APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู

หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู

เมื่อหญิงสาวเจ้าเนื้อต้องเผชิญหน้ากับท่าทีอันแสนเย็นชาของท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ ความคลางแคลงใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นว่า รูปร่างที่อวบอัดของเธอนั้นคือเหตุผลแท้จริงที่ทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานและไม่ปรารถนาจะร่วมเคียงคู่กันหรือไม่ ท่ามกลางกลิ่นอายแห่งเวทมนตร์และความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคอันซับซ้อน เธอจึงต้องลุกขึ้นมาพิสูจน์คุณค่าในตัวเองให้ชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจได้ประจักษ์ เพื่อค้นหาคำตอบว่าท้ายที่สุดแล้ว ชายผู้เย็นชาคนนี้จะยอมเปิดใจยอมรับในตัวตนของเธอที่ห่างไกลจากสตรีในอุดมคติของเขาได้หรือไม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ภายในงาน ผู้คนล้วนแต่งกายด้วยอาภรณ์ใหม่เอี่ยมงดงามราวกับงานใหญ่ในวังหลวง

บรรดาองค์ชายองค์หญิงส่งของขวัญวันเกิดมาให้ถึงจวนบางคนก็มาร่วมงาน นั่งกินดื่ม ของขวัญวันเกิดจากฮ่องเต้เป็นป้ายหยกเนื้อดีขลิบทองและฝังด้วยพลอยสีแดง วางโชว์อยู่กลางลานกว้างให้ผู้คนได้ชื่นชมโสมนัสไปด้วย

ราชครูฉินยืนรับแขกกับฮูหยินจิงหรานมารดาของจิงเชียว

“โอ้ ดีเลยเชิญนั่งก่อน บุตรีของข้าทั้งสองเตรียมการร่ายรำและบรรเลงเพลงกู่เจิ้งให้ได้ดูได้ฟังกัน พวกท่านกินดื่มเสียให้หนำใจข้าแทบจะอดใจรอชมการร่ายรำของเชียวเอ่อร์ไม่ได้แล้วตอนนี้”

บิดาที่รักลูกที่สุดคงไม่มีใครเกินใต้เท้าฉินเกอผู้นี้

“บุตรี ของท่าน…นะหรือนางยังร่ายรำได้อีกหรือ ….(กำลังจะพูดว่าในเมื่อนางอ้วนขนาดนั้นแต่เหมือนเพิ่งจะคิดได้ว่าไม่ควรพูดคำว่าอ้วนออกไปจึงเปลี่ยนท่าทีเสีย) ฮ่าาาาๆๆๆ คิดไม่ถึงว่านางช่างมุ่งมั่นฝึกฝนการร่ายรำ”

“เชียวเอ่อร์เป็นคนที่มุ่งมั่นมาตั้งแต่เล็กๆ ทำอะไรทำจริงมาตลอด”

คนฟังอยากจะพูดว่ามุ่งมั่นในการกินนะสิถึงได้อ้วนเพียงนี้

“มิน่าเล่าท่านราชครูจึงรักดังดวงใจ”

ยิ้มเชิดหน้าใครจะว่าอย่างไรก็ช่างจิงเชียวคือความสุขจิงเชียวคือรอยยิ้มของบิดาเสมอ

“ลูกคนนี้ข้าหวังอยากให้นางมีความสุขตลอดไปข้าจึงตั้งใจพูดกับท่านอ๋องฟู่ให้รับนางในฐานะชายาไม่ต้องมาดูตัวหรือเลือกสรรอีกแล้วควรเป็นเชียวเอ่อร์ที่ควรได้โอกาสนี้ไป”

คนฟังยิ้มแห้งๆ เสียวสันหลังแทนอ๋องฟู่ที่ต้องถูกมัดมือชกจากคนที่เป็นที่ไว้วางใจของฮ่องเต้ที่ชี้ไม้เป็นนกชี้นกเป็นไม้ได้

“ฟู๋อ๋องฉวีช่าย มาแล้วววววววว”

ผู้คนในงานต่างเงยหน้ามองอ๋องฟู่ที่เพิ่งจะปรากฎตัวในงานแซยิดครั้งนี้เป็นครั้งแรก

ในอาภรณ์สี เหลืองทองเกล้าผมครึ่งศรีษะอีกครึ่งปล่อยลงมาสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดของจิตกรเอกที่รังสรร เทพบนสรรค์ไว้บนผ้าใบ

