APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู

หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู

เมื่อหญิงสาวเจ้าเนื้อต้องเผชิญหน้ากับท่าทีอันแสนเย็นชาของท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ ความคลางแคลงใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นว่า รูปร่างที่อวบอัดของเธอนั้นคือเหตุผลแท้จริงที่ทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานและไม่ปรารถนาจะร่วมเคียงคู่กันหรือไม่ ท่ามกลางกลิ่นอายแห่งเวทมนตร์และความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคอันซับซ้อน เธอจึงต้องลุกขึ้นมาพิสูจน์คุณค่าในตัวเองให้ชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจได้ประจักษ์ เพื่อค้นหาคำตอบว่าท้ายที่สุดแล้ว ชายผู้เย็นชาคนนี้จะยอมเปิดใจยอมรับในตัวตนของเธอที่ห่างไกลจากสตรีในอุดมคติของเขาได้หรือไม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

"อ๋องฟู่ฉวีช่าย ก็มาร่วมงานวันเกิดหรือ"

ฉินจิงเชียวยกมือขึ้นบิดไปมาตรงหน้าท่าทีเคลิ้มฝัน อาการบิดตัวไปมาทำเอาไขมันที่หน้าท้องแขนขากระเพื่อมเป็นลูกคลื่น ใบหน้าอ้วนที่คางหย่อนลงมาถึงสามชั้นไม่ได้สองขั้นอย่างคนอ้วนทั่วไปอมยิ้มอย่างคนอารมณ์ดีที่มีมากพอๆ กับไขมัน

"เจ้าค่ะคุณหนู ฮูหยินใหญ่ให้ท่านสวมอาภรณ์ให้รัดรูปหน่อย ทนอึดอัดเอานิดเผื่อว่าจะดูดีขึ้นมาบ้าง"

จิงเชียวยิ้มแก้มพอง

อี้เหลียวพูดแบบไม่ถนอมน้ำใจก็จิงเชียวไม่เคยโกรธอยู่แล้วนี่

นางยอมรับสภาพอ้วนราวกับแม่หมูของนางได้ แล้วยังกินเพิ่มไปอีกในทุกวัน ตอนเป็นเด็กก็น่ารักน่าเอ็นดู แต่พอโตมาน้ำหนักตัวของนางยิ่งเพิ่มขึ้นจนฉุดไปอยู่ท่านราชครูฉินเกอกับฮูหยินใหญ่จิงหรานก็ตามใจ ไม่เคยดุด่ามีแต่สรรหาของดีๆ มาให้นางกิน เพราะเป็นลูกคนเดียวของท่านฉินที่อายุปาเข้าไป45ปีในปีที่จิงเชียวถือกำเนิดและฮูหยินจึงตามใจ จิงเชียวเลยกลายเป็นคนอ้วนที่อารมณ์ดีที่สุดในแคว้น มองโลกในด้านดี ยิ้มหัวพูดคุยไม่มีทางที่จะแค้นเคืองใคร

แต่เรื่องมาสะดุดหยุดลงตรงที่ ฝ่าบาทดันประทานงานแต่งงานให้อ๋องฟู่ฉวีช่ายกับบุตรีบ้านฉิน นายท่านกับฮูหยินเลยให้คุณหนูใหญ่จิงเชียวกินน้อยลง แต่ก็แค่ไม่กี่วัน งานดูตัวก็เริ่มขึ้นในวันคล้ายวันเกิดของท่านราชครู แต่จะว่าไปใครเขาจะเอาหญิงอ้วนกินจุมองหาความงดงามไม่มี มาทำซากอะไรเล่า

อ๋องฟู่ฉวีช่าย อ๋องผู้หล่อเหลาเกินใครในเจ็ดคาบสมุทรหญิงใดบ้างไม่หมายปองรวมทั้ง…..จิงเชียวที่แอบฝันใฝ่ถึงพี่อ๋องฟู่ตั้งแต่ยังไม่ผ่านวัยเด็กด้วยซ้ำไป รักแรก รักเดียวของจิงเชียวหญิงอ้วนแห่ง แคว้นหนี่ลัว…

