APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน

จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน

เพราะการหายไปของไข่มุกน้ำตาจันทรา สมบัติล้ำค่าประจำตระกูลกัว ทำให้กัวจื่อหราน ประมุขสกุลกัวและเจ้าเมืองตันหยาง ต้องตามร่องรอยสุดท้ายที่หยุดอยู่ที่หลินเหิงอี้ ลุงใหญ่ของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก แต่เมื่อเขาได้พบกับหลินอวี้เจิน บุตรสาวของเจ้าของสำนักศึกษาผู้หมั้นหมายกับศิษย์เอกของบิดา กลับถูกหักหลังเพราะคู่หมั้นไปแต่งงานกับญาติผู้น้อง ทำให้หญิงสาวต้องหลบหนีมาพึ่งลุงใหญ่ และในคืนที่กัวจื่อหรานบุกค้นห้องนอนของนางเพื่อหาไข่มุก เขากลับพบนางหลับอยู่ในอ่างอาบน้ำเปลือยเปล่า ความตึงเครียดและการสัมผัสอันร้อนแรงก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสอง ท่ามกลางภารกิจตามหาสมบัติที่อาจทำลายทุกสิ่ง หัวใจของเขากลับเริ่มสั่นไหวกับผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่เขาไม่อาจครอบครองได้อย่างที่ต้องการ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆก่อนจะลืมตาตื่นอย่างเต็มตา นางยกมือขึ้นเช็ดรอยชื้นที่ขอบตาก่อนเหลียวมองการเคลื่อนไหวรอบข้าง ขณะที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอกรถม้าทำให้รู้ว่าตนเองเผลอหลับไปอีกแล้ว แม้จะหลับกลางวัน นางยังฝันถึงเรื่องราวที่ผ่านมามื่อสามเดือนก่อน

หลินอวี้เจิน ในวัยสิบเจ็ดปี นางเป็นบุตรสาวของหลินยี่ห้าน เจ้าของสำนักศึกษาเล็กๆ แห่งหนึ่ง มารดาของนางตายจากไปตั้งแต่นางอายุไม่ถึงสิบขวบ แต่กระนั้นบิดาก็มิได้แต่งภรรยาใหม่ บิดาทุ่มเทให้กับสำนักศึกษาของตนและเลี้ยงดูนางตามลำพัง นางจึงชื่นชอบการอ่านเขียน แต่งโคลงกลอนหรือวาดภาพเป็นอย่างมาก แต่กระนั้นที่นางชื่นชอบกลับเป็นเรื่องการทำบัญชี ตระกูลหลินแต่เดิมเป็นเพียงชาวนาที่ผันตัวเองมาทำการค้าขาย แต่มาประสบความสำเร็จที่รุ่นของหลินเหิงอี้-พี่ชายคนโตของหลินยี่ห้าน

แม้หลินเหิงอี้ประสบความสำเร็จในการค้า แต่ชีวิตคู่กับตรงข้าม เขาสูญเสียทั้งภรรยาและลูกที่ยังอยู่ในครรภ์จากอุบัติเหตุในขณะที่หลินเหิงอี้เดินทางไปติดต่อเจรจาการค้า กว่าเขาจะกลับมาถึงบ้าน ภรรยาก็จากไปนานนับเดือนแล้ว เรื่องนี้สะเทือนใจหลินเหิงอี้เป็นอย่างยิ่ง เขาไม่แต่งงานใหม่อีก กิจการในเมืองจู้หยางส่วนใหญ่ให้ หลินยี่จื่อ-น้องชายคนรองดูแล ส่วนหลินยี่ห้านนั้นไม่ถนัดทำการค้า เขาแยกตัวมาเปิดสำนักศึกษาเล็กๆ คนที่มาเรียนเป็นครอบครัวชนชั้นกลางที่พอมีกำลังใจการจ่ายค่าเล่าเรียน เพียงเพราะหวังให้ลูกได้มีโอกาสที่ดีขึ้น

