APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เรือนนี้ผีไม่หลอก

เรือนนี้ผีไม่หลอก

เมื่ออู่หลิงเยว่จบชีวิตลงจากภัยแผ่นดินไหว วิญญาณของเธอได้มาเข้าร่างหญิงสาวในแคว้นเหยียนที่กำลังเผชิญวิกฤตสงครามจนใกล้ล่มสลาย หนทางรอดเดียวของเธอคือระบบห้างสรรพสินค้าสุดลึกลับ ซึ่งต้องใช้แต้มบุญจากการทำความดีมาแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของ เธอจึงเลือกกบดานในเรือนร้างของตระกูลเกาแล้วแกล้งทำตัวเป็นผี เพื่อคอยแจกจ่ายเสบียงอาหารและยารักษาโรคช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินเดินทางมาเพื่อรวบรวมกองกำลังกอบกู้แผ่นดิน ทว่าเขากลับพบว่าชาวบ้านต่างเลื่อมใสศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพของตน แม่ทัพหนุ่มจึงต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อเจรจาให้ร่วมออกเดินทางไปด้วยกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“วิ่ง! อย่าหยุด!”

เสียงตะโกนจากใครสักคนดังลั่นอยู่ข้างหูราวกับฟ้าผ่า ทำให้อู่หลิงเยว่สะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นจากการหลับใหล 

กลิ่นหญ้าชื้นและดินเปียกลอยขึ้นมาแตะจมูก แฝงด้วยกลิ่นเลือดเจือจาง ความเย็นเยียบกัดกินผิวหนังของหญิงสาว มือของนางแตะลงไปบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง สัมผัสได้ถึงเศษไม้ เศษหญ้า และก้อนหินแหลมบาดเนื้อ 

"หนี..หนีเร็วเข้า!" เสียงผู้หญิงปริศนาอีกคนแว่วมาจากทิศทางหนึ่งเรียกสตินางให้กลับมาอีกครั้ง 

เสียงกรีดร้อง เสียงฝีเท้าวิ่งกระทบพื้นดินดังระงม เสียงร้องไห้ สบถ คำสั่งที่ฟังไม่รู้เรื่องประปรายอยู่รอบตัว ร่างของนางยังคงนอนแน่นิ่ง ค่อย ๆ กะพริบตา ฝืนเผยอเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นช้า ๆ

เงามืดของต้นไม้สูงใหญ่ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงทึบเหนือศีรษะ ลำแสงจาง ๆ ส่องลอดกิ่งใบลงมากระทบใบหน้า ราวกับฝันร้ายที่ยังไม่ยอมจบสิ้น

"แผ่นดินไหว..ห้างถล่ม..ใช่ไหม?" เสียงของนางแหบพร่า ริมฝีปากและลำคอแห้งผาก 

ทันใดนั้น เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"พวกมันมาแล้ว! วิ่ง! วิ่งเร็ว!"

หัวใจของอู่หลิงเยว่กระตุกวาบ แม้ว่าภาพต้นไม้และป่าทึบจะขัดกับความทรงจำว่านางกำลังหนีตายอยู่ในอาคารสูงที่กำลังถล่มลงมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่สมองส่วนลึกบอกให้นางลุกขึ้นแล้วออกแรงวิ่ง วิ่งหนีสุดชีวิต!!

ยามนี้หัวใจของนางเต้นแรงรัวเหมือนกลองศึก มือเย็นเฉียบราวกับเลือดไหลย้อนกลับ เสียงหอบหายใจของตัวเองดังอยู่ข้างหู ขณะที่ฝ่าเท้ากระแทกพื้นจนรู้สึกแสบแปลบ บริเวณสะโพกก็ปวดตุบ ๆ เหมือนเพิ่งกระแทกอะไรบางอย่างมา

“เร็วเข้า! เร่งอีก!” เสียงบุรุษผู้หนึ่งดังไล่หลังนางมาอีกครั้ง รอบตัวเต็มไปด้วยผู้คนที่วิ่งสวนกันไปมา บางคนกรีดร้อง บางคนร้องไห้ บ้างก็อุ้มเด็ก บ้างลากผู้เฒ่า ทุกคนดูสับสนปนตื่นกลัว เสียงฝีเท้าวิ่งอึกทึกไปหมด

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!”

