APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

เรื่องราวของ ฉีอันหนิง บุตรสาวเจ้าเมืองตงหลางผู้เก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊ ความฉลาดเฉลียวและแสนซนของนางได้ตราตรึงใจ ซ่งมู่เฉิน หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ดำผู้เป็นพี่ชายของสหายสนิท ท่ามกลางภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องแผ่นดินและดูแลความสงบสุขของราษฎร์ ความใกล้ชิดได้ถักทอความผูกพันของทั้งคู่ให้กลายเป็นความรักอันลึกซึ้ง เส้นทางรักท่ามกลางความวุ่นวายของบ้านเมืองครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร ร่วมลุ้นไปกับการผจญภัยที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและหัวใจที่รักมั่นคงใน ยอดหญิงแห่งตงหลาง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เทศกาลโคมไฟวันหยวนเซียว ใต้เท้าฉีและฉีฮูหยินได้พาบุตรชายและบุตรีไปเที่ยวภายในงาน พี่ใหญ่มีหน้าที่คอยดูแลน้องๆ ช่วยบิดาและมารดา แต่ทว่าความชอบของเด็กๆ นั้นต่างกัน บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาจึงได้รับมอบหมายให้ดูแลคุณชายทั้งสามและคุณหนูห้ามละสายตา

พี่ใหญ่กับน้องเล็กอยากไปดูการละเล่นต่างๆ เช่นการโยนลูกศรให้ลงเป้าและการประลองหมากล้อมที่ใช้สติปัญญาในการเล่น ส่วนพี่รองกับพี่สามนั้นอยากไปชื่นชมการต่อบทกวี และฟังดนตรี ทั้งสี่คนจึงแยกเป็นสองกลุ่ม ฉีอันหนิงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับการได้ออกมาเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟวันหยวนเซียวซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกของนาง

“ท่านพี่ใหญ่เจ้าคะ เราไปดูหมากล้อมกันก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ” เสียงเล็กเอ่ยถามดังขึ้นมาแข่งกับเสียงของดนตรีที่บรรเลงดังอยู่ไม่ไกล

“ดีสิ ไปกันเถิดน้องสี่”

พี่ใหญ่มิได้ขัดใจน้องสาวตัวน้อย เขาจูงมือเล็กของนางเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปที่วงหมากล้อมพร้อมกับบ่าวที่เดินตามหลังมาถึงสี่คน

หมากล้อมวงนี้กำลังประลองสติปัญญาการเดินหมากกันอยู่อย่างสนุกสนาน ฉีอันหนิงมองการประลองตรงหน้าด้วยความสนใจ พลางคิดการวางหมากไปพร้อมๆ กับผู้ที่กำลังประลองอยู่ ฉีอันหลงที่ยืนอยู่เคียงข้างกับน้องสาวยกมือขึ้นมาลูบคางของตนเองพลางครุ่นคิดแนวทางการวางหมากตรงหน้าเช่นเดียวกัน แต่ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังจมอยู่กับความคิดอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นจากทางด้านข้าง

“อันหนิง เจ้ามิอยากลองเล่นหรือ” เสียงหวานที่ดังขึ้นไม่ไกลทำให้นางหันไปมอง

“อ้าว…ก็นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็ฉินหรงนี่เอง” ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือผู้ใด

“คารวะท่านพี่อันหลงเจ้าค่ะ” เด็กหญิงมิลืมที่จะเอ่ยทักทายพี่ชายของฉีอันหนิง

“ตามสบายเถิด” ฉีอันหลงบอกเท่านั้นก่อนที่จะสนใจมองการแข่งขันหมากล้อมต่อไปโดยมิได้สนใจสหายตัวน้อยของน้องสาวอีก

“แล้วเจ้าจะเล่นหรือไม่อันหนิง” คุณหนูสกุลซูเอ่ยถามฉีอันหนิงออกมาอีกครา

“ผู้ใหญ่เขาเล่นกันอยู่ มิใช่เด็กเช่นเราจะเล่นได้ แค่มองดูก็พอแล้ว”

ตอบออกมาจบประโยคก็หันหน้ากลับไปมองการแข่งขันตรงหน้าแล้วเลิกสนใจสหายที่สำนักศึกษาผู้นี้อีก

