APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ

จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ

หลินเจียอี หญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่เสียชีวิตจากโรคระบาด ได้รับโอกาสครั้งที่สองให้ลืมตาตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาววัยสิบสี่ปีในยุคอดีตที่มีชื่อเดียวกับเธอ ทว่าชีวิตใหม่นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมต้องจบชีวิตลงจากการถูกทำร้ายอย่างทารุณระหว่างเดินทางกลับบ้านเกิดของผู้เป็นแม่ ซ้ำร้ายครอบครัวของเธอยังต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตอันหนักหน่วง หลังจากบิดาจากไป มารดาก็ถูกโกงทรัพย์สินและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้ความปรานี ทำให้หลินเจียอีในร่างใหม่ต้องหยัดยืนท่ามกลางความยากจนข้นแค้น เธอต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคขวากหนามมากมายในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนี้ เพื่อพาทุกคนในครอบครัวที่ถูกทอดทิ้งให้มีชีวิตรอดต่อไปให้สำเร็จและเอาชีวิตรอดจากความลำบากให้จงได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

3. เพาะเห็ด

“ตกลงที่เราจ่ายให้เขาทุกวันคืออะไร”

“วางขายได้ไม่เก็บค่าเช่าที่แล้วทำไมเขาเก็บข้าวันละ 5 อีแปะทุกวันล่ะ”

“ใช่ ข้าก็ถูกเขาเก็บเงิน”

“ข้าด้วย”

“ใช่ ๆ เอาเงินเราคืนมา”

“ใช่ คืนเงินให้เราเดี๋ยวนี้นะ”

เสียงของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเริ่มหนาหู ลุงขายถังหูลู่เกิดกลัวขึ้นมาว่าความจะแตกจึงรีบยกแผงแบกขึ้นบ่าเดินผ่าฝูงชนหนีไป ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ยังคลางแคลงสงสัยวิ่งตามลุงผู้นั้นเพื่อขอเงินคืนชุลมุนวุ่นวาย เมื่อทุกอย่างสงบลงเจียอีจึงรีบกล่าวขอบคุณเฟิ้งหรั่น

“ข้าขอบคุณท่านมากพี่สาว”

“ไม่ต้องขอบคุณ ที่ตรงนี้เป็นที่ส่วนกลางก็จริง ตอนนี้ทางการให้วางขายโดยไม่คิดค่าเช่าแต่ข้าได้ข่าวแว่ว ๆ มาว่าอีกไม่นานทางการจะเริ่มเก็บค่าเช่าแล้ว”

“อย่างนี้นี่เอง”

“อื้ม”

เฟิ้งหรั่นมองดูเห็ดหูหนูตากแห้งในตะกร้า ระยะนี้เห็ดหูหนูแห้งที่นางรับไว้ขายที่ร้านเป็นสินค้าขายดี คนที่เคยหามาส่งให้ประจำเริ่มหัวใสอยากโก่งราคา บางวันอ้างเหตุผลว่าหามาได้ไม่พอขายต่อ บางวันก็อ้างว่าเห็ดหูหนูนั้นหายากกว่าเดิม แต่อันที่จริงเพียงแค่อยากขอขึ้นราคาก็เพียงเท่านั้น การค้าขายย่อมหวังผลกำไรเป็นธรรมดา หากเฟิ้งหรั่นรับสินค้าที่มีราคาต้นทุนสูงเกินไปมาขายนางก็มองไม่เห็นเม็ดเงินผลกำไร

“เห็ดหูหนู เจ้าเอาเห็ดหูหนูมาขายหรือ”

“เจ้าค่ะ บ้านของข้าอยู่ติดกับป่า ท่านยายกับท่านแม่ขึ้นไปหาของป่าได้เห็ดหูหนูกลับมาเยอะทีเดียว ข้ากับน้องก็เลยเอามาช่วยขาย”

“เช่นนั้นข้าเหมาเห็ดหูหนูนี่หมดเลยก็แล้วกัน ทั้งหมดนี้เท่าไร”

“ทั้งหมดนี้ 3 ชั่งเจ้าค่ะ ชั่งละ 5 อีแปะ รวมทั้งสิ้น 15 อีแปะเจ้าค่ะ”