“ฟู่อ๋องคารวะท่านราชครูฉิน และฮูหยินฉิน”

ฮูหยินจิงหราน ยิ้มดวงตาเป็นประกายชื่นชมฮ่องฟู่ที่เคยมีโอกาสพบตั้งแต่อายุสิบสามปี

“เรียกท่านลุงเหมือนเคยท่านอ๋อง ไม่ต้องเกรงใจเชิญๆ เข้าไปในงานฉินเกอเตรียมจัดโต๊ะที่ดีที่สุดสำหรับท่านอ๋องแล้ว”

คนก่อนหน้ากลืนน้ำลายลงคอยากเย็น อยากจะสะกิดบอกท่านอ๋องว่า…. หนีไป

ฟู่อ๋องพาร่างสูงสง่า ยังที่นั่งกิตติมศักดิ์ที่ถูกเชิญผู้คนล้วนซุบซิบถึงรูปโฉมที่หล่อเหลาและท่าทีองอาจทว่าแววตากลับนิ่งเฉยเย็นชาราวกับเกล็ดหิมะ

ใต้เท้าฉินกลับไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งตรงกลาง

เสียงบรรเลงกู่เจิ้ง ดังแว่วมาจากด้านใน จิงชินในอาภรณ์สีขาวถูกหย่อนลงจากด้านบนพร้อมกับ บรรเลงเพลงกู่เจิ้งในมือ

สายตาหลายคู่ต่างจับจ้องใบหน้าที่งดงามราวกับเทพีสวรรค์แหงนคอตั้งบ่ามองความงามทั้งหน้าผมและอาภรณ์ที่พลิ้วไหว แต่ละคนราวกับหลุดเข้าไปยังโลกหนึ่งที่มีเพียงจิงชินและเสียงกู่เจิ้ง เวลาเหมือนผ่านไปชั่วกัปชั่วกัลป์รอที่จะเห็นหน้าจิงชินให้ชัดกว่านี้

“ติง ติ่ง ติง”ทว่ายังไม่ทันที่ร่างงดงามจะลงถึงพื้นให้ได้ชื่นชมกัน

ร่างอ้วนมหึมาก็วิ่งออกมาจากม่านสีแดงทำเอาหลายคนอ้าปากค้างกับอาภรณ์สีชมพูที่เหมือนนำมาห่อไว้กับร่างอ้วนตุ๊ต๊ะนั่น อีกทั้งยังดึงสายรัดเอวจนพุงปลิ้นออกมาเป็นชั้นๆ ถึงห้าชั้นรวมทั้งหน้าอก

ใต้เท้าฉินลุกขึ้นปรบมือเมื่อจิงเชียวปรากฏกายออกมา แต่บางคนถึงกลับถอนหายใจด้วยความรู้สึกอิดหนาระอาใจ หญิงงามที่เฝ้ามองกับถูกนางมารร่างอ้วนบดบังจนมองไม่เห็น

“ลูกพ่อ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เก่งเสียจริงฮ่าาาา”

จิงเชียวยิ้มร่า บังจิงชินจนมิดบางคนชะเง้อชะแง้มองหาจิงชินที่อยู่ด้านหลังได้ยินเพียงเสียงกู่เจิ้งและท่าร่ายรำที่แสนจะน่าเกลียดราวกับก้อนไขมันเคลื่อนตัวผ่านระลอกคลื่น

ฟู่ฉวีช่ายก้มหน้ายกจอกสุราขึ้นกระดกรวดเดียวหมดจอก

เสี่ยวฝานก้มลงกระซิบดังๆ

“ท่านอ๋องบุตรีคนโตของใต้เท้าฉินตัวใหญ่ราวกับผานกู่ (ยักษ์) ”

“หุบปากเจ้าเสียเจ้าเคยเห็นผานกู่ด้วยหรือ”เสี่ยวฝานทำตัวลีบเล็ก

เสียงกู่เจิ้งพลิ้วไหวจนคนฟังเคลิบเคล้มแต่สะดุดตากับร่างตุ๊ต๊ะที่ร่ายรำตรงหน้าบางคนหลับตาเสีย เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นจิงเชียว จิงเชียวตั้งใจร่ายรำตามแบบที่นางในหอนางโลมสอนสั่ง ถึงเวลาที่เพลงกำลังจะจบจะต้องหมุนตัว พลิกร่างมหึมาวิ่งเข้าไปในฉากสีแดงด้านหลัง จิงเชียวหมุนตัวตามจังหวะทอดเสียงของกู่เจิ้ง เสียงอาภรณ์ปริขาดดังลั่น ผ้าสีชมพูที่ห่อหุ้มร่างกายอ้วนพีปริออกตามรอยตะเข็บที่ด้านข้าง ผิวเนื้อสีขาวที่ถูกรัดไว้ด้วยอาภรณ์กลับปลิ้นออกมาจากรอยตะเข็บหลายคนมองก้อนเนื้อที่ปริออกมาเบือนหน้าหนีภาพน่ารังเกียจนั่น จิงเชียวสูญเสียความมั่นใจในทันที เอาแต่พะวงกับอาภรณ์ที่ปริขาด พลันร่างอ้วนก็สะดุดชายกระโปรงตัวเอง ผู้คนตาอ้าปากค้างฟู่ฉวีช่ายทะยานขึ้นไปด้านบน คว้าร่างเล็กที่กำลังจะถูกร่างอ้วนมหึมาล้มทับไว้ในอ้อมแขน

“ตึง”

เพียงเส้นยาแดงผ่าแปดจิงชิงถูกดึงออกจนพ้นรัศมีของร่างอ้วน จิงเชียวนอนหงายพุงยื่นไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้

“พี่อ๋องฟู่ช่วยข้าด้วย เปล่งเสียงแหบออกมาจากปาก"คางสามชั้นกระเพื่อมไปมา

“เจ้า”อ๋องฟู่ผลักร่างใหญ่ที่ไม่ไหวติงออก

แต่ออกแรงจนหมดรวบรวมกำลังภายในทั้งหมดก็ยังไม่อาจผลักร่างของจิงเชียวออกได้

“เจ้าล้มทับน้องสาวที่บอบบางของเจ้าได้อย่างไร นางอาจถึงตายได้”

จิงเชียวยิ้มเจื่อนๆ ดิ้นกระแด่วกระแด่วลูกขึ้นไม่ไหว

ท่านฉินกับฮูหยินฉินรีบมาพยุงจิงเชียวแต่ก็ไร้ประโยชน์ในเมื่อสองแรงแก่ชราไม่อาจยกร่างหนักเกือบสองร้อยกิโลกรัมได้ไหว อี้เหลียวรีบพาบุรุษในจวนราชครูสองสามคนมาช่วยกันยกร่างอ้วนของจิงเชียว พากลับไฟยังห้อง

“คุณหนูเจ้าขาอย่าคิดมากเจ้าค่ะ”

อี้เหลียวยกของกินมาวางเรียงรายยามที่จิตใจทดท้อคุณหนูก็ยิ่งกินไม่สิยิ่งนางอารมณ์ดีนางก็ยิ่งกิน 

“คิดมากเรื่องอะไร ข้าไม่เข้าใจจั๊บๆๆๆๆ”

เคี้ยวไปด้วยพูดไปด้วยไม่ได้สนใจสิ่งอื่นนอกจากอาหารคาวหวานตรงหน้า

“คุณหนูใหญ่เจ้าขาอย่าปิดบังเลยเจ้าค่ะ นายหญิงให้ข้าน้อยนำของอร่อยมาคอยปลอบใจ เพราะนายหญิงรู้ว่าคุณหนูเสียใจที่ท่านอ๋องฟู่เอาแต่สนใจคุณหนูรอง”

“ไม่นะ ข้าไม่รู้สึกอะไรไม่ได้เสียใจด้วย ดีใจด้วยซ้ำที่พี่อ๋องฟู่เตือนข้ากลัวว่าข้าจะทำให้ จิงชินตาย”

อี้เหลียวถอนหายใจ จิงเชียวรู้สึกแบบนั้นจริงๆ หรือนางแค่ปลอบใจตัวเอง

“แต่คุณหนูรองไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อยท่านเองก็ล้มไม่โดนนาง เป็นคุณหนูใหญ่เองที่ลุกไม่ขึ้นดิ้นกระแด๋วๆ แต่ท่านอ๋องกลับเลือกที่จะช่วยคุณหนูรอง”

อยากจะต่อคำว่าเพราะเห็นว่าฝั่งนั้นสวยกว่าแต่หยุดคำพูดไว้แค่นั้น

จิงเชียวยิ้มทั้งๆ ที่กำลังเคี้ยวอาหารเต็มปาก

“เขาทำถูกแล้วหากเป็นข้าก็จะช่วยจิงชินเหมือนกัน หากนางถูกข้าทับไปนางจะต้องเจ็บหนักแน่ ไม่พิการก็ตาย”

อี้เหลียวยังไม่ยอม

“ก็สมควรแล้วอาภรณ์ของคุณหนู นางตัดเย็บแบบไหนกันถึงจะปริขาดได้ให้อับอายคนอื่นเขา”

อี้เหลียวพูดในเรื่องที่สงสัยแต่หาหลักฐานไม่ได้

“เวลามีน้อยเจ้าอย่าโทษจิงชินเลยอี้เหลียว นางตัดเย็บอาภรณ์ให้ข้าทุกครั้งไม่มีปัญหาอะไรครั้งนี้อาจจะเพราะเวลาที่น้อยไป”

“คุณหนู เมื่อไหร่จะเลิกเป็นคนแบบนี้เสียที่เห็นๆ กันอยู่ว่าท่านอ๋องตั้งใจเอาใจคุณหนูรองเห็นว่านางสวยกว่า ไม่ชายตามองท่านสักนิด”

“แต่เขาก็ช่วยดันข้าให้ลุกขึ้นนะ พี่อ๋องฟู่ก็ดีกับข้าเหมือนกัน อย่าว่าเขาเลยใครเห็นจิงชินก็ต้องชอบนาง”

อี้เหลียวทรุดกายลงบนเก้าอี้ โลกสดใสของจิงเชียวไม่มีใครทำลายลงได้จริงๆ เขาผลักนางยังมองในเแง่ดีว่าเขาช่วยดันให้ลุกขึ้น

ชีวิตของจิงเชียวจึงไม่มีคำว่าแค้นเคืองหรือโกรธใครสักคน นางจึงยังยิ้มและกินอย่างมีความสุข จะว่าไปแบบนี้ก็ดีแต่อี้เหลียวอยากจะให้คุณหนูของนางระแวดระวังให้มากกว่านี้กลัวใครจะอาศัยช่องนี้ของนางทำร้ายจิงเชียวจนเกินไป

“ท่านพี่ไม่ควรให้ลูกแต่งกับท่านอ๋องฟู่ฉวีช่าย”

“เพราะเหตุใดกันเล่าฮูหยิน ฟู่ฉวีช่ายองอาจหล่อเหลาแล้วยัง รู้จักมักคุ้นกับจิงเชียวของเรามาแต่ไหนแต่ไร”

“ท่านพี่ท่านไม่เห็นหรือว่าเขา มองแค่รูปลักษณ์ภายนอกมองจิงเชียวแค่หญิงอ้วนน่าเกลียดก็เท่านั้น”

“จิงเชียวของข้าน่ารังเกียจตรงไหนวันๆ นางก็ไม่เคยให้ร้ายใคร อีกทั้งยังมองผู้คนในแง่ดีเสมอ หากใครแต่งกับนางล้วนแต่โชคดี ถึงจะมีเมียอีกนับสิบนางก็คงไม่เที่ยวไปเกะกะระรานเมียอื่นของสามีแน่”

“ท่านพี่ท่านพูดแบบนี้กระทบถึงข้าหรือไม่”

“ฮูหยิน…ฮูหยินของข้าเองก็ไม่เคยระรานใคร มีแต่ข้าที่เผลอพลาดไปทำให้จิงชินเกิดมาฮูหยินของข้ายังใจดีรับจิงชินมาเลี้ยงดูราวกับลูกในไส้”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับท่านอ๋องฟู๋หากจิงเชียวของเราเหมาะที่จะเป็นภรรยาก็ควรจะเป็นภรรยาของใครก็ได้มิใช่หรือ”

“ข้าก็แค่หวังว่าอ๋องฟู่จะไม่รังเกียจนางและคิดถึงอดีตที่เคยวิ่งเล่นกับจิงเชียวมาก่อน และนั่นจะทำให้จิงเชียวหันมาใส่ใจตัวเอง กินให้น้อยลงก็เท่านั้น”

“หากท่านอ๋องฟู่ไม่แต่งจิงเชียวของเราเล่าท่านจะทำอย่างไร”

“กล้าพูดว่าไม่แต่งหรือ ดี ข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าบาทวันนี้ ให้มีราชโองการให้อ๋องฟู่ฉวีช่ายแต่งกับ จิงเชียวอย่างไม่มีข้อแม้”

จิงชินที่ยกชายามบ่ายมาให้ท่านราชครูกับฮูหยินจิงหรานยิ้มบางๆ ก้าวเดินเข้าไปในห้องที่ทั้งคู่กำลังหารือกัน

“ท่านพ่อ ท่านแม่”

จิงหรานหันไปยิ้มกับจิงชิน

“ข้ายกชากับขนมก้อนอาหารว่างยามบ่ายมาให้ท่านทั้งสอง และมากล่าวคำขอโทษที่ทำให้พี่สาวจิงเชียวอับอายด้วยอาภรณ์ที่ข้าตัดเย็บ”

“ลุกขึ้น จะคุกเข่าทำไมกันเรื่องเล็กน้อยแค่นี้”

ใต้เท้าฉินตำหนิเบาๆ

จิงหรานเดินเข้าไปกุมมือจิงชินที่นั่งคุกเข่าสำนึกผิดกับพื้น สบตาอ่อนโยนเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าๆ ของนางอีกทั้งใบหน้างดงามยามเศร้าสร้อยยิ่งน่าสงสารยิ่งนัก

“เรา…ข้ากับพ่อของเจ้าไม่ได้โกรธอะไรเจ้าเสียหน่อย เจ้าทำดีแล้วบรรเลงเพลงกู่เจิ้งยอมให้จิงเชียวออกไปร่ายรำต่อหน้าผู้คนแทนที่จะเป็นเจ้าได้แสดงความสามารถแล้วเผยความงดงามเพียงลำพัง แต่เจ้ากลับยอมทำตามที่ข้าขอก็ดีแค่ไหนแล้ว”

จิงชินยังก้มหน้าสำนึกผิด

“แต่พี่สาวก็อายคนทั้งงาน ที่อาภรณ์นางปริขาดแล้วยังล้มลงกับพื้น”

“อย่ากังวลไปจิงชิน ข้าดุเจ้าหรือท่านพ่อเจ้าดุเจ้าหรือ เราสองคนไม่เคยดุด่าแล้วอีกอย่างท่านพ่อของเจ้ายังตั้งใจทาบทามรองแม่ทัพจื้อกู่เพื่อเจ้า ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นลูกสาวคนหนึ่งที่อ่อนหวานน่าเอ็นดูอีกทั้งตั้งแต่เจ้ามาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยสร้างปัญหานางก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก มานั่งนี่ดื่มชากับของว่างกับข้ากับพ่อเจ้าดีกว่า ข้าหวังว่าต่อไปแค่เจ้าดีกับจิงเชียวเหมือนในตอนนี้ก็พอแล้ว จิงเชียวนางต่างจากเจ้าที่นางหวังแค่กินอิ่มนอนหลับก็มีความสุขแล้วต่อไปเจ้าก็แค่คอยส่งเสริมนางเคียงข้างนางเหมือนในตอนนี้”