ซูฉินหรงพอเห็นว่าคนตรงหน้ามิได้สนใจไยดีตนอีก นางจึงเดินจากไปด้วยใบหน้าที่เง้างอเพราะคนที่นางสนใจกลับไม่สนใจนาง ถ้ามิใช่เพราะบิดาและมารดาแนะนำให้นางตีสนิทและเป็นสหายกับฉีอันหนิงให้ได้ ป่านนี้นางคงจะเมินคุณหนูสี่แห่งสกุลฉีที่แสนฉลาดผู้นี้ไปแล้ว

“มิใช่สหายที่สนิทของน้องหรอกหรือ” ฉีอันหลงเอ่ยถามน้องสาวออกมา แต่ทว่าสายตาของเขาก็เอาแต่จดจ้องการแข่งขันหมากล้อมตรงหน้าด้วยความสนใจ

“มิใช่หรอกเจ้าค่ะ นางอยากสนิทกับน้อง แต่น้องมิอยากสนิทกับนาง” คนฟังถึงกับหัวเราะออกมาในลำคอ

“พี่เห็นเจ้ามีสหายคนสนิทอยู่เพียงแค่สองนางเท่านั้นใช่หรือไม่”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ มีแค่เจียวซินกับซูซูเท่านั้น” ฉีอันหนิงตอบก่อนที่สองพี่น้องจะพากันเงียบไปเพราะกำลังสนใจการแข่งขันตรงหน้าที่ใกล้จะรู้ผลผู้แพ้ผู้ชนะเต็มที

“ผิดแล้ว!!!”

สองพี่น้องอุทานขึ้นมาพร้อมกัน เมื่อฝ่ายบุรุษชุดน้ำเงินวางหมากล้อมลงไปบนกระดาน สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมา

“เจ้าเล่นหมากล้อมเป็นด้วยหรืออันหนิง" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ กันกับเด็กหญิง

“เจียวซิน!! อือ…ข้าเล่นเป็น”

คนถูกถามอุทานออกมาเมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาทักทายนางเป็นผู้ใด ก่อนที่จะส่งยิ้มให้อีกฝ่ายและตอบออกมา

“อืม…. เจียวซินนี่คือท่านพี่อันหลง พี่ใหญ่ของเราเอง” อันหนิงมิลืมที่จะแนะนำสหายสนิทให้รู้จักพี่ใหญ่ของตน เด็กหญิงคำนับพี่ชายของเพื่อนสนิท

“คารวะท่านพี่อันหลงเจ้าค่ะ”

“ตามสบายเถิดน้องหญิง”

พอได้ยินชื่อ ฉีอันหลงก็พอจำได้ว่าเด็กหญิงผู้นี้นั้นเป็นสหายคนสนิทของน้องสาวของตน เขาจึงเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเองและส่งยิ้มให้กับนาง

บุรุษร่างสูงโปร่งวัยสิบสามยืนเด่นเป็นสง่า ข้างๆ กันมีเด็กหญิงที่มีหน้าตาน่ารักน่าชังยืนเคียงกันอยู่ ทั้งสามกำลังยืนลุ้นผลของการแข่งขัน ก่อนที่จะจบลงในเค่อเดียว สองพี่น้องพากันส่ายใบหน้าไปมาพร้อมกัน ซ่งเจียวซินที่มองเห็นอากัปกิริยาของสองพี่น้องถึงกับแอบขำออกมา

“มีผู้ใดอยากจะลองอีกไหม” เสียงของบุรุษที่แข่งขันชนะเอ่ยออกมาอย่างท้าทาย

“พี่ใหญ่ ลองสิ…เดี๋ยวน้องคอยช่วย” น้องเล็กรีบบอกพี่ชายทันทีเมื่อเห็นท่าทางหยิ่งผยองของอีกฝ่าย

“จะดีเหรอน้องสี่” ฉีอันหลงเอ่ยถามน้องด้วยความไม่แน่ใจ เพราะถ้าหากแพ้คงจะเสียชื่อสกุลฉีเป็นแน่

“ดีเจ้าค่ะท่านพี่ ท่านเชื่อข้าเถิด ด้วยสติปัญญาของท่านรวมกับของข้าแล้ว ข้ามั่นใจว่าพวกเราจะมิทำให้สกุลฉีขายหน้าเป็นแน่”

