APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง NightZ [IV] UNFAITHFUL

NightZ [IV] UNFAITHFUL

คำปฏิเสธในวันวานที่ตอกย้ำให้คงสถานะเดิมยังคงฝังใจฉันจนถึงวันที่ต้องเดินทางกลับมาตามคำสั่งของเขา ซึ่งเจ้าตัวคงลืมเลือนมันไปแล้ว ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างไม่คาดฝัน เมื่อชายหนุ่มที่เคยผลักไสและยืนกรานอย่างไร้เยื่อใยว่าไม่คิดจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ กลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาคุกเข่าขอร้องเพื่อเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับฉันด้วยตัวเอง เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เคยจบลงไปแล้วกำลังจะถูกปัดฝุ่นขึ้นมาอีกครั้งในทิศทางที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“ให้เกียรติครุยที่ใส่หน่อยดีป้ะ?! ไม่งั้นก็ถอดแล้วเอากันใต้บันไดไปเลยไป!!!”

พอจับสองคนนั้นแยกออกจากกัน ฉันก็เดินผ่ากลางออกมาอย่างหัวเสีย แล้วผู้หญิงที่โดนฉันขัดโมเม้นต์ฟินๆ นั่นก็คว้าแขนฉันกระชากถอยกลับไป ก่อนจะเดินมาเผชิญหน้ากับฉันและจ้องมาเหมือนจะเอาเรื่อง

หมับ!

“นี่แก!”

“ทำไม?!” ฉันถามออกไปอย่างอารมณ์เสียไม่ต่างกัน แล้วหันไปจ้องหน้าเฮียโยแบบโคตรหงุดหงิด เฮียเลยเดินเข้ามาจับแขนผู้หญิงคนนี้ออกและส่งเสียงเข้มออกมา

“ลิลลี่!”

“ก็มัน...”

“ไปรอข้างนอก!”

ยังไม่ทันที่ผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไร เฮียโยก็พูดออกมาเสียงเรียบ จากที่ผู้หญิงคนนี้ทำท่าจะหัวร้อนใส่ฉันเลยกลายเป็นหงอยใส่เฮียไปซะงั้น หึ! นี่แหละนะมารยาหญิง

“ก็ได้ค่ะ”

พูดจบยัยนี่ก็เดินหนีไป แต่ก็ไม่วายจะมองตาขวางใส่ฉันจนสุดสายตา นี่แค่จูบนะ ถ้าเกิดได้กันใต้บันไดแล้วฉันไปขัดขึ้นมา ไม่โดนกระชากหัวไปโขกราวบันไดแบบนับตามจำนวนขั้นเลยรึไง หน้าไม่อาย!

ฉันมองยัยลิลลี่อะไรนั่นเดินพ้นไปจนสุดทางเดิน แล้วพอหันกลับมาก็เจอกับเฮียโยที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างใช้ความคิด

“มองไม?!”

เห็นเฮียมองมาแบบนั้นฉันเลยตะคอกออกไป กล้าทำได้ไงวะ เห็นหน้าเฮียแล้วอยากจับทุ่มลงพื้น คนบ้าไรแค่หน้าตาธรรมดาก็น่าใช้กำลังด้วยซะจริง!

“เราแม่งดุฉิบหาย T.T”

เฮียโยพูดออกมาแล้วทำหน้าสลดลงเล็กๆ ส่งมาให้ฉัน แต่ถามว่าฉันเชื่อแอคติ้งนี้ของเฮียมั้ย? ขอตอบแบบไม่ต้องคิด ...ไม่เลย!

“ไม่ต้องสร้างภาพได้มั้ย” พูดจบฉันก็ก้าวขาจะเดินหนี แต่เฮียโยก็เอื้อมมือมาคว้าแขนฉันไว้อีก

หมับ!

“จะไปไหน?” เขาเลิกคิ้วเล็กๆ ถามออกมา ฉันเลยตอบกลับไปแบบเซ็งๆ ไม่รู้จะอยู่ทำไม..