ตระกูลหลินคงมีเพียงหลินยี่จื่อที่ครอบครัวไม่ประสบเคราะห์กรรม เขามีภรรยาเอกที่ค่อนข้างปากร้ายไปสักหน่อยแต่ให้กำเนิดบุตรสาวงดงามชื่อ หลินซูซิน และเขายังมีภรรยารองที่มีบุตรชายให้ด้วยชื่อหลินลี่เฉีย ซ้ำยังมีอนุอยู่ในบ้านอีกสองคน

หลินเหิงอี้ไม่ชอบอยู่บ้านนัก ชอบติดต่อซื้อขายสินค้าด้วยตนเอง บิดามารดาแก่เฒ่าจึงมีหลินยี่จื่อ-น้องชายคนรองดูแลแทน กิจการร้านค้าส่วนใหญ่หลินยี่จื่อดูแล ยกเว้นร้านขายผ้าที่หลินเหิงอี้ให้หลินอวี้เจินผู้เป็นหลานสาวมาช่วยดูเรื่องบัญชี ในบรรดาหลานทั้งหมด หลินเหิงอี้ชื่นชอบหลินอวี้เจินมากที่สุด นางเรียบร้อยสุภาพอ่อนหวานแต่ซ่อนความดื้อรั้นไว้ เขามักตามใจและเอ็นดูนางมากกว่าผู้ใด

หลินอวี้เจิน มีชายที่หมั้นหมายกันเมื่อราวสองปีก่อน เป็นการหมั้นหมายอย่างเรียบง่ายเพียงแลกหยกประจำตระกูล นางหมั้นหมายกับติงกว่างอาน เขาเคยเป็นลูกศิษย์คนโปรดของหลินยี่ห้าน

จนกระทั้งปีนี้สอบจอหงวนฝ่ายบุ๋นได้สำเร็จ นำความปลื้มปิติมาสู่วงศ์ตระกูลรวมทั้งนางด้วย ทว่านางกลับต้องมาพบความจริงว่าคู่หมั้นของนางนอกใจ และทำหลินซูซิน ญาติผู้น้องตั้งครรภ์ ติงกว่างอานไม่ต้องการยกเลิกการหมั้นหมายกับนาง แต่ขอแต่งหลินซูซินเข้าบ้านก่อนแล้วอีกครึ่งปีจะแต่งนางเข้าไป

ราวกับฟ้าผ่าทั้งที่แดดเปรี้ยง นางแน่นหน้าอกหายใจแทบไม่ออก บุรุษผู้หนึ่งมีภรรยามากกว่าหนึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่นางกับเขาเคยพูดคุยกันแล้วว่า หากแต่งนางเป็นภรรยาแล้วจะมีนางเพียงหนึ่ง ไม่มีภรรยารองหรือแม้แต่อนุ นางอาจเป็นหญิงที่เห็นแก่ตัวแต่นางไม่อาจใช้สามีร่วมกับผู้อื่น นางเห็นมามากแล้ว ครอบครัวที่มีหลายภรรยานั้นวุ่นวายเพียงใด นางไม่มีเรี่ยวแรงพอจะตบแต่งแย่งชิงสามีกับภรรยารองหรืออนุเป็นแน่ นางหวังเพียงสร้างครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่น เช่นเดียวกับบิดามารดาของนาง

หลินอวี้เจินอาจปวดใจน้อยกว่านี้ ถ้าสตรีที่ติงกว่างอานมีความสัมพันธ์ไม่ใช่ญาติผู้น้องของนางเอง

'เจินเอ๋อร์...เจ้าโกรธเกลียดข้าเถิด แต่อย่าโทษติงกว่างอ่านเลย เป็นข้าที่เข้าไปหาเขาในคืนที่เขาเมามายเอง แต่เจ้าจะให้ลูกของข้าเป็นลูกไม่มีพ่อหรือ? เจ้าทำได้หรือ?’