"พี่อ๋องฟู่จะใจดีเหมือนเมื่อก่อนไหมนะ ดีใจจังจะได้พบท่านพี่อ๋องฟู่ กี่ปีแล้วนะตั้งแต่พี่อ๋องฟู่จากหนี่ลัวไปศึกษาเล่าเรียนพี่อ๋องฟู่จะจำข้าได้ไหมหนอ คิคิ"

หมุนตัวไปมาหน้ากระจก พุงใหญ่กระเพื่อมช่างน่าชังสิ้นดีแต่นางก็ยังยิ้ม

"อี้เหลียวได้ยินมาว่าท่านอ๋องเป็นบุรุษหนุ่มองอาจยากจะคาดเดา"

มืออ้วนๆประสานบิดม้วนตรงหน้าอีกครั้ง

"ท่านอ๋องเฉยชาใช่ไหม อือ ข้าละอยากจะพบพี่อ๋องฟู่เร็วๆเสียจริง ว่าแต่ว่าจิงชิน นางสวมอาภรณ์สีอะไร"

อี้เหลียวถอนหายใจ

โธ่ยังกล้าเอาตัวเองไปเปรียบกับเขา สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมมีจิงเชียวก็ดันมีฉินจิงชินที่บังเอิญเกิดหากกันเพียงปีเดียวจากนางในหอนางโลม จิงชินนางงดงามราวกับธิดาสวรรค์อรชรอ้อนแอ้น อีกทั้งกิริยาอ่อนหวานราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ทั้งที่เป็นลูกที่ท่านฉินไม่อยากจะรับ รับเพียงแต่ลูกมารดานางที่เป้นนางโลมไม่เคยให้เฉียดเข้าใกล้บ้านฉิน จิงชินถูกนำมาเลี้ยงในบ้านฉินตั้งแต่ห้าขวบ

นางไร้การอบรมจากมารดา แต่ด้วยนางเจียมเนื้อเจียมตัวจึงทีท่าที่เรียบร้อยอ่อนหวาน ทำให้ผู้ที่พบเห็นล้วนอดเอ็นดูเสียไม่ได้ ฮูหยินฉินแม้ไม่รักแต่ไม่รังแก จัดหาเสื้อผ้าอาภรณ์ ห้องหับและุหญิงรับใช้ให้ทัดเทียมฉินจิงเชียว จะน้อยกว่าคุณหนูใหญ่ก็ตรงเรื่องอาหารการกินที่ จิงเชียวมักจะได้กินแต่ของดีๆ และในปริมาณที่เท่ากับสามคนกิน

"อาภรณ์สีขาวเจ้าค่ะ คุณหนูรองนางยังบรรเลงเพลงกู่เจิ้งอวยพรวันเกิดให้นายท่านด้วย"

"แล้วข้าเล่าอี้เหลียว เจ้าว่าข้าควรอวยพรวันเกิดท่านพ่อด้วยสิ่งใดจึงดี"

อี้เหลียวยิ้มเจื่อนๆ แค่จะเดินยังไม่ไหว ต้องแบกร่างมหึมาไปบรรเลงเพลงกู่เจิ้งหรือร่ายรำคงไม่ได้แน่

"ข้าจะร่ายรำ"อี้เหลียวอ้าปากค้าง

"ตะตะแต่คุณหนูพรุ่งนี้งานก็เริ่มแล้ว ท่านยังไม่ทันได้ฝึกฝนการร่ายรำ"

จิงเชียวยิ้ม เข้าใจดีว่าอี้เหลียวห่วงใย

"ท่านพ่อมักจะปลีกตัวไปดูการร่ายรำที่หอนางโลม ให้ท่านแม่ขุ่นเคือง เอาแบบนี้ข้าแค่ร่ายรำจำท่ารำสักสองสามท่า ท่านพ่อคงพอได้ยิ้มได้ เจ้าไปเรียกนางรำในหอนางโลมเข้ามาฝึกข้า"อี้เหลียวยิ้มเจื่อนๆ

