APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง คดีฆาตกรรมสกุลหลิน

คดีฆาตกรรมสกุลหลิน

8.8 / 10.0
ในคืนเทศกาลตงจื้อ ตระกูลหลินต้องเผชิญโศกนาฏกรรมนองเลือดจนดับสูญ เหลือเพียงหลินจินเซี่ย บุตรชายของนายอำเภอที่รอดชีวิตมาได้ คดีสะเทือนขวัญนี้ทำให้เหอหลิงซี นายกององครักษ์เสื้อแพรได้รับคำสั่งให้ลงพื้นที่สืบหาความจริง โดยมีจินเซี่ยร่วมเดินทางเพื่อช่วยไขปริศนาที่เขากุมความลับเบื้องหลังไว้ ทว่ายิ่งสืบลึกซึ้งกลับยิ่งพบเบาะแสอันน่าตระหนก เมื่อหลักฐานชี้ชัดว่าหนึ่งในฆาตกรผู้ลงมือคือมารดาอันเป็นที่รักของเขาเอง ซึ่งตามจริงควรจะเสียชีวิตไปนานแล้ว ทั้งคู่จึงต้องร่วมกันเผชิญหน้ากับอันตรายและเงื่อนงำสุดซับซ้อนเพื่อเปิดโปงความจริงที่ซ่อนอยู่

คดีฆาตกรรมสกุลหลิน ตอนที่ 1

ในคืนเทศกาลตงจื้อทุกคนในอำเภอหยางโจวกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลเข้าสู่ฤดูหนาวกันอย่างมีความสุข ในงานมีการประกวดดอกไม้ไฟที่สวยงามตระการตา มีการละเล่นปาหี่อย่างการทุบก้อนหินบนหน้าอก มีการทายแผ่นป้ายปริศนาหากผู้ใดสามารถตอบถูกก็จะได้รับโคมไฟที่สวยที่สุดในร้านนั้นไป มีการปาลูกดอกลงโถผู้ใดสามารถปาเข้าครบจำนวนที่ร้านกำหนดก็จะได้รับรางวัล ทว่าการจะได้รับรางวัลนั้นเป็นเรื่องยากแสนจะยากเนื่องเพราะปากโถที่ใช้เป็นเป้านั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงสามชุ่นเท่านั้น และมีละครลิงแสดงให้ดู ที่บอกว่าละครลิงก็คือใช้ลิงตัวเป็น ๆ สองตัวมาแสดงการเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ แน่นอนว่าในทุกรอบที่การแสดงลิงจบลงย่อมต้องมีการตกรางวัลเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น

ผู้คนมากมายเดินทางจากต่างถิ่นมุ่งหน้าเข้ามาเพื่อเที่ยวชมเทศกาลเข้าสู่ฤดูหนาวอันตระการตาของเมืองหยางโจวที่มักจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีกันอย่างเนืองแน่น ถนนทุกสายแน่นขนัดไปด้วยผู้คน เสียงผู้คนคุยกันดังแซงแซ่ เสียงโห่ร้องยินดีเมื่อได้เห็นลิงสองตัวเต้นระบำเลียนแบบท่าทางมนุษย์ เสียงปรบมือกระโดดโลดเต้นเมื่อปาลูกดอกเข้าปากโถได้สำเร็จ เสียงร้องตะโกนบอกเยี่ยม! เอาอีก! ดังขึ้นต่อเนื่องเมื่อเห็นคนหนึ่งยกค้อนขนาดใหญ่ทุบแผ่นหินบนหน้าอกอีกฝ่ายที่นอนแผ่อยู่บนพื้นจนหักครึ่ง ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งหันมองไปทิศทางใดก็ได้ยินเพียงเสียงอึกทึกครึกโครม โห่ร้องยินดี สีหน้าเบิกบาน สำราญใจของชาวเมืองหยางโจว

ช่วงย่ำค่ำผู้คนเดินกันขวักไขว่ ส่วนใหญ่ก็คือผู้คนที่ออกมาเดินเที่ยวหาความสุข สำราญ เมืองหยางโจวเต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองมากมาย รายล้อมด้วยคฤหาสน์เศรษฐีคหบดี เหลาสุราเลิศล้ำแห่งหยางโจวและหอนางโลม ในเมืองผู้คนแออัดยามสัญจรย่อมมีการเบียดเสียดกันบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา

“ฮา..นี่ก็คือผลการทำงานเพื่อบ้านเมืองของท่านพ่อข้าโดยแท้! ไม่เชื่อเจ้าก็ดูสิฝูจิ้นเงินภาษีที่ชาวเมืองหยางโจวเสียให้กับทางการท่านพ่อล้วนแล้วแต่นำมาพัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองมากถึงเพียงนี้” ชายหนุ่มรูปงาม รูปร่างสูงเพรียว ผิวพรรณขาวผุดผ่องราวกับหิมะ หน้าตางดงามราวกับสตรี ใบหน้าหวานละมุนดุจจันทร์กระจ่าง กระทั่งรอยยิ้มยังอ่อนโยน ดวงตาเรียวหงส์ นัยน์ตาดำขลับ เรือนผมสีดำสลวยเงางาม เขาเอ่ยชื่นชมบิดาของตนด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุข รอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นถึงความปลาบปลื้มกับบ่าวรับใช้คนสนิท

ชายหนุ่มที่มีหน้าตางดงาม อ่อนหวานราวกับสตรีผู้นี้มีนามว่า ‘หลินจินเซี่ย’ หรือคุณชายหลินบุตรชายเพียงคนเดียวของนายอำเภอหลิน ‘หลินอัน’ ปีนี้เขาอายุสิบเจ็ดปี มีนิสัยมองโลกในแง่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดีและมีเมตตา อ่อนโยนกับสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด มีอารมณ์ขัน ศิลปะทั้งสี่เขาล้วนเก่งกาจฝีมือแม้นไม่นับว่าเป็นอันดับหนึ่งแต่ก็ไม่ด้อยไปกว่าอันดับสอง ทว่าวิชายุทธ์ป้องกันตัวนั้นหากมีผู้ที่มีฝีมือเก่งกาจขึ้นไปถึงสวรรค์ได้ เช่นนั้นก็ย่อมต้องมีผู้ที่มีฝีมือระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เฮ้อ.. อย่าได้เอ่ยถึงมันเลย ช่างน่าอับอายเกินไปแล้ว แต่ ๆ ยังมีอีกความสามารถหนึ่งที่แม้แต่ผู้เป็นบิดา และมารดาไม่รู้นั่นก็คือความสามารถในการสืบคดีแม้ไม่เก่งกาจเท่าหน่วยองครักษ์เสื้อแพรแต่ก็ไม่ด้อยไปกว่าคนของทางการ

บ่าวรับใช้คนสนิทแย้มยิ้มภาคภูมิใจที่ตนได้เป็นคนของสกุลหลิน กล่าวว่า “ขอรับนับว่าเป็นโชคดีของชาวเมืองหยางโจวโดยแท้ และถือว่าเป็นวาสนาของข้าน้อยด้วยเช่นกัน ฮี่..”

บ่าวรับใช้คนสนิทมีชื่อว่า ‘ฝูจิ้น’ อายุสิบห้าปี ชีวิตวัยเด็กของเขานั้นรันทดแสนรันทด ตอนนั้นเขากำลังถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไปเพื่อขายให้กับชาวนอกด่านอย่างดินแดน ‘ซีอวี่’ หากตอนนั้นคนของทางการซึ่งนำโดยนายอำเภอเมืองหยางโจว หลินอันไม่ไล่หวดไปจนกระทั่งสามารถกวาดล้างกลุ่มค้ามนุษย์ได้ทันคาดว่าคงมีชาวเมืองหยางโจวรวมถึงชาวเมืองอื่น ๆ อีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกกลุ่มค้ามนุษย์จับมารวมกันได้ถูกขายไปยังดินแดนซีอวี่แล้ว! และหากเป็นเช่นนั้นป่านนี้ชีวิตของคนเหล่านั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย!