หลินอวี้เจินยกมือทาบหน้าอก ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นเข้ามาจนเจ็บปวดหัวใจไปหมด แค่คิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น ร่างกายนางแทบจะแบกรับความเจ็บปวดไม่ไหว หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความคิดที่วิ่งวนในศีรษะ รับรู้ได้ว่ารถม้าหยุดนิ่งสนิทแล้ว นางจึงก้าวลงจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว แม้นางจะเป็นเพียงสตรี แต่บิดาสอนเรียนเขียนอ่านด้วยตนเอง

“ท่านลุงใหญ่” ให้นางดูแลร้านขายผ้า ทำให้นางออกนอกบ้านไปดูกิจการที่ร้านบ่อยๆ นางไม่ใช่คุณหนูที่ถูกเลี้ยงในห้องหอ บิดาให้อิสระแก่นาง แต่อยู่ในกรอบจารีตประเพณีอันดีงาม ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางไปต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้

“เจินเอ๋อร์!!”

“ท่านลุงใหญ่”

หญิงสาวยิ้มกว้างแล้วเร่งเดินไปหาชายร่างสูงใหญ่กำยำที่ปีนี้อายุสี่สิบปีแล้ว หลินเหิงอี้เบิกตามองหลานสาวที่ไม่ได้เจอกันปีเศษ แต่กระนั้นข่าวคราวความเคลื่อนในบ้านเขาย่อมรู้ดีทุกเรื่อง หลินเหิงอี้ไม่มีบุตร หลังภรรยารักตายจากเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับกิจการการค้าของตระกูล ในบรรดาหลานๆ ที่เขาพบเจอนั้น เขาชื่นชอบหลินอวี้เจินมากที่สุด

อาจเพราะนางมีความคิดอ่านแบบผู้ใหญ่และมีความดื้อรั้นเหมือนเด็กน้อย ผิดกับหลานอีกสองคนที่ถูกเลี้ยงอย่างตามอกตามใจจนแทบจะเสียคนอยู่แล้ว หลินยี่ห้านเป็นน้องชายคนเล็กของเขา มีนิสัยรักสันโดษ ใฝ่รู้ ในครั้งนั้นแม้ครอบครัวยังเป็นเพียงชาวนา แต่บิดาเห็นหลินยี่ห้านหัวดีจึงผลักดันให้ได้รับการศึกษา ต่อมาแม้สอบเป็นบัณทิตเล็กๆ ได้ก็ทำงานราชการตำแหน่งไม่ใหญ่ไม่โต แต่ด้วยความเถรตรงจึงไม่ก้าวหน้า ทำงานอยู่นานหลายปีสุดท้ายก็รวบรวมเงินที่มีอยู่เปิดสำนักศึกษา

ปีแรกๆ มีเด็กมาเรียนแค่สี่ห้าคน แต่ช่วงนั้นกิจการการค้าของเขาเป็นไปอย่างดี ได้กำไรค่อนข้างงาม ฐานะเปลี่ยนไปอย่างมากจนหลายคนไม่เชื่อว่าแต่เดิมครอบครัวนี้เป็นเพียงชาวนายากจนมาก่อน เขาช่วยเหลือหลินยี่ห้านตั้งแต่เด็ก จะว่าไปก็เลี้ยงน้องจนเหมือนเลี้ยงลูก เมื่อหลินยี่ห้านเปิดสำนักศึกษา เขาย่อมให้ความช่วยเหลือ ค่อยแนะนำชักจูงให้บุตรหลานผู้อื่นมาเรียนที่สำนักศึกษาของน้องชายคนเล็ก จากนั้นจึงเริ่มมีนักเรียนเพิ่มขึ้น สำนักศึกษาจึงดีขึ้นตามลำดับ

“เป็นอย่างไรบ้าง เดินทางมาแรมเดือนลำบากเจ้าแล้ว”

