APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง การจากลาครั้งที่เก้าสิบเก้า

การจากลาครั้งที่เก้าสิบเก้า

ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจตถึงคราวสิ้นสุดลงในวันจบการศึกษาที่เตรียมอุดมฯ รัชดา เมื่อเขาตัดสินใจปกป้องแคท มือที่สามที่เป็นต้นเหตุให้ความฝันในการเข้าเรียนต่อที่จุฬาฯ ของเราทั้งคู่ต้องพังทลาย ในนาทีชีวิตที่ฉันกำลังจะจมน้ำในสระ เจตกลับเลือกที่จะเข้าไปช่วยแคท พร้อมทิ้งคำพูดอันแสนเย็นชาว่าชีวิตของฉันไม่มีความสำคัญกับเขาอีกต่อไป ความเจ็บช้ำครั้งที่เก้าสิบเก้านี้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย ฉันจึงตัดสินใจกดยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และทิ้งผู้ชายคนนี้ไว้ในอดีตอย่างถาวร
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ครั้งที่เก้าสิบเก้าที่ ‘เจต’ ทำให้ฉันใจสลาย คือครั้งสุดท้ายของเรา

เราสองคนเคยเป็นคู่รักดาวเด่นของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา อนาคตของเราถูกวางแผนไว้อย่างสวยหรูว่าจะเข้าเรียนที่จุฬาฯ ด้วยกัน แต่แล้วในช่วงปีสุดท้ายของม.ปลาย เขากลับไปหลงรักผู้หญิงคนใหม่ที่ชื่อ ‘แคท’

เรื่องราวความรักของเรากลายเป็นละครน้ำเน่าราคาถูกที่น่าเบื่อหน่าย เต็มไปด้วยการทรยศของเขาและการขู่ว่าจะเลิกอย่างไร้ความหมายของฉัน

ในงานเลี้ยงจบการศึกษา แคท ‘บังเอิญ’ ดึงฉันตกลงไปในสระว่ายน้ำกับเธอ

เจตกระโดดลงไปช่วยโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

เขากลับว่ายผ่านฉันที่กำลังตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดไปอย่างไม่ใยดี แล้วโอบแขนรอบตัวแคทก่อนจะพาเธอขึ้นจากสระอย่างปลอดภัย

ขณะที่เขาช่วยพยุงเธอขึ้นจากสระ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนๆ เขาหันกลับมามองฉันที่ตัวสั่นเทา มาสคาร่าไหลเป็นทางสีดำอาบแก้ม

“ชีวิตเธอ ไม่ใช่ปัญหาของฉันอีกต่อไป” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนน้ำในสระที่ฉันกำลังจะจมดิ่งลงไป

คืนนั้นเอง บางสิ่งในตัวฉันก็แตกสลายลงอย่างสมบูรณ์

ฉันกลับบ้าน เปิดโน้ตบุ๊ก และคลิกปุ่มยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อ

ไม่ใช่ที่จุฬาฯ กับเขา แต่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คนละฟากฝั่งของกรุงเทพฯ

บทที่ 1

มุมมองของเอลีน่า:

ครั้งที่เก้าสิบเก้าที่เจตทำให้ฉันใจสลาย คือครั้งสุดท้าย

เราสองคนควรจะเป็นคู่รักดาวเด่นของโรงเรียนเตรียมพัฒน์ฯ รัชดา ‘เอลีน่า วงศ์วิวัฒน์’ และ ‘เจต เจตนิพัทธ์’ ชื่อของเราสองคนฟังดูเข้ากันดีใช่ไหมล่ะ?