จิงชินยอมลุกขึ้นแต่โดยดี

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร
9.3
เมื่อโองการสวรรค์สั่งให้หยุดยั้งมหาสงครามครั้งใหญ่ ฮวาเย่ห์หยวน ธิดาจิ้งจอกเก้าหางผู้มีรูปโฉมงดงามจึงต้องรับภารกิจอันตรายในการใช้เสน่ห์ล่อลวงจอมมารผู้ไร้ความปรานีอย่างลี่เซี่ยน แต่ในระหว่างทำภารกิจ นางกลับได้พบกับอาเซี่ยน ชายหนุ่มลึกลับผู้แสนดีที่คอยช่วยเหลือจนทำให้หัวใจของนางเริ่มหวั่นไหว แม้ว่าแผนการยั่วยวนจอมมารจะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ ทว่าท้ายที่สุดธิดาจิ้งจอกกลับตกหลุมรักศัตรูจนกลายเป็นทาสรักของเขาเสียเอง นางจึงต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญท่ามกลางความรักที่เต็มไปด้วยอันตรายและบุรุษที่แสนอบอุ่น
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพไร้รัก
9.6
หญิงสาวต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุ เมื่อวิญญาณลงสู่ปรโลกเพื่อรอรับคำพิพากษา เธอกลับได้รับรู้ความจริงจากพญายมราชว่าความตายของตนเกิดจากการจับวิญญาณผิดดวง เพื่อชดเชยข้อผิดพลาด ทางนรกจึงมอบโอกาสให้เธอไปเกิดใหม่ในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือจินตนาการ การตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ทำให้เธอต้องเผชิญความสับสนในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางโชคชะตาที่พลิกผันและไม่อาจคาดเดา เธอต้องพยายามปรับตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง พร้อมกับค้นหาคำตอบว่าตนเองจะพบรักครั้งใหม่ในดินแดนอดีตกาลนี้ได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อผมรวยด้วยระบบปลูกผัก
7.9
มังกรได้รับโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งหลังถูกอดีตคนรักฆ่าตายอย่างทารุณ การย้อนเวลากลับสู่อดีตหนนี้เขาไม่ได้กลับมามือเปล่า แต่ได้รับระบบปลูกผักสุดวิเศษที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของเขาไปอย่างสิ้นเชิง จากความเคียดแค้นในชาติปางก่อนสู่เส้นทางการสร้างฐานะด้วยพลังพิเศษ มังกรต้องอาศัยระบบนี้เพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในการเป็นผู้ร่ำรวยและแข็งแกร่งที่สุด พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคขวากหนามในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และโอกาสทำเงินทอง
ภาพปกนิยายเรื่อง เบต้าปฏิเสธฉัน ฉันจึงช่วงชิงราชาของเขา
9.2
ในพิธีผูกพันธะที่ควรจะเปี่ยมสุข ‘ภวินท์’ เบต้าคู่หมั้นที่ฉันรักและเคียงข้างมานานถึงหกปีกลับเลือกที่จะทิ้งฉันไว้กลางแท่นบูชาอย่างไม่ใยดีเพื่อไปหาหญิงอื่น เขาจงใจประจานความอัปยศของฉันต่อหน้าสายตาผู้คนและราชันย์อัลฟ่าผู้ทรงอำนาจเพียงเพื่อปกป้องคนรักใหม่ ในค่ำคืนที่ใจแตกสลายนั้นเอง ฉันได้พบกับราชันย์อัลฟ่าโดยบังเอิญและตัดสินใจยื่นข้อเสนออันแสนบ้าบิ่นให้แก่เขา ทว่าสัมผัสจากเขากลับปลุกความจริงที่สั่นสะเทือนไปทั้งฝูงให้ตื่นขึ้น เมื่อชายผู้มีศักดิ์เป็นลุงของอดีตคู่หมั้นแท้จริงแล้วคือคู่แท้แห่งโชคชะตาของฉัน ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะทวงคืนทุกอย่างและช่วงชิงสิ่งสำคัญมาเป็นตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าจะทำหน้าที่นางร้าย(ลับ)ให้ดีที่สุด
8.9
เมื่อฉินหลานเหอหลุดเข้าไปในโลกนิยายพร้อมบทบาทนางร้ายลับ เธอมีหน้าที่สำคัญคือการชักใยเบื้องหลังให้นางเอกลงมือฆ่าพระรองสุดอันตรายตามที่บทกำหนดไว้ ทว่าเรื่องราวกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เมื่อเธอตกหลุมรักและหลงใหลในตัวตนของพระรองคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แทนที่จะทำลายเขาตามพล็อตเดิมที่แสนบ้าบอ เธอกลับคิดว่าการหาทางเข้าหาและครอบครองเขาบนเตียงยังเป็นเป้าหมายที่ง่ายและเย้ายวนใจมากกว่าเสียอีก ท้ายที่สุดแล้วเธอจึงต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่าจะเลือกทำตามหน้าที่อันโหดร้ายหรือจะเลือกทำตามเสียงหัวใจของตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
9.8
เมื่อวิญญาณเร่ร่อนได้เข้ามาสวมร่างของอันจิ่งเถียน หญิงสาวผู้ถูกอดีตคู่หมั้นอย่างหวงเจี่ยวหลงละทิ้งอย่างไม่ไยดี แต่เพื่อรักษาดวงวิญญาณให้มั่นคงและค้นหาตัวตนที่แท้จริง นางจำเป็นต้องครอบครองพลังปราณมังกรจากเขา ปฏิบัติการยั่วยวนอดีตคู่หมั้นสุดปากร้ายผู้แสนเกลียดชังนางจึงเปิดฉากขึ้น แม้ชายหนุ่มจะตราหน้าว่านางเป็นเพียงสตรีเจ้าเล่ห์ที่ใช้คาถาอาคมสกปรก ทว่าตัวแม่ด้านมารยาอย่างนางพร้อมจะงัดทุกกลเม็ดเพื่อพิชิตใจเขาให้สำเร็จ ท่ามกลางเรื่องราวสุดป่วนในโลกแห่งเวทมนตร์และภูติผีที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