หญิงสาวส่ายหน้าไปมา แม้บิดาให้อิสระแก่นาง แต่นางไม่เคยเดินทางออกนอกเมืองเลยสักครั้ง นี่เป็นการเดินทางไกลครั้งแรก อาจเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บิดาอนุญาตให้นางเดินทางมาหา ‘ท่านลุงใหญ่’ ที่เมืองตันหยางแห่งนี้

“ไม่เลยเจ้าค่ะ หลานตื่นเต้นมากกว่า” หญิงสาวยิ้มราวเด็กน้อยที่ได้ออกมาผจญภัย

“มาที่นี่ ลุงจะพาเที่ยวไม่ให้มีเวลาเหงาเลย”

“ท่านลุงจะมีเวลาพาหลานเที่ยวหรือคะ” นางหัวเราะออกมา ใครต่อใครรู้ดีว่าหลินเหิงอี้มีงานยุ่งมากเพียงใด

“เพื่อหลานรัก ลุงย่อมหาเวลาให้ได้อยู่แล้ว”

ทั้งสองหัวเราะกันอยู่ครู่หนึ่ง หลินเหิงอี้นึกขึ้นได้เรียกบ่าวรับใช้ให้จัดการย่ามเดินทางให้หลานสาว แต่นางกลับยื้อไว้จะถือเอง

“มีอะไรสำคัญหรือ?” หลินเหิงอี้ถามอย่างแปลกใจ

“แค่...อุปกรณ์วาดรูปเจ้าค่ะ”

หลินอวี้เจินพูดอย่างเขินอาย นางไม่ห่วงเรื่องเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับใด แต่อุปกรณ์สำหรับวาดรูปรวมทั้งเครื่องเขียน ล้วนเป็นสิ่งคัญยิ่งสำหรับนาง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้นางรู้สึกใจสงบและนิ่งลงได้อย่างประหลาด ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์ใดก็ตาม

“ไม่ต้องกังวลไป คนของลุงจะดูแลอย่างดีดุจเดียวกับ ‘น้ำตาจันทรา’ เชียวละ” หลินเหิงอี้หัวเราะในลำคอแล้วส่งย่ามของหลานสาวให้คนสนิทถือเดินนำไปที่ห้องพักของหลานรัก

หลินอวี้เจินเอียงคออย่างสงสัย “น้ำตาจันทราคืออะไรหรือเจ้าคะ”

“ไข่มุกน้ำตาจันทรา” ชายต่างวัยมองอย่างงุนงงไม่แพ้กัน “นี่หลานไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้เลยหรือ?”

หลินอวี้เจินส่ายหน้าไปมา “หลานไม่ค่อยสนใจเรื่องเหล่านี้”