“ได้ เช่นนั้นเจ้าสองพี่น้องถือไปส่งข้าที่ร้านขายของแห้ง มาสิ ตามข้ามา”

เฟิ้งหรั่นเดินนำหน้าไปสองพี่น้องก็เดินตาม จนมาถึงหน้าร้านขายของแห้งขนาดใหญ่ ข้างในนั้นมีคนงานสองคนกำลังช่วยกันขายของอย่างขยันขันแข็ง ภายในร้านมีสินค้ามากมายวางเรียงรายในตะกร้านับสามสิบตะกร้า อาทิเช่น เห็ดหอมแห้ง เห็ดหูหนูแห้ง ธัญพืชประเภทถั่ว โสมจีน เยื่อไผ่ เก๋ากี้ เม็ดบัว พุทราจีน ดอกเก๊กฮวย กระเจี๊ยบแห้ง และอื่น ๆ อีกมากมายจนนับไม่ถ้วน มีให้เลือกสรรละลานตาไปหมด จนกระทั่งเจียอีได้สะดุดตาเข้ากับเม็ดบัวจำนวนหนึ่งที่ถูกแยกออกมาต่างหากประมาณหนึ่งชั่งเห็นจะได้

“พี่สาว เม็ดบัวนี่ข้าขอซื้อต่อได้หรือไม่”

“เม็ดบัว ตรงนั้นนะหรือ”

เฟิ้งหรั่นชี้นิ้วไปยังตะกร้าใบหนึ่งที่ถูกแยกออกมาวางที่พื้น นางขมวดคิ้วเป็นเส้นตรงด้วยความสงสัย เพราะเม็ดบัวนี้นางได้ให้คนงานแยกออกมาเนื่องจากอาทิตย์ก่อนเกิดพายุกระหน่ำอย่างหนัก ฝนสาดเข้ามาในร้านรวดเร็วจนเก็บเข้ามาไม่ทัน พอวันต่อมาตั้งใจจะเอาเม็ดบัวออกตากแดดทว่าท้องฟ้ามืดครึ้มไม่มีแดด จึงทำให้เม็ดบัวเหล่านี้เน่าเสียขึ้นรา

“เม็ดบัวขึ้นราเหล่านี้ข้าก็ตั้งใจจะเอาไปทิ้งอยู่แล้ว ข้าไม่ขายหรอกถ้าเจ้าอยากได้ก็เอาไปเถอะ”

นางบอกอย่างใจดี แล้วยกตะกร้าขึ้นมาเทเม็ดบัวทั้งหมดเปลี่ยนถ่ายใส่ตะกร้าของเจียอี จากนั้นยื่นเงินให้จำนวน 15 อีแปะ

“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สาว”

“อื้ม จริงสิ เจ้าสองคนมีชื่อว่าอย่างไร ข้าชื่อเฟิ้งหรั่น”

“พี่เฟิ้งหรั่น ข้าชื่อเจียอี นี่น้องชายข้าชื่อว่าอาฉีเจ้าค่ะ”

“เจียอี อาฉี ถ้าพวกเจ้ามีเห็ดหูหนูแห้งอีกก็นำมาส่งที่ร้านข้าได้เลย ข้ารับซื้อประจำ”

“จริงหรือเจ้าคะ”

เจียอียิ้มกว้าง เฟิ้งหรั่นยืนยันคำพูดโดยการพยักหน้ายิ้มตอบ

“เช่นนั้นหากข้าได้เห็ดหูหนูแห้งมาอีกข้าจะมาส่งให้พี่เฟิ้งหรั่นนะเจ้าคะ ข้ากับน้องขอลาเจ้าค่ะ”

เจียอีและอาฉีคารวะเถ้าแก่เนี๊ยคนสาวอย่างจริงใจ สองพี่น้องเดินผ่านร้านขายขนม เจียอีแอบเห็นน้องชายกลืนน้ำลายลงคอแต่ไม่กล้าเอ่ยปากขอซื้อ ดังนั้นนางจึงเดินย้อนกลับมาหน้าร้านขนมอีกรอบ อาฉีหลบอยู่ด้านหลังนางอย่างอาย ๆ ก่อนหน้านี้ลู่เสียนเคยบอกว่าชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวไม่เหมือนแต่ก่อน เมื่อเห็นเจียอีกำลังจะควักเงินซื้อขนมให้อาฉีจึงรู้สึกละอายใจ

“เจ้าอยากกินขนมกุ้ยฮวานี่ไม่ใช่หรือ ทำไมเอาแต่หลบหลังพี่ล่ะ”

“ท่านพี่ข้าไม่อยากกิน”

“เจ้าไม่อยากกิน?”