นางหันมองซ้ายทีขวาที แต่ไม่มีใครมองกลับมาสักคน คนเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าแปลกตา เก่า ยับ และเปื้อนดิน เหมือนหลุดมาจากหนังจีนย้อนยุค!!

“ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่…” นางตะโกนออกมาด้วยความสับสน

ฟิ้ววว! เสียงธนูแหวกอากาศพุ่งผ่านหูอู่หลิงเยว่ไปอย่างฉิวเฉียดจนร่างเล็กชะงักกึก

ฉึก!

ลูกธนูเมื่อครู่แทงทะลุเนื้อคนข้างหน้า ตามด้วยเสียงกรีดร้องสั้น ๆ ร่างหนึ่งล้มลงห่างจากนางเพียงไม่กี่ก้าว เลือดเปรอะพื้นดินแดงฉาน แต่ผู้คนยังคงวิ่งต่อไป ไม่มีใครหยุด ไม่มีใครแม้แต่จะเหลียวมอง

เกิดอะไรขึ้น!! นางยืนแข็งค้างนิ่งอยู่ตรงนั้น แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจ

มีคนตายอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ไม่มีใครหยุดวิ่งเลยสักคน!!

อู่หลิงเยว่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แม้ว่าภาพคนตายตรงหน้าเมื่อครู่จะทำให้นางขาสั่นจนแทบก้าวต่อไปไม่ออก แต่ถ้าคนที่โชคร้ายเมื่อครู่เป็นตัวนางเองเล่า? 

หญิงสาวจำเป็นต้องวิ่งต่อไปทั้งๆ ที่สมองเต็มไปด้วยคำถาม

ฉันยังไม่ตายใช่ไหม?

แล้วฉันออกมาจากซากตึกถล่มใต้ห้างได้อย่างไร?

ความทรงจำสุดท้ายที่นางจำได้คือ ภาพเพดานห้างที่ถล่มลงมา ฝุ่นควัน เศษเหล็ก เสียงกรีดร้อง และกลิ่นเลือด นางจำได้แม่นว่ามีแผ่นดินไหว นางติดอยู่ใต้อาคารห้างสรรพสินค้าที่นางมาฝึกงานอยู่ และกำลังจะหมดลมหายใจในไม่ช้า

แล้วตอนนี้ ทำไมนางยังหายใจอยู่? นางเหนื่อย นางไม่ได้ฝัน!

แผ่นดินไหวซ้ำอีกครั้งแล้วตัวนางหลุดออกมาจากกองปูนที่ทับร่างเอาไว้เช่นนั้นหรือ?

ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มขาดช่วงจากการวิ่งที่ยาวนานโดยไม่มีการหยุดพัก เสียงฝีเท้าดังกลบหูจนเหมือนโลกทั้งใบกำลังไล่ล่าตัวนาง รอบด้านเป็นต้นไม้ใหญ่ ลมเย็นพัดปะทะหน้า ใบไม้ปลิวว่อน

“ไปต่อเร็วเข้า! อย่าหยุดกลางทาง!” เสียงตะโกนดังมาจากทิศทางด้านหน้า

อู่หลิงเยว่หันกลับไปมองด้านหลังก็เห็นเปลวไฟลุกไหม้อยู่ไกล ๆ มีควันดำลอยคลุ้งไปทั่วปลายฟ้า ในหมู่ควันนั้น... เหมือนมีเงาคนจำนวนมากไล่ตามหลังมา

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเริ่มดังขึ้น บางคนล้ม บางคนถูกเหยียบย่ำ แต่ยังไม่มีใครหยุดแม้กระทั่งตัวนางเอง!

อู่หลิงเยว่พยายามหายใจลึก แต่มันกลับเหมือนกลืนเอาทรายเข้าไปในหลอดลม นางเหนื่อยจนลมหายใจติดขัด ในหูอื้อไปหมด

“ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่!!” หญิงสาวเริ่มเสียสติ นางไม่ได้กำลังวิ่งหนีจากเหตุการณ์ตึกถล่ม และไม่ได้วิ่งออกมาที่สวนสาธารณะนอกอาคารแต่อย่างใด 

ด้านหลังมีเพียงเสียงฝีเท้าหนัก ๆ และเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ คล้ายกับฉากหนังต่อสู้ในละครจีนไม่มีผิด

“นี่มันป่าชัดๆ!!” นางเห็นใบไม้หนาทึบ เห็นเห็ดป่า เถาวัลย์...เมื่อมองไปยังแขนของตนเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ที่เคยใส่ได้หายไป เหลือเพียงเสื้อผ้าสีหม่นสกปรกคล้ายชุดชาวบ้านจีนโบราณอยู่บนร่าง

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ฉันกำลังฝันอยู่ใช่ไหม?

