APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เรือนนี้ผีไม่หลอก

เรือนนี้ผีไม่หลอก

เมื่ออู่หลิงเยว่จบชีวิตลงจากภัยแผ่นดินไหว วิญญาณของเธอได้มาเข้าร่างหญิงสาวในแคว้นเหยียนที่กำลังเผชิญวิกฤตสงครามจนใกล้ล่มสลาย หนทางรอดเดียวของเธอคือระบบห้างสรรพสินค้าสุดลึกลับ ซึ่งต้องใช้แต้มบุญจากการทำความดีมาแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของ เธอจึงเลือกกบดานในเรือนร้างของตระกูลเกาแล้วแกล้งทำตัวเป็นผี เพื่อคอยแจกจ่ายเสบียงอาหารและยารักษาโรคช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินเดินทางมาเพื่อรวบรวมกองกำลังกอบกู้แผ่นดิน ทว่าเขากลับพบว่าชาวบ้านต่างเลื่อมใสศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพของตน แม่ทัพหนุ่มจึงต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อเจรจาให้ร่วมออกเดินทางไปด้วยกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ความเงียบกลืนกินทุกอย่าง ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงตะโกน หรือเสียงกรีดร้องของฝูงชนจากด้านบน ราวกับว่าโลกภายนอกก่อนหน้านั้นเป็นเพียงความฝัน

อู่หลิงเยว่นั่งนิ่ง ฟังเสียงลมหายใจตัวเองจนมั่นใจแล้วว่านางปลอดภัยดี จึงได้เริ่มขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้นางพยายามคลานออกไปอย่างระวัง มือซ้ายพยุงตัว ส่วนมือขวาเจ็บเกินกว่าจะใช้แรงเต็มที่ ทันทีที่ศีรษะของนางกระแทกเข้ากับกิ่งไม้แห้งที่ยื่นลงมาจากด้านบน

“อ๊าาาาาา!” 

ชั่วขณะนั้นนางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ภาพ และเสียงจากความทรงจำของใครคนหนึ่งแล่นพ่านเข้ามาในโสตประสาทของนางโดยไม่ทันตั้งตัวอย่างรุนแรงราวกับคลื่นสึนามิที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด

หญิงสาวคนหนึ่งนั่งเย็บผ้าอยู่ในเรือนไม้ล้อมด้วยแสงแดดอ่อน ๆ มารดาของนางกำลังเรียกให้ไปกินข้าว บิดาใส่ชุดผ้าแพรนั่งจดบัญชีอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ เสียงลมพัดม่านกระทบกันเบา ๆ กลิ่นชาอ่อน ๆ ผสมกลิ่นสมุนไพรลอยในอากาศเหมือนบ้านที่อบอุ่น

แต่วินาทีถัดมา ภาพทุกอย่างกลับกลายเป็นฝันร้าย

ไฟลุกไหม้ โกลาหล ผู้คนกำลังวิ่งหนีและกรีดร้อง หญิงสาวในชุดเดิมกำลังกอดศพมารดาด้วยน้ำตาเต็มหน้า บิดาถูกลากออกไปยังตรอกแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยเลือดและศพ นางวิ่งหนีไปในป่าพร้อมกับฝูงชนแปลกหน้า 

วันแล้ว วันเล่าผ่านไปพร้อมกับความหิวโหยและหวาดกลัว บางวันหญิงสาวคนนั้นก็ต้องซ่อนตัวอยู่ในน้ำเกือบครึ่งคืนเพื่อหลบหนีจากทหารฝ่ายศัตรู 

คนแปลกหน้าในความทรงจำเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ ก่อนที่หญิงสาวจากยุคโบราณในภาพจะสะดุดหินริมลำธารล้มศีรษะกระแทก และเลือดไหลไม่หยุด

อู่หลิงเยว่ยกมือขึ้นกุมศีรษะ และเพิ่งจะรู้ตัวว่านางมีบาดแผลอยู่บริเวณไรผมบนหน้าผากจริงๆ หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นจนเหมือนจะหลุดออกจากอก

“ไม่ใช่ของฉัน!! ความทรงจำพวกนี้ไม่ใช่ของฉัน!!”