“ขอรับ เราไปกันเถอะขอรับ”

ว่าแล้วเด็กน้อยก็จูงมือพี่สาวออกมาจากหน้าร้าน เจียอีมองน้องชายด้วยความสงสัย

“ทำไมเจ้าถึงไม่เอาขนม ทั้ง ๆ ที่เจ้าก็อยากกินไม่ใช่หรือ”

“ข้าไม่อยากกินแล้วขอรับ นี่เพิ่งจะเป็นเงินก้อนแรกที่เราเพิ่งจะหาได้หลังจากที่ออกมาจากบ้านหลิน ข้าอยากให้ท่านแม่ภูมิใจ ขนมข้าไม่กินก็ได้ ข้าอดทนได้ขอรับ”

“โธ่ อาฉีเจ้าช่างเป็นเด็กรู้ความยิ่งนัก”

เจียอีก้มลงไปโอบกอดน้องชาย เขาเป็นเหมือนกระจกบานหนึ่งที่ได้ฉายสะท้อนเงาของนางในยุคปัจจุบัน ก่อนหน้านั้นเจียอีเสพติดการสั่งสินค้าออนไลน์จนไม่มีแม้กระทั่งเงินสำรองก้นถุง ผิดกับอันฉีลิบลับถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงเด็กน้อยวัย 8 หนาว แต่ความคิดของอันฉีนั้นลึกซึ้งมากกว่านางมากมายนัก เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เจียอีตระหนักได้ถึงคุณค่าของเงินตราจนน้ำตาซึม

“อาฉี พี่สาวเจ้าคนนี้สัญญาว่าจะหาเงินให้ได้มาก ๆ เมื่อไรก็ตามที่อาฉีอยากจะกินขนม อาฉีจะต้องได้กินโดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิด พี่สัญญา”

“ขอรับ”

สองพี่น้องกอดกันท่ามกลางคนที่เดินสัญจรไปมา แต่ไม่มีผู้ใดสนใจว่าพวกนางกำลังทำสิ่งใด ทุกคนต่างสนใจแต่เรื่องของตัวเองกันทั้งนั้น เมื่อเดินออกมานอกเขตตลาดอาฉีก็ได้ร้องเพลงให้เจียอีฟังระหว่างทาง ตลอดเส้นทางที่มีแต่หลุมบ่อถูกเติมเต็มด้วยเสียงหัวเราะของสองพี่น้อง เจียอียิ้มแย้มอย่างมีความสุข ไม่คิดมาก่อนว่าในโลกที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีเครื่องใช้อำนวยความสะดวก จะทำให้นางอิ่มเอมใจได้อย่างล้นหลาม

“ท่านพี่ ข้าอยากฟังท่านร้องเพลงบ้าง”

“ร้องเพลง ได้ ได้สิ...เปาบุ้นจิ้นชอบกินไข่เต่า ส่วนจั่นเจาชอบอมโอเล่ เซเลอร์มูนตาเหล่ตกส้วมตาย...”

“ข้า...ข้าว่าพอก่อนเถิดขอรับ!”

“ข้ายังมีอีกหลายบทเพลงนะถ้าเจ้ายังอยากจะฟังอีก”

“ไม่ ไม่แล้วขอรับ เพลงของท่านพี่ประหลาดเกินไป ข้าไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลย”

“ฮ่า ๆ”

พอมาถึงบ้านเจียอีก็มอบเงินที่ขายเห็ดหูหนูได้ให้ลู่เสียน ลู่เสียนรับไว้แล้วยิ้มออกมาอย่างตื้นตันใจ เงิน 15 อีแปะไม่ได้มากมายอะไรเลย แต่ยามนี้มันกลับมีค่ามากมายเทียบได้กับทองคำหนึ่งชั่ง ในระหว่างที่กำลังนับเงินอยู่นั้นลู่เสียนเหลือบไปเห็นเม็ดบัวในตะกร้าที่ลูกสาวนำกลับมาด้วยนางจึงถาม