ขาของนางเริ่มอ่อนแรง หัวใจเต้นกระหน่ำเหมือนกำลังจะระเบิด 

"อ๊ะ!!"

หญิงสาวสะดุดรากไม้แล้วล้มลงกับพื้นอย่างจัง ร่างไถลไปบนทางลาดชันที่เต็มไปด้วยหินแหลม นางร้องออกมาเบา ๆ ขณะที่ฝ่ามือถลอกเลือดซิบ ไม่มีใครหยุดช่วย ไม่มีแม้แต่สายตาเห็นใจ

หญิงคนหนึ่งวิ่งผ่านร่างนางไปพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขน  มีเพียงชายชราคนหนึ่งที่ร้องเตือนว่า “ลุกขึ้นเร็วเข้า! ข้างหลังพวกมันมาแล้ว!”

พวกมัน?

อู่หลิงเยว่หันกลับไปตามสัญชาตญาณ ทว่านางก็ไม่ทันได้เห็นว่าพวกมันคือใคร แต่มันต้องเป็นคนที่ส่งธนูดอกนั้นมาสังหารผู้คนเป็นแน่!

นางกัดฟันแน่น กระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนแล้วออกแรงวิ่งอีกครั้งแม้ขาจะยังเจ็บ น้ำหนักตัวที่โถมไปข้างหน้าเหมือนจะไม่ใช่การวิ่งด้วยสองขา แต่เป็นการพุ่งไปด้วยแรงเฮือกสุดท้าย

แครก! เสียงใต้ฝ่าเท้าทำให้ร่างเล็กชะงักงัน มันไม่ใช่เสียงกิ่งไม้ แต่มันคือเสียงของพื้นดินที่ทรุดตัวลง

"อ๊ะ!"

ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องล่างก็ยุบตัวลง ร่างทั้งร่างร่วงตกลงไปในหลุมลึกซึ่งถูกปกคลุมด้วยใบไม้แห้งอย่างแนบเนียน เสียงของโลกเบื้องบนเงียบลงทันที เหลือเพียงเสียงหายใจของตนเองและความมืดที่โอบล้อมอยู่ทุกทิศ

อู่หลิงเยว่พยายามจะลืมตาอีกครั้ง แต่ความเหนื่อยล้า ความตกใจ และความกลัวกลับพานางดิ่งเข้าสู่ห้วงความมืดอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบงัน

……….

กลิ่นดินชื้นกับไอเย็นเฉียบแทรกเข้ามาในจมูกทันทีที่อู่หลิงเยว่รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งภายใต้หลุมดินลึกท่วมหัว

ร่างกายของนางเจ็บปวดจนขยับแทบไม่ไหว แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ดีใจที่ตนเองยังมีความรู้สึก นั่นหมายความว่านางยังมีชีวิตอยู่!

‘ฉันยังไม่ตาย?’

อู่หลิงเยว่ขยับนิ้วมือทีละข้างอย่างระมัดระวัง ราวกับต้องการยืนยันกับตัวเองว่าไม่ใช่แค่จิตวิญญาณที่ล่องลอย เมื่อแน่ใจว่าอวัยวะยังตอบสนองดีอยู่นางจึงค่อย ๆ ลืมตาสำรวจรอบกาย

ตอนนี้ท้องฟ้ามืดลงแล้ว แต่แสงจันทร์ยามค่ำคืนก็ส่องสว่างเพียงพอให้นางมองเห็นสภาพของหลุมดินที่นางตกลงมา

ผนังรอบตัวของนางเป็นดินแข็งที่ถูกขุดขึ้นโดยฝีมือคน พื้นที่ในหลุมก็ไม่ได้กว้างนัก ลักษณะคดเคี้ยวของโพรงนี้ทำให้คิดถึงอุโมงค์ในหนังสงคราม หรือที่หลบภัยชั่วคราวในสนามรบ

“คราวแรกร่างก็ติดอยู่ใต้คานปูนในตึก อีกเดี๋ยวก็ไปวิ่งอยู่ในป่า แล้วตอนนี้ก็มาติดอยู่ใต้ดิน? ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันกันแน่!!!”

