APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

8.5 / 10.0
เรื่องราวของ ฉีอันหนิง บุตรสาวเจ้าเมืองตงหลางผู้เก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊ ความฉลาดเฉลียวและแสนซนของนางได้ตราตรึงใจ ซ่งมู่เฉิน หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ดำผู้เป็นพี่ชายของสหายสนิท ท่ามกลางภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องแผ่นดินและดูแลความสงบสุขของราษฎร์ ความใกล้ชิดได้ถักทอความผูกพันของทั้งคู่ให้กลายเป็นความรักอันลึกซึ้ง เส้นทางรักท่ามกลางความวุ่นวายของบ้านเมืองครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร ร่วมลุ้นไปกับการผจญภัยที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและหัวใจที่รักมั่นคงใน ยอดหญิงแห่งตงหลาง

อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง ตอนที่ 1

ณ เมืองตงหลาง แห่งแคว้นโจวหนาน

เหมันตฤดูเวียนมา เหล่าหมู่มวลวิหคส่งเสียงร้องอยู่บนท้องนภาในยามอิ๋น ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยเจ็ดปีขยับไปมาอยู่บนเตียงนอน ผ้าม่านที่ทอด้วยไหมปลิวไสวไปตามสายลมหนาว ผ้าห่มผืนหนาที่ปกคลุมกายอยู่ถูกเท้าเล็กถีบออกจนสาวรับใช้ที่คอยดูแลอยู่ต้องดึงขึ้นมาปกคลุมร่างเล็กของคุณหนูสี่เอาไว้เพื่อมิให้ร่างกายสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น

“ข้าร้อน” เสียงเล็กเปล่งออกมาจากคนที่นอนปิดเปลือกตาอยู่

“แต่คุณหนูสี่เจ้าคะ… คุณหนูต้องห่มผ้าเอาไว้นะเจ้าคะ ถ้าคุณหนูป่วย… บ่าวโดนตีหลังลายแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ”

ซุนซุนบอกคุณหนูสี่ด้วยเหตุและผล เด็กจิตใจดีอย่างฉีอันหนิง หรือคุณหนูสี่ บุตรีคนเล็กของใต้เท้า ฉีอันจวิ้น กับฉีฮูหยินย่อมได้ฟังแล้วต้องเห็นอกเห็นใจ

ใต้เท้าฉีเป็นเจ้าเมืองตงหลางเขาได้แต่งงานกับฉีฮูหยินมาเกือบสิบห้าปีแล้ว ทั้งสองมีบุตรชายทั้งหมดสามคนคือฉีอันหลง ฉีอันลิ่ง ฉีอันลู่และมีฉีอันหนิงที่เป็นบุตรีคนเล็กของตระกูลฉี บุตรีที่บิดาและมารดาหวงราวกับเป็นไข่ในหิน

“ข้าห่มแล้ว ข้าไม่อยากให้ซุนซุนถูกตี”

เสียงเล็กเอ่ยออกมา ถึงจะวัยเพียงเจ็ดปี แต่ทว่าเด็กหญิงกลับเฉลียวฉลาด นางขี่ม้าได้ อ่านหนังสือออก เล่นดนตรีเป็น และโยนลูกดอกลงกาเก่งที่สุดจนเหล่าพี่ชายอดไม่ได้ที่จะชื่นชมและพาน้องสาวติดตามไปเล่นด้วยทุกที สาวรับใช้วัยสิบสองส่งยิ้มให้คุณหนูสี่ ก่อนที่นางจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนอนของฉีอันหนิงไป

“ข้าไม่หนาว…” เสียงเล็กดังออกมาแผ่วเบา ริมฝีปากเล็กฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

เมื่อเสียงก้าวเท้าเงียบลง ผ้าห่มที่คลุมร่างเล็กอยู่ก็ถูกเท้าของนางถีบออก ฉีอันหนิงนางเป็นเด็กหญิงที่เกิดในเหมันตฤดู ความหนาวเหน็บในปีที่นางเกิดนั้นหนาวกว่าปีนี้ยิ่งนัก นั่นจึงเป็นเหตุให้นางไม่กลัวความหนาวเย็น กลับกันนางเกิดชอบอากาศหนาวเสียด้วยซ้ำ

เสียงเคาะฆ้องบอกยามเหม่าดังขึ้น พร้อมกับเสียงของคนที่คอยแจ้งเตือนบอกยามตะโกนดังขึ้นมาเป็นประโยคซ้ำไปซ้ำมา

'ถึงยามเหม่าแล้ว ตะวันแทนที่จันทรา หิมะยังไม่ละลาย ใส่ใจสวมใส่เสื้อผ้าให้มาก'

สาวรับใช้เตรียมอ่างน้ำและผ้าเช็ดหน้าเข้าไปให้คุณหนูสี่ที่นอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง ฉีฮูหยินให้นางนอนตามลำพังตั้งแต่คุณหนูสี่อายุได้เพียงห้าปี นัยน์ตากลมเบิกโพลงยามเมื่อได้เห็นร่างเล็กของคุณหนูไร้ผ้าห่มกาย ซุนซุนรีบเข้าไปใช้มือเล็กของตนสัมผัสร่างกายของคุณหนูสี่ก็พบว่าร่างกายของนางเย็นเฉียบ นางตกใจจนรีบปลุกคุณหนูสี่ให้ตื่นนอน

“คุณหนู…. คุณหนูสี่เจ้าคะ”

“อื้อ… พี่ซุนซุน พี่ปลุกข้าทำไม กำลังนอนสบายเลย” เสียงเล็กดังออกมาจากเจ้าของร่างเล็กที่เริ่มบิดกายไปมาเพื่อขับไล่ความเกียจคร้าน

“คุณหนู… ท่านไม่ห่มผ้านอนอีกแล้วนะเจ้าคะ” ซุนซุนเอ่ยออกมาอย่างอ่อนใจ ขอภาวนาอย่าให้คุณหนูสี่เจ็บป่วยก็พอ มิเช่นนั้นนางคงจะโดนฟาดหลังหลายอีกแน่ๆ

“ข้าร้อน… มิเป็นไรหรอกพี่ซุนซุน ข้าแข็งแรง ข้าไม่ป่วยง่ายๆ อย่างแน่นอน”

ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนทันทีเมื่อความง่วงที่มีอยู่ก่อนหน้าหมดสิ้น นางล้างหน้าและเดินไปนั่งลงที่หน้ากระจก ซุนซุนละมือจากการเก็บที่นอนให้กับคุณหนูก่อนที่จะเดินไปหวีผมให้กับนาง

“ผมของคุณหนูสี่สวยมากเลยนะเจ้าคะ” ผมสลวยเส้นหนาดกดำลื่นมือยามที่เด็กรับใช้ ใช้หวีสางเส้นผมให้กับคุณหนูของนาง

“รีบหน่อยพี่ซุนซุน เดี๋ยววันนี้ไปไม่ทันพวกพี่ใหญ่ เขาบอกข้าว่าจะไปเรียนกับอาจารย์ที่สำนักศึกษาหลี่ชุน ข้าอยากไปเรียนกับพวกพี่ๆ ด้วย” เสียงใสเจื้อยแจ้วออกมารัวๆ

“แต่คุณหนูเจ้าคะ สำนักศึกษาหลี่ชุนเขาต้องให้ผู้ที่อยากเป็นศิษย์ของที่นั่น สอบเข้าก่อนถึงจะเรียนได้นะเจ้าคะ อีกอย่างคุณหนูต้องไปขออนุญาตนายท่านกับนายหญิงใหญ่ก่อนนะเจ้าคะ” ซุนซุนหวีผมและมัดผมให้คุณหนูสี่จนเสร็จก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“ท่านพ่อกับท่านแม่ตามใจข้าที่สุด ข้าอยากไปท่านพ่อท่านแม่ต้องให้ข้าไปอยู่แล้ว”

ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาอย่างรู้ใจบิดามารดา นางเป็นบุตรีเพียงคนเดียว เพราะนางมีแต่พี่ชายที่มีอายุห่างกันไม่มาก พี่ชายใหญ่อายุสิบสามปี พี่ชายรองอายุสิบเอ็ดปี พี่ชายสามอายุเก้าปี ส่วนนางอายุเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น

ซุนซุนพอได้ยินเช่นนั้นก็มิได้กล่าวอันใดออกมาอีก นางรู้ดีว่าคุณหนูของนางนั้นถูกนายท่านกับนายหญิงใหญ่เลี้ยงดูแบบตามใจ แต่ทว่านางกลับมิได้มีนิสัยที่ไม่ดีเลยสักนิด เอาแต่ใจในเรื่องบางเรื่องเท่านั้น

ที่โต๊ะอาหารของเรือนใหญ่ สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระกูลฉีนั่งล้อมวงกันอยู่ที่โต๊ะ อาหารหลากหลายเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะเป็นประจำเช่นทุกวัน พี่ชายใหญ่ของฉีอันหนิงนั้นมีนิสัยสุขุม สุภาพ เก็บความรู้สึกเก่งสมกับเป็นพี่ชายคนโต พี่ชายคนรองนั้นมีนิสัยรักสนุก ชอบบทกลอนและดนตรี ส่วนพี่สามนั้นมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นและขี้สงสัยเป็นที่สุด

“ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ” เสียงเรียกขานของบุตรีคนเล็กทำเอาสองสามีภรรยาละสายตาจากอาหารไปมองที่นางพร้อมๆ กัน

“เสียงหวานเช่นนี้มีอันใดจะขอพ่อกับแม่หรือหนิงเอ๋อร์” ใต้เท้าฉีรู้ดี ยามเมื่อบุตรีผู้นี้ของตนอยากได้สิ่งใด นางมักจะใช้น้ำเสียงเช่นนี้อยู่เสมอ

“ลูกอยากไปสำนักศึกษาหลี่ชุนกับพวกพี่ชายค่ะ" สามเด็กชายหันมามองหน้าน้องสาวเป็นตาเดียวกัน

“เจ้าจะไปทำไม ที่นั่นถ้าเจ้าไปต้องเรียนหนังสือ เขียนอักษรนะ” พี่สามหรือฉีอันลู่เอ่ยถามน้องสาวออกมา

“นั่นสิ… เจ้าเขียนอักษรเก่งแล้วจะไปที่นั่นอีกทำไมกัน” พี่รองหรือฉีอันลิ่งเอ่ยออกมาบ้าง เป็นเขาหน่อยไม่ได้ เขาจะอยู่บ้านเล่นพิณ ดีดฉินและแต่งบทกลอนให้สนุกไปเลย

“ข้าเบื่อ… ข้าอยากไปเรียนบ้าง นะเจ้าคะท่านพ่อ… นะเจ้าคะท่านแม่ ให้ลูกไปเถอะนะเจ้าคะ”

ฉีอันหนิงตอบตามความจริง นางเบื่อที่จะต้องเดินเล่นอยู่ในจวน ชมนกชมไม้ หรือเรียนมารยาทของกุลสตรีและเย็บปักถักร้อยกับแม่นมคัง

“ได้ๆๆ แต่เจ้าต้องสอบเข้าให้ผ่านก่อนนะ ถ้าเจ้าผ่าน พ่ออนุญาตให้เจ้าไปเรียนกับพี่ๆ ได้”

ท่านเจ้าเมืองมิได้ขัดใจบุตรีอีกตามเคย ฉีฮูหยินได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มออกมา ส่วนพี่ชายทั้งสามก็เลิกสนใจน้องสาวหันไปสนใจอาหารตรงหน้าแทน การไปเรียนที่สำนักศึกษาหลี่ชุนเป็นเรื่องที่ดี แต่พวกเขาก็อดที่จะเป็นห่วงน้องสาวคนเล็กไม่ได้ จากนี้ไปที่นั่นคงจะสนุกอยู่ไม่น้อย

ยามเฉินรถม้าของจวนสกุลฉีขับเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าจวนไปทั้งหมดสองคัน คันแรกมีบุตรชายคนโตกับบุตรชายคนรองของสกุลฉีนั่งไปด้านใน ส่วนอีกคันนั้นมีบุตรชายคนที่สามและบุตรีคนเล็กติดตามมาด้วย สาวรับใช้ที่ติดตามมาดูแลคุณหนูสี่เดินไปพร้อมกับรถม้า เพียงครึ่งชั่วยามรถม้าก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าสำนักศึกษาหลี่ชุน นักเรียนมากมายหลั่งไหลกันมา มีทั้งมาสอบและมาพร้อมเข้าเรียน

“ท่านพี่สามเจ้าคะ ท่านพี่สามเรียนที่นี่มีเรื่องใดน่าสนุกบ้างเจ้าคะ” หากจะถามเรื่องราวต่างๆ ให้ถามที่พี่ชายสามเพราะเขามักจะมีคำตอบมาให้นางทุกอย่าง

“สนุกที่ใดกัน น่าเบื่อจะตาย เจ้าอยู่จวนสบายๆ มิชอบ อยากมาเรียนเพื่อเหตุใดกัน เมื่อถึงวัยปักปิ่นแล้วเจ้าก็ต้องออกเรือนไปอยู่ดี”

ฉีอันลู่ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เรื่องสนุกสำหรับเขาคงจะเป็นการได้ฟังเรื่องเล่าต่างๆ จากเพื่อนๆ ในสำนักศึกษาแห่งนี้ แต่ถ้าจะตอบน้องสาวไปเช่นนั้น มีหวังนางได้ไปบอกบิดามารดาอย่างแน่นอน

“อยู่แต่ในจวนน่าเบื่อจะตาย มาที่นี่ได้พบเจอเพื่อนมากมาย อีกอย่างผู้ใดบอกว่าข้าจะออกเรือน ข้าจะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่” คำตอบของน้องสาวทำเอาพี่สามส่ายหน้าไปมาก่อนที่ทั้งคู่จะพากันลงจากรถม้า

“น้องหญิง เจ้ามากับพี่ พี่จะพาเจ้าไปหาท่านอาจารย์เพื่อขอสอบ” พี่ใหญ่บอกน้องเล็กด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

“เจ้าค่ะพี่ใหญ่” เด็กหญิงขานรับก่อนที่จะรีบเดินตามพี่ชายคนโตไป

“อันลิ่ง นั่นน้องสาวของเจ้าใช่หรือไม่”

สหายร่วมห้องของฉีอันลิ่งเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปยังเจ้าของร่างเล็กที่กำลังเยื้องย่างไปกับเด็กชายร่างสูง ซึ่งเขาเองรู้จักเป็นอย่างดี

“ใช่… นางอยากมาเรียนด้วยน่ะ” ฉีอันลิ่งตอบก่อนที่จะเดินนำสหายที่ถามเขาเข้าประตูสำนักศึกษาตามหลังพี่ชายกับน้องสาวคนเล็กไป

ฉีอันหลงพาน้องสาวไปพบกับอาจารย์และนางก็ได้ทำข้อสอบเพื่อเข้าศึกษาในสำนักศึกษาหลี่ชุน ผลการสอบของเด็กหญิงสร้างความประหลาดใจให้กับอาจารย์เป็นอย่างมาก ถ้าเทียบกับวัยเดียวกันแล้วคุณหนูสี่จากจวนสกุลฉีนี้ทำคะแนนได้ดีที่สุด นางจึงได้เข้าศึกษาตามที่ตั้งใจเอาไว้

“ฉีอันหนิง…" เสียงเรียกขานนามผู้สอบผ่านดังขึ้น

“เจ้าค่ะ” เด็กหญิงยกมือก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

"วันนี้เจ้ากลับไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาเรียน ตอนนี้สำนักศึกษาหลี่ชุนรับเจ้าเป็นศิษย์ของที่นี่แล้วล่ะ”

คำบอกกล่าวของอาจารย์สร้างความดีใจให้แก่เด็กหญิงวัยเจ็ดปี อย่างน้อยความหวังที่นางจะได้ออกจากจวนมาศึกษาที่สำนักศึกษาหลี่ชุนแห่งนี้ก็เป็นจริง

“เจ้าค่ะ…ท่านอาจารย์”

ฉีอันหนิงคำนับลาอาจารย์ก่อนที่จะเดินออกจากสำนักศึกษาหลี่ชุน เพื่อกลับไปบอกข่าวดีกับบิดาและมารดา เรื่องที่นางได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิษย์ของสำนักศึกษาหลี่ชุน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเพราะผู้ใดในจวนบ้างจะไม่รู้ว่าคุณหนูสี่นั้นทั้งเก่งและเฉลียวฉลาดเกินวัย หากนี่เป็นสิ่งที่นางอยากทำก็มิมีผู้ใดมาขัดขวางนางได้

เหล่าบรรดาพี่ชายที่กลับมาจากสำนักศึกษาในยามเชินก็ได้รับทราบข่าวดีจากผู้เป็นน้องสาวที่มารอคอยเจื้อยแจ้วให้พี่ชายทั้งสามได้ฟัง พี่ชายใหญ่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ส่วนพี่ชายอีกสองคนค่อนข้างจะรู้สึกเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าน้องสาวนั้นคิดเช่นไรอยู่ถึงอยากไปเรียนที่สำนักศึกษาเช่นเดียวกันกับพวกเขา เพราะที่นั่นมิได้มีสิ่งใดน่าสนใจเลยสักนิด วันหนึ่งวันก็มีแต่การศึกษาเล่าเรียน

“ท่านพี่ใหญ่ ไปจวนสกุลอิ่นกันไหมเจ้าคะ พี่หญิงจูหรงส่งบ่าวมาเชิญน้องไปแข่งปาศรที่จวนของนาง” หลังจากเก็บกระเป๋าเรียบร้อยน้องสาวตัวน้อยก็เอ่ยชวนพี่ชายใหญ่ไปเล่นกับนางทันที

“จวนสกุลอิ่น จวนข้างๆ เรานี่น่ะเหรอ” เด็กหญิงพยักหน้าหงึกพร้อมกับฉีกยิ้มออกมา

“ไปเถอะนะเจ้าคะ น้องอยากให้ท่านพี่ชายใหญ่ไปด้วย” น้องสาวออดอ้อนจนหัวใจของพี่ชายอ่อนระทวย

“ไม่เห็นเจ้าจะชวนพวกพี่ไปด้วยเลย ชวนแต่พี่ชายใหญ่” พี่ชายรองทักขึ้นขณะที่กำลังจะเดินผ่านห้องของพี่ชายใหญ่

“ไปกันทั้งหมดนี่แหละเจ้าค่ะ”

นางตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม สี่พี่น้องจึงพากันไปเยือนจวนสกุลอิ่น

การโยนศรให้ลงเป้านั้นเป็นการละเล่นที่มีอยู่ทั่วทั้งแคว้นโจวหนาน และเป็นการละเล่นที่ผู้คนชื่นชอบ เด็กหญิงกลับมาที่จวนพร้อมกับชัยชนะจนพี่ๆ เอ่ยปากชมนางไม่ขาด รวมไปถึงผู้ใหญ่จากจวนสกุลอิ่นด้วย ที่ต่างพากันชื่นชมเด็กหญิงที่เป็นเด็กเฉลียวฉลาดและมีความสามารถเกินวัย นางจึงได้รับปิ่นหยกขาวที่ใต้เท้าอิ่นให้เป็นรางวัลกลับมาอีกด้วย

อ่านต่อ

สารบัญ อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ตลอดเวลาห้าปีที่ฉินเฉี่ยนยอมเป็นเพียงผู้หญิงในเงาของลู่ซีซิงสิ้นสุดลงทันทีเมื่อเขาตัดสินใจหมั้นกับหญิงอื่น เธอเลือกที่จะหันหลังและเดินจากไปอย่างไม่ลังเล ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาเพิ่งรู้ตัวและออกตามล่าหาตัวเธออย่างบ้าคลั่งนานถึงเจ็ดวัน แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่เพียบพร้อมและมีชายอื่นอยู่เคียงข้างกายแล้ว ลู่ซีซิงที่หัวใจแตกสลายพยายามทำทุกวิถีทางเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและหวังให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มที่เย็นชาและความห่างเหิน แม้เขาจะพยายามรั้งเธอไว้ด้วยรักที่เพิ่งตื่นขึ้นในวันที่สายเกินไป
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยอมรับหน้าที่อุ้มบุญให้แก่ชายปริศนาตามข้อตกลง แต่แล้วเธอกลับต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นในวัยเด็กเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นด้วยความห่างเหินและเย็นชา ทว่าวันเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความรู้สึกจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก่อนถึงกำหนดคลอดเพียงไม่นาน สามีกลับยื่นใบหย่าให้จนเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าในท้ายที่สุด เขากลับเผยความจริงที่เก็บงำไว้ว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง เพรงมายา
8.3
เมื่อมะปราง เด็กกำพร้าผู้มีท่าทางแปลกประหลาด ถูกญาติของชวินรับเป็นลูกบุญธรรม ชีวิตที่เคยสงบสุขของสิตางศุ์ก็เริ่มสั่นคลอน เธอเริ่มเห็นภาพหลอนน่าสยองขวัญและฝันถึงหญิงสาวปริศนาที่ถูกฆาตกรรมโดยเธอและชายที่หน้าตาเหมือนสามี ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง จนกระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจซื้อบ้านและที่ดินแปลกตาหลังหนึ่งเพื่อสร้างเรือนหอ แต่บ้านหลังนั้นกลับดึงดูดให้พวกเขาวนเวียนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร และความแค้นนั้นเริ่มต้นจากจุดใด สิตางศุ์ต้องค้นหาคำตอบก่อนที่วิญญาณร้ายจะพรากทุกสิ่งไป
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
คืนหนึ่งที่เธอเมามายจนหมดสติ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดต้องห้าม เมื่อลูกเลี้ยงหนุ่มกลับกลายเป็นฝ่ายตั้งคำถามกับเธอว่า "คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ" นับดาวตกใจแทบสิ้นสติเมื่อรู้ตัวว่าตนเองบุกเข้าห้องของทิวาและจู่โจมเขาโดยไม่รู้ตัว แต่ทิวากลับไม่放过เธอ เขาใช้ทุกจังหวะเพื่อยั่วยวน ยั่วเย้า ให้เธอต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ความมืดในห้องทำให้ทั้งสองมองเห็นเพียงดวงตาของกันและกัน แต่ระยะใกล้เกินไปที่จะหนีจากความรู้สึกนั้น ความสัมพันธ์แม่เลี้ยง-ลูกเลี้ยงที่บิดเบี้ยวกำลังจะพาพวกเขาลงสู่นรกที่ไม่อาจหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขรอันกว้างใหญ่ ครอบครัวที่ดูอบอุ่นต้องสั่นคลอนเมื่อความรักต้องห้ามก่อตัวขึ้น ดรุณีหรือข้าวผัด สาวน้อยวัย 18 พยายามปลอบโยนน้าไผท ผู้ชายที่เธอแอบหลงรักมาตลอด หลังภรรยาของเขาถูกครอบครัวพรากไปอย่างโหดร้ายและบังคับแต่งงานกับอีกคน ความเศร้าทำให้ไผทจมอยู่กับขวดเหล้า ข้าวผัดจึงเป็นคนเลี้ยงดูลูกสาวของเขาและตั้งใจจะกอบกู้ชายคนนี้กลับคืนมา เธอเดิมพันหัวใจและชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อผู้ชายที่อายุห่างกัน 18 ปี แต่พ่อแม่ของเธอไม่ยอมให้ลูกสาวต้องเป็นแม่เลี้ยงลูกติด ความรักครั้งนี้จะไปรอดท่ามกลางอุปสรรคทั้งปวงหรือไม่ ติดตามได้ในนิยายรักน้ำเน่าเข้มข้นเรื่องนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อพล็อตนิยายเดิมถูกคนเกิดใหม่แก้ไขจนพังยับเยิน หญิงสาวที่ทะลุมิติมาเข้าร่างของภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหนีออกจากจวน เพื่อออกเดินทางท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวสุดกวน ทว่าชีวิตใหม่ในโลกแฟนตาซีครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและเรื่องราวสุดแปลกประหลาดอย่างคาดไม่ถึง เธอต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้เคล็ดวิชาน้ำเต้าหู้สังหารศัตรูอย่างพิสดาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางตัวดีที่เรียกร้องจะกินแต่หมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางอันตรายและความวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาในโลกใบ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์