“ไปหาเฮียพาย หาเฮียบีท” ได้ยินแบบนั้นเฮียก็ทำหน้าเซ็งๆ แล้วถามกลับมาใหม่

“ไปหาพวกมันทำไม” ..เอ้า เฮียโยสติดีป่าวอ่ะ -_-?!

“Congrats ไง”

พอได้ฟังเฮียก็ทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ฉันเลยก้าวขาจะเดินต่อแล้วเฮียก็เข้ามาขวางไว้ อะไรอีกล่ะ?!

พรึ่บบบ!

“งั้น Congrats เฮียก่อนดิ เฮียก็จบนี่ไง”

พูดจบเขาก็ชี้ไปที่ชุดครุยที่โคตรจะเลอะรองพื้นของยัยลิลลี่อะไรนั่นของตัวเอง ก่อนจะทำท่าปัดๆ มันลวกๆ จนยิ่งเลอะเข้าไปใหญ่ เหอะ! บอกละไงให้ทำเองยิ่งเละ

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

“ไร้สาระ! ก็ไปพร้อมกันดิ” ฉันพูดไปแล้วเอื้อมมือไปปัดชุดครุยเลอะๆ ของเขาไป แล้วเฮียโยก็มองมาแถมยังทำหน้างอใส่

“ไม่ เราเจอเฮียก่อน ต้องบอกเฮียก่อนดิ”

เออนะ..เอาเข้าไป เฮียโยจ้องหน้าฉันนิ่งเหมือนกดดันให้ฉันตามใจ สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจพูดมันออกไปตามใจเขาจนได้นั่นแหละ

“อืม Congrats นะเฮีย พอใจละนะ..ป่ะ”

พอพูดจบประโยคฉันก็เดินหนี แต่เฮียก็เอื้อมแขนมาคล้องคอฉันไว้ ก่อนจะลากกลับไปหาเขาอีกทีอยู่ดี แล้วจังหวะที่ฉันหมุนตัวกลับไปหยุดตรงหน้าเขามันเลยเหมือนเฮียกำลังกอดฉันไว้ ซึ่งเราใกล้กันมากจนใจฉันมันดันสั่นขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยไง...

“ตั้งใจหน่อยดิ เฮียจบทั้งทีเลยนะเว้ย”

แขนข้างหนึ่งของเฮียกำลังคล้องคอฉันไว้ ส่วนอีกข้างก็ถูกส่งมายีผมฉันเบาๆ อย่างได้ใจ พร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบของเขาที่ฉันจับใจความแทบไม่ได้เพราะไอ้การกระทำของเฮียมันดันทำฉันหูอื้อไปแบบฉับพลัน

“ตั้งใจ..แบบเฮียเมื่อกี๊?”

ฉันหลุดปากพูดออกไปอย่างใจคิด ทั้งที่ปกติฉันไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา เฮียโยมีผู้หญิงมากมาย การเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมันทำให้ฉันเห็นภาพพวกนั้นจนชิน ไม่ว่าเฮียจะทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร ที่ผ่านมาแม้จะพยายามจะไม่สนใจ แต่วันนี้..ตอนนี้. ทำไมลึกๆ ฉันโคตรกระวนกระวายจนควบคุมตัวเองไม่ได้เลย

“อันนั้นไม่นับดิ โดนรุกแบบไม่ตั้งตัวอย่างงี้ ก็ต้องมีเคลิ้มบ้าง >////<”

เฮียพูดออกมาแบบไม่ใส่ใจแถมยังแอบทำหน้าฟินอย่างไม่สำนึก แต่ฉันที่เป็นคนฟัง พอได้ยินมันก็กลับเดือดเนื้อร้อนใจจนโพล่งออกไปอย่างไม่ทันระวัง

“เฮียแม่งใจง่าย!”