คำตอบที่จริงจังของน้องสาวทำให้พี่ชายคนโตมั่นใจ เขาจึงเสนอตัวแต่ทว่าขอให้เขาและน้องสาวได้ช่วยกัน อีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เป็นเด็กจึงไม่ขัดข้อง ซ่งเจียวซินยืนให้กำลังใจพี่ชายของสหายและสหายที่นางสนิทอย่างชิดติดขอบ

ร่างสูงของเด็กชายวัยสิบสามปีนั่งลงบนเก้าอี้ประจันหน้ากับอีกฝ่ายที่ดูมีอายุมากกว่าถึงสิบกว่าปี นัยน์ตาคมกล้าของฉีอันหลงเป็นประกายขึ้นมาเมื่อมองไปยังคนที่ยืนส่งเสียงให้กำลังใจเขาและน้องสาว บ่าวทั้งสี่นั้นมิได้เอ่ยห้ามอันใดเพราะรู้ดีถึงฝีมือการเล่นหมากล้อมของสองพี่น้อง

“เริ่มเลยดีกว่านะเจ้าคะ อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย”

ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาก่อนที่จะได้รับสายตาเยาะหยันแกมดูถูกของอีกฝ่าย เกมการแข่งขันหมากรุกที่มิได้มีเดิมพันอันใดนอกจากชื่อเสียงและหน้าตาของตระกูลเริ่มต้นขึ้นอย่างที่ฉีอันหนิงต้องการ อีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มเกมก่อน

ฉีอันหลงวัยสิบสามปีแต่ทว่ามีท่าทีสุขุม ใบหน้าของเขามิได้ฉายแววแห่งความกังวลออกมาแม้แต่เพียงเศษเสี้ยว ผู้ที่มามุงดูการแข่งขันหมากล้อมเพิ่มมากขึ้น เพราะต่างก็ให้ความสนใจกับการประลองในครั้งนี้

“ลำบากท่านแล้ว”

ริมฝีปากเล็กยกยิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินผู้เป็นพี่ชายเอ่ยประโยคนี้ บุรุษหนุ่มที่มีความมั่นใจอยู่ก่อนหน้าเกิดความระแวงขึ้นมาทันทีเมื่่อเห็นว่าอีกฝ่ายวางหมากโดยใช้สติปัญญาเข้าช่วย เขาพยายามสงบแล้วแท้ๆ แต่ก็มิอาจต้านทานความเก่งกาจของเด็กชายตรงหน้าได้ ไหนจะเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนเคียงข้างคอยช่วยพี่ชายของนางอีก

“เก่งจริงๆ หนูน้อยทั้งสอง เจ้าเป็นลูกหลานจากตระกูลใดกันหรือ” ผู้คนที่มามุงดูการประลองในครั้งนี้เอ่ยถามขึ้นมาอย่างสนใจ

“คุณชายใหญ่กับคุณหนูสี่ของพวกข้าเป็นบุตรชายคนโตและบุตรีคนเล็กของใต้เท้าฉีและฉีฮูหยิน”

พอได้ยินเช่นนั้นเสียงปรบมือก็ยิ่งดังขึ้นไปอีก มีผู้ใดบ้างในเมืองตงหลางจะมิรู้จักสกุลฉี เพราะใต้เท้าฉีที่ว่าก็คือเจ้าเมืองตงหลาง เจ้าเมืองที่ทำหน้าที่เจ้าเมืองได้อย่างดีเยี่ยม จนชาวเมืองต่างยกย่องให้เขาเป็นขุนนางที่มีความตงฉิน ซื่อสัตย์ สุจริตเห็นแก่ส่วนรวมของบ้านเมือง

“คุณชายกับคุณหนูทั้งสองช่างเก่งกาจนัก ข้าน้อยขออภัยที่ใช้วาจาล่วงเกิน ข้าน้อยยอมรับความพ่ายแพ้” บุรุษที่เป็นคู่ประลองเอ่ยออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาขออภัยสองเด็กน้อย

“มิเป็นไรหรอก ท่านก็เก่ง เพียงแต่ท่านต้องมีสติและรู้จักถ่อมตนมากกว่านี้”

ฉีอันหลงเอ่ยออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วจูงมือน้องสาวเดินออกจากวงหมากล้อมไปท่ามกลางเสียงชื่นชมจากเหล่าผู้ที่มามุงดูการประลอง โดยมิลืมที่จะคว้ามือสหายคนสนิทของน้องสาวที่ยืนปรบมือให้เขาและน้องสาวเมื่อครู่ให้เดินออกมาจากวงหมากล้อมนั้นด้วย