หญิงสาวตอบไปตามจริง แม้หญิงสาวทั่วไปสนใจเครื่องประดับ หรือแพรพรรณงดงาม แต่สำหรับนางกลับหลงใหลในหนังสือหรือตำรา อาจเพราะบิดาเพาะบ่มนางด้วยกลิ่นอายของกระดาษ นางจึงชอบการอ่านเป็นอย่างยิ่ง และชื่นชอบพอๆ กับการวาดรูป นางวาดรูปได้ธรรมดาสามัญ มิอาจอวดอ้างกับผู้ใดได้ แต่การวาดรูปนั้นทำให้นางผ่อนคลายที่สุดและใจสงบที่สุด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คุณชายลงจากสวรรค์
8.5
ความเชื่อมั่นที่ธิชามีต่อคุณชายธาวินแห่งตระกูลธนาภูวนัตถ์ต้องจบลงเมื่อเธออายุสิบแปดปี ชายผู้เคยปกป้องเธอได้แปรเปลี่ยนเป็นคนโหดร้ายที่กักขังและมองเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่า ชีวิตของหญิงสาวจมดิ่งสู่วังวนแห่งความมืดมน ทว่าโชคชะตาก็นำพาบุรุษลึกลับเข้ามาประดุจแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เขาหยิบยื่นความหวังเพื่อฉุดรั้งเธอจากขุมนรก แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความรักนั้นคือคมหนามที่พร้อมจะทิ่มแทง การรับความช่วยเหลือจากเขาอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะพลิกผันชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากท้องฟ้า
6.7
เวลาสามปีที่อยู่ร่วมชายคากัน เธอต้องทนฟังเรื่องที่เขามีหญิงอื่นเคียงข้างเสมอ แม้ความจริงจะประจักษ์ชัดแต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความร้าวราน ปิดปากเงียบและทำตัวราวกับคนตาบอดเพื่อประคองความสัมพันธ์อันเปราะบางไม่ให้ขาดสะบั้น ความจริงที่กรีดแทงใจคือเธอเป็นได้เพียงคู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่เคยได้รับเกียรติในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้จะผูกพันลึกซึ้งเพียงใด แต่เมื่อวันลาจากมาถึง เธอต้องพบกับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าเลิกรา นั่นเพราะสถานะของทั้งสองไม่เคยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียที่เคยรัก
8.7
จากสตรีผู้เปี่ยมเสน่ห์และเป็นที่หมายปองของบุรุษมากมายในชาติก่อน โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องเกิดใหม่อีกครา ทว่าชีวิตในชาตินี้กลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิง ไร้ซึ่งการทะนุถนอมเอาใจใส่ เธอต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายในฐานะภรรยาที่ถูกสามีทอดทิ้ง เมื่อต้องเผชิญความเย็นชา เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตตนเอง ด้วยการละทิ้งความผูกพันและขอเป็นเพียงอดีตภรรยาของเขาเท่านั้น ทว่าความรักที่เคยหวานซึ้งจะถูกลบเลือนกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่มีวันหวนคืนมาได้จริงหรือ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักที่ทรมาน  รักที่มาผิดเวลา
7.0
โชคชะตานำพากันยาให้กลับมาพบสาคร อดีตคนรักที่เธอทิ้งไปเมื่อสามปีก่อน ในยามที่เธอต้องลดตัวขายศักดิ์ศรีเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย เมื่อเห็นคนที่เคยฝากรอยแค้นตกต่ำ สาครจึงฉวยโอกาสนี้เหยียบย่ำและบีบให้เธอชดใช้หนี้แค้นด้วยชีวิต แม้จะถูกทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส แต่หญิงสาวกลับปิดปากเงียบ ไม่ยอมเผยความจริงที่ว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังจะมาถึง กันยายอมกลืนกินความเจ็บช้ำไว้เพียงลำพัง เฝ้าทนรับการลงทัณฑ์พร้อมอธิษฐานว่า หากชาติหน้ามีจริง ขอให้วาสนาช่วยนำพาให้ทั้งคู่ได้ครองรักกันในเวลาที่ถูกต้อง
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักแห่งเม็ดทราย
7.5
เจ้าชายซารีฟร์แห่งอัลนูรีนหลงรักนาราภัทร สาวไทยผู้เปรียบดั่งดอกไม้งามกลางทะเลทราย ทว่าการพิชิตใจเธอนั้นยากยิ่ง เมื่อเธอสร้างกำแพงเย็นชาดุจน้ำแข็งเพื่อปิดกั้น อันเกิดจากความเข้าใจผิดว่าเขาคือชายเห็นแก่ตัวที่พรากความบริสุทธิ์ไปยามไร้ทางสู้ ความแคลงใจนี้กลายเป็นรอยร้าวลึก แม้เขาจะทุ่มเทความรักเพื่อละลายใจเธอเพียงใด สิ่งที่ได้กลับมามีแค่ความว่างเปล่า จนเจ้าชายสุดทนและตัดพ้อว่า คนที่ไร้หัวใจอย่างแท้จริงไม่ใช่เขา แต่คือเธอผู้ปิดตายหัวใจและปฏิเสธรักแท้ที่เขามอบให้อย่างหมดใจต่างหาก