พอคิดได้ว่าปากมันดันเผลอพูดไปแบบนั้น ฉันก็หันหน้าหนี แล้วเฮียก็เลื่อนมือมาบีบแก้มฉันจนหน้าบู้บี้ไปในทันที

“เรานี่มันปากร้าย”

“งื้อออ อ่อย! (ปล่อย) ”

ฉันพูดพร้อมกับสะบัดหน้าเบาๆ หลบมือเขาออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล ทำไมมันหน่วงๆ ทุกทีเลยวะ เวลาเฮียทำเหมือนไม่มีอะไร เหมือนไม่สะทกสะท้าน ไม่สำนึก ..ไม่สนใจ

“เอาใหม่ Congrats เฮียใหม่ดิ๊.. เร็ว”

เฮียโยยอมปล่อยมือจากแก้มฉัน แล้วเลื่อนมาบีบจมูกเบาๆ แทนก่อนจะออกคำสั่ง ฉันเลยถอนหายใจแบบเซ็งๆ แล้วก็พูดออกไปช้าๆ อย่างเอือมๆ

“ยินดีด้วย ประสบความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งแล้ว...”

“โรส พูดเพราะๆ” แล้วเฮียก็ส่งเสียงดุออกมาเบาๆ อีก ฉันเลยเบะปากตอบกลับไปสั้นๆ จนเฮียขำออกมาในท่าทางแบบนั้น

“...ค่ะ!”

“หึ.. ครับ ขอบคุณนะ ^_^” เฮียโยส่งยิ้มหวานกลับมาแบบร่าเริงเกินเรื่องจนฉันหมั่นไส้ เลยพูดต่อแล้วเหล่ตามองเขาแบบเหน็บๆ กลับไป

“อย่าดื้อให้มันมากนัก แล้วก็อย่าพลาดทำใครท้องก่อนเรียนจบล่ะ ยิ่งแรดๆ อยู่!”

ป๊อก!

พูดจบฉันก็ใช้นิ้วเล็กๆ ของตัวเองดีดหน้าผากเฮียไปที แล้วรีบผละออกจากวงแขนของเฮีย ส่วนเฮียก็ทำหน้ามุ่ยร้องโอดโอยออกมา แล้วเลื่อนมือหนาไปลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ หลายที

“โอ๊ย เฮียเจ็บนะเว้ย!”

“สมน้ำหน้า!” ยิ่งเห็นท่าทางเจ็บจริงของเฮีย ฉันยิ่งสะใจ แต่โอดโอยได้ไม่เท่าไหร่หูตาเขาก็แพรวพราวขึ้นมาอีกละ

“ไหนมากอดทีดิ๊ ^_^”

“.....”

พอเฮียพูดมาแบบนั้นฉันก็ชะงักไปและจ้องหน้าเขานิ่ง แล้วเฮียก็มองมาด้วยท่าทางเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไร ก่อนจะยกแขนขึ้นทำท่าจะดึงตัวฉันเข้าไป แต่ฉันมุดหนีวงแขนนั้นจนเขาโวยวายและเดินตามมาเหมือนตั้งใจจะกอดให้ได้ ซึ่งมันอันตรายต่อใจฉันมากไปก็เลยต้องหนีแบบนี้นี่ไง

“อะไร กอดหน่อยไม่ได้ไง เร็วๆ”

“ไม่ดะ...”

พรึ่บบบ!

ฉันยังพูดไม่ทันจบ เฮียโยก็อาศัยจังหวะที่ฉันแปลกใจในท่าทางของเขา พุ่งเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่นมาก แถมยังไม่ยอมขยับไปไหน ทำให้ตอนนี้เราได้แต่ยืนนิ่งๆ แบบนี้ เพราะถ้าเขาไม่ขยับฉันก็ขยับไม่ได้เลย เพราะเฮียตัวใหญ่เบ้อเร่อเลยน่ะสิ!

“อื้อ อึดอัด -////-”

ฉันบ่นออกไปทั้งที่หน้าเริ่มออกร้อนขึ้นมา แต่จะให้เฮียเห็นอาการที่เป็นตอนนี้มันก็ไม่ได้ไง ก็ฉันน่ะ..ไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยด้วยซ้ำ ไอ้ความรู้สึกที่มีตอนนี้อ่ะ!