ชื่อของเราแทบจะถูกถักทอเข้าด้วยกันในตำนานของโรงเรียน ถูกเอ่ยถึงในลมหายใจเดียวกันตั้งแต่เรายังเป็นเด็กที่สร้างป้อมปราการเล่นกันในสวนหลังบ้านของเขา

เราเป็นรักแรกในวัยเด็ก เป็นนักฟุตบอลโรงเรียนกับนักเต้น เป็นภาพจำที่เดินได้ของคู่รักคนดังในโรงเรียน

อนาคตของเราเป็นแผนที่ที่วาดไว้อย่างประณีต: เรียนจบ ไปเที่ยวทะเลกันช่วงซัมเมอร์ แล้วจากนั้นก็อยู่หอในจุฬาฯ ที่อยู่ติดกัน แผนที่สมบูรณ์แบบ ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

เจตเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ทุกคนโคจรรอบ ไม่ใช่แค่เพราะเขาหล่อเหลา มีรอยยิ้มมุมปากที่ดูสบายๆ และดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีของชายฝั่งทะเลอันดามันในวันที่ฟ้าใส

แต่เป็นท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเขา ความมั่นใจสบายๆ ที่เกือบจะกลายเป็นความหยิ่งยโส ราวกับว่าโลกทั้งใบเป็นของเขาและเขากำลังรอจังหวะที่เหมาะสมที่จะพิชิตมัน

เขาคือราชาแห่งจักรวาลเล็กๆ ของเรา และฉันก็เต็มใจที่จะเป็นราชินีของเขา

ประวัติศาสตร์ของเราคือผืนผ้าที่ถักทอจากช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกัน ก้าวแรก คำแรก จูบแรกใต้อัฒจันทร์หลังจากที่เขาชนะการแข่งขันครั้งใหญ่ครั้งแรก

ฉันรู้ว่ารอยแผลเป็นเหนือคิ้วของเขามาจากตอนที่ตกจักรยานเมื่ออายุเจ็ดขวบ และเขาก็รู้ว่าทำนองเพลงที่ฉันฮัมเวลาประหม่ามาจากเพลงกล่อมเด็กที่คุณย่าเคยร้องให้ฟัง

เราผูกพันกัน รากของเราหยั่งลึกและพันกันยุ่งเหยิงจนความคิดที่จะแยกจากกันให้ความรู้สึกเหมือนการถอนต้นไม้ทั้งรากออกจากดิน

แล้วในปีสุดท้ายของม.ปลาย แผนที่ที่สมบูรณ์แบบก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

เธอชื่อ ‘แคท แคทลียา’ นักเรียนใหม่ที่มีดวงตากลมโตเหมือนตากวางและมีเรื่องเล่าสำหรับทุกสถานการณ์ เธอสวยในแบบตุ๊กตาแก้วที่บอบบางน่าทะนุถนอม ชวนให้คนอยากปกป้อง

ผอ.สมศักดิ์เรียกเจตเข้าไปในห้องทำงาน “เจต เธอเป็นผู้นำในโรงเรียนนี้นะ” ท่านพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แคทลียาเพิ่งย้ายมาใหม่ กำลังปรับตัวลำบาก ครูอยากให้เธอช่วยพาเพื่อนดูรอบๆ ทำให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้นหน่อย”

เจตคร่ำครวญตอนที่มาเล่าให้ฉันฟังในวันนั้น เขาทิ้งตัวลงบนเตียงของฉันแล้วซุกหน้ากับหมอน “งานเข้าอีกแล้ว เหมือนฉันมีเรื่องให้ทำไม่พออย่างนั้นแหละ”

“ก็แค่ทำตัวดีๆ กับเขาน่า” ฉันพูดพลางใช้นิ้วสางผมให้เขา “เดี๋ยวก็จบแล้ว”

ฉันช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน

มันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขาพลาดการติวหนังสือของเราเพราะแคท ‘หลงทาง’ ระหว่างไปห้องสมุด จากนั้นเขาก็มาสายเวลานัดกินข้าวกลางวันเพราะแคท ‘ต้องการความช่วยเหลือ’ กับโจทย์แคลคูลัสที่เขาทำจนเซียนแล้ว

คำขอโทษของเขาในช่วงแรกยังคงจริงใจ เจือไปด้วยความหงุดหงิดจาก ‘หน้าที่’ ที่ได้รับมอบหมาย เขาจะโอบแขนรอบตัวฉัน จูบหน้าผาก และกระซิบว่า “ขอโทษนะเอลีน่า เธอน่ะ...เรื่องเยอะจริงๆ”