กลุ่มคนที่นายอำเภอเมืองหยางโจวได้ช่วยชีวิตไว้ พวกคนต่างถิ่นรู้สึกสำนึกในบุญคุณที่นายอำเภอช่วยชีวิตก็ได้ขออาศัยอยู่ในเมืองโดยตั้งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ พวกเขามีการติดต่อกันกับกลุ่มคนที่เป็นชาวเมืองหยางโจวที่เมีชะตากรรมเดียวกันอยู่เป็นประจำ แม้พวกเขาเหล่านั้นเป็นเพียงคนธรรมดาไร้ซึ่งวรยุทธ์ ไร้วรยุทธ์แต่ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียวใช่ไหม? ที่บอกว่าพวกเขามิได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียวนั้นก็เป็นเพราะพวกเขาคอยเป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องความผิดปกติภายในเมืองหยางโจวให้กับนายอำเภออย่างลับ ๆ พวกเขาเรียกตนเองว่า ‘ดวงตาสวรรค์’ หากพวกเขาพบเห็นความผิดปกติหรือความเคลื่อนไหวที่นำไปสู่ความน่าสงสัยไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็มักจะนำไปรายงานให้นายอำเภอทราบโดยตรงไม่ผ่านผู้ช่วย

การมีตัวตนของพวกเขา มีเพียงนายอำเภอเมืองหยางโจว หลินอันเท่านั้นที่รู้ว่ามีองค์กรนี้อยู่ ไม่เพียงคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวที่อาจนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยของชาวเมืองหยางโจวแล้ว พวกเขายังแบ่งคนอีกจำนวนหนึ่งคอยแอบติดตามดูแลความปลอดภัยให้กับหลินจินเซี่ยอีกด้วย

หนี้สินชำระยาก หนี้บุญคุณยากชำระ ดังนั้นฝูจิ้นจึงตั้งปณิธานกับตนเองเอาไว้ว่า ‘ชั่วชีวิตนี้แม้ต้องตายก็จะต้องตายเพื่อสกุลหลิน’ ในเมื่อเรื่องของเขาเป็นเช่นนี้แล้วยังมีเหตุผลใดไม่ให้เขารู้สึกซาบซึ้ง และภูมิใจที่ได้เป็นคนสกุลหลินได้อีกเล่า?

หลินจินเซี่ยรู้สึกหมั่นไส้กับรอยยิ้มภาคภูมิใจของบ่าวรับใช้จึงยกมือขึ้นแกล้งตบท้ายทอยอีกฝ่ายไปหนึ่งฉาดแต่กลับไม่ได้ลงน้ำหนักที่ฝ่ามือแรงนักเหมือนท่าทีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของเขา แล้วกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “บอกเจ้ากี่ครั้งแล้วเวลาข้าเอ่ยชมท่านพ่อห้ามเจ้ายกหางตนเองเอ่ยชื่นชมคล้อยตามข้าน่ะฮึ!”

“ขอรับ ๆ ข้าน้อยผิดไปแล้ว อ๊ะ!..คุณชายท่านดูนั่น!” ฝูจิ้นหันมองไปทางทิศตะวันออกของเมืองเห็นดอกไม้ไฟดอกหนึ่งรูปร่างผิดแปลกไปจากพวกปรากฏขึ้นอีกฟากหนึ่งของเมืองจึงชี้นิ้วไปที่ดอกไม้ไฟดอกนั้น

ดอกไม้ไฟทั่วไปมักเป็นรูปดอกไม้ ไม่ก็เป็นรูปสัตว์อย่างหมา แมวอะไรพวกนั้น แต่ดอกไม้ไฟที่ฝูจิ้นเห็นกลับมีรูปร่างเป็นตัวอักษรคำว่า ‘อัน’ ซึ่งหมายถึงความสงบสุข ทว่าในความหมายมักตรงกันข้าม ผู้คนทั่วไปที่ไม่รู้ความหมายก็มักจะเห็นเป็นคำอวยพรตรงตัวทั้งยังพูดกันถึงความหมายไปต่าง ๆ นานาว่า “ดูพลุดอกไม้ไฟดอกนั้นสิความหมายดีมากเชียว!”

“สงบสุข ร่มเย็น!..”

“สงบสุข ร่มเย็น!..” ทุกคนต่างพร้อมใจกันตะโกนออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

แต่หลินจินเซี่ย กลับไม่คิดเช่นนั้นเขาหดม่านตาลง ย่นคิ้วครุ่นคิดและถอนหายใจหนักอึ้งออกมา ฝูจิ้นหันมองเอ่ยเสียงเครียด “คุณชายมีเรื่องหรือขอรับ” 

ทันทีที่ดอกไม้ไฟตัวอักษรคำว่าอันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดมิดชนิดยื่นมือออกไปไม่เห็นนิ้วทั้งห้า หลินจินเซี่ยก็รู้แล้วว่าจะต้องเกิดเหตุร้ายขึ้นในเมืองหยางโจว อย่างแน่นอน! อีกทั้งทิศทางนั้นก็มาจากทางทิศตะวันออกของเมือง เขาเกิดความรู้สึกไม่สบายใจอย่างหนึ่งขึ้นจึงสั่งให้ฝูจิ้นไปนำม้ามา

พลุสัญญาณทะยานขึ้นจากทิศทางใด ทิศทางนั้นย่อมเป็นจุดเกิดเหตุ..