แต่นางสัมผัสได้ว่า ทุกอย่างมันเป็นจริง นางไม่ใช่แค่เห็น แต่รู้สึกราวกับเป็นคนเดียวกันกับหญิงสาวผู้นั้น!!

แท้จริงแล้วตอนนี้นางอยู่ในอีกยุคโบราณในแคว้นเหยียน ที่เพิ่งถูกโจมตีจากแคว้นหลัวซานซึ่งสมคบคิดกับขุนนางกบฏนามจ้าวเยียน กำแพงเมืองถูกทำลาย ตลาดถูกเผา ครอบครัวของนางถูกสังหารเพื่อปล้นชิงทรัพย์สินไปจนหมด

และร่างนั้น..ตายใต้ต้นไม้ริมลำธาร

“ฉันตื่นมาในร่างของนาง” ความคิดนี้กระแทกเข้าใส่จิตใจของอู่หลิงเยว่อย่างรุนแรง

ตัวนางในอีกโลกหนึ่งจบชีวิตอยู่ใต้ซากตึกถล่ม แต่กลับมามีชีวิตใหม่อยู่ในอีกโลกหนึ่งที่ไม่มีใครสักคนที่รู้ว่านางมีตัวตนอยู่ตรงนี้ ไม่มีมือถือ ไม่มีโลกออนไลน์ ไม่มีเงิน ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีครอบครัวหรือคนรู้จักหลงเหลือเลยแม้แต่คนเดียว!! 

“ฉันจะอยู่รอดได้ยังไง..?” นางพูดกับอากาศด้วยเสียงสั่นเครือ ราวกับว่าจะได้ยินคำตอบจากใครสักคน

แต่ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากรากไม้ด้านบนที่ดังเป็นจังหวะเหมือนหัวใจของอุโมงค์นี้

แล้วทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น..เบาเกินจะเป็นแค่ลมแต่มันคล้ายกับเสียงลมหายใจที่ขาดช่วงของใครบางคน!

อู่หลิงเยว่สะดุ้ง หัวใจเต้นรัวอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะกลัวแต่กลับเป็นความหวัง 

หวังว่าจะมีใครสักคนอยู่เป็นเพื่อนนางในยามนี้

นางค่อย ๆ ลูบผนังดินแล้วคืบคลานช้าๆ ไปทางด้านที่มีเสียง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ทั้งตื่นเต้น ทั้งตื่นกลัว ทั้งเจ็บ

“มีใครอยู่ไหม” นางเปล่งเสียงออกไปเบา ๆ

“มีใครอยู่ไหม?” นางสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามรวบรวมความกล้าถามออกไปอีกครั้ง น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ก้องกังวานในโพรงมืด ยืนยันว่ายังมีใครบางคนอยู่ในนี้จริง ๆ

อู่หลิงเยว่ค่อย ๆ คืบคลานตามทางอุโมงค์ที่แคบจนพบบริเวณที่โพรงดินที่กว้างขึ้น ใต้แสงจันทร์เลือนรางนางเห็นร่างของบุรุษคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ ใบหน้าของเขาถูกคลุมครึ่งด้วยผ้าขาดเก่า ๆ

หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อเข้าไปใกล้ร่างนั้น ก่อนจะกัดฟันเอื้อมมือไปเปิดผ้าคลุมบนใบหน้าของคนผู้นั้นออก

ใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษในวัยยี่สิบต้น ๆ ปรากฏขึ้นในสายตา ลำคิ้วเข้มได้รูปขมวดแน่นราวกับยังตกอยู่ในห้วงฝันลึก จมูกโด่งตรงอย่างสมบูรณ์แบบรับกับแนวกรามคมชัด

ผมยาวสีดำสนิทของเขาหลุดลุ่ยแผ่สยายไปกับพื้นดิน แม้ดวงตาจะปิดสนิท หากบรรยากาศรอบกายยังแผ่กลิ่นอายเยียบเย็นน่าเกรงขาม

เสื้อเกราะบางแบบทหารโบราณบางส่วนที่ฉีกขาด แต่อาศัยจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม นางก็รู้ได้ทันทีว่าสัญลักษณ์บนเสื้อเกราะนั้นเป็นของทหารแคว้นเหยียน!

