APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน

จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน

เพราะการหายไปของ 'ไข่มุกน้ำตาจันทรา' ทำให้ กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ...................... หลินอวี้เจิน ในวัยสิบเจ็ดปี นางเป็นบุตรสาวของหลินยี่ห้าน เจ้าของสำนักศึกษาเล็กๆ แห่งหนึ่ง มารดาของนางตายจากไปตั้งแต่นางอายุไม่ถึงสิบขวบ แต่กระนั้นบิดาก็มิได้แต่งภรรยาใหม่ บิดาทุ่มเทให้กับสำนักศึกษาของตนและเลี้ยงดูนางตามลำพัง “หลินอวี้เจิน” หมั้นหมายกับ“ติงกว่างอาน” เขาเป็นศิษย์เอกของบิดา ทว่าเรื่องพลิกผลัน ติงกว่างอาน กลับไปแต่งงานกับ “หลินชูซิน” ญาติผู้น้องของนางเอง ด้วยเหตุนี้นางจึงเดินทางมาตันหยางเพื่อพบท่านลุงใหญ่-หลินเหิงอี้ เพียงเพื่อรักษาบาดแผลในใจ ‘ไข่มุกน้ำตาจันทรา’ สมบัติล้ำค่าประจำตระกูลกัว แต่กลับหายไป ร่องรอยสุดท้ายหยุดอยู่ที่หลินเหิงอี้ กัวจื่อหรานประมุขสกุลกัวและยังเป็นเจ้าเมืองตันหยาง เขาจำเป็นต้องใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ได้ไข่มุกประจำตระกูลกลับมา แม้ต้องบุกค้นเข้าห้องนอนของหญิงสาวก็ตามที หลับ? นางหลับในอ่างอาบน้ำ! มีผู้ใดหลับในอ่างอาบน้ำเช่นนี้เล่า! กัวจื่อหรานยืบเสื้อคลุมของหญิงสาวสะบัดไปมาแล้วโยนขึ้นเหนืออ่างอาบน้ำ เพียงพริบตาเขาก้มตัวช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นจากน้ำ ยื่นมือไปรับเสื้อคลุมที่ค่อยๆ ล่วงหล่นลงมา ตวัดข้อมือเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถใช้เสื้อคลุมของนางห่อหุ้มร่างเปลือยเปล่าได้มิดชิด เขาอุ้มนางที่ยังถลึงตามองเขาแต่ใบหน้าหวานนั้นแดงจัดราวคนป่วยไข้ “จุ๊ๆ อย่าจ้องหน้าหน้าผู้มีพระคุณเช่นนี้” เขาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ อุ้มร่างนุ่มนิ่มไปวางไว้บนเตียง มารดาเถอะ! ผู้มีพระคุณอะไรกัน! เจ้าโจรลามก! แล้วสายลมแห่งฤดูกาลก็นำโชคชะตาของคนแปลกหน้ามาผูกพัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“เอาเถิด อยู่ไปนานๆ ก็คุ้นชินไปเอง” หลินเหิงอี้แหงนหน้าหัวเราะ “ลุงไม่ให้อยู่ว่างเป็นแน่”

“หากมีสิ่งใดที่หลานทำได้ หลานยินดีทำให้เจ้าค่ะ” นางหัวเราะคิกคัก แม้ไม่ได้พบกันบ่อยนัก แต่เมื่อครั้งที่ยังเด็ก นางจำได้ว่าหลินเหิงอี้เอ็นดูนางมาก เคยอุ้มนางดูโคมไฟ ตามใจนางประหนึ่งเป็นลูกในไส้ก็ว่าได้ บิดาไม่ห้ามปรามด้วยเข้าใจว่าหลินเหิงอี้เห็นนางเป็นเหมือนลูกจริงๆ เพราะหลินเหิงอี้เสียทั้งภรรยาและลูกไปก่อนที่นางจะเกิดแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น