“รีบตามไปล่ะไอ้แสบของเฮีย”

เฮียโยพูดออกมาแล้วเลื่อนมือมายีผมฉันเบาๆ อีกครั้ง ทำไมถึงชอบทำแบบนี้นักนะ มันดูเหมือนเขากำลังเอ็นดูฉัน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลยสักนิด!

“ไม่ไป ไม่อยากเจอ”

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ในใจฉันทั้งยิ้มและกรี๊ดออกไปในคำพูดของเขาซ้ำๆ บางที..คนเราก็ต้องปากแข็งบ้าง ถ้ามันจะรักษาความลับบางอย่างที่มีเอาไว้ไม่ให้มันถูกเปิดเผยออกไปให้ใครรู้

“เฮียต้องคิดถึงเราแน่เลยว่ะ”

เฮียโยยังคงพูด..คำพูดธรรมดาของเขา ที่ในทางกลับกันมันชวนให้ฉันดิ้นตายในใจซ้ำๆอยู่แบบนั้น แล้วก็เหมือนเดิมคือฉัน…

“คิดถึงบ้าไร ไร้สาระ -////-”

“ดูแลตัวเองด้วย ห่วง..”

ยิ่งนานไปคำพูดพวกนั้นกับอ้อมกอดนี้ยิ่งชวนให้ฉันเผลอไผลไปกับมันจนเกือบจะลืมตัว ฉันเลยเลือกตัดบทไปแล้วพยายามจะผละออกแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยอยู่ดี

“จะดราม่าทำไมเนี่ย”

พรึ่บ! พรึ่บบบ!

“ไม่ได้ดราม่าเว้ย ห่วงจริง..”

เฮียโยดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง และครั้งนี้มันแน่นมากกว่าเดิมหลายเท่าจนฉันเริ่มใจเต้นแรง แต่ยังต้องกลบเกลื่อนไอ้ความหวั่นไหวพวกนั้นด้วยคำพูดที่มันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กว่าพูดออกไปต้องตั้งสติแล้วตั้งสติอีก

“ห่วงมากขนาดนั้นเลย -////-?”

“เออดิ แยกกันแล้วจะเถียงกับใครวะ”

เฮียโยบ่นอุบอิบออกมาอย่างเอาแต่ใจ เขาจะรู้มั้ยว่าคำพูดธรรมดาพวกนั้นมันกระทบความรู้สึกฉันเข้าจังๆ จนเกือบจะพูดบางอย่างออกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

“งั้นซ้ำชั้นอีกปีเอามั้ย?”

อีกคำถามที่ฉันต้องกลั้นใจพูดออกไปเพื่อให้สถานการณ์ยังเป็นปกติ แล้วเฮียก็ตอบมาแบบกวนๆ ตามสไตล์ของเขา

“เออน่าสน”

“บ้ารึไง ปล่อยได้ยังอึดอัด” ฉันบ่นๆ ออกไป แล้วส่งเสียงท้วงเล็กๆ เฮียเองก็ส่ายหัวออกมา

“ยัง.. เป็นผู้หญิงอ่ะระวังตัวด้วย”

เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันได้ฟังคำพูดพวกนี้ ทั้งเฮียโยและเฮียคนอื่นก็พูดอะไรแบบนี้จนฟังซะเบื่อ

“ระวังตัวจากใคร ผู้ชายเหี้ยๆ แบบเฮี...”

“เฮ้ยแรงไป! ที่พูดนี่เข้าใจมั้ย?”

ไม่รอให้ฉันพูดจบเฮียโยก็พูดสวนออกมา แถมยังเปลี่ยนเรื่องไปซะงั้น ถึงทุกเฮียจะพูดเหมือนห่วงพวกฉัน แต่ไอ้ความอันตรายจากผู้ชายที่ว่า.. มันก็เข้าตัวพวกเขาทั้งนั้นอะนะ ซึ่งฉันชินละ

“อื้ม รู้แล้ว -////-”