“ท่านพี่อันหลงกับอันหนิงจะไปที่ใดกันต่อหรือเจ้าคะ” ซ่งเจียวซินเอ่ยถามพี่ชายคนโตของสหายคนสนิท

“พี่จะพาน้องหญิงสี่ไปโยนศร น้องเจียวซินอยากไปกับพวกเราด้วยหรือไม่” เขาตอบนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านกับนายหญิงให้กลับไปหาที่โรงเตี๊ยมอู่เซียว” สาวรับใช้ที่ติดตามคุณหนูรองมาเอ่ยทักท้วงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าคุณหนูนั้นอยากจะติดตามสหายสนิทไป

“อ้อ… อืม อันหนิง ข้าคงไปกับเจ้าด้วยมิได้แล้วล่ะ ขอให้คืนนี้สนุกนะ แล้วเจอกันที่สำนักศึกษาจ้า”

ซ่งเจียวซินเอ่ยออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กหญิงเป็นบุตรีที่เชื่อฟังบิดาและมารดาเป็นที่สุด แค่พวกท่านอนุญาตให้นางเดินมาเที่ยวตามลำพังกับพวกสาวรับใช้ เพียงเท่านี้ก็มากพอสำหรับนางแล้ว

“จ้า… เจ้าไปเถอะ ข้ากับพี่ใหญ่ก็จะไปเช่นกัน”

ฉีอันหนิงบอกอย่างเข้าใจ คุณหนูรองสกุลซ่งคำนับลาพี่ชายของสหายคนสนิทก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับสาวรับใช้และบ่าวชายที่ติดตามเจ้าของร่างเล็กมาถึงสี่คน สองพี่น้องมองนางก่อนที่จะเดินจับมือกันไปตามเส้นทางที่ไปยังสถานที่ประลองโยนศรในงานเทศกาลหยวนเซียวในค่ำคืนนี้

เมื่อถึงสถานที่ประลองก็พบว่ามีผู้ที่สนใจเข้าร่วมประลองหลายคน ฉีอันหนิงที่เชี่ยวชาญในการโยนศรให้ลงเป้าเสนอตัวทันทีเมื่อมีการเอ่ยถามถึงผู้ท้าชิงคนต่อไป หลายคนมองมาต่างพากันขำขัน เพราะมิคาดคิดว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆ เช่นนั้นจะชนะผู้ใหญ่ตัวโตที่มีช่วงแขนยาวได้

“แม่นางน้อย ข้าจะต่อให้เจ้าห้าดอก” บุรุษที่อายุน่าจะเกินยี่สิบปีเอ่ยขึ้นก่อนที่ผู้คนรอบๆ จะพากันยิ้มออกมาให้กับความกล้าของเด็กหญิง

“มิต้องหรอกเจ้าค่ะ นับตามความเป็นจริงเถิด” ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ ผู้เป็นพี่ชายคนโตยกยิ้มที่มุมปาก ผู้คนเหล่านี้ดูถูกน้องสี่ของเขามากเกินไปแล้ว

“ฮ่าๆๆๆ เด็กน้อย เจ้าต้องการเช่นนั้นเองนะ ข้ามิได้บังคับ หากเจ้าจักต้องอับอายในค่ำคืนนี้เจ้าจะมาโทษข้าว่ารังแกเจ้ามิได้หรอกหนา” บุรุษหนุ่มผู้ที่ถูกเด็กหญิงท้าประลองถึงกับเอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างดูถูกเย้ยหยัน

“รอให้การประลองจบก่อนเถิด แล้วท่านค่อยหัวเราะน้องสาวของข้าก็ยังมิสาย” ฉีอันหลงเอ่ยออกมาด้วยความมิพอใจที่บุรุษผู้นี้นั้นหัวเราะน้องสาวของตน

“เอาล่ะ การประลองรอบนี้จะเป็นการโยนให้ลงเป้า ทั้งหมดมียี่สิบดอก ให้ลงเป้าได้มิเกินสองดอกต่อหนึ่งเป้า”

ผู้ที่จัดการประลองเอ่ยกติกาการประลองออกมา ผู้คนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หยุดชมการประลองระหว่างบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงที่มีช่วงแขนที่ยาวกับเด็กหญิงที่มีรูปร่างเล็ก

