APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ปะป๊านาเนีย

ปะป๊านาเนีย

เมื่อที่ดินผืนสุดท้ายของศศิร์ธากลายเป็นเป้าหมายของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอาณาจักรรีสอร์ทและฟาร์มปศุสัตว์ใหญ่แถบชายแดน การเจรจาทางธุรกิจที่เลี่ยงไม่ได้จึงเกิดขึ้น ทว่าเมื่อได้พบกัน ความต้องการของเขากลับไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ดินผืนนั้น แต่เขายังปรารถนาในตัวเจ้าของที่ดินสาวคนนี้ด้วย แม้ว่าเธอจะมีสถานะเป็นม่ายลูกติดที่เคยถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดีมาก่อน แต่เขาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจและครอบครองทั้งตัวเธอรวมถึงผืนดินผืนนี้ไปพร้อมกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ศศิร์ธามองท่าทีของหญิงสาวตรงหน้าเขาว่านี่คือการท้าทายรูปแบบหนึ่ง

“ผมยังไม่รีบซื้อตอนนี้หรอก ให้คุณลองตีราคาดูอีกครั้งก็แล้วกัน อยากขายเมื่อไร อยากขายเท่าไร บอกผมได้เลย ผมสู้ราคาได้ทั้งนั้น”

แม้แววตาของเขาจะราบเรียบ ดูสงบ ขรึมคล้ายสุภาพ แต่เมื่อมองลึกดูดี ๆ แล้วก็จะเห็นว่าแววตาของเขาลุ่มลึก เจ้าชู้และเผยความต้องการอย่างชัดเจนว่านอกจากที่ดินแปลงนี้ เขายังสนใจในตัวเธอด้วย

ประไพพรรณีอายุครบยี่สิบเจ็ดปีเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง เธอมีลูกแล้วหนึ่งคน ประไพพรรณีเรียนจบปริญญาตรี แม้ไม่ได้ทำงาน แม้ไม่ได้อาศัยอยู่ในสังคมเมือง แม้ไม่ได้ทำงานในออฟฟิศใหญ่โต แต่ประไพพรรณีก็พบคนมามาก เธอรู้ดีว่าสายตาแบบไหน สื่อความหมายของเจ้าของดวงตาไปในแนวทางเช่นไร

หญิงสาวเผยรอยยิ้มหมิ่นแคลนและเย็นชาใส่เขาอีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นประโยคหนึ่ง คาดว่านี่จะเป็นประโยคสุดท้ายที่ใช้สนทนากับชายตรงหน้า

“หมดธุระของคุณแล้วก็เชิญเถอะนะ”

ได้ยินคำไล่แบบตรง ๆ เช่นนี้ ศศิร์ธาก็ให้รู้สึกหน้าชาเล็กน้อย เขาเติบโตมาในครอบครัวที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาของเขา

ครอบครัวของเขา รวมถึงสมาชิกของบ้านทุกคนนับว่าเป็นคนมีเกียรติ มีหน้ามีตาในสังคมทุกคน ทุกคนในสังคมให้ความเคารพต่อเขา ไม่เคยมีใครเอ่ยปากไล่เขาซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้มาก่อน

ประไพพรรณีควบคุมอารมณ์โมโหที่แล่นพล่านขึ้นไปถึงขีดสุดให้สงบลงได้ยากยิ่งนัก พวงแก้มนวลใสของเธอจึงได้ออกสีแดงปลั่งราวผลมะเขือเทศใกล้สุก หรืออาจเป็นเพราะว่าวันนี้อากาศร้อนจนเกินไป แล้วยิ่งต้องมาเจอคนที่ไม่อยากเจอ ก็ยิ่งทำให้เธอควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ยากยิ่ง

ทั้งหมดนั้นเรียกให้สายตาคมมองจับนิ่งก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปากสีแดงสดด้วยเลือดฝาดอย่างคนสุขภาพดี

ประไพพรรณีไม่ได้ให้ความสนใจสายตาของคนมาเยือนอีกต่อไป เธอเห็นว่าตนเองหมดเรื่องคุยกับเขาแล้ว จึงก้าวขาจะเดินออกจากแปลงสวนครัวหลังบ้าน ส่วนเขาจะยืนตรงนั้นไปเรื่อย ๆ มันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเธอ

และขณะที่ประไพพรรณีกำลังจะเดินผ่านหน้าชายผู้มาเยือนเพื่อออกไปยังด้านนอกอยู่นั้นเอง ศศิร์ธาก็หลุบสายตาของเขาลง กะจังหวะได้แล้วก็ยื่นขาของตัวเองออกไปในชั่วขณะที่หญิงสาวกำลังก้าวเดินผ่านหน้าเขา