แต่ ‘เรื่องเยอะ’ ก็กลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกของเขาอย่างรวดเร็ว คำขอโทษเริ่มสั้นลง แล้วก็กลายเป็นแค่การยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

โทรศัพท์ของเขาจะสั่นพร้อมกับชื่อของเธอ และเขาก็จะเดินเลี่ยงออกไปรับสาย ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่คนเดียวกับอาหารที่เริ่มเย็นชืด

ครั้งแรกที่ฉันขู่ว่าจะเลิก น้ำเสียงของฉันสั่นเทาและมือก็ชื้นเหงื่อ “ฉันทนแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วนะเจต มันเหมือนฉันต้องแบ่งเธอให้คนอื่น”

เขาหน้าซีดเผือด คืนนั้นเขาปีนมาหาฉันที่หน้าต่างพร้อมช่อดอกลิลลี่ที่ฉันชอบที่สุด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ฉันไม่เคยเห็นตั้งแต่เราอายุสิบห้าและเขาคิดว่าทำฉันหายในห้างที่คนเยอะๆ

เขาสาบานว่ามันจะจบลง และฉันคือคนเดียวสำหรับเขา

ฉันเชื่อเขา

ครั้งที่สอง หลังจากที่เขาทิ้งมื้อค่ำวันครบรอบของเราเพื่อขับรถพาแคทไป ‘ธุระด่วนของครอบครัว’ ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นแค่การลืมกระเป๋าไว้ที่บ้านเพื่อน คำขู่ของฉันหนักแน่นขึ้น “เราเลิกกันนะเจต”

คำขอโทษของเขาครั้งนี้เป็นข้อความยาวเหยียดที่จริงใจ เต็มไปด้วยคำสัญญาและความทรงจำในอดีตของเรา เขาย้ำเตือนฉันถึงความฝันเรื่องจุฬาฯ ของเรา ถึงคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เราวางแผนจะเช่าด้วยกัน

ฉันก็ใจอ่อนอีกครั้ง

พอถึงครั้งที่สิบ ครั้งที่ยี่สิบ ครั้งที่ห้าสิบ มันกลายเป็นละครน้ำเน่าที่น่าเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้า

คำขู่ของฉันที่เคยเกิดจากความเจ็บปวดอย่างแท้จริง กลายเป็นเพียงคำอ้อนวอนที่ว่างเปล่า

และเจต เขาก็เรียนรู้ เขารู้ว่าคำขู่ของฉันมันกลวงโบ๋ เขารู้ว่าฉันจะอยู่ตรงนั้นเสมอ ว่าฉันไม่สามารถจินตนาการถึงโลกที่ไม่มีเขาได้

ความหยิ่งยโสของเขาแข็งกร้าวขึ้น ความเจ็บปวดของฉันกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญ น้ำตาของฉันกลายเป็นการงอแงแบบเด็กๆ

“เอลีน่า ใจเย็นๆ น่า” เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายขณะที่ส่งข้อความหาแคทใต้โต๊ะ “เธอก็รู้ว่าเธอไม่ไปไหนหรอก”

เขาพูดถูก ฉันไม่เคยไปไหนเลย จนกระทั่งคืนนี้

ความใจสลายครั้งที่เก้าสิบแปดเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทิ้งรสขมขื่นติดอยู่ในปาก แต่ครั้งนี้ ครั้งที่เก้าสิบเก้า มันแตกต่างออกไป มันคือการประหารความหวังสุดท้ายของฉันต่อหน้าสาธารณชน

มันเป็นงานเลี้ยงจบการศึกษาที่บ้านของ ‘เมฆ’ เพื่อนในกลุ่ม เป็นบ้านที่มีสวนหลังบ้านกว้างขวางและสระว่ายน้ำสีฟ้าใสที่สะท้อนแสงไฟประดับเหนือศีรษะ

แคทในชุดเดรสสั้นกุดเกาะแขนเจตแน่น หัวเราะเสียงดังเกินจริงกับอะไรบางอย่างที่เขาพูด