นางรำพันพลางค่อย ๆ ยันตัวขึ้นไปพิงผนังดิน ความเจ็บระบมแล่นพล่านจนต้องกัดฟันเงียบ ๆ หัวเข่าซ้ายเจ็บจี๊ดทุกครั้งที่ขยับ ข้อมือขวาเต็มไปด้วยรอยถลอกจนเป็นแผลเปิด แต่ดูแล้วไม่น่าใช่กระดูกหัก

นางใช้สองมือลูบตัวเองอย่างเบา ๆ ตรวจหาบาดแผลที่มองไม่เห็น อกยังขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ หัวใจยังเต้น ไม่เร็วเกิน ไม่ช้าเกิน และไม่ใช่ฝัน

‘โพรงดิน..หรือว่าจะเป็นทางหนีไฟเก่าแก่ใต้ตึก?’

หญิงสาวกวาดตามองแนวอุโมงค์ที่ทอดยาวออกไป มันทั้งแคบ ทั้งลึก และทั้งมืดมองแทบไม่เห็นปลายทาง มีเพียงรอยเลื่อนบนพื้นเป็นแนวยาวคล้ายทางที่เคยมีคนคืบคลานผ่าน

"นี่มัน...เหมือนสนามเพลาะในสงครามเลย..." อู่หลิงเยว่พึมพำ ขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เมื่อความฝันที่จะก้าวสู่ความเป็นอมตะถูกสวรรค์กีดกันอย่างไม่ยุติธรรม ชายหนุ่มผู้หนึ่งจึงลุกขึ้นท้าทายโชคชะตาด้วยความโกรธแค้นอันคุกรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและแรงกดดัน เขายืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าตนที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่การเป็นเซียนของเขา การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นและเอาชนะอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเปิดฉากขึ้น กลายเป็นมหากาพย์แห่งการฝึกตนและการล้างแค้นที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน
ภาพปกนิยายเรื่อง กลร้ายทรายเสน่หา
8.0
มิลินต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายในทะเลทรายกว้างใหญ่ เมื่อเธอถูกชายหนุ่มลักพาตัวมาเพื่อชำระแค้น โทษฐานที่เธอเคยใส่ร้ายจนเขาต้องเสื่อมเสียเกียรติยศ แม้ในภายหลังเขาจะค้นพบความจริงว่าเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด แต่เขาก็ยังคงบังคับให้เธอทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อแลกกับที่ซุกหัวนอนและอาหารประทังชีวิต ท่ามกลางการคุกคามจากกลุ่มโจรทะเลทรายที่แสนอันตรายและการโต้เถียงกันอย่างไม่ยอมลดละ ความผูกพันที่เกิดขึ้นภายในกระโจมพักแคบๆ กลับค่อยๆ ทลายกำแพงโทสะลง และแปรเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักอันแสนหวานที่อบอวลไปทั่วผืนทรายร้อนระอุแห่งยใต้อ้อมกอดของผืนทรายอันร้อนแรงกลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
9.6
เมื่ออลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้เข้ามาอยู่ในร่างของหลิวตาน หญิงสาวสู้ชีวิตยุค 80 ผู้เผชิญการกดขี่จากปู่ย่าที่ปฏิบัติกับครอบครัวของเธอราวกับทาส ทว่าการได้สัมผัสความอบอุ่นในบ้านเป็นครั้งแรกทำให้เธอตั้งมั่นว่าจะต้องพาครอบครัวก้าวสู่ความร่ำรวยให้ได้ หลิวตานจึงตัดสินใจบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมโดยอาศัยพลังธาตุเร่งเติบโตควบคู่กับระบบทำฟาร์มสุดพิลึกพิลั่น แม้ว่าระบบนี้จะดูพึ่งพาได้ยากและมักจะสร้างเรื่องชวนปวดหัวให้เธออยู่เสมอ แต่เธอก็ไม่คิดยอมแพ้ พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวให้สุขสบายและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างภาคภูมิสูงสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เถื่อนปรารถนา
8.7
การหลบหนีจากการตามล่าอย่างบ้าคลั่งในป่าลึกสีเขียวขจี กลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันร้อนแรงของคนสองคน ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่รายล้อม ความปรารถนาอันแผดเผาได้หลอมรวมร่างกายและจิตใจของพวกเขาให้ผูกพันกันอย่างลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว แม้ว่าในท้ายที่สุดภารกิจหนีตายจะเสร็จสิ้นลง และทั้งคู่สามารถก้าวพ้นเขตอันตรายของชายป่ามาได้สำเร็จ ทว่าเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่เคยลุกโชนกลับไม่ได้มอดดับลงไปตามระยะทางหรือเวลาที่ผ่านพ้นมา
ภาพปกนิยายเรื่อง หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง
7.9
มังกร บัณฑิตหนุ่มในวัย 22 ปี ต้องพบเจอกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้เขาตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองหลวงเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่บ้านเกิดเพื่อทำไร่ไถนาตามความตั้งใจเดิม ทว่าโชคชะตาแสนโหดร้ายกลับพรากชีวิตของเขาไปก่อนวัยอันควร และเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งกลับพบว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กชายอายุเพียง 8 ขวบ ที่ต้องเผชิญกับความอดอยากและบ้านเรือนที่ผุพังในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย มังกรในร่างของเด็กน้อยคนนี้จะสามารถดิ้นรนเอาชีวิตรอดและสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ท่ามกลางอุปสรรคและความยากลำบากได้อย่างไร ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้เขาในเส้นทางนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน
9.3
เพราะการหายไปของ 'ไข่มุกน้ำตาจันทรา' ทำให้ กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ...................... หลินอวี้เจิน ในวัยสิบเจ็ดปี นางเป็นบุตรสาวของหลินยี่ห้าน เจ้าของสำนักศึกษาเล็กๆ แห่งหนึ่ง มารดาของนางตายจากไปตั้งแต่นางอายุไม่ถึงสิบขวบ แต่กระนั้นบิดาก็มิได้แต่งภรรยาใหม่ บิดาทุ่มเทให้กับสำนักศึกษาของตนและเลี้ยงดูนางตามลำพัง “หลินอวี้เจิน” หมั้นหมายกับ“ติงกว่างอาน” เขาเป็นศิษย์เอกของบิดา ทว่าเรื่องพลิกผลัน ติงกว่างอาน กลับไปแต่งงานกับ “หลินชูซิน” ญาติผู้น้องของนางเอง ด้วยเหตุนี้นางจึงเดินทางมาตันหยางเพื่อพบท่านลุงใหญ่-หลินเหิงอี้ เพียงเพื่อรักษาบาดแผลในใจ ‘ไข่มุกน้ำตาจันทรา’ สมบัติล้ำค่าประจำตระกูลกัว แต่กลับหายไป ร่องรอยสุดท้ายหยุดอยู่ที่หลินเหิงอี้ กัวจื่อหรานประมุขสกุลกัวและยังเป็นเจ้าเมืองตันหยาง เขาจำเป็นต้องใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ได้ไข่มุกประจำตระกูลกลับมา แม้ต้องบุกค้นเข้าห้องนอนของหญิงสาวก็ตามที หลับ? นางหลับในอ่างอาบน้ำ! มีผู้ใดหลับในอ่างอาบน้ำเช่นนี้เล่า! กัวจื่อหรานยืบเสื้อคลุมของหญิงสาวสะบัดไปมาแล้วโยนขึ้นเหนืออ่างอาบน้ำ เพียงพริบตาเขาก้มตัวช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นจากน้ำ ยื่นมือไปรับเสื้อคลุมที่ค่อยๆ ล่วงหล่นลงมา ตวัดข้อมือเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถใช้เสื้อคลุมของนางห่อหุ้มร่างเปลือยเปล่าได้มิดชิด เขาอุ้มนางที่ยังถลึงตามองเขาแต่ใบหน้าหวานนั้นแดงจัดราวคนป่วยไข้ “จุ๊ๆ อย่าจ้องหน้าหน้าผู้มีพระคุณเช่นนี้” เขาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ อุ้มร่างนุ่มนิ่มไปวางไว้บนเตียง มารดาเถอะ! ผู้มีพระคุณอะไรกัน! เจ้าโจรลามก! แล้วสายลมแห่งฤดูกาลก็นำโชคชะตาของคนแปลกหน้ามาผูกพัน