“ขอโทษนะ คุณได้ยินฉันไหม?” นางถามเสียงเบา

เสียงครางแผ่ว ๆ ดังขึ้นจากลำคอชายหนุ่ม เปลือกตาของเขากระตุกช้า ๆ

“อย่าขยับมากค่ะ คุณบาดเจ็บหนัก” อู่หลิงเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบและวิตก

สายตาของนางเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่วางอยู่ใกล้ร่างใหญ่ รู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่น้อย 

นางรีบคว้าถุงหนังสัตว์ที่พาดอยู่ข้างเอวเขาขึ้นมา ปลายนิ้วสะบัดเชือกเส้นเล็กที่ผูกปากถุงไว้แน่นแล้วค่อย ๆ ประคองให้น้ำไหลหยดลงแตะริมฝีปากเขาช้า ๆ

พอได้ดื่มน้ำไปหลายอึก ชายหนุ่มก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เขากระซิบด้วยเสียงแหบพร่า

“พื้นที่ปลอดภัย..ห่างจากที่นี่ไม่ถึงสองลี้..มีทหารแคว้นเหยียน”

อู่หลิงเยว่กลืนน้ำลาย “พื้นที่ปลอดภัย?” นางถามซ้ำราวกับหวังว่าจะได้ยินอะไรเพิ่มเติม

“ไปทางทิศตะวันตก” ชายหนุ่มพูดติดขัดก่อนจะไอแรงๆ แล้วยกมือขึ้นกุมท้องของตน

อู่หลิงเยว่เบือนหน้ามองไปที่รอยเลือดบริเวณช่องท้องของเขา ทหารหนุ่มผู้นี้น่าจะได้รับบาดเจ็บในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังวิ่งหนีตาย และตกลงมาในหลุมพร้อมกับนาง 

คราบเลือดบนเสื้อและบนพื้นมีทั้งที่แห้งกรังจนเปลี่ยนสี และที่กำลังไหลซึมออกมาไม่หยุดอีกหลายแห่งเมื่อเขาขยับตัว

หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นจนแทบหยุด หากนางปล่อยชายหนุ่มผู้นี้ไว้ลำพังเขาอาจจะตาย..

ภาพในหัวของนางพลันแล่นย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้า

พี่เหมยลี่แม่บ้านวัยกลางคนที่มักจะแบ่งขนมให้นางกินบ่อยๆ ถูกเพดานยุบตัวลงมาทับร่างต่อหน้าต่อตาขณะที่นางกำลังวิ่งตามอยู่ด้านหลัง

อู่หลิงเยว่ได้แต่กรีดร้องเรียกชื่อพี่เหมยลี่ แต่นางก็ถูกซากตึกทับร่างอยู่เช่นกัน รู้เพียงว่าเลือดสดของพี่เหม่ยลี่และของตนเองไหลนองเต็มพื้น นางได้แต่นอนมองพี่เหมยลี่ขาดใจไปช้าๆ โดยไม่มีโอกาสได้ช่วยใครรวมทั้งชีวิตของตนเอง

“ครั้งนี้ฉันสามารถช่วยคนได้” นางกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้า

“รอเดี๋ยวก่อนนะ ฉันจะช่วยคุณเอง” 

นางพูดพลางฉีกชายเสื้อของตนเองมาส่วนหนึ่งแล้วพันไปที่ต้นขาของอีกฝ่ายเพื่อห้ามเลือด ส่วนบาดแผลบริเวณท้องที่น่าจะใหญ่กว่า นางก็ฉีกผ้าคลุมของเขามามัดไว้

โพรงดินแคบและมีพื้นที่จำกัด แต่โชคดีที่มีไม้แห้งวางระเกะระกะอยู่ข้าง ๆ นางรีบลากมันมาทำเป็นคานค้ำยันอย่างรีบร้อน

“อย่าฝืนมากนะคะ ฉันจะช่วยประคองเอง”

ชายหนุ่มพยายามยันตัวเองขึ้น เสียงครางต่ำดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเริ่มพร่าเลือน

อู่หลิงเยว่ใช้แรงทั้งหมดที่มีดันร่างเขาขึ้นทีละนิด มือของนางเปื้อนเลือดจนมองไม่เห็นผิวเนื้อเดิม ร่างกายสั่นเทาและแทบหมดแรง กลิ่นคาวเลือดจากร่างคนตัวโตทำให้หญิงสาวแทบจะอาเจียน

เมื่อใกล้ถึงปากโพรงดินที่เป็นเนินลาดต่ำ นางก็หยุดชะงักทันที ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ

หญิงชราร่างผอมที่ท้องถูกแทงทะลุ เด็กชายตัวเล็กนอนนิ่งไร้แขนซ้าย ส่วนชายหนุ่มอีกคนมีบาดแผลที่ศีรษะไม่รู้ว่าเป็นหรือตายอยู่ตรงหน้านางในระยะประชิด!

