไว้ผมจะซื้อให้ใหม่

ชวินทร์ทักเมื่อเห็นเนตราใช้ส้อมกวาดอากาศบนกระดาษในกล่องเค้กมาหลายรอบแล้ว

“อืม...อร่อยดี”

เธอสะดุ้งนิดๆ หันเหบทสนทนาคุยเรื่องอื่น

“ว่าแต่นายเห็นมือถือฉันไหม”

“ตอนพาดาวมาโรงพยาบาลมัวแต่รีบ ไม่ทันได้สังเกตอะไร ไว้ผมจะไปหาให้อีกที”

ชวินทร์ละสายตาจากคอมพิวเตอร์ วางมันลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นเดินมาหาเธอ เขาหยิบกล่องเค้กไปทิ้งถังขยะ และพับโต๊ะทานอาหารให้เธอ

กริยาเขานุ่มนวลไปหมด ยามหยิบจับอะไร ชวินทร์สวมเชิ้ตขาวพับแขนถึงข้อศอก คอปลดกระดุมเห็นแผงอกล่ำวับแวบ กลิ่นตัวก็หอมเหมือนกลิ่นฝนตกใหม่

“ดาวมองผมทำไม อยากได้อะไรเหรอ”

อยากได้นาย เอ๊ย! เนตราส่ายศีรษะเรียกสติ

“เปล่า ไม่ได้มอง”

“คนบางคนโกหกแล้วหูจะแดง”

เธอยกมือขึ้นปิดหูอัตโนมัติ คิดในใจว่าคงไม่ใช่แค่หูแล้วล่ะที่จะแดง

“มองผมนานๆ เดี๋ยวความหล่อจืดหมด”

“หลงตัวเอง มันมีรสด้วยหรือความหล่อน่ะ”

เอาล่ะ! เธอกำลังจะเพลี่ยงพล้ำเขา ชวินทร์จับได้ว่าเธอสนใจเขามาก แต่เนตราไม่ยอมเฉยให้เสียหน้าไปเปล่าๆ

“แล้วดาวอยากชิมไหมล่ะ”

มือแข็งแรงเชยคางเนตราขึ้น สบแววตาที่มาดมั่นเสียเหลือเกินของเขา เธอรู้สึกอึดอัด ในอกจะระเบิด หายใจทางจมูกไม่ทันจนกลายเป็นเผยอปาก

“จะว่าไปผมก็ยังไม่ทันได้ชิมเค้กเลย ไม่รู้หวานสักแค่ไหน”

และแล้วเดือนก็เคลื่อนมาใกล้ แนบชิดสนิทแน่นดาวทะเลเช่นเธอ เนตราเคยจูบครั้งเดียวในชีวิต

รสไม่หวานเหมือนนิยายรัก แต่อ่อนนุ่ม อุ่น เจือกลิ่นเหล้า จูบที่อีกฝ่ายไม่เห็นพ้องด้วย

นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสริมฝีปากผู้ชาย เธอจำได้ถึงความแข็งแกร่งของเขาปะทะความอ่อนนิ่มของเธอ

อุณหภูมิที่ทิ้งรอยอ้อยอิ่งระหว่างผิวทั้งสอง ในช่องท้องปั่นป่วนเหมือนมีผีเสื้อสักล้านตัวกระพือปีกอยู่ข้างใน

จูบเดียวเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบความสัมพันธ์ฉันเพื่อน และจูบสองที่ไม่ทันตั้งตัว เธอสะดุ้ง ก้นเลยขอบเตียงไปเกินครึ่ง ดีที่วงแขนชวินทร์รัดรอบไว้ทัน

“ขนมเค้กหวานจริงๆ ด้วยแฮะ”

ชวินทร์เลียริมฝีปาก เหมือนเด็กอาลัยอาวรณ์รสชื่นของน้ำตาล

“นายทำงี้ ทำไม”

เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในนิยายสักเรื่อง ประเภทนางเอกโดนลักจูบ อยากตบแต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย

ดวงตาที่แหงนมองเขานั้นมีน้ำคลอหน่วย สองมือยกขืนตัวออกจากวงแขนรัดแน่นเหมือนงูเหลือมรัดเหยื่อ

“ไม่รู้สิ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ” งูเหลือมเอ๊ย! ชวินทร์ตอบหน้าตาย