“เม็ดบัวเน่าเสียแล้วเจ้าเอามาทำไมหรือ”

“ข้าเอามาเพาะเห็ดฟางเจ้าค่ะ เอ่อ ข้าหมายถึงปลูกเห็ดฟางเจ้าค่ะ”

“ปลูกเห็ดฟาง เจ้ารู้วิธีปลูกเห็ดฟางได้อย่างไร”

“เอ่อ”

ในยุคนี้ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จะมีแค่พืชบางชนิดเท่านั้นที่ผู้คนเริ่มทยอยเพาะปลูกบ้างแล้ว ส่วนมากเป็นจำพวกข้าวชนิดต่าง ๆ หรือผักสวนครัว ส่วนเห็ดก็ออกไปเก็บเอาจากในป่า ไม่เคยมีผู้ใดกล่าวถึงการเพาะเห็ดให้ได้ยิน แล้วเจียอีเจ้าของร่างก็ไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับด้านนี้เลย เจียอีจากยุคปัจจุบันก็ยังไม่ได้หาเหตุผลมารองรับความสงสัยนี้ จึงได้แต่แต่งเรื่องพูดโกหกไปก่อน

“ข้าได้ยินคนในตลาดพูดคุยกันเจ้าค่ะ เล่ากันว่าเม็ดบัวนี่สามารถนำมาปลูกเห็ดฟางได้ ข้าเห็นว่าที่หลังบ้านเรามีกองฟางพอดี ข้าก็เลยขอเม็ดบัวมาจากร้านขายอาหารแห้ง เถ้าแก่เนี๊ยของที่นั่นใจดีมากเลยนะเจ้าคะ นางบอกว่าหากเราได้เห็ดหูหนูมาอีกก็นำไปขายส่งให้ร้านนางได้เลย”

“ดีจริง เช่นนั้นเจ้าจะทำอย่างไรกับเม็ดบัวนี่ต่อไป”

“ข้าต้องการให้ท่านแม่ช่วยเจ้าค่ะ”

“ได้สิ”

สามแม่ลูกช่วยกันเตรียมแปลงดิน จากนั้นนำฟางไปแช่น้ำทิ้งเอาไว้หนึ่งคืน เช้าวันต่อมาก็นำฟางที่แช่น้ำแล้วมาวางกระจายให้ทั่ว โรยเชื้อราที่เกิดจากเม็ดบัวเน่าเสียลงไป โรยทั่วแล้วก็นำฟางมาคลุมทับอีกชั้น รดน้ำให้ชุ่มหาผ้าหนา ๆ มาคลุม วันต่อมาก็รดน้ำหนึ่งครั้งต่อวัน ใช้เวลา 15-20 วันจึงจะเก็บผลผลิตได้

ตอนเย็นหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ทุกคนก็นั่งล้อมวงเตรียมกินมื้อค่ำ กับข้าววันนี้เป็นผัดผักกับต้มผัก แม้ว่าเจียอียังไม่คุ้นชินกับอาหารเรียบง่าย นางก็พยายามปรับตัวคีบอาหารที่ลู่เสียนทำเข้าปากทานอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ทำตัวยุ่งยากให้เป็นปัญหา คนอื่นกินได้นางก็ต้องกินได้เช่นเดียวกัน

“พรุ่งนี้ท่านแม่จะเข้าไปหาของป่าอีกไหมเจ้าคะ ข้าอยากติดตามท่านแม่ไปด้วย”

“ไปสิ ดีเหมือนกันมีเจ้าไปเป็นเพื่อนท่านยายจะได้พักอยู่บ้าน ท่านยายแก่มากแล้วเดินเหินไม่ค่อยสะดวก”

“เจ้าค่ะ”

เจียอีรีบรับคำอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่าพรุ่งนี้พี่สาวจะติดตามแม่ไปหาของป่าอันฉีก็รีบขอตามไปด้วยอีกคน

“ท่านแม่ข้าขอไปหาของป่าด้วยได้หรือไม่”

“เจ้าเองก็อยากไปด้วยหรือฉีเอ๋อร์”

“ขอรับ ข้าเองก็อยากไปกับท่านแม่และท่านพี่”

“ได้ เช่นนั้นไปด้วยกันสามคนเลย ดีไหม”

“เจ้าค่ะ/ขอรับ”