อู่หลิงเยว่ถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น แขนขาสั่นจนควบคุมไม่ได้ ร่างกายแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว

“อย่ามอง” ทหารผู้นั้นกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า

นางหลับตาแน่น พยายามรวบรวมสติให้กลับคืนมา นี่มันชีวิตจริงที่นางและเขายังมีโอกาสรอด! นางต้องเข้มแข็งกว่านี้!!

เมื่อสติกลับคืนมา นางก็พยายามลากชายหนุ่มขึ้นจากโพรงดินอีกครั้ง ใช้แรงจากทั้งแขนและขา แม้ตัวนางเองก็บาดเจ็บแต่ด้วยความพยายามอย่างสุดกำลังในที่สุดก็สามารถพาร่างของเขาขึ้นมาจนได้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เมื่อความฝันที่จะก้าวสู่ความเป็นอมตะถูกสวรรค์กีดกันอย่างไม่ยุติธรรม ชายหนุ่มผู้หนึ่งจึงลุกขึ้นท้าทายโชคชะตาด้วยความโกรธแค้นอันคุกรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและแรงกดดัน เขายืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าตนที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่การเป็นเซียนของเขา การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นและเอาชนะอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเปิดฉากขึ้น กลายเป็นมหากาพย์แห่งการฝึกตนและการล้างแค้นที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน
ภาพปกนิยายเรื่อง กลร้ายทรายเสน่หา
8.0
มิลินต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายในทะเลทรายกว้างใหญ่ เมื่อเธอถูกชายหนุ่มลักพาตัวมาเพื่อชำระแค้น โทษฐานที่เธอเคยใส่ร้ายจนเขาต้องเสื่อมเสียเกียรติยศ แม้ในภายหลังเขาจะค้นพบความจริงว่าเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด แต่เขาก็ยังคงบังคับให้เธอทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อแลกกับที่ซุกหัวนอนและอาหารประทังชีวิต ท่ามกลางการคุกคามจากกลุ่มโจรทะเลทรายที่แสนอันตรายและการโต้เถียงกันอย่างไม่ยอมลดละ ความผูกพันที่เกิดขึ้นภายในกระโจมพักแคบๆ กลับค่อยๆ ทลายกำแพงโทสะลง และแปรเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักอันแสนหวานที่อบอวลไปทั่วผืนทรายร้อนระอุแห่งยใต้อ้อมกอดของผืนทรายอันร้อนแรงกลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
9.6
เมื่ออลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้เข้ามาอยู่ในร่างของหลิวตาน หญิงสาวสู้ชีวิตยุค 80 ผู้เผชิญการกดขี่จากปู่ย่าที่ปฏิบัติกับครอบครัวของเธอราวกับทาส ทว่าการได้สัมผัสความอบอุ่นในบ้านเป็นครั้งแรกทำให้เธอตั้งมั่นว่าจะต้องพาครอบครัวก้าวสู่ความร่ำรวยให้ได้ หลิวตานจึงตัดสินใจบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมโดยอาศัยพลังธาตุเร่งเติบโตควบคู่กับระบบทำฟาร์มสุดพิลึกพิลั่น แม้ว่าระบบนี้จะดูพึ่งพาได้ยากและมักจะสร้างเรื่องชวนปวดหัวให้เธออยู่เสมอ แต่เธอก็ไม่คิดยอมแพ้ พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวให้สุขสบายและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างภาคภูมิสูงสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เถื่อนปรารถนา
8.7