ร่างสูงโปร่งของประไพพรรณีเสียหลักในทันทีที่ขาของเธอไปเตะเข้ากับท่อนขาแข็งแรงของชายคนนั้น ใบหน้าหล่อคมปรากฏรอยยิ้มขึ้นตรงมุมปาก เขายื่นมือออกไปคว้าเอาร่างเย้ายวนของเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของ พลิกให้ร่างกายเบื้องหน้าบดเบียดเสียดสีไปกับเนื้อตัวด้านหน้าของเขาอย่างจงใจ

กลิ่นหอมจาง ๆ ปนกลิ่นเหงื่อของหญิงสาวไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ารังเกียจ แต่กลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตื่นตัว อาจเป็นเพราะศศิร์ธาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนจึงทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวได้ถึงขนาดนี้

ประไพพรรณีเองรู้ว่าตัวเธอกำลังถูกเอาเปรียบจากพวกผู้ชายมักมาก เธอเสียเปรียบให้กับคนเจ้าเล่ห์นี่เข้าแล้ว เมื่อตั้งสติได้เธออาศัยจังหวะที่เขามัวแต่หลงใหลกับรูปร่างและกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นแล้วกางนิ้วชี้และนิ้วกลางออก จิ้มเข้าไปที่ในดวงตาของเขาแรง ๆ

“โอ๊ะ!” เสียงร้องอุทานดังออกมาจากปากของศศิร์ธา เขาทำทีเป็นเสียหลัก เดินเซไปทางด้านหลังสองก้าวแต่มือยังไม่ยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอด

ร่างกายของศศิร์ธาสูงใหญ่แบบพวกต่างชาติ เขาสละมือข้างหนึ่งขึ้นแตะที่เบ้าตาของตัวเอง ทำทีว่าเจ็บ เพื่อจะให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกว่าตนนั้นเป็นต่อ แล้วก็ได้ผลเป็นไปตามคาดหมายจริง ๆ เมื่อประไพพรรณีเห็นชายตรงหน้ายกมือขึ้นปิดตาของเขาอยู่ เธอออกแรงดิ้นจนหลุดจากอ้อมกอดของเขา แล้วเข้าไปยกเท้าที่สวมบูทพื้นหนากดน้ำหนักลงบนหลังเท้าของเขาแรง ๆ แบบเน้น ๆ

“จำไว้ว่าผู้หญิงไม่ใช่ของเล่นของพวกผู้ชาย”

ประไพพรรณีบอกอย่างโมโห

“และที่ของฉันก็จะไม่ขาย ไม่ว่าจะซื้อแพงแค่ไหน อยากได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ขาย ไม่ต้องส่งคนมาถามอีก และขอเตือนไว้เลยว่าตัวคุณเองก็อย่าได้เข้ามาในพื้นที่ของฉันอีก เพราะรอบหน้าคุณจะโดนหนักกว่านี้แน่”

เธอจงใจใช้เสียงเน้นหนักข่มขู่เขา สายตาหวานซึ้งของประไพพรรณีมองค้นเข้าไปดวงตาของคนตรงหน้า แต่แล้วกลับเห็นเพียงความว่างเปล่า เห็นเพียงความรู้สึกของคนที่ไม่เคยคุ้นต่อกัน

ศศิร์ธาทำได้อย่างไร ทำเหมือนไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน

ประไพพรรณีมองเขาด้วยสายตาเจ็บแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายในใจ เธอหลุบเปลือกตาของตัวเอง แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น

ความทรงจำของเธอพากลับไปยังเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เธอยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย นั่นเป็นครั้งแรกที่พบกับเขา อาจารย์ศศิร์ธา เขาที่อยู่ในฐานะของอาจารย์พิเศษประจำคณะของเธอ

ประไพพรรณีในช่วงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย กำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่อกับเอกสารการสอนของชั่วโมงแรกที่เรียนก่อนหน้านี้ เธออาสารับทำรายงานให้เพื่อนร่วมชั้นปีร่วมสิบคนเพื่อแลกกับเงินที่พอจะจ่ายค่าอาหารสามมื้อ รวมไปถึงค่าถ่ายเอกสารและหนังสืออ่านนอกเวลาที่หมายตาไว้หลายเล่ม

และแม้จะทำงานวิชาอื่นอยู่ แต่นักศึกษาคนเก่งของคณะก็มั่นใจว่าหูของเธอฟังเนื้อหาของวิชาคาบนี้เข้าหัวและเข้าใจได้เป็นอย่างดี แต่แล้วก็พลาดเมื่อหญิงสาวชะล่าใจเกินไป เสี้ยวนาทีหนึ่งเธอเอาสมองทั้งหมดไปเค้นคิดวิเคราะห์ถึงหัวข้อที่อยู่ในใบงานตรงหน้า จนไม่ได้ยินเสียงเรียกของอาจารย์พิเศษที่หน้าชั้นเรียน

“นักศึกษาครับ”

เสียงเรียกนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนกับว่าทุกคนในห้องต่างพากันหันมามองที่เธอกันหมด ประไพพรรณีรู้สึกได้ว่าตัวเธอนั้นกำลังเป็นจุดสนใจของทุกคน จึงเงยหน้าขึ้นจากรายงานที่ตั้งใจเร่งทำให้เสร็จภายในเที่ยงวันนี้ จังหวะนั้นเองที่กระดาษที่ถูกขยำจนกลมอัดไส้ด้วยวัตถุแข็ง ๆ พุ่งตรงมาที่โต๊ะของเธอ ประไพพรรณีหลบไม่ทันจึงโดนเข้าเต็ม ๆ ใบหน้า

“โทษครับ” เพื่อนนักศึกษาชายคนหนึ่งทำทียกมือขอโทษขอโพย เพราะตนเป็นคนเขวี้ยงไปเอง ไอ้เรื่องเจ็บน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่เรื่องน่าอายนี่สิ ทำให้ใบหน้าของประไพพรรณีแดงซ่านขึ้นทันที

พอเงยหน้ามองไปยังเจ้าของเสียงเรียก ประไพพรรณีค่อยพบว่าอาจารย์พิเศษกำลังจ้องเธอด้วยสายตาไม่ใคร่พอใจเท่าไรนัก เขาวางพอยเตอร์เลเซอร์ลงบนเคาน์เตอร์บรรยายแล้วย้ายตัวเองมาหยุดยืนที่ตรงหน้าโต๊ะของเธอ

“ผมเรียกตั้งนานแล้ว นักศึกษาทำอะไรอยู่ครับ”

เสียงถามดังมาจากชายคนนั้นอีกครั้ง ประไพพรรณียิ้มไม่ออก เธอรู้ตัวเองดีว่าผิดเต็ม ๆ เพราะกำลังทำงานของอีกวิชาอื่นในคาบเรียนของอาจารย์พิเศษท่านนี้

อาจารย์ศศิร์ธาเป็นรุ่นพี่ที่จบไปเพียงไม่กี่ปี แต่อาจารย์ที่คณะพากันชมว่าเขาเป็นนักศึกษาของคณะที่เก่งมาก เก่งแบบไหนเธอเองที่เป็นนักศึกษาก็ยังมองไม่ออก คงเพราะที่บ้านของเขารวย เขาเติบโตในครอบครัวที่ทำธุรกิจมาทั้งชีวิต จนได้ความรู้ติดเข้ามาใน DNA ละมั้ง เลยบอกว่าเขาเก่ง

“ผมถามว่านักศึกษากำลังทำอะไรอยู่ครับ”

ประไพพรรณีดึงเอาหนังสือเล่มบางยกขึ้นปิดเอกสารรายงาน แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อสายตาสีดำดูดุของชายตรงหน้ามองจับเธออยู่ตลอดเวลาเลื่อนลงมามองยังเอกสาร

“ผมถามคุณสองครั้งแล้วนะ นักศึกษากำลังทำงานของวิชาอื่นอยู่ใช่ไหมครับ”

ประไพพรรณีไม่กล้าตอบคำถามของเขา นั่นเพราะว่าคำตอบอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว เขามองเธอนิ่งไม่กี่วินาที ค่อยลากสายตาจากเธอไป

“โอเคครับนักศึกษาทุกคน ฟังผมนะ” อาจารย์พิเศษท่านนั้นหมุนทั้งตัวไปสบตานักศึกษาคนอื่น ๆ ในชั้นเรียน “ผมอาจไม่ใช่คนเคร่งครัดในระเบียบอะไรมากมายนะ แต่อย่างน้อยคุณควรรักษามารยาทในการเข้าเรียนวิชาของผมด้วย” เขาพูดกับทุกคนแต่แล้วทำไมเหมือนกับหันปลายหอกด้านแหลมคมเข้ามาทิ่มแทงเธอ

หลังจากที่ถูกจับได้ว่าแอบนำวิชาอื่นขึ้นมาทำในช่วงการสอนของเขา ประไพพรรณีก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์พิเศษท่านนั้นอีกเลย