ฉันตอบเฮียโยกลับไป แล้วเฮียก็เงียบไปแป๊บหนึ่งแต่ก็ยังกอดฉันไว้ไม่ยอมปล่อยสักที ฉันเองก็ใช้โอกาสนี้ซึมซับไอ้ความรู้สึกที่มีจากสัมผัสของเขาเงียบๆ ท่ามกลางคำพูดมากมายที่ยังหาจังหวะพูดมันออกไปไม่ได้

“ตัวนิ่มฉิบหาย เฮียปล่อยเรารอดไปได้ไงวะ -_-”

“ให้ตาย! นี่น้องถูกมั้ย จะเคลมกันเองให้ได้?” พอได้ยินคำพูดที่โคตรจะกวนปนหื่นไม่รู้กาลเทศะของเฮีย ฉันเลยพูดออกไปแบบเอือมๆ

หึ.. ใช่.. ‘น้อง’ ไง ฉันน่ะมันควรเป็นแค่นี้ก็พอแล้วไง เป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นคนที่ไม่ว่าจะพูดอะไร..ก็ไปไม่พ้นตัวสักที

“ฮ่ะๆ” เฮียโยหลุดขำออกมาในคำพูดที่ฉันโต้ตอบออกไป แล้วเขาก็เงียบไปอีก เงียบ..จนเราได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเลยด้วยซ้ำ

“ปล่อยเหอะเฮีย เลิกแกล้งสักที! >////<”

สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายทักท้วงออกไปอีกครั้ง แต่เหมือนว่าเขาก็ยังไม่ยอม และส่งเสียงยียวนเหมือนตั้งใจจะแกล้งกันอยู่แบบนั้นกลับมา

“ไม่เลิกเว้ย ยืนเฉยๆ ไป เดี๋ยวกอดเอง”

เฮียโยพูดออกมาแบบทีเล่นทีจริงจนฉันแยกแยะไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไร เลยแกล้งพูดออกไปแต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ

“รำคาญว่ะเฮีย >////<”

“แล้วไง..ก็ช่างดิ”

หึ.. นี่คงเป็นอีกครั้งที่ฉันหลุดยิ้มกับความรั้นของร่างสูงที่กอดฉันไว้นิ่งๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ร่างสูงของเฮีย.. ที่แม้จะกวนกันแค่ไหนก็คอยปกป้องฉันจากใครต่อใครเสมอ :)

“โทษนะฮะไอ้คู่จิ้น”

พรึ่บบบ!

ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ๆ เฮียพายก็เดินเข้ามา ทำให้ฉันกับเฮียโยผละออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ

“ไอ้ห่า ตกใจหมด!”

เฮียโยหันไปหาเฮียพายแล้วพูดออกไปด้วยสีหน้าดุๆ เฮียพายเองก็มองมานิ่งๆ ก่อนจะชี้ออกไปข้างนอกที่พอพวกฉันชะเง้อไปมองก็เห็นว่าบรรดาสาวๆ ของเฮียโยกำลังเขม่นกันให้วุ่นวาย แล้วเฮียพายก็ทำหน้าเอือมๆ ออกมา

“ไปเคลียร์ดิ๊ วุ่นวายสัส”

พอเห็นแบบนั้นเฮียโยถึงกับถอนหายใจ แล้วบ่นออกมาแบบเซ็งๆ ซึ่งฉันก็รับฟังมันนิ่งๆ เพราะอย่างที่บอก..มันชิน

“มากันทำไมเยอะแยะวะ” พูดจบเฮียโยก็เดินแยกออกไป แล้วพอเฮียโยเดินพ้นไปปุ๊บ เฮียพายก็หันมาหาฉันปั๊บ

“…ไรเฮีย?”

ฉันถามออกไปอย่างรู้ทัน เพราะแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเฮียน่าจะอยากพูดอะไร ถึงวันๆนึงเขาจะพูดน้อยมาก แต่การรู้จักกันมาสักพักมันทำให้ฉันเริ่มเข้าใจเฮียพายผ่านแววตา ไม่ใช่สีหน้านิ่งเฉยแบบนั้น

“ร้อนไง? หน้าแดง”

เฮียพายพูดออกมาสั้นๆ แต่แววตาโคตรกวน ซึ่งนี่แหละคือบุคลิกที่โคตรจะน่าหมั่นไส้ของเขา ฉันเลยตอบกลับไปแบบไม่สนใจแล้วก้าวขาจะเดินหนี

“ยุ่ง -////-”

“หึ.. จะบอกมันเมื่อไหร่?”