รุ่งสางของวันใหม่ภายใต้ท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง ฝืนพนาไพรแต่งแต้มไปด้วยใบไม้หลากสี เจียอีทอดสายตามองท้องฟ้าอันไร้ซึ่งขอบเขตมีวูบหนึ่งที่นางนึกถึงชีวิต ณ ขณะอยู่ในเมืองหลวงของยุคปัจจุบัน แม้ว่าในเวลาเดียวกันนี้ของทุกวันนางจะตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า แต่ร่างกายกลับไม่รู้สึกว่าได้รับความบริสุทธิ์เลยแม้แต่น้อย เพราะทุกพื้นที่ล้วนเต็มไปด้วยฝุ่นควันจากรถยนต์ อีกทั้งโรงงานอุตสาหกรรมก็มากมาย แม้ว่านางจะเป็นลูกหลานเกษตกรแต่เพราะต้องทำงานหาเลี้ยงชีพจึงจำเป็นต้องผลักดันตนเองเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ในที่สุดเจียอีก็ค้นพบข้อดีอีกหนึ่งอย่างของการทะลุมิติมา นั่นคือสิ่งแวดล้อมรอบกายของนางเป็นทิวทัศน์งดงามที่แสนวิเศษยิ่งนัก สวยงามมากกว่าบ้านของนางที่ชนบทในโลกปัจจุบันเสียอีก

“เจียเอ๋อร์มาดูนี่สิ เจ้ายืนเหม่ออะไรอยู่”

“เจ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

เจียอีวิ่งไปตามเสียงร้องเรียกของลู่เสียนที่ดังอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ข้างต้นไม้ใหญ่คือตอไม้ที่ถูกตัดโค่นไปเหลือความสูงระดับเข่า ที่น่าตกตะลึงไปกว่านั้นมีเห็ดหลินจือแดงมากถึงสามดอกเกิดอยู่บนตอไม้นั้น เห็ดหลินจือถือว่าเป็นราชาสมุนไพรที่หมอนำไปใช้ปรุงเป็นยารักษาโรคหลายชนิด อีกทั้งยังช่วยบำรุงร่างกายทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง วิธีทานก็จะนำไปตากจนแห้งจากนั้นต้มกับน้ำแล้วดื่ม รสชาติขมเฝื่อนทานยากแต่ผู้คนก็นิยมเป็นอย่างมาก

“เห็ดหลินจือนี่เจ้าคะ”

“ใช่ แม่ว่าจะเก็บไปให้ท่านยาย หมู่นี้สุขภาพท่านยายไม่ค่อยจะดี”

“ดีเลยเจ้าค่ะ”

เก็บเห็ดหลินจือใส่ตะกร้าแล้วเจียอีก็เหลือบไปเห็นสิ่งที่อยู่ไม่ไกล ดวงตาของนางเบิกโตด้วยความดีใจชี้นิ้วไปทางนั้นพลางเรียกน้องชายให้มาดู นั่นทำให้ลู่เสียนมองตามเส้นทางที่มือของเจียอีกำลังชี้ไปด้วยอีกคน