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักบำเรอมาร
9.1
โลกอันแสนเหนื่อยยากของนีรนาทที่ต้องคอยดูแลพ่อขี้เมากลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อพ่อของเธอถูกกล่าวหาว่าขู่วางระเบิดห้างสรรพสินค้าของดิมิทรี มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล เพื่อช่วยพ่อไม่ให้ต้องติดคุก หญิงสาวจึงตัดสินใจเอาตัวเข้าแลกเพื่ออิสรภาพของเขา แม้ในคราวแรกดิมิทรีจะมองข้ามอย่างไม่ใยดี ทว่าความงดงามของเธอกลับสะกดใจจนทำให้เขายอมรับข้อเสนอนั้นในที่สุด หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนนั้นไป นีชาก็เลือกที่จะเดินจากมาโดยปฏิเสธที่จะรับเงินใดๆ ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และสั่งให้ลูกน้องออกตามล่าตัวเธอกลับมาครอบครองอีกครั้ง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าค่ำคืนนั้นได้เปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง พนันร้ายรักคนลวง
7.9
ชีวิตเสเพลของหวังเทียน ทายาทมาเฟียกาสิโนฮ่องกงต้องสะดุดลง เมื่อพี่ชายสั่งให้เขาไปล่อลวงผู้หญิงคนหนึ่ง ทว่าแผนการตัดสัมพันธ์กลับล้มเหลวเพราะเขาตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น นำไปสู่ปัญหาใหญ่เกินรับมือ ซ้ำร้ายเขายังต้องช็อกเมื่อพบว่าตนเองมีลูกชายวัยห้าขวบกับอดีตคนรักที่เคยสร้างรอยแผลใจในอดีต เมื่อภารกิจรักครั้งใหม่กับถ่านไฟเก่าที่กลับมาปะทุเกิดขึ้นพร้อมกัน คุณชายรองตระกูลหวังจะแก้ปมหัวใจและเรื่องราวสุดวุ่นวายนี้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านระธาน ขอช้าหน่อย
8.2
ชีวิตของคุณหนูผู้เพียบพร้อมอย่างไป๋เสว่เอ๋อร์ต้องพังทลาย เมื่อธุรกิจตระกูลล้มละลาย ซ้ำยังถูกคนรักตีจากและเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เผยลี่เชิน พี่ชายของอดีตแฟนหนุ่มได้ก้าวเข้ามาพร้อมข้อเสนอเพื่อช่วยพยุงบริษัทไป๋ซื่อให้รอดพ้นวิกฤต เพื่อรักษาธุรกิจครอบครัว เธอไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับเงื่อนไขและใช้ตนเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน จากข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความใกล้ชิดได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ภายใต้ความสัมพันธ์อันซับซ้อน กำแพงในหัวใจของทั้งสองค่อยๆ ทลายลง นำไปสู่ความรู้สึกอันลึกซึ้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง หนี้ร้ายพ่ายรัก
8.2
เพื่อทดแทนคุณของพ่อเลี้ยง หญิงสาวผู้สู้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวจึงต้องยอมแบกรับหนี้แค้นที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ ทว่าความจริงอันแสนโหดร้ายคือพ่อเลี้ยงของเธอคือคนทีทำลายคนรักของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากฮ่องกงในอดีต เหตุการณ์นั้นหล่อหลอมให้เขากลายเป็นชายไร้หัวใจที่มีชีวิตอยู่เพื่อการแก้แค้นเท่านั้น เมื่อเธอต้องตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของเจ้าหนี้ผู้ไร้ความปรานีและเต็มไปด้วยความพยาบาท ท่ามกลางวังวนมาเฟียอันแสนอันตรายและไร้ซึ่งความเมตตา เธอจะสามารถใช้หัวใจที่แข็งแกร่งเพื่อดับไฟแค้นและปลดพันธนาการหนี้ร้ายที่ผูกมัดเขากับเธอไว้ด้วยกันได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์สวาทจอมลวง
8.5
แองเจลโร่ โรเรนโซ่ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและมาเฟียใหญ่แห่งอิตาลี ต้องเผชิญความปวดหัวจาก วินเซ้นต์ ลูกชายวัยห้าขวบที่คอยสร้างเรื่องเรียกร้องความสนใจเพราะไม่อยากไปโรงเรียน ทว่าจุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อเขาได้พบกับ มณีริน คุณครูสาวชาวไทยผู้ซ่อนความสวยไว้ใต้แว่นหนาเตอะ เธอข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานสร้างอนาคตโดยไร้ความสนใจในเรื่องรักใคร่ แต่สุดท้ายกลับต้องยอมใจอ่อนตอบตกลงช่วยเหลือหนูน้อยวินเซ้นต์ ในภารกิจเชื่อมความสัมพันธ์และกระตุ้นให้พ่อผู้บ้างานหันมาใส่ใจดูแลลูกชายอย่างจริงจัง