"เจ้าค่ะคุณหนู"

รับคำอดเวทนาเสียไม่ได้ จะว่าไปจิงเชียวน่าสงสารไม่น้อยจะเดินจะนอนก็ยังลำบากแต่นี่นางถึงขั้นจะร่ายรำ นับว่ามีความตั้งใจจริง

จวนอ๋อง

"จะต้องวุ่นวายไปทำไมกันข้าสวมอาภรณ์แบบไหนก็ได้ไม่สำคัญ”

ใบหน้าหล่อเหลาสีหน้าเรียบเฉยแต่น้ำเสียงบ่งบอกว่าอย่างนั้นจริงๆ

“แต่ท่านอ๋องการไปร่วมแสดงความยินดีในงานแซยิดของท่านราชครูฉินในครั้งนี้เท่ากับเปิดตัวท่านอ๋องไปด้วยเสียพร้อมกัน อีกอย่างท่านอ๋องขึ้นชื่อว่าหล่อเหลาหญิงใดก็หมายปองแต่งองค์อีกนิดก็ดูดีเกินใครแล้ว”

เสี่ยวฝานยืนเลือกอาภรณ์หลากหลายบนราวแขวน

“ข้าก็เคยไปที่บ้านท่านลุงฉินบ่อยไป เมื่อก่อนก็ไม่เห็นต้องมากเรื่อง”

เสี่ยวฝานก้มหน้าไม่กล้าต่อปากต่อคำเพราะรู้ดีฟู่อ๋องเป็นคนที่ ค่อนข้างเฉยชาพูดน้อยและไม่ชอบการโต้เถียง

วันต่อมาจวนราชครูที่พลั้งพร้อมไปด้วยโคมหลากสีสำหรับงานมงคลยังไม่ทันจะยามเซินด้วยซ้ำผู้คนต่างทยอยลงจากเกี้ยวหน้าจวน พร้อมของฝากและของขวัญสำหรับงานแซยิดของราชครูฉินผู้ซึ่งฮ่องเต้ให้การนับถือ

สุราอาหารถูกยกมาวางตรงหน้าแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน อย่างเนืองแน่น

จิงเชียวนั่งหน้ากระจกบานใหญ่อี้เหลียวและสาวใช้ช่วยกันจัด เครื่องประดับและผมเผ้าให้ดูดี ใบหน้าอวบในกระจกยิ้มบางๆ คางสามชั้นยังอยู่ตรงนั้น แต่สิ่งที่สะดุดตาคือดวงตากลมโตสดใสไร้ความทุกข์ ผิวขาวอมชมพูราวกับลูกท้อสุก

“เร็วๆ เข้าอี้เหลียว ข้าหิวแล้วไม่สิข้าอยากออกไปข้างนอกแล้ว”

“ใกล้เสร็จแล้วค่ะคุณหนู แค่ใช้ปิ่นเกล้าผมเสียนิดหน่อยก็ได้แล้ว”

“เร็วเข้า ข้าอึดอัดกับอาภรณ์ชุดนี้”

“ชุดนี้ คุณหนูรองตัดเย็บให้เองกับมือเพื่อคุณหนูนะเจ้าค่ะ”

ก็รู้อยู่แล้วอาภรณ์ทั่วไปไม่อาจสวมใส่จำต้องตัดเย็บแบบพิเศษ

ลุกขึ้นยืนอาภรณ์สีชมพูที่ไม่อาจดึงสายรัดเอวได้เหมือนคนอื่นด้วยสายรัดเอวกลายเป็นสั้นไปในทันทีเมื่อจิงเชียวสวมมัน ต้องปล่อยสายรัดเอวให้ห้อยร่องแร่งลงข้างลำตัว ส่วนพุงที่ยื่นออกมาส่งผลให้หน้าอกอวบอูมเล็กกว่าพุงที่ยื่นนำหน้า ชายกระโปรงที่เป็นผ้าบางเบาทำให้มองไม่เห็นขาอวบใหญ่ ราวกับท่อนซุง