“จะชนะได้เช่นไรกันตัวเล็กเช่นนี้” สตรีผู้หนึ่งแสดงความคิดเห็นของนางออกมา

“นั่นสิ ดูแขนก็รู้แล้วว่ามิมีทางจะชนะได้หรอก” บุรุษที่ยืนชมอยู่ก่อนหน้าแสดงความคิดเห็นเช่นกัน

“พวกท่านอย่าเพิ่งตัดสินกับสิ่งที่เห็น แต่จงดูให้จบก่อนเถิด แล้วพวกท่านจะรู้ว่าคุณหนูสี่ของพวกข้าน้อยนั้นมิใช่เด็กน้อยที่พวกท่านจะมาดูถูกนางได้” ซุนซุนเอ่ยออกมาด้วยความมิพอใจ แต่นางเป็นเพียงบ่าวรับใช้จึงมิอาจแสดงความคิดเห็นออกมาได้มากมาย

การโยนศรลงกาปากสูงที่เรียงกันสิบกาเริ่มต้นจากฝ่ายบุรุษหนุ่มที่มีสีหน้าท่าทางมั่นอกมั่นใจกับการโยนลูกศรของตน เพราะตั้งแต่งานเริ่มมายังมิมีผู้ท้าชิงคนใดสามารถล้มเขาได้ เขาเดินไปหยิบลูกศรที่ทำมาจากไม้ไผ่แล้วทำเหมือนลูกธนูขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนที่จะเริ่มโยนศรดอกแรกให้ลงปากกาสูงอันแรก

ศรดอกแรกที่ลอยออกจากมือของบุรุษหนุ่มเข้าไปยังเป้าได้อย่างแม่นยำ ศรดอกที่สองที่ถูกโยนออกไปก็เข้าไปในเป้าเดียวกันอย่างง่ายดาย ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นมาด้วยความพอใจ บุรุษหนุ่มผู้ถูกเด็กหญิงตัวน้อยท้าประลองค่อยๆ โยนศรไปจนเหลือสองดอกสุดท้าย แต่เพราะความชะล่าใจ ความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตนเองที่อยากจะแสดงให้ผู้ชมได้เห็นว่าเขาเก่งกาจ

เขาโยนมันออกไปพร้อมกันทั้งสองดอก แต่แล้วลูกศรดอกหนึ่งกลับกระเด็นออกจากปากกา ทำให้เขาเสียแต้มไปหนึ่งแต้ม ใบหน้าที่เย่อหยิ่งก่อนหน้าฉายแววสลดลงเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เป็นเช่นเดิมเพียงเวลาไม่นาน เขามั่นใจว่าเด็กน้อยผู้นี้มิอาจจะชนะเขาไปได้ เพราะมองเช่นไรนางก็เป็นเพียงแค่เด็กหญิงคนหนึ่งที่ดูมิได้เก่งกาจเลยสักนิด