หลินเหิงอี้หัวเราะอารมณ์ดีซึ่งไม่ค่อยมีใครได้เห็นเขาเป็นแบบนี้นัก อาจเป็นเพราะได้อยู่กับหลานรักก็เป็นได้ เขาพานางเดินเข้ามาในบ้านพักของตน เรือนหลังขนาดกำลังดีไม่ใหญ่โตเกินไป มีบ่าวรับใช้อยู่ประมาณยี่สิบคน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่เก็บสินค้าที่ซื้อมาเพื่อนำไปขายต่ออีกเมือง

“ท่านปู่ท่านย่าฝากยาสมุนไพรมาให้ท่านลุงไว้บำรุงร่างกายด้วยเจ้าค่ะ” แม้นางจะไม่สนิทสนมกับท่านปูและท่านย่า แต่ก็ไปมาหาสู่กันสม่ำเสมอ

“เหตุใดไม่เก็บไว้เองหนอ” หลินเหิงอี้โคลงศีรษะไปมา เขาเป็นลูกชายคนโตแต่ไม่ได้อยู่ดูแลบิดามารดา ต้องให้น้องชายคนรองรับผิดชอบหน้าที่นี้

“ท่านปู่กับท่านย่าเป็นห่วงท่านลุงนี่เจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงสดใส “ท่านลุงไม่มีผู้ใดดูแลข้างกาย เอ๊ะ! หรือจะมี?”

ด้วยความสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก หลินอวี้เจินจึงกล้าหยอกล้อ ยังไม่ทันที่หลินเหิงอี้จะเอ่ยตอบอะไร หญิงสาววัยประมาณยี่สิบปีก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

“อาหารเตรียมพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”

หลิวเหิงอี้พยักหน้ารับ “หลานอยากกินข้าวก่อนไหม หรืออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดี”

หลิวอวี้เจินสบตากับหญิงสาวเบื้องหน้า นางแต่งกายเรียบง่าย ใบหน้าแต้มแต่งสีสันบางๆ แลดูสุภาพเรียบร้อย แล้วนางก็กลอกตามองทางท่านลุงที่ยืนรอคำตอบของนางอยู่ แม้นางไม่เอ่ยปากถามอะไร แต่กลับรู้ได้ว่าหลานสาวสงสัยเรื่องใดอยู่

“บ่าวชื่อหวังหมิ่นเจ้าค่ะ หากคุณหนูหลิวอวี้เจินมีสิ่งใดต้องการสามารถเรียกใช้บ่าวได้”

“ไม่ต้องเรียกข้าคุณหนูหรอก” นางโบกไม้โบกมือไปมา “หากท่านลุงไม่ถือสา หลานอยากอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเจ้าค่ะ”

“เอาเถิด เราอยู่กันเอง ลุงไม่เคร่งครัดอะไร”

หลินเหิงอี้มองหลานสาวเต็มตาอีกครั้ง เด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่เคยอุ้มหยอกล้อนั้น บัดนี้กลายเป็นสาวงามไม่น้อย หลินยี่ห้านแทบไม่เคยขอความช่วยเหลือใดๆ จากเขาเลย จนกระทั้งมีจดหมายเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เดิมเขาเองก็ไม่ค่อยชอบคู่หมั้นของหลินอวี้เจินนัก เป็นผู้ชายที่ดูเหลาะแหละมากกว่าที่จะเป็นผู้นำครอบครัวได้ แต่เมื่อหลานสาวรักใคร่ชอบพอและหลินยี่ห้านเห็นเหมาะสม เขาเป็นแค่ลุงจึงไม่ได้คัดค้าน แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นมาจนได้

“เช่นนั้นหลานพักผ่อนก่อนเถิด” หลินเหิงอี้พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต “ลุงต้องเตรียมหาของขวัญไปมอบให้ท่านเจ้าเมือง”

“ท่านลุงสนิทสนมกับท่านเจ้าเมืองด้วยหรือเจ้าคะ”

นางอดประหลาดใจไม่ได้ ต้นตระกูลของนางเป็นชาวนา มีท่านลุงใหญ่บุกเบิกทำการค้า แต่จากที่บิดาเล่าให้นางฟัง รุ่นหลานอย่างนางถือว่าเกิดมาไม่ต้องพบความยากลำบากเพราะท่านลุงหลินเหิงอี้