เขาเห็นฉันมองพวกเขาจากอีกฟากของสนามหญ้าและสบตากับฉัน ในแววตาของเขาไม่มีคำขอโทษ ไม่มีความรู้สึกผิด มีเพียงแววตาเย็นชาที่ท้าทาย

ต่อมา เธอ ‘บังเอิญ’ สะดุดใกล้ขอบสระ ดึงฉันตกลงไปด้วยตอนที่เธอล้ม

ความเย็นของน้ำทำให้ฉันตกใจจนสะดุ้ง ชุดของฉันหนักอึ้งในทันที ดึงฉันให้จมลง

ฉันสำลักน้ำ พยายามทรงตัวบนกระเบื้องลื่นๆ แคทตีน้ำอย่างโอเวอร์ ร้องขอความช่วยเหลือ

เจตกระโดดลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว แต่เขาว่ายผ่านฉันไป เขาโอบแขนรอบตัวแคท ดึงเธอไปที่ขอบสระ โดยไม่สนใจการดิ้นรนของฉันที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว

ขณะที่เขาช่วยเธอขึ้นจากสระ เพื่อนๆ ของเขาก็ส่งเสียงเชียร์ เขาเหลือบมองกลับมาที่ฉัน ผมของฉันเปียกลู่ติดใบหน้า ร่างกายสั่นเทา

“ชีวิตเธอ ไม่ใช่ปัญหาของฉันอีกต่อไป” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนน้ำในสระที่ฉันกำลังจะจมดิ่งลงไป

ฉันพยุงตัวเองขึ้นจากสระได้ในที่สุด น้ำไหลจากเสื้อผ้า มาสคาร่าไหลเป็นทางสีดำอาบแก้ม

ฉันยืนตัวเปียกปอนและอัปยศอดสู ขณะที่เขาเอาเสื้อแจ็คเก็ตทีมฟุตบอลของเขาคลุมให้แคทที่ไม่เป็นอะไรเลย

ฉันเดินผ่านพวกเขาไป ผ่านสายตาที่สมเพชและเยาะเย้ยของเพื่อนร่วมรุ่น ฉันไม่ได้พูดอะไรสักคำ

“เราเลิกกัน” ฉันกระซิบกับถนนที่ว่างเปล่าขณะเดินกลับบ้าน คำพูดนั้นมีรสชาติเหมือนเถ้าถ่าน

แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อ เขาคงคิดว่ามันเป็นแค่ฉากหนึ่งในละครเก่าๆ ที่น่าเบื่อของเรา เขาคงคาดหวังว่าฉันจะร้องไห้กลับไปหาเขาในวันสองวัน

เขาไม่ได้ตามฉันมาด้วยซ้ำ ฉันเหลือบมองกลับไปครั้งหนึ่ง และเห็นเขากำลังหัวเราะ แขนของเขายังคงโอบรอบตัวแคทอย่างมั่นคง

บางสิ่งข้างในตัวฉัน สิ่งที่เปราะบางและทรุดโทรมที่ฉันยึดมั่นมานานหลายปี ในที่สุดก็แตกสลายเป็นผุยผง มันไม่ใช่การระเบิดเสียงดัง มันเป็นการแตกร้าวครั้งสุดท้ายที่เงียบงัน

ครั้งที่เก้าสิบเก้า

จะไม่มีครั้งที่หนึ่งร้อย

ฉันกลับถึงบ้าน เสื้อผ้ายังชื้น ทิ้งรอยน้ำไว้บนพื้นหินอ่อนในโถงทางเข้า ฉันเดินตรงไปที่โน้ตบุ๊ก นิ้วของฉันเคลื่อนไหวด้วยความชัดเจนที่รู้สึกแปลกไป

ฉันเปิดเว็บ myTCAS หัวใจเต้นเป็นจังหวะทื่อๆ สม่ำเสมอในอก จากนั้นฉันก็เปิดอีกแท็บหนึ่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นิ้วของฉันรัวไปบนคีย์บอร์ด ฉันเข้าไปที่หน้าสถานะการสมัคร จดหมายตอบรับของฉันสว่างวาบบนหน้าจอ มีปุ่มหนึ่งเขียนว่า: “ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”