“อาฉี มาเร็วเราเจอของดีแล้ว”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เมื่อความฝันที่จะก้าวสู่ความเป็นอมตะถูกสวรรค์กีดกันอย่างไม่ยุติธรรม ชายหนุ่มผู้หนึ่งจึงลุกขึ้นท้าทายโชคชะตาด้วยความโกรธแค้นอันคุกรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและแรงกดดัน เขายืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าตนที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่การเป็นเซียนของเขา การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นและเอาชนะอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเปิดฉากขึ้น กลายเป็นมหากาพย์แห่งการฝึกตนและการล้างแค้นที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
7.9
มณฑาหลงมิติมาอยู่ในร่างใหม่ระหว่างเก็บเห็ดบนเขา ทว่าโชคชะตาชักนำให้เธอต้องช่วยบุรุษลึกลับหนีจากการไล่ล่าของเสือร้ายจนพลัดตกหน้าผาไปด้วยกัน เมื่อได้สติเธอกลับพบว่าเขาสูญเสียความทรงจำ ทั้งยังตาบอดและขาหักจนพิการ ซ้ำร้ายเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่ผิดผีตามความเชื่อท้องถิ่น จนต้องเข้าพิธีแต่งงานกันเพื่อป้องกันอาเพศที่จะเกิดขึ้นกับหมู่บ้าน ท่ามกลางกลิ่นอายดินแดนอีสานแฟนตาซี เธอต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการเอาชีวิตรอดพร้อมดูแลสามีผู้แสนลึกลับคนนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยแสนดีในอดีต กลับต้องกลายมาเป็นคนเสเพลผู้เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังความเหลวแหลกนี้คือความลับของจอมเวทจากต่างมิติ ที่ต้องมาดิ้นรนเอาชีวิตรอดในดินแดนแห่งลมปราณ ซึ่งผู้คนต่างมองว่าพลังเวทมนตร์เป็นเพียงสิ่งสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวไร้แก่นสารเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันแสนวุ่นวาย พลิกบทบาทจากยอดพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่สู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลัง
ภาพปกนิยายเรื่อง ผีผายามังกร
9.8
ชายหนุ่มผู้มีชีวิตใหม่ในโลกโบราณคล้ายพงศาวดารจีนต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายมาตั้งแต่เด็ก เขาฝ่าฟันจนสอบติดหมอหลวงตอนอายุสิบสี่ แต่กลับต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อทั้งมารดาและหญิงคนรักจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ซ้ำร้ายในวัยยี่สิบหกปี เขายังถูกส่งตัวไปเป็นเครื่องสังเวยแก่ฝูงอสูรร้าย แม้จะเอาชีวิตรอดจากการเป็นอาหารมาได้อย่างหวุดหวิด ทว่าสัตว์เทพเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ และคอยหาโอกาสจะเขมือบเขาอยู่ทุกวินาทีจนไม่มีเวลาให้หยุดหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ชะตารักลิขิตด้ายแดง
9.2
ใบฟาง เด็กกำพร้าที่ถูกชุบเลี้ยงโดยคู่สามีภรรยานักโจรกรรม ต้องเติบโตขึ้นมาท่ามกลางโลกมืดในฐานะหัวขโมยสมองเพชร เธอจำยอมเผชิญหน้ากับอันตรายในทุกภารกิจเพียงเพราะต้องการความรักตอบแทนจากครอบครัวบุญธรรม แต่แล้วเมื่อเกิดความผิดพลาด เธอกลับถูกทอดทิ้งอย่างเลือดเย็น จนกระทั่งในภารกิจสุดท้ายที่เธอต้องขโมยหยกโบราณสามพันปีเพื่อแลกกับอิสรภาพ พ่อแม่บุญธรรมกลับทรยศหักหลังด้วยการส่งข้อมูลให้องค์กรใต้ดินเพื่อฆ่าปิดปากหวังเงินรางวัล ท่ามกลางวิกฤตความตายที่รายล้อม ใบฟางจึงได้ตื่นจากฝันร้ายและตระหนักว่าความกตัญญูที่เธอฝืนทนมีให้ตลอดมานั้น เป็นเพียงเรื่องไร้ค่าและน่าสมเพชสิ้นดี
ภาพปกนิยายเรื่อง คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
8.8
ในคืนเทศกาลตงจื้อ ตระกูลหลินต้องเผชิญโศกนาฏกรรมนองเลือดจนดับสูญ เหลือเพียงหลินจินเซี่ย บุตรชายของนายอำเภอที่รอดชีวิตมาได้ คดีสะเทือนขวัญนี้ทำให้เหอหลิงซี นายกององครักษ์เสื้อแพรได้รับคำสั่งให้ลงพื้นที่สืบหาความจริง โดยมีจินเซี่ยร่วมเดินทางเพื่อช่วยไขปริศนาที่เขากุมความลับเบื้องหลังไว้ ทว่ายิ่งสืบลึกซึ้งกลับยิ่งพบเบาะแสอันน่าตระหนก เมื่อหลักฐานชี้ชัดว่าหนึ่งในฆาตกรผู้ลงมือคือมารดาอันเป็นที่รักของเขาเอง ซึ่งตามจริงควรจะเสียชีวิตไปนานแล้ว ทั้งคู่จึงต้องร่วมกันเผชิญหน้ากับอันตรายและเงื่อนงำสุดซับซ้อนเพื่อเปิดโปงความจริงที่ซ่อนอยู่