กึก!

ฉันเดินผ่านหน้าเฮียพายมาแค่สองก้าวเท่านั้น แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้าไปเพราะได้ยินคำถามที่ไม่เข้าใจความหมาย เลยถามกลับไป

“บอกอะไร”

พรึ่บบบ!

แล้วเฮียพายก็คว้าสมุดบันทึกเล่มจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือที่ฉันใช้เวลาตามหาอยู่นานเป็นอาทิตย์ออกมา ก่อนจะยื่นมันคืนมาให้ฉันที่ก็รีบคว้ามันทันทีอย่างไม่รีรออะไร

“เฮียไปเอามาจากไหน O_O?!”

ฉันพูดออกไปหน้าตาตื่นและรีบเปิดดูเนื้อหาในนั้นว่ามันยังอยู่ครบมั้ย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหน้าไหนหลุดรอดออกไป

“ลิซยืม Text ไปแล้วหยิบติดมา”

เฮียพายตอบกลับมาสั้นๆ แต่จากคำพูดก่อนหน้านั้นแปลว่าเขาต้องอ่านเนื้อหาข้างในนี้แล้วแน่ๆ.. นั่นแปลว่าความลับของฉันมันไม่ได้รู้แค่ฉันคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

“รับปากได้มั้ยว่าเฮียจะไม่...”

“ไม่บอก มันจะรู้มั้ย?”

ไม่รอให้ฉันพูดจบ เฮียพายพูดออกมาอย่างรู้ทันและมองมาที่ฉันอย่างเตือนสติ ฉันเลยถอนหายใจออกและก้มหน้ามองข้อความมากมายในสมุดบันทึกอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

“.....”

“คิดให้ดี.. ไม่มีเวลาแล้วไม่ใช่รึไง”

ฉันพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เฮียพายกำลังจะสื่อ เพราะเฮียโยจะกลับไทยพรุ่งนี้ ฉันเลยเหลือเวลาแค่คืนนี้... พูด...สิ่งที่ก็ไม่รู้ว่ามัน...ควรจะพูดมั้ย

นี่ฉัน..ควรพูดออกไปให้เขารับรู้มั้ย?