หลินจินเซี่ยไม่ตอบคำ ฝูจิ้นเห็นสีหน้ากังวลใจของผู้เป็นนายก็ไม่อาจชักช้าอืดอาดได้อีกต่อไปเมื่อได้ยินคำสั่งเขาก็รีบหันร่างจากไป แม้ว่าหลินจินเซี่ยจะชื่นชอบการชมดอกไม้ไฟมากเพียงใดก็จำต้องพักเอาไว้ก่อน

สิ้นคำ ด้านหลังหลินจินเซี่ยก็มีกลุ่มคนของทางการวิ่งห้อตะบึงจนพื้นดินสั่นสะเทือน มุ่งหน้าไปยังทิศทางตะวันออกของเมือง ฝีเท้าหลายสิบคู่เหยียบย่ำวิ่งผ่านก่อให้เกิดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามถนนฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณทำให้ผู้คนที่ยืนออกันอย่างเนืองแน่นต่างขยับเท้าหลบหลีกกันอย่างอลม่าน ผู้คนในเมืองต่างแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่มาอย่างกะทันหันไม่ได้ตั้งตัว บ้างยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ลอยฟุ้ง บ้างยกมือขึ้นปิดจมูก ดวงตาเบิกกว้าง

ไม่นานฝูจิ้นก็กลับมาพร้อมกับม้าสองตัวหลินจินเซี่ยพลิกกายขึ้นควบขี่ม้า ดึงเชือกบังเหียนขึ้นทีหนึ่งพร้อมตะโกนว่า ไป!.. มุ่งหน้ากลับจวนสกุลหลินทันที เพราะพลุดอกนั้นทำให้คุณชายผู้อ่อนโยนและมีรอยยิ้มสดใสเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที 

หน้าจวนมีม้าหลายตัวยืนสะบัดหางไปมา คนของทางการสองคนยืนคุมอยู่สองข้างประตูใหญ่ของจวน หลินจินเซี่ยดึงบังเหียนม้าทีหนึ่งให้ม้าหยุด เขากระโดดลงจากหลังม้าวิ่งไปที่ประตูใหญ่ คนของทางการสองคนเห็นคนที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาเป็นคุณชายสกุลหลินจึงไม่ได้ขัดขวางปล่อยให้เขาเข้าไปพร้อมกับบ่าวรับใช้อีกคน

หลินจินเซี่ยหันไปถามยามเฝ้าหน้าประตูคนหนึ่งน้ำเสียงตื่นตระหนก “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?!”

ยามเฝ้าหน้าประตูผู้นั้นตอบเสียงเบา สีหน้าเศร้าหมองว่า “มีคนร้ายบุกเข้ามาขอรับ”

สายลมฤดูหนาวพัดโชยสร้างความหนาวเย็นเยือกจนร่างสั่นสะท้าน สร้างบรรยากาศน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆสีดำทะมึน พากลิ่นคาวเลือดฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ บรรยากาศภายในโดยรอบ อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ไม่ว่าใครประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ก็ย่อมสะเทือนใจจนทนไม่ไหว

เมื่อหลินจินเซี่ยก้าวเท้าเดินเข้าไปยังลานสวนหน้าเรือนหลักภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือคนของทางการกำลังช่วยกันเก็บศพของคนตายไปกองรวมกัน หลินจินเซี่ยเดินลากเท้าที่อ่อนแรง ห่อไหล่เข้าไปจับไหล่ของคนของทางการคนหนึ่งหลังจากวางศพแล้วเอาไว้แน่น นัยน์ดวงตาของเขาสั่นไหว ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดเอ่ยเสียงสั่นถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ท่านพ่อ ท่านแม่ของข้าล่ะพวกท่านอยู่ที่ใด? พวกท่านอยู่ที่ใด!”