การย้ายบริษัทล่าสุดของพ่อแม่ไปที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกท่านกังวลมาตลอด จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนเป็นสัญญาณจากจักรวาล พวกท่านอยากให้ฉันเรียนจุฬาฯ เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ แต่ก็พูดเสมอว่าการตัดสินใจเป็นของฉัน

ฉันคลิกปุ่มนั้น

หน้ายืนยันปรากฏขึ้น “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวธรรมศาสตร์ รุ่นปี 25XX”

ฉันจ้องมองหน้าจอ คำพูดพร่ามัวผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาทันที แต่นี่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ มันเป็นน้ำตาแห่งอิสรภาพที่น่าหวาดหวั่นและน่าตื่นเต้น

จากนั้น ฉันก็เริ่มลบเขาทิ้ง ฉันลบรูปของเขาจากโทรศัพท์ โน้ตบุ๊ก และคลาวด์สตอเรจ ฉันเลิกแท็กตัวเองจากรูปภาพหลายปีบนโซเชียลมีเดีย ฉันเอารูปในกรอบลงจากผนัง ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเด็กผู้ชายที่ฉันไม่รู้จักอีกต่อไปและเด็กผู้หญิงที่ไม่มีตัวตนอีกแล้ว

ฉันรวบรวมทุกอย่างที่เขาเคยให้ฉัน: เสื้อสเวตเตอร์ทีมโรงเรียนที่ฉันใส่ตลอด เทปคาสเซ็ตจากสมัยม.สี่ ดอกไม้แห้งจากงานพรอมครั้งแรกของเรา ล็อกเก็ตเงินเล็กๆ ที่สลักชื่อย่อของเรา

ฉันวางของแต่ละชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นเป็นเหมือนวิญญาณดวงเล็กๆ ของความทรงจำที่ตายไปแล้ว ลงในกล่องกระดาษแข็ง

กล่องนั้นรู้สึกหนักกว่าที่ควรจะเป็น มันแบกรับน้ำหนักของทั้งชีวิตวัยเด็กของฉัน

ของชิ้นสุดท้ายคือตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ตัวเล็กๆ ที่เก่าและโทรมที่เขาชนะจากซุ้มเกมในงานวัดตอนเราอายุสิบขวบ ฉันถือนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ขนที่สึกนุ่มนิ่มแนบแก้ม ฉันเกือบจะลังเล

แล้วฉันก็นึกถึงดวงตาที่เย็นชาของเขาข้างสระน้ำ ‘ชีวิตเธอ ไม่ใช่ปัญหาของฉันอีกต่อไป’