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายของมือสังหารระดับพระกาฬนำไปสู่การเกิดใหม่ในต่างโลก เมื่อวิญญาณถูกจอมเวทอำมหิตดึงมาสิงร่างเด็กหนุ่มเพื่อใช้เป็นหนูทดลองมรณะ ทว่าผู้ร่ายเวทกลับประเมินเหยื่อต่ำไป ด้วยสัญชาตญาณดิบและทักษะลอบสังหารที่มี อดีตนักฆ่าจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมพลิกสถานการณ์และปลิดชีพผู้ที่อัญเชิญตนมาได้อย่างหมดจด หลังกำจัดศัตรูพ้นทาง เขาเข้ายึดครองฐานที่มั่นและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อใช้เป็นรากฐานในการสถาปนาจักรวรรดิมืดของตนเองบนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและการวางแผนซ้อนแผนที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้านายเขาเลวเงี่ยน
9.6
ชีวิตเจ้าระเบียบของที่ปรึกษาทางการเงินอย่างรยูจีฮวานต้องวุ่นวายเมื่อหญิงสาวแปลกหน้ามาทำห้องน้ำเขาพัง โชคร้ายซ้ำซ้อนเมื่อเขาถูกไล่ออกจากงานกะทันหันจนต้องจับพลัดจับผลูไปเป็นผู้ช่วยนักเขียนชื่อดัง ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเจ้านายคนใหม่คือ โกอึนคัง หญิงจอมป่วนจากเหตุการณ์วันนั้น ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกันอย่างเป็นปริศนา การปะทะกันของสองคนที่นิสัยต่างกันสุดขั้วได้จุดประกายความสัมพันธ์อันแสนชุลมุน ก่อเกิดเป็นความโรแมนติกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเคมีที่เข้ากันอย่างประหลาด
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กฉลาดของประธาน
6.8
ท่ามกลางโลกธุรกิจอันทรงอำนาจ หญิงสาวต้องสวมบทเป็นเด็กผู้ชายเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย โดยตั้งเป้าจะซ่อนความจริงจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ทว่าโชคชะตากลับดึงเธอมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของประธานหนุ่ม การทำงานใกล้ชิดทำให้หัวใจของทั้งสองเริ่มหวั่นไหว ขณะที่เจ้านายเริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติในตัวลูกน้อง เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความลับนี้ไว้ไม่ให้พังทลายก่อนเวลาอันควร ตำนานรักที่ซ่อนเร้นภายใต้คำโกหกและการพิสูจน์ความรู้สึกที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ที่รัก อยู่ไหน
8.0
ความตื่นตะลึงเข้าครอบงำชายหนุ่มเมื่อได้พบเด็กฝาแฝดที่มีใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ยิ่งเด็กน้อยยืนยันว่ามารดาของพวกเขาคือภรรยาของเขาเอง ความสับสนก็ยิ่งทวีคูณ เมื่อตั้งสติได้เขาจึงรีบโทรหาเฉินลั่วฉิงด้วยอารมณ์คุกรุ่น ทว่าหญิงสาวยังคงตอบกลับอย่างสดใสว่าเตรียมเรื่องประหลาดใจไว้ให้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าสามีกำลังเดือดดาลและพร้อมจะสะสางความลับที่เธอซุกซ่อนไว้ ปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดของคนเป็นพ่อทำเอาสองแฝดถึงกับอึ้ง เพราะดูเหมือนความลับนี้จะกลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่พร้อมสร้างปัญหาให้ใครบางคนอย่างแน่นอน
ภาพปกนิยายเรื่อง สุดที่รักของประธานซาตาน
7.7
ข้อตกลงลับในคืนนั้นเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล หลังผ่านการตรวจร่างกายสุดเข้มงวด เธอจำต้องทอดกายให้ชายแปลกหน้าใต้หน้ากากจิ้งจอก ทว่าเมื่อให้กำเนิดสายเลือด เธอกลับได้สบตาลูกเพียงครั้งเดียวก่อนถูกพรากไป ห้าปีต่อมา โชคชะตาชักนำเธอเข้าทำงานเป็นเลขาของประธานฟาโรห์แห่งบริษัทธนา โดยหารู้ไม่ว่าเจ้านายผู้นี้คือชายในอดีต ท่ามกลางการทำงานที่กดดัน เธอสัมผัสได้ถึงสายตาดุดันที่คอยจับจ้องและรุกล้ำความเป็นส่วนตัว การคุกคามอันแสนซ่อนเร้นนี้สร้างความหวาดผวาจนเธอแทบไม่อาจรับมือไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอสุเรศ
6.8
สิ้นสุดลมหายใจของแพทย์หญิงผู้ทุ่มเทอุทิศตนเพื่อผู้อื่น ทว่าความตายกลับนำพาปาฏิหาริย์มาสู่ดวงวิญญาณ เธอลืมตาตื่นขึ้นในร่างสตรีปริศนาที่มีนามพ้องกับเธออย่างไม่มีผิดเพี้ยน ความวุ่นวายเริ่มขึ้นเมื่อพบว่าร่างนี้เพิ่งผ่านพ้นงานแต่งงานมาหมาดๆ ชีวิตใหม่ที่มาพร้อมสถานะภรรยาทำให้คุณหมอสาวต้องเรียนรู้การเอาตัวรอด เธอจำต้องสวมบทบาทคู่ชีวิตของชายหนุ่มที่ไม่เคยรู้จัก พร้อมรับมือกับบททดสอบแห่งความสัมพันธ์ที่ถาโถมเข้ามา การก้าวเดินในฐานะสตรีมีเรือนจึงเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน