APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง NightZ [IV] UNFAITHFUL

NightZ [IV] UNFAITHFUL

คำปฏิเสธในวันวานที่ตอกย้ำให้คงสถานะเดิมยังคงฝังใจฉันจนถึงวันที่ต้องเดินทางกลับมาตามคำสั่งของเขา ซึ่งเจ้าตัวคงลืมเลือนมันไปแล้ว ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างไม่คาดฝัน เมื่อชายหนุ่มที่เคยผลักไสและยืนกรานอย่างไร้เยื่อใยว่าไม่คิดจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ กลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาคุกเข่าขอร้องเพื่อเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับฉันด้วยตัวเอง เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เคยจบลงไปแล้วกำลังจะถูกปัดฝุ่นขึ้นมาอีกครั้งในทิศทางที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

- AFTER PARTY -

“จบแล้วโว้ยยย~”

เฮียโยตะโกนออกมาท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังลั่นในบ้านของเขา ที่นี่ตอนนี้มีฉัน ลิซ เฮียพาย เฮียบีท และเหล่ารุ่นพี่ที่จบพร้อมกัน รวมถึงบรรดาสาวๆ ที่แต่ละคนหิ้วมานัวเนียยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

“ดีใจเหมือนได้ใบปริญญา” ฉันพูดเหน็บเฮียไปขำๆ แล้วเขาก็หันมาทำหน้าเหมือนคาดโทษกัน

“มานั่งนี่”

เฮียโยจ้องหน้าฉันอย่างออกคำสั่งแล้วชี้นิ้วไปตรงที่ว่างบนโซฟาข้างเขา ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกจนหมด แต่ฉันเลือกที่จะส่ายหัว ทำหน้ากวนๆ ตอบกลับไปอย่างท้าทาย

“ไม่!”

“รักไอ้พายมันมากไง๊?”

แล้วเฮียโยก็ทำหน้าเซ็งๆ พอโดนฉันขัดใจ ฉันเลยแกล้งขยับเข้าไปใกล้เฮียพายที่นั่งอยู่ข้างกัน เอียงหัวทำท่าจะไปซบไหล่เฮียพายขำๆ ก่อนจะพูดออกไป

“ใช่.. รักมากกว่าใครในนี้เลย”

“ใช่?”

พอฉันพูดแบบนั้น เฮียพายก็เลิกคิ้วถามออกมาเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน ฉันเลยถลึงตาใส่เขา กลัวเฮียจะหลุดเรื่องนั้นออกมา แล้วเฮียก็อมยิ้มกรุ้มกริ่มเงียบๆ คนเดียว

“เฮียนี่มัน...”

ฟุ้บ!

จังหวะที่ฉันกำลังเขม่นเฮียพาย อยู่ๆ เฮียโยก็ลุกพรวดจากโซฟาฝั่งตรงข้าม แล้วเดินมาทิ้งตัวตรงที่ว่างข้างฉันที่นั่งอยู่ข้างเฮียพายทันที ฉันเลยหันไปหาเขาแบบงงๆ คือปกติก็นั่งด้วยกันไม่คิดไร แต่ตอนนี้ฉันมีคดีที่ซ่อนไว้ไง กลัวใจตัวเอง -.-

“จะมานั่งเบียดกันทำไมเนี่ยเฮีย” ฉันบ่นกลบเกลื่อนออกไป แล้วเฮียโยก็เลื่อนแขนมาโอบไหล่ฉันไว้ ก่อนจะพูดออกมา

“อยากรักไอ้พายบ้าง โอ๋~ ไอ้เพื่อน”

ผลัวะ!

“หื้ม O[]O?”

พูดจบเฮียโยก็ใช้มือจากแขนข้างที่โอบฉันไว้ตบเข้าที่หัวเฮียพายอย่างแรง จนลิซที่นั่งถัดออกไปทำตาโต เอิ่ม..เคยบอกไปยังว่ายัยนี่ไม่ชอบความรุนแรง ส่วนเฮียพายพอโดนแบบนั้นก็ถึงกับส่ายหัวแล้วพูดออกมาแบบเซ็งๆ

“เหี้ยจริงๆ”

แล้วฉันก็ใช้จังหวะที่พวกเขากำลังเคืองกันลุกพรวดออกจากโซฟาจะหนีไปนั่งกับลิซ แต่เฮียโยก็เอื้อมแขนมาคว้าเอวฉันกดให้นั่งลงที่เดิมอย่างรู้ทัน

พรึ่บบบ! ฟุ้บ!

“เพื่อ?” ฉันหันไปเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำ แล้วเฮียโยก็ลอยหน้าลอยหน้าตอบกลับมา

“เป็นไม้กันหมาให้หน่อย เดี๋ยวมันตบเฮียคืนจะทำไง”

“หึ..” พอเฮียโยพูดแบบนั้น เฮียพายก็หลุดขำในลำคอออกมา ฉันเลยหันไปมองค้อนใส่เฮียพายอีกที แล้วเขาก็ทำเฉยหันหนีไปหาลิซแทน

แต่ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ เฮียบีทที่นั่งอยู่ตรงโซฟาที่เยื้องออกไปก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แถมทำท่ายกมือขึ้นมาแล้วขำยกใหญ่

“โว้วๆ รอดูเค้าได้กันครับ ”

แล้วจากนั้นรุ่นพี่คนอื่นๆ ก็มองมาที่ฉันกับเฮียโยด้วยเหมือนกัน ก่อนที่พวกเขาจะพร้อมใจกันพยักหน้ากันรัวๆ และยกมือขึ้นไปตามๆ กัน

“ด้วยครับ ”

“+1 เลยครับ ”

“พนันเลยฮะ”

“เอ่อ.. ได้กันคืออะไรหรอคะ -.-?”

“แป่ว...”

ฉันกับเฮียโยรับฟังคำพูดพวกนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะโดนแซวกันจนชิน แล้วคำพูดของทุกคนก็ถูกเบรคไว้ด้วยเสียงลิซที่ทำหน้ามึนๆ และมองไปรอบๆ แบบงงๆ เออน้องฉัน..มันใช่เวลามั้ย หลังไมค์ก็ได้เว้ย -_-!

“ลิซ!”

ฉันส่งเสียงเข้มออกไปปรามลิซที่มักจะออกอาการซื่อบื้อจนทุกคนพากันส่ายหัว คือถ้าคนฟังไม่ใช่พวกเฮียๆ ชะตาน้องฉันจะเป็นไงนะ จะโดนหลอกไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ป้ะ เฮ่อออออ!

“งื้อออ โรสอย่าดุนะ ก็ลิซไม่รู้”

พอฉันส่งสายตาตำหนิออกไปเบาๆ ลิซก็เลิ่กลั่กขึ้นมา แล้วรีบลุกพรวดพราดเข้ามาหาฉันเพราะกลัวฉันโกรธพร้อมกับถือแก้วน้ำหวานสีแดงในมือ แต่เพราะยัยนี่รีบร้อนเดินเข้ามาทำให้ขาไปขัดกับมุมโต๊ะที่วางอยู่ตรงกลาง และ...

พรึ่บบบ!

“O[]O”

ร่างเล็กของลิซเสียหลักจะหน้าทิ่มลงไปแต่เฮียพายคว้าไว้ได้ทันจนลิซเซถอยกลับไปนั่งตักเขา แต่แก้วน้ำหวานในมือที่ลิซถือมาลอยลิ่วผ่านหน้าฉันที่เห็นเหตุการณ์และหลบมันได้พอดีไปกระเด็นเลอะเทอะใส่เฮียโยที่ไม่ทันระวังจนเปียกโชกในพริบตา

ซ่าาาาา!

“O[]O ฮะ..เฮียโย ลิซ..”

“หยุดอยู่ตรงนั้น ไอ้เด็กบื้อ -_-” ลิซทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาเฮียโย แต่เฮียส่งเสียงดุออกไปจนลิซหน้าเสีย เหอะ..ให้ตายน้องฉัน! ให้! ตาย!

“งื้อออ ลิซขอโทษค่าาา T.T เฮียพายด้วยนะลิซขอโทษษษ _/_”

ใบหน้ามึนๆ อึนๆ ของลิซเริ่มทำหน้าไม่ถูก และเบะปากออกมาทำท่าเหมือนจะร้องไห้ พร้อมกับลุกพรวดพราดออกจากตักเฮียพายและยกมือไหว้เฮียโยกับเฮียพายซ้ำไปซ้ำมา

พรึ่บบบ!

แล้วอยู่ๆ เฮียโยในสภาพโคตรเละก็ถอดเสื้อที่ใส่อยู่ออกทันที จนลิซอึ้ง อ้าปากค้าง และเอามือปิดตาก้มหน้าหนีไปอีก ไอ้ลิซ -_-!

“เฮีย มาถอดไรตรงนี้เล่า -////-”

เอาจริงอย่าว่าแต่ลิซเลย ฉันที่นั่งอยู่ข้างเขาพอเหลือบไปมองไอ้ Six Pack ที่โคตรจะแน่นและเป็นลอนสวยนั่นก็ประหม่าอยู่เหมือนกันเลยส่งเสียงดุเขาออกไป แต่เฮียโยไม่ได้สนใจคำพูดอะไรของฉันสักนิด แถมยังโยนเสื้อเขามาให้ฉันแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย

พรึ่บบบ!

“เอาไปซัก”

“ลิซทำก็ให้มันซักดิ”

พอเฮียบอกมาแบบนั้น ฉันก็สวนกลับไปแบบทันควัน แล้วตั้งท่าจะโยนเสื้อเฮียไปให้ลิซที่นั่งปิดตาไม่สนใจโลกแทน แล้วเขาก็คว้ามือฉันไว้

หมับ!

“เป็นพี่ก็ซักให้น้อง”

เฮียพูดออกมาเสียงเรียบ แล้วคว้าแขนฉันดึงให้ลุกขึ้น ก่อนจะเดินลากฉันออกจากโซฟาแบบรีบร้อนท่ามกลางสายตาของบรรดาเฮียๆ ที่มองมาแต่ไม่ได้พูดอะไร

“เดี๋ยวเฮีย จะไปไหน?” ฉันเอ่ยปากถามเจ้าของแผ่นหลังที่เอาแต่เดินลิ่วๆ นำฉันไปแบบไม่รู้จุดหมาย แล้วเฮียก็ตอบกลับมาเสียงเรียบก่อนจะเงียบไป..

“ซักเสื้อ”

“ห๊ะ! ตอนนี้เนี่ยนะ? เฮียบ้าหรอ?!” พอได้ฟังคำตอบจากเฮียที่มันโคตรจะเอาแต่ใจ ฉันเลยโวยวายออกไปแต่เขาก็ไม่ตอบอะไรกลับมา

สักพักเฮียโยก็พาฉันมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของเขาก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป แล้วชี้ทางไปห้องน้ำให้ ฉันเลยหันไปเบะปากใส่ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำมาล้างคราบน้ำหวานบนเสื้ออย่างไม่ค่อยจะเข้าใจ ทุกทีเลอะนิดเลอะหน่อยเห็นทิ้งเลยไม่ใช่รึไง คราวนี้เกิดงกอะไรขึ้นมา ประหลาด!

ฉันใช้เวลาซักเสื้อเฮียอยู่สักพักก็เดินออกไป แล้วก็เจอกับเฮียที่กำลังยืนเลือกเสื้อในตู้อยู่แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร

“ยังเลือกไม่ได้อีกหรอ -///-?”

นี่ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะสาบานได้ -///- แค่สงสัยว่าการที่เฮียยืนเปลือยท่อนบนเลือกเสื้ออย่างสบายใจท่ามกลางแอร์เย็นจัดแบบนี้ ถามจริง..เขาไม่หนาวบ้างรึไง?

“ใส่ตัวไหนดี”

เฮียโยละสายตามาเหลือบมองฉันนิดหน่อยแล้วพูดออกมา ก่อนจะเลือกเสื้อต่อ ฉันเลยตอบๆ ไปและหันหน้าหนีเพราะยิ่งจ้องนาน หน้าฉันมันก็ยิ่งร้อนผ่าวเข้าไปใหญ่ แถมอยู่ๆ ใจก็ดันเต้นแรง แต่สาบานได้.. ฉัน.. ไม่ได้คิดอะไร มันเป็นไปเอง -////-

“สักทีเหอะเฮีย ไม่ได้ไปเดินแฟชั่นวีค”

“อืม เราว่าดำหรือขาว” เฮียโยพยักหน้าแล้วเลือกหยิบเสื้อในตู้ออกมา ก่อนที่ทั้งฉันและเขาจะพูดออกไปพร้อมกัน

“ขาว / ขาว” ..แล้วเฮียก็กระตุกยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจและพูดต่อ

“หึ.. แขนยาวหรือแขนสั้น” เขาส่งสายตาเป็นเชิงตั้งคำถาม แล้วเราก็พูดออกมาพร้อมกันอีก

“ยาว / ยาว”

“เฮียรู้แล้วจะถามทำไม -.-?” พอความเห็นเรามันตรงกันฉันเลยถามออกไป แล้วเฮียก็เปลี่ยนเรื่องไปเฉยๆ

“อยู่ได้จริงใช่มั้ย?” แววตาที่มองมาของเฮีย ฉันพอจะดูออกแหละว่ามันมีความห่วงใย แต่..อย่าทำแบบนั้นจะได้มั้ย ก็มัน...

“อยู่ได้ อารมณ์ไหน?”

ฉันเลือกทำเป็นไม่สนใจ และหันหน้าหนี เพราะไม่อยากหวั่นไหวในความเป็นห่วงเป็นใยของเขา แล้วเฮียก็พูดออกมาพร้อมกับหยิบเสื้อไปใส่

“ก็จะไปแล้วไง..” เขาพูดออกมาเสียงเรียบเหมือนไม่สนใจอะไร แต่ฉันที่ได้ฟังก็ยิ่งนึกคำพูดของเฮียพายที่ยิ่งย้ำว่ามันไม่มีเวลาแล้วไง ไม่มีแล้วจริงๆ...

“อืม” ฉันพยักหน้าตอบกลับไป พอดีกับที่เฮียเปลี่ยนเสื้อเสร็จพอดี

“ป่ะ เสร็จละ” แล้วเขาก็หันมาพยักหน้าให้ก่อนเดินนำออกไป แต่ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวเฮียก็นิ่งไปและหันกลับมา

กึก..

“หื้ม?” ฉันมองเขาด้วยแววตาสงสัย แล้วเฮียก็พูดออกมาและเดินย้อนกลับที่หัวเตียงข้างในห้อง

“แป๊บ”

แล้วเฮียโยก็เดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบกล่องบางอย่างออกมาและเอากล่องนั้นมายื่นให้ฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบ

“เนื่องใน...โอกาส?”

“อยากให้”

เฮียโยตอบกลับมา ฉันเลยรับไว้และค่อยๆ เปิดกล่องดู ก่อนจะพบกับสร้อยข้อมือที่มีลวดลายเป็นรูปดอกกุหลาบเล็กๆ เหมือนกับชื่อฉันเป๊ะ ฉันเลยแซวเขาแบบกวนๆ ออกไป แต่ในใจก็งงๆ ที่อยู่ๆ เขาก็นึกอยากจะให้มันกับฉันขึ้นมา

“อีกเส้นเป็นดอกลิลลี่รึไง?”

ไม่รู้ทำไมถึงพูดไปแบบนั้นเหมือนกัน คงเพราะเขาชอบสะสมเครื่องประดับล่ะมั้ง ฉันเลยเดาว่าเขาก็คงจะเลือกซื้อเครื่องประดับนู่นนี่นั่นให้ผู้หญิงมากมายของเขาเหมือนกัน แถมคนล่าสุดใต้บันไดนั่นก็ชื่อนี้นี่นา

..แต่เดี๋ยวดิ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นซะหน่อย ทำไมต้องเอาตัวเองไปจัดอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยนะ -_-!

“มีเส้นนี้เส้นเดียว”

เฮียโยพูดขัดฉันที่กำลังถกเถียงกับตัวเองออกมา พอได้ยินแบบนั้น ยอมรับว่า..ก็แอบดีใจ ไม่ดิ ที่จริงไม่แอบหรอก ฉันดีใจ.. เลยพยักหน้าและตอบกลับเขาไป พร้อมกับก้มมองมันอีกทีและรู้สึกดีขึ้นมามากมายอย่างบอกไม่ถูก -////-

“สวยดี”

ฉันค่อยๆ หยิบสร้อยข้อมือในกล่องออกมาและมองมันชัดๆ อย่างช้าๆ แล้วเฮียก็เลื่อนมือหนาของเขาเข้ามายีหัวฉันสองสามทีก่อนจะยิ้มร่า

“หึ..แหงดิ เฮียดีไซน์เอง”

หื้ม..? จริงๆ ก็พอรู้นะว่าเขาชอบออกแบบเครื่องประดับหน้าตาแปลกๆ ไปเรื่อยเพราะมันเป็นธุรกิจที่บ้าน แต่เท่าที่เคยถาม เฮียบอกแค่ทำมันเล่นๆ ไม่ใช่รึไง ถ้าถึงกับดีไซน์เองและสั่งทำออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้แบบนี้.. จะถือว่าฉันได้สร้อยข้อมือแบบ Limited Edition ที่ไม่มีใครมีได้มั้ยนะ :)

“ฝีมือใช้ได้เลยนะเฮียเนี่ย ^_^”

ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ความจริงมันเลยคำว่าใช้ได้ไปไกลมาก สร้อยข้อมือเส้นนี้มันสวยมาก แถมมันยังมีความหมายมากมายที่ทำให้ฉันอดใจสั่นไม่ได้พอรู้ว่าตัวเองจะได้เป็นเจ้าของมัน

“มา..ใส่ให้ ทำหายมีเรื่องแน่”

เฮียโยพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา แต่สำหรับฉันมันโคตรดีต่อใจ เขาแบมือมาขอสร้อยข้อมือจากฉัน ฉันเลยทำหน้าขรึมแล้วส่งมันไปให้ ทั้งที่หัวใจตอนนี้มันโคตรจะเต้นแรงจนกลัวว่าเสียงนี้จะหลุดรอดออกไป >////< แล้วเฮียก็ค่อยๆ ใส่มันที่ข้อมือข้างซ้ายของฉันอย่างตั้งใจ..

“ป่ะ”

พอใส่เสร็จเฮียก็เดินนำฉันไป ฉันเลยใช้จังหวะที่เขาเดินพ้นไป หลุดยิ้มกว้างออกมาอย่างระบายความรู้สึกที่มันเอ่อล้นข้างใน แล้วรีบหุบยิ้มก่อนจะเดินตามไปคว้าแขนเฮียเอาไว้ แล้วตัดสินใจทำบางอย่างออกไปในเสี้ยวนาที

หมับ!

“ว่างะ...”

“โรสชอบเฮีย”

“.......”

สิ้นสุดคำพูดของฉัน ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ และพอเสียงรอบตัวมันยิ่งเงียบเท่าไหร่ เสียงใจของฉันมันก็ยิ่งดังขึ้น ดังขึ้น.. เสียงนี้มันชัดขึ้นจนฉันเริ่มประหม่า ส่วนเฮียก็มองมาด้วยท่าทางที่ดูนิ่งไปอย่างพิจารณา

เราต่างจ้องหน้ากันท่ามกลางความเงียบแบบนั้นอยู่สักพัก จนเฮียเป็นฝ่ายดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้ นั่นทำให้ฉันโล่งใจที่อย่างน้อยปฏิกิริยาที่โต้ตอบกลับมามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย..

พรึ่บบบ!

แต่สุดท้าย.. เฮียก็พูดออกมาช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไร้เยื่อใยจนฉันที่อยู่ในอ้อมกอดเขาพอได้ฟังมันก็ถึงกับตัวชา และรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่พังทลายลงในพริบตา

“ตัดใจ…”

“.....”

“เป็นอย่างที่เคยเป็นมันดีแล้ว”

“.....”

“เชื่อเฮีย...”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตหลังแต่งงานของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อผ่านไปนับเดือนสามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ท่าทีเฉยเมยนี้ทำให้เธอระแวงว่าเขาอาจมีความลับเรื่องสุขภาพปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อชายหนุ่มที่เคยดูไร้อารมณ์กลับเผยความปรารถนาอันรุนแรง อ้อมกอดและสัมผัสดุดันพิสูจน์ว่าเธอประเมินเขาผิดไป เขาปลดปล่อยความรู้สึกที่กักเก็บไว้อย่างยาวนานผ่านบทรักเร่าร้อน จนเธอไม่อาจตั้งรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันและต้องพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลที่เขาโหมกระหน่ำใส่
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจรักเทียบเท่าเพียงเศษฝุ่น
7.9
เวลาหนึ่งทศวรรษที่หญิงสาวอุทิศหัวใจให้ชายผู้เป็นที่รัก แม้ใช้ชีวิตคู่มาสามปีแต่ความซื่อสัตย์กลับสูญเปล่า เขาเห็นเธอเป็นแค่ฝุ่นผงที่ไม่อาจเทียบคนในใจได้ สิ่งที่เธอได้รับมีเพียงการทำร้ายร่างกายอย่างโหดร้ายจนกระดูกแตกหักและหลั่งเลือด เมื่อความทรมานบีบคั้นถึงขีดสุด เธอจึงตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อจบปัญหา หญิงสาวลงมือแทงตนเองห้าแผลต่อหน้าเขาเพื่อประชดโชคชะตา เหตุการณ์นี้ทำลายความรักที่เธอยึดมั่นมาตลอดจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ไม่อาจฟื้นฟูได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักวุ่นวาย-เจ้าชายซุปตาร์
9.0
เมื่อความแตกต่างทางชนชั้นกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ ทิชา ซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง ได้มอบหัวใจให้ จันทร์หอม พ่อค้าขายผักผู้แสนสมถะ ทว่าความสัมพันธ์กลับถูกขัดขวางอย่างหนักจากมารดาของทิชาที่ไม่ยอมรับคนรักไร้ฐานะ เธอใช้ชีวิตตนเองเป็นข้อต่อรองและบีบบังคับให้ลูกชายต้องแต่งงานกับหลานชายของเธอเพื่อตัดขาดรักครั้งนี้ให้สิ้นซาก ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาต้องเผชิญทางแยกครั้งสำคัญระหว่างการยอมจำนนต่อความกตัญญูตามจารีตครอบครัว หรือกล้าหาญพอที่จะยืนหยัดเพื่อปกป้องรักแท้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักนายครั้งสุดท้าย
7.7
เปลวอัคคีที่โหมกระหน่ำโดยไม่ทันตั้งตัวได้กลืนกินทุกสรรพสิ่งในชีวิตของชายหนุ่มให้มลายหายไป ภัยพิบัตินี้ไม่ได้พรากแค่ความมั่งคั่งและรากฐานที่มั่นคง แต่กลับเผาผลาญสายใยแห่งความรักให้มอดไหม้กลายเป็นจุล เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นอันแสนสาหัสที่ไม่อาจลบเลือน เมื่อสิ่งที่เคยยึดเหนี่ยวจิตใจถูกแปรสภาพเป็นเศษธุลี เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับความอ้างว้างอันไร้ขอบเขต เรื่องราวความรักที่เคยงดงามต้องพบกับจุดจบอันแสนรันทด ท่ามกลางซากปรักหักพัง หัวใจของเขาก็ได้ดับสูญไปพร้อมกับประกายไฟหยดสุดท้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง ลูกเขยคุณชายฉี
7.5
การเป็นลูกเขยแต่งเข้าทำให้เขาต้องทนกับสายตาดูถูกและคำวิจารณ์อันเจ็บปวด สังคมมองว่าเขาเป็นเพียงคนไร้ความสามารถที่ต้องเกาะครอบครัวภรรยากิน ทว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์ต่ำต้อยที่เขายอมอดกลั้นนั้น กลับซ่อนเร้นความจริงที่จะสั่นสะเทือนผู้คนรอบข้าง เพราะแท้จริงแล้วเขาคือทายาทสายตรงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน บัดนี้ความอดทนได้สิ้นสุดลงแล้ว ฐานะอันยิ่งใหญ่ที่ปกปิดมานานกำลังจะถูกเปิดเผย เพื่อให้คนที่เคยเหยียบย่ำเขาต้องตกตะลึงและยอมสยบต่ออำนาจที่แท้จริง