“อีกสองวันวันเกิดท่านเจ้าเมือง” หลินเหิงอี้อธิบาย “ใต้เท้ากัวจื่อหราน อายุเพียงยี่สิบห้า แต่ผลงานมากมายนัก ที่นี่เคยประสบปัญหาโจรดักปล้นสินค้าบ่อยครั้ง ใต้เท้ากัวนำทหารไม่กี่ร้อยนายกวาดล้างจนสงบ ทำให้ชาวเมืองไม่ต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวน ลุงเองแม้เป็นคนต่างถิ่นแต่อยู่ที่นี่มาหลายปี อย่างไรก็ควรมีของขวัญไปคารวะใต้เท้ากัว”

“ใต้เท้ากัวจื่อหราน” หลินอวี้เจินทวนคำ

“อืม หล่อเหลางามสง่า ยิ่งอยู่บนหลังอาชาองอาจดุจแม่ทัพใหญ่เชียวล่ะ” หลินเหิงอี้ลอบมองหลานสาวแล้วกระตุกยิ้ม “ที่สำคัญยังไม่ได้แต่งภรรยาเอกเสียด้วย”

“ท่านลุง!” หญิงสาวถอนหายใจใส่ “เลิกล้อเล่นกับหลานเถิดเจ้าค่ะ”

หลินเหิงอี้วิได้แต่มองหลานสาวอย่างพอใจ เขาเลือกใช้ชีวิตเดินทางไปทั่วเพื่อค้าขาย เพราะทำงานหนักจึงแต่งงานช้า ภรรยาของเขามีบุตรยาก ตั้งครรภ์แรกก็พร้อมกับภรรยาของน้องชายคนเล็ก แต่เขากลับโชคร้ายสูญเสียภรรยาและลูกในครรภ์ไปในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นหลินอวี้เจินเกิด เขาจึงเผลอคิดไปว่าหลินอวี้เจินก็เหมือนลูกของตน แต่ด้วยการเลี้ยงดูของน้องชายผู้เป็นบัณฑิต นางจึงมีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนหญิงสาวทั่วไป เขาจึงพึ่งพอใจที่เห็นหลินอวี้เจินมีบุคลิกนิสัยใจคอเช่นนี้ และยอมให้นางดูแลร้านขายผ้าของเขา แม้จะเป็นเพียงการดูแลบัญชีและเรื่องทั่วไป แต่นางก็ทำได้ดียิ่ง เขาคิดเสมอว่าหากตนเป็นอะไรไป ทรัพย์สมบัติทั้งหมดในส่วนของเขานั้นจะยกให้หลินอวี้เจิน

ชายวัยกลางคนหวังใจเหลือเกินว่า...จะไม่มีเรื่องยุ่งวุ่นวายใจใดๆ กับหลานสาวสุดที่รักคนนี้ระหว่างที่เธอพักรักษาแผลใจที่เมืองตันหยางแห่งนี้

บุรุษหนุ่มเจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งตวัดชายเสื้อแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานในห้อง ดวงตาคมปราบปรายตามองหนังสือรายงานซึ่งวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะไม้แดงหรูหราสมฐานะเจ้าเมืองตันหยาง

“มีความเคลื่อนไหวใดอีกหรือไม่” จำได้ว่าหลายปีมานี่ หลินเหิงอี้อาศัยอยู่ในเมืองตันหยางโดยไร้สตรีข้างกาย

“เท่าที่สายของเรารายงานมา หลินเหิงอี้เพิ่งรับหลานสาวมาอยู่ด้วยขอรับ”

“หลานสาว?”