“คุณชายหลิน..” คนของทางการไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างไรดี สีหน้าของเขาก็ฉายแววเจ็บปวดและเสียใจเช่นกัน

ตอนนั้นผู้ช่วยนายอำเภอเดินตามระเบียงทางเดินออกมาหันไปเห็นหลินจินเซี่ยพอดีจึงสาวเท้าเร็วรี่เข้าไปหา เขาส่ายหน้าและถอนหายใจยืดยาวแล้วกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง น้ำเสียงเศร้าสลดว่า “หลานชายเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องไม่คาดฝัน เจ้าไปดูเองเถอะ ตอนนี้ยังพอมีเวลาได้ดูใจบิดาเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย”

ผู้ช่วยนายอำเภอเมืองหยางโจวมีนามว่า ‘เกาจงเฉิง’ อายุห้าสิบปี รูปร่างอ้วนพี พุ่งยื่นเวลาเดินอุ้ยอ้ายส่ายพุงไปมา คิ้วบางนัยน์ตาลึก โหนกแก้มสูง ปากหนา คางสั้น นิสัยขี้ประจบ ทะเยอทะยาน รับหน้าที่ผู้ช่วยนายอำเภอมายี่สิบปีไม่ก้าวหน้าแม้พยายามหลายครั้งเพื่อเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง

ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ดูใจเป็นครั้งสุดท้าย’ นั่นหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าบิดาของเขายังมีลมหายใจอยู่! เขายังไม่ตาย!

หลินจินเซี่ยเดินตามผู้ช่วยเกาจงเฉิงไปยังเรือนทางปีกซ้ายด้วยฝีเท้าค่อนข้างเร็ว ไม่นานก็มาถึง ห้องที่พวกเขามาก็คือห้องหนังสือและเป็นห้องที่นายอำเภอหลินใช้เป็นห้องทำงานภายในห้องถูกจุดเทียนให้ความสว่างไสวไปทั่วทั้งห้อง สภาพข้าวของภายในห้องถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย วางระเกะระกะทั่วห้องหากต้องการเดินผ่านจำต้องเขี่ยข้าวของที่วางขวางเท้าออกไปให้พ้นทาง หลินจินเซี่ยยืนอยู่หน้าประตูเดิมทีเรี่ยวแรงก็แทบยืนไม่ไหวอยู่แล้ว ทันทีที่มาถึงและเห็นบิดานั่งหน้าผลุบหายใจรวยรินอยู่กับโต๊ะทำงานเขาไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไปรีบสาวเท้าก้าวฉับ ๆ เดินปรี่เข้าไปสวมกอดแผ่นหลังของผู้บิดาด้วยน้ำตานองหน้า

“ท่านพ่อท่านอดทนไว้ เข้มแข็งไว้ข้าจะพาท่านไปหาหมอ.. ฮือ ๆ อดทนไว้ข้าจะพาท่านไปหาหมอเอง ข้าจะพา.. ฮึก ๆ ” แม้ว่าหลินจินเซี่ยจะรู้ดีว่าด้วยอาการบาดเจ็บของผู้เป็นบิดาจะแย่มากถึงขั้นทนไม่ไหวแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังพยายามฉุดผู้เป็นบิดาให้ลุกขึ้น แม้จะเป็นการไร้ประโยชน์ก็ตาม แต่เขาก็ยังพยายามที่จะรักษาม้าตายประหนึ่งม้าเป็น(1)ภายใต้สายตาของคนหลายคนที่จ้องมองเขาอย่างเวทนาและสงสาร

นายอำเภอหลินส่ายหน้าเชื่องช้าเขาข่มกลั้นความเจ็บปวดเอ่ยเสียงแผ่วติด ๆ ขัด ๆ ว่า “ไม่มีประโยชน์..”

ริมฝีปากของเขาสั่นระริกด้วยความเสียใจ เขาได้แต่กล่าวโทษตนเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ไม่สามารถช่วยเหลือผู้เป็นบิดาได้ วรยุทธ์ก็ไม่เอาไหนอย่าว่าแต่ไม่เอาไหนเลยเขาไม่เป็นวรยุทธ์ด้วยซ้ำ เขานับเป็นตัวอะไรเป็นตัวไร้ประโยชน์โดยแท้..

สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความท้อแท้สิ้นหวัง สิ้นหวังที่ไม่อาจช่วยชีวิตบิดาได้

ฝูจิ้นยืนอยู่ข้าง ๆ สองมือรวบกำแน่นใบหน้าแดงก่ำ แววตาฉายประกายเกรี้ยวโกรธคับแค้น ขยับเท้าเข้าใกล้หนึ่งก้าวย่างเอ่ยเสียงเศร้าปนปลอบใจว่า “คุณชาย..ฮือ ๆ นายท่าน ๆ”

หลินจินเซี่ยร่ำไห้จนตัวสั่นไปทั้งร่าง ศีรษะของบิดาและบุตรชายใกล้ชิดกันไม่ถึงชุ่น ในขณะที่นายอำเภอหลินยังพอมีลมหายใจและสติอยู่เขาฝืนลมหายใจเฮือกสุดท้ายแอบกระซิบบอกบางอย่างกับบุตรชายว่า “สมุดบัญชีรายชื่อ ผู้ช่วย.. แม่..” เขาพูดได้เพียงเท่านั้นก็สิ้นใจตายไปเสียก่อนที่จะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ

ทันทีที่มือข้างหนึ่งของบิดาที่วางเอาไว้บนหน้าขาของบุตรชายตกลงไปห้อยแกว่งไกวในอากาศ หลินจินเซี่ยก็ไม่อาจข่มกลั้นความเสียใจเอาไว้ได้อีกต่อไปเขาแหงนหน้าขึ้นมองเพดานห้องร้องตะโกนด้วยเสียงดังจนแทบขาดใจ “ไม่!..ท่านพ่อ.. ฮือ ๆ”

เขาพร่ำบ่นในใจว่า ทำไม? ทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ถึงได้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาด้วย!

แม้แต่ฝูจิ้นก็ยังอดร่ำไห้ตามไม่ได้ เขาคุกเข่าลงนั่งกับพื้นกอดขาผู้เป็นนายปากก็ร้องตะโกนว่า “นายท่าน!” จนสุดเสียงผสมปนเปไปกับเสียงร่ำไห้

จังหวะเดียวกันระหว่างที่ผู้ช่วยนายอำเภอเกาปล่อยให้สองคนพ่อลูกได้อำลากันเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็ได้กลอกตามองไปทางผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งแววตานั้นฉายประกายมีเลศนัยบางอย่าง และผู้ใต้บังคับบัญชาคนนั้นก็ส่ายหน้าไปมาอย่างเชื่องช้าเป็นการตอบ

หลินจินเซี่ยยกแขนเสื้อทรงกว้างขึ้นเช็ดน้ำมูกที่กำลังไหลย้อยเกือบพ้นริมฝีปากบนออก หันไปถามผู้ช่วยนายอำเภอน้ำเสียงสั่นและพยายามข่มกลั้นเสียงสะอื้นไห้ว่า “แล้วท่านแม่ของข้าเล่านางเป็นเช่นใดบ้าง”

“ล้วนไม่รอด.. นางสิ้นใจไปก่อนแล้ว” ผู้ช่วยนายอำเภอเกาจงเฉิงเอ่ยตอบพร้อมส่ายหน้าน้ำเสียงหดหู่ “หลานชายไปดูนางเป็นครั้งสุดท้ายเถิด”

ก่อนที่ผู้ช่วยเกาจงเฉิงจะนำทางหลินจินเซี่ยไปดูศพของผู้เป็นมารดาเขาก็เรียกผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้ามาในห้องสองคน สั่งให้พวกเขานำศพของนายอำเภอหลินไปไว้ที่โถงเปิดโล่งด้านหน้า หลังจากสั่งงานเสร็จสิ้นก็เดินนำอีกฝ่ายไปยังโถงหลักทันที

...................................................................................................................................................................

รักษาม้าตายประหนึ่งม้าเป็น เป็นสำนวน รู้ทั้งรู้ว่าหมดหนทางเยียวยา แต่ก็ยังมีความหวัง

อ่านต่อ

สารบัญ คดีฆาตกรรมสกุลหลิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้ลู่เหยี่ยนจืออย่างไร้ค่า แม้เขาจะนอกใจไปมีลูกกับคนรักเก่าเธอก็ยังทน แต่ในวันจดทะเบียนสมรส เขากลับทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาผู้หญิงคนนั้น ความเจ็บปวดสะสมทำให้เธอตัดสินใจหันหลังให้ความสัมพันธ์นี้อย่างเด็ดขาด และเลือกเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานกับชายคนอื่น ทว่าเมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอเป็นของคนอื่น เขากลับยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อตามตื้อขอโอกาสอย่างบ้าคลั่ง แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจหมดรักไปแล้วทำเพียงตอบกลับด้วยความรำคาญใจ และเตือนไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนที่มีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
ณาณีม แม่หม้ายป้ายแดงที่เพิ่งผ่านการหย่าร้าง ยังฝังใจกับอดีตจนตั้งกำแพงสูงไว้กับความรักครั้งใหม่ แต่ราฮีม หนุ่มหล่อผู้หลงรักเธออย่างหมดใจ ไม่ยอมแพ้ต่อความเย็นชา เขาตื้อ她不เลิก พยายามพิชิตหัวใจที่แข็งเป็นหินของเธอให้ได้ เมื่อความใกล้ชิดพาไปถึงจูบแรกในคืนที่ฝนโปรยปราย ความรู้สึกที่ถูกเก็บกดมานานก็ปะทุขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ณาณีมจะกล้าลองเปิดใจอีกครั้งหรือไม่ เมื่อเพื่อนซี้ต่างบอกว่าเธอควรใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ท่ามกลางแรงดึงดูดที่ร้อนแรงเกินห้ามใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเดชต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเขาจับพลัดจับผลูเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำมาซึ่งความสัมพันธ์สุดซับซ้อนที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์อันยากจะถอนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ความรักและความปรารถนาโคจรมาพบกัน ชายหนุ่มต้องเผชิญหน้าและรับมือกับความผูกพันอันหลากหลายที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว ในโลกที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดเย้ายวนใจที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขรอันกว้างใหญ่ ครอบครัวที่ดูอบอุ่นต้องสั่นคลอนเมื่อความรักต้องห้ามก่อตัวขึ้น ดรุณีหรือข้าวผัด สาวน้อยวัย 18 พยายามปลอบโยนน้าไผท ผู้ชายที่เธอแอบหลงรักมาตลอด หลังภรรยาของเขาถูกครอบครัวพรากไปอย่างโหดร้ายและบังคับแต่งงานกับอีกคน ความเศร้าทำให้ไผทจมอยู่กับขวดเหล้า ข้าวผัดจึงเป็นคนเลี้ยงดูลูกสาวของเขาและตั้งใจจะกอบกู้ชายคนนี้กลับคืนมา เธอเดิมพันหัวใจและชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อผู้ชายที่อายุห่างกัน 18 ปี แต่พ่อแม่ของเธอไม่ยอมให้ลูกสาวต้องเป็นแม่เลี้ยงลูกติด ความรักครั้งนี้จะไปรอดท่ามกลางอุปสรรคทั้งปวงหรือไม่ ติดตามได้ในนิยายรักน้ำเน่าเข้มข้นเรื่องนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตานำพาให้เคลวิน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ต้องมาพบกับหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยการบังคับ แม้จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์จะไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ และเขาก็เป็นฝ่ายคุมเกมเหนือกว่าในตอนแรก ทว่าความดื้อรั้นและเสน่ห์อันล้นเหลือของเธอกลับทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มสั่นคลอนจนพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เมื่อเธอเลือกที่จะไม่ยอมสยบให้กับอำนาจของเขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่าจะยอมปล่อยเธอไป หรือจะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อไล่ล่าและช่วงชิงหัวใจดวงนี้มาครอบครองใหมูใหม่อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง สุดที่รักคือเธอ
8.9
ชีวิตแต่งงานสามปีของนิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าสาวกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองดำเนินไปอย่างเย็นชาไร้ใจ ทว่าในวันที่เธอตั้งท้อง สามีกลับขอหย่าขาดเพราะเข้าใจผิดว่าต่างฝ่ายต่างมีคนอื่น แต่เมื่อถึงเวลาต้องแยกทางกันจริง ๆ เขากลับเปลี่ยนใจไม่ยอมสูญเสียเธอไป พร้อมทั้งสารภาพความรู้สึกที่ซ่อนอยู่จนทำให้หัวใจของเธอต้องสั่นคลอน ท่ามกลางความทรงจำที่เต็มไปด้วยรอยร้าว ความแค้น และความรักที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก ว่าที่คุณแม่มือใหม่จะเลือกทางเดินไหนให้กับชีวิตคู่ที่ยากจะคาดเดาน
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์