ฉันทิ้งตุ๊กตาหมีลงในกล่องและปิดฝาให้สนิท

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมบงการซื้อรัก
9.4
เมื่อค่ำคืนปาร์ตี้คนโสดที่จัดขึ้นเพื่อดามใจจากอาการอกหัก ลงเอยด้วยความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนอันร้อนแรงกับหนุ่มแปลกหน้า ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจเมื่อเขาคนนั้นปรากฏตัวในฐานะเจ้านายคนใหม่ของฉันในเวลาต่อมา ท่ามกลางความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นว่าเรื่องส่วนตัวจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน ฉันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยายามหลบหน้าและเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขาให้ได้มากที่สุด แม้จะรู้ดีว่าเขาเป็นเพลย์บอยผู้ไม่เคยเหลียวแลคู่นอนเก่าคนไหน แต่ในใจของฉันก็ได้แต่ภาวนาขอให้ตนเองยังคงรักษาตำแหน่งพนักงานใหม่นี้เอาไว้ได้ ในช่วงเวลาที่ชีวิตรักเพิ่งพังทลายลงไปไม่เป็นท่า
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากที่เธอไปต่างประเทศ พี่ชายของเพื่อนบ้านของเธอเสียใจมากจนเป็นบ้า
7.8
ฉินหยานเชื่อมั่นในรักแท้หลังจากแอบคบหาอย่างลับๆ กับลู่จื่อเหยียน พี่ชายแสนดีข้างบ้านที่คอยดูแลและติวหนังสือให้เธอมาโดยตลอด ทว่าในวันที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยตามคำสัญญา ความฝันกลับพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่า เขาเห็นเธอเป็นเพียงตัวแทนของคนรักเก่าที่มีใบหน้าคล้ายกันเท่านั้น ลู่จื่อเหยียนยอมรับกับคนอื่นอย่างเย็นชาว่าเข้าหาเธอด้วยเหตุผลนี้ และทันทีที่หญิงสาวคนนั้นเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เขาก็สลัดฉินหยานทิ้งอย่างไม่ใยดี พร้อมคำพูดทำร้ายจิตใจที่ฝากบาดแผลลึกไว้ให้ต้องจดจำ
ภาพปกนิยายเรื่อง พยาบาทรักลวงใจ
9.0
วชิราภรณ์ต้องใจสลายเมื่อพบว่าความรักที่เคยหวานชื่นเป็นเพียงแผนการล้างแค้นอันแยบยลของชายคนรัก เขาตั้งใจเข้ามาโปรยเสน่ห์ให้เธอรักและหลงใหลอย่างหมดใจ ก่อนจะสลัดรักเธอทิ้งอย่างเลือดเย็น เพื่อสั่งสอนให้เธอได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสแบบเดียวกับที่เธอเคยฝากไว้กับชายคนอื่น คำสารภาพอันแสนโหดร้ายไร้ความปรานีนี้กรีดแทงลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอจนเป็นแผลใจที่ไม่มีวันรักษาหาย ท่ามกลางความเจ็บปวดอันหนักหน่วงจนแทบสิ้นลมหายใจ เธอต้องเผชิญกับความตรอมตรมและทนทุกข์อย่างที่สุดจากการถูกหลอกลวงและทรยศหักหลังในครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)
8.0
เมื่อวิญญาณนางร้ายตัวแม่ถูกยมบาลส่งมาเกิดใหม่ผิดร่างในยุค 80 กลายเป็น หลิงชิงเย่ว หญิงสาวผู้น่าสงสารที่ต้องเผชิญหน้ากับสามีเย็นชาและแม่สามีที่บังคับให้ยอมรับคนรักเก่าของเขาเข้ามาเป็นเมียน้อย ทว่าเธอไม่มีวันยอมจำนนต่อโชคชะตาอันแสนรันทดนี้ แทนที่จะทนอยู่กับสามีงี่เง่า เธอเลือกที่จะสะบัดบ๊อบใส่อย่างไม่ไยดี แล้วหันมาใช้พรวิเศษ 3 ข้อที่ได้รับมาเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่ทั้งรวย ทั้งเก่ง และเพียบพร้อมด้วยความสุข เตรียมพบกับเส้นทางการแก้แค้นสุดสตรองของตัวมารดา ที่จะหย่าขาดจากความทุกข์เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่งและเฉิดฉายยิ่งกว่าใครๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักกับดักอสูร
9.4
ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค ชายหนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีน้ำทะเลผู้รักสนุกและเห็นผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องระบายความใคร่ชั่วคราว ได้วางแผนการร้ายเพื่อล่อลวง ม่านไหม หญิงสาวชาวไทยให้มาติดบ่วงเสน่หา โดยตั้งใจจะเฉดหัวเธอทิ้งอย่างรวดเร็ว เขาจึงยื่นข้อเสนอสุดเสี่ยงด้วยการสัมผัสเพียงเรือนร่างภายนอกเป็นเวลา 20 นาที และสัญญาจะหยุดหากเธอปฏิเสธ ทว่าหญิงสาวกลับไม่รู้เลยว่ามันคือกับดักของอสูรร้าย เพราะเมื่อไฟราคะเริ่มปะทุขึ้นแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งมันได้ และในที่สุดเธอก็ต้องยอมศิโรราบพร้อมทั้งปล่อยให้หัวใจโดนแผดเผาอยู่ใต้กรงขังแห่งความปรารถนาที่เขาเป็นผู้กำหนดเอง