“แล้วมาจูบฉันทำไม”

“... ก็เราเป็นแฟนกัน” เขาพึมพำอยู่เรือนผมยุ่งๆ ของเธอ

“แต่ไม่ใช่ให้มารุ่มร่ามแบบนี้”

“ใช้คำเชยจัง”

“นายอย่ามาลวนลามฉัน”

“แรงนะนั่น ฟังแล้วเหมือนผมเป็นพวกโรคจิต” เขาชะงัก ทำเสียงฮึ ในลำคอ

“ก็ใช่ไหมล่ะ นายทำอะไรโดยฉันไม่ยินยอม”

เนตราพยายามเปลี่ยนความรู้สึกอยากจะร้องไห้เป็นฮึดสู้ ไม่สนล่ะว่าเธอกับเขาขณะนี้มีสถานะเป็นอะไรกัน แต่เธอความจำเสื่อม ควรได้ความปลอดภัย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

“ห้ามแตะต้องฉันอีก”

ชวินทร์ปล่อยวงแขนหลวมๆ มองเธอนิ่ง ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“หมายถึง ฉันยังไม่พร้อม ความทรงจำยังไม่กลับมา มันสับสนไปหมด”

เนตราโน้มน้าวให้เขาเชื่อ ตามสมองจะคิดได้ ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เหมือนกัน กลัวเขาจะโกรธ ก็ตอนนี้เธอยังพึ่งเขาอยู่นะ

“ผมเข้าใจ ผมขอโทษ”

ชวินทร์ถอนหายใจยาว ลุกขึ้นจากเตียง ปล่อยเธอเป็นอิสระ จัดท่านอนและคลุมผ้าห่มให้

“พักผ่อนซะเถอะ พรุ่งนี้ผมจะมารับ”

ชวินทร์กลับออกไปพร้อมกับอาการปวดหนึบในศีรษะ จนเธอต้องขอยาแก้ปวดจากพยาบาล ค่อยช่วยบรรเทาจนหลับ ในฝันเนตรานั่งอยู่บนม้านั่งใต้ซุ้มเฟื่องฟ้าสีชมพูสดหน้าบ้าน

ใครบางคนจับมือเธออยู่ เนตรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยก่อนภาพจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นชวินทร์ในชุดนักศึกษา และแววตาห่างเหินเหมือนในเช้าวันนั้น

เนตราสะดุ้งตื่น แล้วหลับไม่ลง จนต้องขอยานอนหลับอีกรอบ นั่นแหละเธอจึงหลับลึกจนไม่ฝันอีกเลย

หมอให้เนตราออกจากโรงพยาบาลในวันต่อมา ชวินทร์เอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน ในนั้นมีบราเซียร์สีฟ้าและกางเกงในสีเดียวกันลายจุด ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

เขารู้ว่าเธอชอบสีอะไร เขาเข้านอกออกในบ้านกระทั่งรู้จักตู้เสื้อผ้าในห้องนอน แต่เธอตอนนี้สิ รู้จักเขาแค่ในนามเพื่อนและคนที่แอบรัก

ไม่เอาละ... เธอจะไม่คิดมาก ให้สมองฟื้นฟูตัวเอง หมอบอกเองนี่ว่าความทรงจำเธอต้องกลับมาสมบูรณ์พร้อมในสักวัน เนตราปลอบตัวเองอย่างมีความหวัง

ชวินทร์ยังชอบรถสปอร์ตเหมือนเดิม คราวนี้เปลี่ยนจากสีแดงเป็นดำจากยี่ห้ออิตาลีเป็นเยอรมัน เขาไม่ได้พากลับบ้าน รถคันงามเลี้ยวเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง

“นายพาฉันมาที่ไหน”

เธอเหลียวซ้ายแลขวาตลอดทางที่เขาขับขึ้นลานจอดรถ มีรถจอดอยู่ไม่กี่คัน ล้วนเป็นยี่ห้อแพงๆ ไม่ค่อยเห็นวิ่งบนท้องถนน

“คอนโดผม” เขาปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยตัวเอง แล้วเอื้อมมาทำให้เธอด้วย

“ดาวยังไม่แข็งแรง อยู่ที่นี่สะดวกกว่า”

“ฉันอยากกลับบ้าน”

“ที่บ้านห้องคุณอยู่ชั้นบน เดินขึ้นลงลำบาก เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำไง”

“ฉันโทรบอกนายก็ได้” เธอพยายามหาเหตุผล

“ถึงตอนนั้นจะใช้โทรศัพท์ได้เหรอ”

“แล้วถ้าฉันเป็นอะไรตอนอยู่ที่นี่ ระหว่างนายไปทำงาน” เธอยังไม่ยอมแพ้อยู่ดี

“อย่างน้อยผมก็กลับมาเจอพาส่งโรงพยาบาลได้เร็วกว่าบ้านดาว”

ระหว่างทางเธอเห็นแล้วว่าคอนโดเขาอยู่ในเมือง ใกล้ทั้งสรรพสินค้าและรถไฟฟ้า โรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกล

ผิดกับบ้านเธอ อยู่ชานเมือง เงียบสงบ ห้างที่ใกล้ที่สุดต้องขับรถไปประมาณครึ่งชั่วโมง โรงพยาบาลไม่ต้องพูดถึง ขับไปห้าสิบนาทีอย่างต่ำ

“คนอื่นเขาจะคิดยังไงที่เราอยู่ด้วยกัน” เนตราพยายามหาเหตุผลอื่นมาจนได้

“จะคิดยังไงก็ช่างเขา ถ้าดาวเป็นอะไรไป คนอื่นไม่ได้มาช่วยดูแลเสียหน่อย”

ก็จริงนั่นแหละ เธอป่วยตั้งหลายวัน มีแต่ชวินทร์มาดูแล

“แล้วฉันต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน”

“สักสองอาทิตย์ หลังไปฟอลโลว์อัพอาการกับหมอค่อยคิดเรื่องนี้กันอีกที”

ชวินทร์หยิบกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมาจากเบาะหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของเนตรา เพราะพลาสติกสีเทาเข้มดูไม่เข้ากับบุคลิกคนถือเอาเสียเลย

คอนโดมิเนียมชวินทร์เป็นห้องเพ้นท์เฮ้าส์ มีหน้าต่างกว้างมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

ห้องรับแขกมีโซฟายาวและโทรทัศ์จอใหญ่ ประตูห้องต่างๆ เป็นไม้แข็งแรง ยกเว้นประตูกระจกสีขุ่นที่เดาว่าเป็นครัว

“ดาวใช้ห้องนี้นะ”

เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนที่มีเตียงเดี่ยว คลุมด้วยผ้าห่มสีเทา ข้างกันเป็นโต๊ะหัวเตียง ถัดไปเป็นตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อิน

“ห้องผมอยู่ข้างๆ มีอะไรเรียกได้ หิวไหม เดี๋ยวสั่งอาหารมากินกัน ดาวอยากกินอะไร”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ไอ้เสือ-ของผม
6.8
ชีวิตของเด็กกำพร้าพลิกผันเมื่อมาเฟียรับอุปการะเป็นน้องชาย ความใกล้ชิดก่อเกิดเป็นความรักจนตกลงสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน ทว่าความสุขกลับพังทลายเมื่อชายที่เขารักที่สุดใช้ความรุนแรงและนอกใจอย่างไร้ความปรานี เขาจึงตัดสินใจอุ้มลูกน้อยหนีออกจากกรงทองเพื่อแสวงหาอิสรภาพและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางหัวใจที่บอบช้ำ โชคชะตากลับนำพานายแบบภาพเปลือยชื่อดังเข้ามาพัวพัน การพบกันครั้งนี้ได้สั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตายและเปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ภาพปกนิยายเรื่อง ไปละนะ ผัวค่ะ
8.1
จิ่งเหยียนต้องเผชิญกับมรสุมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ทว่าเขาไม่ได้ยืนหยัดอย่างเดียวดาย เมื่อเพื่อนรักก้าวเข้ามาเป็นที่พึ่งพิงทางใจ เธอรู้ดีว่าเวลานี้ตนเองคือโลกทั้งใบของชายหนุ่ม แม้อุปสรรคข้างหน้าจะหนักหนาสาหัสเพียงใด หญิงสาวก็ฝืนยิ้มและยืนกรานที่จะไม่ทอดทิ้งเขา เธอให้คำมั่นว่าจะขอแบ่งปันความเจ็บปวด เคียงข้างในทุกการต่อสู้ และไม่ยอมให้เขาต้องทนทุกข์เพียงลำพังอีกต่อไป สายใยความผูกพันนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่จะนำพาทั้งสองให้ก้าวข้ามบททดสอบอันแสนโหดร้ายนี้ไปพร้อมกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูของข้า
7.6
การเดินทางข้ามมิติสู่โลกแปลกตาได้พลิกผันชีวิตเธอให้กลายเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แม้ฐานะใหม่จะดูหรูหราแต่ความจริงกลับไม่ได้สวยงามเช่นนั้น ความปรารถนาที่จะมีชีวิตสงบสุขพังทลายลงเมื่อเธอต้องพบกับวิกฤตการณ์ที่ย่ำแย่กว่าเดิม ซ้ำร้ายยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลและถูกประณามอย่างรุนแรงว่าเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ คำวิจารณ์ถึงความล้มเหลวคอยทิ่มแทงจิตใจอยู่เสมอ ในดินแดนที่เต็มไปด้วยขวากหนามและความขัดแย้งนี้ เธอจำต้องหาทางเอาตัวรอดและก้าวผ่านอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องให้จงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักเธอมาใช้หนี้
9.0
ชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งต้องพบเจอกับบททดสอบอันแสนโหดร้าย มรสุมแห่งความยากลำบากพัดกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ทว่าสิ่งเหล่านั้นไม่อาจดับไฟแห่งความหวังที่ลุกโชนอยู่ในใจของเธอได้ เธอเปรียบดั่งลูกนกตัวเล็กที่กำลังอดทนรอคอยช่วงเวลาสำคัญในการผลัดขน แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรคที่หนักหนาสาหัส เธอก็พร้อมที่จะก้าวข้ามผ่านมันไป ความมุ่งมั่นอันแรงกล้านี้คือพลังที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอให้กลายเป็นหงส์ที่สวยสง่าและทรงคุณค่า เธอจะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่บีบคั้น แต่จะใช้ความอดทนทั้งหมดที่มีเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนที่งดงามที่สุด และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสำเร็จในบั้นปลายชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง แฟนฉันเป็นทนาย
9.6
เมื่อเผลอมีใจให้คนรักของเพื่อนสนิท เธอจึงเลือกเดินจากไปอย่างเงียบงันเพื่อรักษามิตรภาพและหลีกหนีความผิดบาป ทว่าสี่ปีผ่านไป โชคชะตากลับนำพาให้เธอต้องหวนกลับมาพบพวกเขาอีกครั้งในวันที่สถานการณ์รอบตัวแปรเปลี่ยน การเผชิญหน้าหนนี้ปลุกความทรงจำที่ถูกฝังลึกให้ฟื้นคืน พร้อมกับบททดสอบหัวใจที่ซับซ้อนและหนักหน่วงกว่าเดิม ท่ามกลางกำแพงแห่งศีลธรรม ความถูกต้อง และความผูกพันที่ยังคงเหนี่ยวรั้งเอาไว้ เธอต้องหาทางออกให้กับความรู้สึกที่สับสน ว่าจะยอมถอยหนีอีกครั้ง หรือกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความต้องการเบื้องลึกของหัวใจตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง นางเซี่ย
9.2
เพื่อเป็นเสาหลักแห่งจวนจงหย่งโหว เซี่ยฟางหวาวัยเจ็ดขวบยอมทิ้งความสบายไปฝึกวิชากับองครักษ์เงา แปดปีต่อมานางถล่มค่ายฝึกจนสิ้นซากแล้วลอบเข้าเมืองหลวง ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อเผชิญหน้ากับฉินเจิง อ๋องน้อยแห่งจวนอิงชินอ๋อง การพบกันเพียงชั่วครู่ร้อยรัดนางไว้จนไม่อาจคืนสู่ฐานะเดิมได้ สตรีผู้แตกฉานทั้งกลยุทธ์และศาสตร์การแพทย์ถูกบีบให้ต้องสวมรอยเป็นสาวใช้ใบ้ข้างกายเขา แม้นางจะเก่งกาจไร้ผู้ต้าน แต่เมื่อต้องรับมือกับอ๋องน้อยผู้นี้ นางกลับต้องเผชิญความมืดแปดด้านและไร้หนทางจะดิ้นหลุดไปได้