“ได้ยินว่าเป็นบุตรสาวของหลินยี่ห้าน น้องชายคนเล็กของหลินเหิงอี้ขอรับ”

กัวจื่อหราน นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยกมือลูบคางของตน “มีข้อมูลหรือไม่”

“รู้เพียงเบื้องต้นว่าชื่อหลินอวี้เจิน อายุสิบเจ็ดบิดาคือหลินยี่ห้านเปิดสำนักศึกษาเล็กๆ นางหมั้นหมายกับบุรุษผู้หนึ่งแต่เมื่อสามเดือนก่อนกลับไปแต่งงานกับญาติผู้น้อง บิดาจึงส่งมารักษาแผลใจกับผู้เป็นลุงคือหลินเหิงอี้”

จางหยวน ผู้ติดตามข้างกายกัวจื่อหรานมานานกว่าสิบปีเงยหน้ารายงาน “หากใต้เท้าต้องการ ข้าน้อยจะสืบหาข้อมูลมาให้ทราบมากกว่านี้”

“ดี...เพื่อจำเป็นเราอาจต้องใช้นาง”

“เพื่อแลกกับไข่มุกน้ำตาจันทราหรือขอรับ”

กัวจื่อหรานกระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วลุกขึ้นยืนเดินไปที่หน้าต่าง ตันหยางเป็นเมืองอุดมสมบูรณ์นอกแนวกำแพงเมืองคือภูเขาสูงตระหง่านเป็นแหล่งสินแร่มีค่ายิ่ง ตระกูลกัวปกครองเมืองตันหยางมาหลายชั่วอายุคน กัวจื่อหรานที่รับตำแหน่งนี้มาเจ็ดปีพอดี แม้จะรับตำแหน่งนี้มาเพียงเจ็ดปี แต่เพราะติดตามบิดามาตั้งแต่เด็ก เขาถูกฝึกฝนมาเพื่อเป็นผู้ปกครอง ทั้งฝึกยุทธและศึกษาการปกครองล้วนไม่ด้อยกว่าผู้ใด เขาปกครองตันหยางด้วยความเด็ดขาด เหล่าหทารในการปกครองล้วนภักดีต่อเขา เช่นเดียวกับชาวบ้านที่รักใคร่เทิดทูนเขาประดุจเทพเซียน

“ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไร ข้าต้องเอาไข่มุกน้ำตาจันทรา กลับคือสู่ตระกูลกัวให้ได้!”

น้ำเสียงที่ประกาศกร้าวของกัวจื่อหราน ทำให้คนสนิทได้ยินถึงกับเย็นสันหลังวาบ ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่แล้วยิ่งทำให้ดูน่าเกรงขามดุจราชสีห์

กัวจื่อหรานหันหลังกลับมามองจางหยวนแล้วโบกมือ

“เจ้าไปพักผ่อนได้แต่พรุ่งนี้ข้าต้องได้ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับหลานสาวของหลินเหิงอี้”

“ขอรับ” จางหยวนประสานมือทำความเคารพแล้วก้าวออกไปเงียบๆ

กัวจื่อหรานบุรุษหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี มีใบหน้าเคร่งขรึมอยู่เสมอ แม้หน้าที่การงานหนักหน่วงเพียงใด

แต่สำหรับเขาแล้ว “ไข่มุกน้ำตาจันทรา” เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเสมอ

ทั้งที่ในที่จวนมีบ่าวรับใช้และทหารยามมากมายแต่กลับรู้สึกได้ถึงความเงียบเหงาและวังเวง

มันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่วันที่ไข่มุกน้ำตาจันทราหายไปจากตระกูลกัว