การหลบหนีจากการตามล่าอย่างบ้าคลั่งในป่าลึกสีเขียวขจี กลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันร้อนแรงของคนสองคน ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่รายล้อม ความปรารถนาอันแผดเผาได้หลอมรวมร่างกายและจิตใจของพวกเขาให้ผูกพันกันอย่างลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว แม้ว่าในท้ายที่สุดภารกิจหนีตายจะเสร็จสิ้นลง และทั้งคู่สามารถก้าวพ้นเขตอันตรายของชายป่ามาได้สำเร็จ ทว่าเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่เคยลุกโชนกลับไม่ได้มอดดับลงไปตามระยะทางหรือเวลาที่ผ่านพ้นมา
ภาพปกนิยายเรื่อง หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง
7.9
มังกร บัณฑิตหนุ่มในวัย 22 ปี ต้องพบเจอกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้เขาตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองหลวงเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่บ้านเกิดเพื่อทำไร่ไถนาตามความตั้งใจเดิม ทว่าโชคชะตาแสนโหดร้ายกลับพรากชีวิตของเขาไปก่อนวัยอันควร และเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งกลับพบว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กชายอายุเพียง 8 ขวบ ที่ต้องเผชิญกับความอดอยากและบ้านเรือนที่ผุพังในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย มังกรในร่างของเด็กน้อยคนนี้จะสามารถดิ้นรนเอาชีวิตรอดและสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ท่ามกลางอุปสรรคและความยากลำบากได้อย่างไร ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้เขาในเส้นทางนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน
9.3
เพราะการหายไปของ 'ไข่มุกน้ำตาจันทรา' ทำให้ กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ...................... หลินอวี้เจิน ในวัยสิบเจ็ดปี นางเป็นบุตรสาวของหลินยี่ห้าน เจ้าของสำนักศึกษาเล็กๆ แห่งหนึ่ง มารดาของนางตายจากไปตั้งแต่นางอายุไม่ถึงสิบขวบ แต่กระนั้นบิดาก็มิได้แต่งภรรยาใหม่ บิดาทุ่มเทให้กับสำนักศึกษาของตนและเลี้ยงดูนางตามลำพัง “หลินอวี้เจิน” หมั้นหมายกับ“ติงกว่างอาน” เขาเป็นศิษย์เอกของบิดา ทว่าเรื่องพลิกผลัน ติงกว่างอาน กลับไปแต่งงานกับ “หลินชูซิน” ญาติผู้น้องของนางเอง ด้วยเหตุนี้นางจึงเดินทางมาตันหยางเพื่อพบท่านลุงใหญ่-หลินเหิงอี้ เพียงเพื่อรักษาบาดแผลในใจ ‘ไข่มุกน้ำตาจันทรา’ สมบัติล้ำค่าประจำตระกูลกัว แต่กลับหายไป ร่องรอยสุดท้ายหยุดอยู่ที่หลินเหิงอี้ กัวจื่อหรานประมุขสกุลกัวและยังเป็นเจ้าเมืองตันหยาง เขาจำเป็นต้องใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ได้ไข่มุกประจำตระกูลกลับมา แม้ต้องบุกค้นเข้าห้องนอนของหญิงสาวก็ตามที หลับ? นางหลับในอ่างอาบน้ำ! มีผู้ใดหลับในอ่างอาบน้ำเช่นนี้เล่า! กัวจื่อหรานยืบเสื้อคลุมของหญิงสาวสะบัดไปมาแล้วโยนขึ้นเหนืออ่างอาบน้ำ เพียงพริบตาเขาก้มตัวช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นจากน้ำ ยื่นมือไปรับเสื้อคลุมที่ค่อยๆ ล่วงหล่นลงมา ตวัดข้อมือเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถใช้เสื้อคลุมของนางห่อหุ้มร่างเปลือยเปล่าได้มิดชิด เขาอุ้มนางที่ยังถลึงตามองเขาแต่ใบหน้าหวานนั้นแดงจัดราวคนป่วยไข้ “จุ๊ๆ อย่าจ้องหน้าหน้าผู้มีพระคุณเช่นนี้” เขาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ อุ้มร่างนุ่มนิ่มไปวางไว้บนเตียง มารดาเถอะ! ผู้มีพระคุณอะไรกัน! เจ้าโจรลามก! แล้วสายลมแห่งฤดูกาลก็นำโชคชะตาของคนแปลกหน้ามาผูกพัน