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน
9.4
หลินตงหยาง โปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้ล่วงลับจากการทำงานหนัก ได้มาเกิดใหม่ในร่างของเด็กชายวัยสิบขวบชื่อเดียวกันในโลกโบราณ ทว่าเขากลับต้องเผชิญความจริงอันโหดร้าย เมื่อเจ้าของร่างเดิมต้องสิ้นใจจากการถูกย่าแท้ๆ ทำร้ายเพื่อแย่งชิงอาหาร ซ้ำร้ายครอบครัวฝั่งพ่อยังเคยละทิ้งพวกเขาอย่างไม่ไยดีเพื่อไปแสวงหาความมั่งคั่งในเมืองหลวง ปล่อยให้ผู้เป็นแม่และลูกๆ เผชิญความยากลำบากตามยถากรรม เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เขาจึงตั้งปณิธานด้วยความโกรธแค้นว่าจะขอปกป้องมารดาและน้องสาวให้พ้นจากคนชั่วช้าเหล่านั้นด้วยชีวิตของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยทรายสีเพลิง
8.6
เมื่อนักฆ่าหญิงฝีมือฉกาจต้องรับภารกิจลอบสังหารสุลต่านหนุ่มผู้มีอำนาจล้นพ้นในดินแดนอันมั่งคั่ง ทว่าแผนการร้ายในครั้งนี้กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดโปงความลับดำมืดในอดีตซึ่งถูกปิดตายมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางวงล้อมของภยันตรายและการทรยศหักหลังรอบด้าน สายสัมพันธ์อันแสนซับซ้อนระหว่างเธอกับเขากลับยิ่งก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างยากจะต้านทาน ร่วมติดตามการเดินทางของความแค้นและการหักหลังที่เข้มข้นจนหยดสุดท้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก ภาค แคว้นจ้าว NC20+
8.1
เมื่อนักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจอย่างหลี่เหมยลี่ต้องทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงปัญญาอ่อนไร้ค่าในโลกนิยาย ซึ่งตามบทเดิมแล้วเธอเป็นเพียงตัวประกอบที่ต้องจบชีวิตลงตั้งแต่เริ่มเรื่อง ทว่าเธอกลับได้รับพรสวรรค์สุดพิเศษทั้งด้านการแพทย์ ศิลปะการต่อสู้ และการแปลงโฉมมาครอบครอง เพื่อใช้เอาชีวิตรอดและปกป้องพี่น้องจากการตกเป็นหมากในเกมการเมืองของแคว้นจ้าว ท่ามกลางวิกฤตอันตรายรอบด้าน เธอยังถูกรบกวนด้วยความฝันอันเร่าร้อนกับบุรุษปริศนาผู้มีนัยน์ตาหงส์ ซึ่งเข้ามาสั่นคลอนหัวใจและพลิกผันโชคชะตาของเธอไปตลอดกาลในภาคต่อนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอแม่ทัพปีศาจ
9.3
ในค่ำคืนอันร้อนแรงที่อบอวลไปด้วยเสียงครวญครางของเหล่าสตรี สตรีหน้าใหม่ผู้แสนอ่อนต่อโลกกลับต้องทนมองภาพบาดตา ยามที่แม่ทัพปีศาจกำลังเริงรักกับหญิงอื่นอย่างเร่าร้อน เสียงเหล่านั้นสร้างความตื่นตระหนกและสับสนจนนางแทบทำตัวไม่ถูก ทว่าหากนางยังเลือกที่จะนิ่งเฉยและไม่ยอมพิสูจน์ฝีมือให้เห็นในค่ำคืนนี้ วันพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนสำหรับนางอีกต่อไป เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่บีบคั้นจนถึงขีดสุด นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องงัดเอาทุกกลเม็ดเด็ดพรายที่มีออกมาปรนเปรอเขา เพื่อปกป้องและรักษาตำแหน่งของตนเองเอาไว้ให้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยหญิงยอดฝีมือต้องจบชีวิตลงในระหว่างช่วยพลเมืองดีจากโจรผู้ร้าย แต่ดวงวิญญาณของเธอกลับไม่ได้ดับสูญ ทว่าได้ข้ามมิติมาสวมร่างของ หลินซูเหมย คุณหนูห้าขี้โรควัยสิบห้าปีแห่งตระกูลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบทำร้ายผลักตกสระน้ำ เมื่ออดีตนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างของเด็กสาวที่เคยถูกพี่สาวแท้ๆ และบ่าวไพร่รุมรังแกสารพัด เธอจึงตัดสินใจนำวิชาแม่ไม้มวยไทยจากชาติปางก่อนมาใช้ฝึกฝนร่างกายที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องคนที่เธอรักในโลกใบใหม่อย่างไม่เกรงกลัว
ภาพปกนิยายเรื่อง กุมภ์กุลยา
7.9
แผนการลักพาตัวเพื่อชำระแค้นของกุมภ์ ธีรดล นายหัวหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและดุดันต้องไขว้เขวอย่างสิ้นเชิง เมื่อลูกน้องของเขาทำงานพลาดและพาตัวกุลยามายังเกาะส่วนตัวแทน บนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายเมื่อคนป่าเถื่อนอย่างเขาต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ทำให้หัวใจสั่นคลอน แม้ในช่วงแรกกุมภ์จะกลั่นแกล้งเธอด้วยความโกรธแค้นจนต้องหลั่งน้ำตา แต่ความน่ารักและใกล้ชิดกลับค่อยๆ ละลายความเย็นชาในใจของนายหัวหนุ่ม จากความเกลียดชังแปรเปลี่ยนเป็นความรักและความเสน่หาอันลึกซึ้งท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเร่าร้อนและยากจะถอนตัว