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ฟาร์มสุข
8.1
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานสาวที่ประสบอุบัติเหตุขี่รถเวสป้าตกเหว กลับรอดชีวิตมาได้อย่างเหลือเชื่อด้วยการหลุดมิติมาตกกลางบึงน้ำต่อหน้า ลู่เหวินเยียน พรานป่าหนุ่มผู้สูญเสียบิดาในสงครามและกำลังหาปลาเพื่อเลี้ยงดูมารดาในกระท่อมเชิงเขา เหตุการณ์ประหลาดที่หญิงสาวร่วงหล่นจากฟากฟ้าในครั้งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่รู้จัก ท่ามกลางวิถีชีวิตอันแสนเรียบง่ายแต่กลับมีเรื่องราวที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมาย ระหว่างสาวโมเดิร์นจากโลกปัจจุบันและชายหนุ่มผู้แสนเงียบขรึม
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
7.9
มณฑาหลงมิติมาอยู่ในร่างใหม่ระหว่างเก็บเห็ดบนเขา ทว่าโชคชะตาชักนำให้เธอต้องช่วยบุรุษลึกลับหนีจากการไล่ล่าของเสือร้ายจนพลัดตกหน้าผาไปด้วยกัน เมื่อได้สติเธอกลับพบว่าเขาสูญเสียความทรงจำ ทั้งยังตาบอดและขาหักจนพิการ ซ้ำร้ายเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่ผิดผีตามความเชื่อท้องถิ่น จนต้องเข้าพิธีแต่งงานกันเพื่อป้องกันอาเพศที่จะเกิดขึ้นกับหมู่บ้าน ท่ามกลางกลิ่นอายดินแดนอีสานแฟนตาซี เธอต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการเอาชีวิตรอดพร้อมดูแลสามีผู้แสนลึกลับคนนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อหญิงสาวจากต่างมิติได้หลุดเข้ามาใช้ชีวิตใหม่ในร่างของ กู้ลี่ถิง ตัวประกอบแสนธรรมดาผู้มีบทบาทเพียงน้อยนิดในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกนิยาย แทนที่จะยอมรับชะตากรรมอันไร้ค่าที่ผู้เขียนกำหนดไว้ เธอตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความรู้จากอนาคตที่ตนกุมไว้เป็นอาวุธในการปฏิวัติเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคขวากหนามใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือลิขิตชะตาชีวิตของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้อย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่สนใจบทบาทเดิมเลยแม้แต่น้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง หักเหลี่ยมเทวา
8.6
เด็กหนุ่มผู้เคยผ่านความตายในวัยเด็กได้รับโอกาสให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์ ทว่าการกลับมาครั้งนี้ต้องแลกกับการแบกรับภารกิจลึกลับอันแสนอันตราย นำพาเขาเข้าสู่การผจญภัยในดินแดนลี้ลับเพื่อเสาะหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโชคชะตา ท่ามกลางการต่อสู้ที่ต้องใช้ไหวพริบและการทรยศหักหลังรอบตัว เขาจะสามารถไขปริศนาของหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ได้สำเร็จ หรือจะต้องเผชิญหน้ากับความตายอันมืดมิดอีกครั้งในโลกที่เต็มไปด้วยความลับแห่งความลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค
9.1
เมื่อโชคชะตาพัดพาเอาขวัญยิกา ดีไซน์เนอร์สาวจากโลกอนาคตให้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในร่างของเด็กสาวแห่งยุคจีนโบราณอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนี้กลับเต็มไปด้วยความโหดร้าย เพราะทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับบทลงโทษด้วยการถูกโบยอย่างทารุณในทันที ท่ามกลางวิกฤตอันตรายรอบด้านและสภาพแวดล้อมที่แสนโหดร้ายนี้ ดีไซน์เนอร์สาวผู้มีความมั่นใจในตัวเองจะสามารถงัดเอาไหวพริบและปฏิภาณของคนยุคใหม่มาใช้เพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันแสนคับขันนี้ไปได้อย่างน่ากลืนนี้ไปอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ
9.7
หลินเจียอี หญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่เสียชีวิตจากโรคระบาด ได้รับโอกาสครั้งที่สองให้ลืมตาตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาววัยสิบสี่ปีในยุคอดีตที่มีชื่อเดียวกับเธอ ทว่าชีวิตใหม่นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมต้องจบชีวิตลงจากการถูกทำร้ายอย่างทารุณระหว่างเดินทางกลับบ้านเกิดของผู้เป็นแม่ ซ้ำร้ายครอบครัวของเธอยังต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตอันหนักหน่วง หลังจากบิดาจากไป มารดาก็ถูกโกงทรัพย์สินและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้ความปรานี ทำให้หลินเจียอีในร่างใหม่ต้องหยัดยืนท่ามกลางความยากจนข้นแค้น เธอต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคขวากหนามมากมายในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนี้ เพื่อพาทุกคนในครอบครัวที่ถูกทอดทิ้งให้มีชีวิตรอดต่อไปให้สำเร็จและเอาชีวิตรอดจากความลำบากให้จงได้