“คุณหนูเจ้าขา เบาหน่อยเจ้าค่ะ พื้นห้องจะทะลุลงไปด้วยแรงของคุณหนูที่เอาแต่ย้ำโครมๆ”

จิงเชียวนั่งลงกับเก้าอี้ ที่ทำเป็นพิเศษมองตัวเองในกระจก

“ข้าอ้วนมากใช่ไหมอี้เหลียว”

อี้เหลียวยิ้มเจื่อนๆ โกหกสีขาวเพื่อให้อีกคนสบายใจก็จะโกหกได้อย่างไรในเมื่อความจริงก็เห็นๆ กันอยู่ว่าจิงเชียวอ้วนไม่ต้องให้ใครบอกนางตัวนางเองก็เห็นอยู่

“อยู่ๆ ทำไมถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาเจ้าคะ”

“ข้ากลัวว่าพี่อ๋องฟู่จะ จะไม่อยากมองข้ารังเกียจข้าที่อ้วนแบบนี้”

อี้เหลียวเสียบปิ่นปักผมบนเรือนผมนุ่ม

“คุณหนูเจ้าขาท่านอ๋องไม่กล้าปฏิเสธบัญชาฝ่าบาทได้หรอกไม่ต้องกังวลแล้วที่สำคัญคุณหนูก็อ้วนมานานแล้ว จะมาแก้ไขอะไรตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วควรจะยืดอกออกไปร่วมงานให้แล้วเสร็จเสีย”

จริงเชียวยิ้ม จะว่าไปอี้เหลียวก็พูดถูกนางมักจะพูดตรงๆ แบบนี้เสมอ“แต่ตามบัญชาบอกแค่ว่าบุตรีบ้านฉินไม่ได้บอกว่าข้าหรือว่า จิงชิน”

“ก็หากว่าท่านอ๋องฟู่เลือกคุณหนูรองนั่นก็เป็นเรื่องปกติ แต่หากเลือกคุณหนูนี่สิเท่ากับแปลกใครบ้างไม่ชอบหญิงงามที่อรชรอ้อนแอ้นและอ่อนหวานเช่นคุณหนูรอง”

ร่างอ้วนหัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่วายพุงกระเพื่อม

“จริงด้วย เช่นนั้นก็แค่ได้พบพี่อ๋องฟูก็ดีแล้วใช่ไหม อี้เหลียวแค่ได้พบแค่ได้พูดคุยทักทายสมกับที่ไม่ได้พบเจอกันมานานก็พอแล้วจริงไหม”

อี้เหลียวพยักหน้าขึ้นลงรัวเร็ว

“คุณหนูของอี้เหลียวเก่งอยู่แล้วเจ้าค่ะ”

จิงเชียวยิ้มหวาน

“ไปกันเถอะของกินรออยู่”อี้เหลียวถอนหายใจส่ายหน้า

“ข้าแค่พูดผิดไป ท่านพี่อ๋องฟู่รอยู่”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง มังกรขาว
8.9
วันที่สิบห้ามิถุนายนปีสองพันสิบ โลกก้าวสู่การตื่นขึ้นหนที่สาม มิติย่อยนับไม่ถ้วนหลอมรวมเข้ากับโลกหลัก นำพาสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์และมอบพลังควบคุมธาตุแก่มนุษย์ พร้อมด้วยหอคอยปริศนาที่ซ่อนขุมพลังมหาศาลจนเกิดสงครามแย่งชิง ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีอายุขัยนับพันปีกลับต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือคนสนิท ทว่าเขาได้โอกาสคืนชีพกลับมาสี่เดือนก่อนหายนะจะอุบัติ ด้วยภูมิปัญญาและทักษะที่สั่งสมมาอย่างโชกโชน เขาตั้งมั่นจะลบความผิดพลาดในอดีต ยึดครองอำนาจจากหอคอย และสกัดกั้นโศกนาฏกรรมไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่! ปลดล็อกมิติหยกวิเศษก่อนแต่งแทน
9.3
ซูอวิ๋นหว่านย้อนเวลากลับมาก่อนวันวิวาห์พร้อมค้นพบมิติวิเศษในจี้หยก ทว่าซูซวงซวงน้องสาวก็หวนคืนมาเช่นกัน ชาติก่อนซูอวิ๋นหว่านแต่งกับบัณฑิตจนได้เป็นฮูหยินตราตั้ง ส่วนน้องสาวต้องลำบากกับนายพรานพิการ ซูซวงซวงจึงสลับตัวเจ้าบ่าวเพื่อแย่งชิงชีวิตที่สุขสบาย โดยไม่รู้ว่าวาสนาไม่อาจขโมยกันได้ แม้ต้องแต่งกับชายพิการ ซูอวิ๋นหว่านก็ใช้มิติวิเศษพลิกชะตาจนร่ำรวยและมีความรักที่งดงาม ขณะที่คนคิดแย่งของผู้อื่นกลับต้องเผชิญความทุกข์ระทมที่สาหัสยิ่งกว่าเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่มด
9.5
ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ได้ซุกซ่อนดาวเคราะห์ลี้ลับดวงหนึ่งเอาไว้ ณ จุดที่ห่างจากอาณาเขตมนุษย์นับล้านปีแสง แม้ระยะทางจะไกลแสนไกล ทว่าดินแดนคู่ขนานแห่งนี้กลับมีระบบนิเวศและสภาพภูมิประเทศที่ลอกเลียนแบบโลกของเรามาอย่างน่ามหัศจรรย์ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สะท้อนภาพของยุคหินในอดีตกาลออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เรื่องราวอันลี้ลับกำลังจะถูกจารึกขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกบรรพกาล ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมนต์ขลังแห่งยุคสมัยอันเนิ่นนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นเด็กถูกทิ้ง แม่บุญธรรมพาหนูรวยล้นแผ่นดิน
9.1
วิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างทารกที่ถูกสลับตัวและทิ้งให้ตายกลางพายุหิมะ เธอรอดชีวิตเพราะหญิงใจบุญเก็บมาเลี้ยง แม้ครอบครัวใหม่จะยากจนข้นแค้นแต่เธอก็ได้รับความอบอุ่นจากพี่ชายทั้งสอง คนหนึ่งแสร้งโง่ซ่อนความฉลาด อีกคนหล่อเหลาเยือกเย็น เมื่อรู้ว่ามารดาบุญธรรมคือทายาทจวนแม่ทัพที่ถูกรังแก เธอจึงใช้พลังวิเศษสื่อสารกับสัตว์เพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตของทุกคน ขณะเดียวกัน ศัตรูผู้มีความทรงจำจากอดีตชาติต้องตกตะลึง เมื่อครอบครัวนี้ที่ควรตายไปแล้วกลับผงาดขึ้นเป็นทั้งจอหงวนและแม่ทัพ พร้อมชิงเกียรติยศที่ตนหมายมั่นไปจนหมด
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเข้าป่า ปลูกผักเก็บเห็ด ขายปิงเฟิ่นรวยเละ
6.9
หลิวลี่เซี่ยไม่เคยคิดว่าตนจะต้องเผชิญความอดอยาก เมื่อเธอถูกส่งข้ามเวลามายังหุบเขาลึกอันห่างไกล สิ่งที่รออยู่คือบ้านซอมซ่อและกระเพาะที่ว่างเปล่า หญิงสาวฝันถึงเพียงข้าวสวยร้อนกรุ่นและเนื้อสัตว์รสชาติดี ทว่าสวรรค์กลับไม่ได้มอบพลังวิเศษใดมาช่วยทุ่นแรง ซ้ำร้ายเธอยังไร้ประสบการณ์ทำงานหนักและไร้ความรู้ด้านการเพาะปลูก การดิ้นรนเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมแร้นแค้นจึงเป็นบททดสอบที่สาหัส เธอต้องดิ้นรนด้วยตัวเองเพื่อเปลี่ยนความฝันที่จะได้กินอิ่มนอนหลับให้กลายเป็นจริงในดินแดนแห่งนี้