APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ

เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ

เมื่อจิตมารกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นเจ้าหญิงแห่งแดนเหมันต์นามว่าเป่ยฟางหรง เทพอัคคีหลี่จิ้งจึงได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในการชี้แนะและขัดเกลาจิตใจของนางเพื่อป้องกันไม่ให้ก้าวเข้าสู่หนทางแห่งความชั่วร้าย ทั้งสองได้พากันลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญหน้ากับด่านเคราะห์กรรมต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งช่วยถักทอความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในฐานะศิษย์และอาจารย์ แต่ทว่าโชคชะตาลิขิตกลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เมื่อสัญชาตญาณมารในตัวของเป่ยฟางหรงไม่สามารถลบล้างออกไปได้ เหตุการณ์นี้บีบบังคับให้หลี่จิ้งต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกอันแสนทรมาน และต้องลงมือปลิดชีพศิษย์รักเพียงคนเดียวของเขาด้วยน้ำมือตัวเองในตอนจบลงด้วยมือตน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

กลีบบุปผาร่วงโรยโบกโบยพัดผ่าน ดอกไม้สวรรค์เบ่งบาน พลอยทำให้ใจสดใส เสียงเพลงหวานกังวานดังเป็นสาย ยามนางสวรรค์เยื้องกราย เต้นรำกลิ่นหอมกรุ่นโชยพาใจสั่นไหว

เงาสูงร่างหนึ่งนั่งโดดเด่นงามสง่า ในอาภรณ์สีแดงเพลิงสะดุดตา ทำให้เซียนสาวน้อยใหญ่ ทั้งชั้นต่ำชั้นสูง ต่างลอบมองด้วยใบหน้าแดงซ่าน

หลี่จิ้งหาได้สนใจผู้ใด การมาร่วมงานเลี้ยงในครานี้ ก็เพราะคิดจะผ่อนคลายหลังจากกลับมาจากสยบปีศาจกระทิง แต่เมื่ออยู่ในงาน กลับพบว่าที่นี่ยิ่งน่าเบื่อหน่ายยิ่งกว่าการสังหารปีศาจเสียอีก

เบื้องหน้าของเขาคือธิดาสวรรค์ผู้งดงาม กำลังร่ายรำอย่างอ่อนช้อย กระทั่งหลายนางแอบลอบส่งสายตาให้เขา หลี่จิ้งได้แต่ส่ายหน้า หลบสายตานางเหล่านั้น สูงขึ้นไปคือองค์เง็กเซียน ด้านข้างคือสหายเทพจี้กงที่ขยันเอ่ยวาจา อีกทั้งยังขยันยกจอกสุรายิ่งกว่าผู้ใดในงาน

"หลี่จิ้งซ่างเสิน สุราไม่ถูกปากหรืออย่างไร ถึงได้ทำท่าทางเบื่อหน่ายเช่นนั้น"

สหายเทพจี้กง ผู้อยู่ในอาภรณ์ผ้าไหมงดงามเอ่ยถาม คนผู้นี้ปกติวัน ๆ เอาแต่ทำตัวเป็นขอทานในแดนมนุษย์ อารมณ์ดีหน่อยก็มาสั่งสมบารมี ช่วยคนปราบปีศาจ เมื่อมีงานเลี้ยงจึงจะกลับสวรรค์มาดื่มกินสักที หมดงานก็ลงไปขลุกอยู่ที่แดนมนุษย์เช่นเดิม

แต่เขาเป็นเทพปีศาจ ที่แดนมนุษย์ล้วนเป็นหน้าที่ของพวกเซียนชั้นต่ำ ที่ยังต้องบำเพ็ญเพียร เขามักจะแย่งงานเซียนเหล่านั้น จนถูกร้องเรียนบ่อยครั้ง

เทพจี้กง อย่างไรก็คือเทพชั้นสูง องค์เง็กเซียนตักเตือนแล้วอย่างไร เขาเพียงแต่พูดว่า พวกนักพรตผู้บำเพ็ญตนฝีมือไม่ถึงขั้น หากปล่อยปีศาจไว้นาน พวกนี้จะดูดกลืนวิญญาณมนุษย์ กลายเป็นปีศาจชั้นสูง ตอนนั้นสวรรค์ก็คงวุ่นวายแล้ว

องค์เง็กเซียนจึงได้แต่หลับตาข้างหนึ่ง เพราะแอบเห็นด้วยกับเขาเช่นกัน แสร้งตักเตือนไม่ให้เหล่าเซียนพวกนั้นครหา

เหตุใดหลี่จิ้งจะไม่รู้ว่า เทพจี้กงเบื่อหน่ายสวรรค์เพียงใด ฝีมือเทพจี้กงไม่ดีพอที่จะปราบปีศาจร้ายของสวรรค์ จึงว่างงาน เมื่อว่างมากจึงลงไปหาอะไรทำในโลกมนุษย์ งานปราบปีศาจชั้นต่ำทำแล้วสนุกดี เขาจึงติดใจก็เท่านั้น หาได้มีจิตเมตตาคิดสั่งสมบารมีแต่ประการใด

"ดื่มสุราของท่านไปเถิดอย่าใส่ใจข้าเลย"

"ท่านเป็นเทพอัคคีมิใช่หรือ เหตุใดจึงเย็นชาเช่นนี้ ไม่คิดว่าผิดปกติวิสัยเทพแห่งไฟไปหน่อยหรือ เห็นท่านมองเทพธิดาที่ร่ายรำแล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เป็นคนอื่นเห็นคงคิดว่าท่านเป็นองค์ราชาแห่งแดนเหมันต์เป็นแน่ เยือกเย็นไร้ความรู้สึกยิ่งนัก หรือไฟในกายของท่านจะดับมอดแล้ว ไม่คึกคักดังเดิมช่างน่าสงสารยิ่งนัก"

หลี่จิ้งยิ้มน้อยไม่ต่อปากต่อคำกับเทพช่างพูด ถึงเป็นสหายแต่หลี่จิ้งถนัดฟังมากกว่า รอยยิ้มนั้นก็ดูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง เขาก้มหน้าดื่มสุราต่อเมื่อยกจอกจดปากกลับพบว่าสุราในจอกกลายเป็นน้ำแข็ง ลมเย็นพัดวูบมาอย่างแรงหอบหนึ่งแรง พอจะทำให้ทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่ง

"เกิดอาเพศอันใดขึ้นแดนสวรรค์อันอบอุ่นจึงได้มีลมเย็นพัดหอบมาเช่นนี้"

องค์เง็กเซียนแปลกพระทัยไม่น้อย ถึงขนาดลุกขึ้นจากที่ประทับ เพ่งดวงจิตดูความเป็นไปชั่วครู่ กระทั่งพระองค์ลืมพระเนตรขึ้นสิ่งที่พระองค์เห็นนั้นคือหิมะขาวโพลนแผ่ขยายปกคลุมไปทั้งดินแดน

ลมพายุหิมะพัดมาอีกหอบหนึ่ง พร้อมกับเสียงของเด็กร้องจ้า พริบตาต่อมาแดนสวรรค์ทั้งหมดกลับถูกแช่แข็ง ทวยเทพทั้งหมดที่มางานเลี้ยงดอกสวรรค์บานครานี้ ต่างมีร่างแข็งค้างทุกสิ่งหยุดเคลื่อนไหว ความเงียบเข้าปกคลุม ทันใดพลังหิมะอันรุนแรงจนทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้คือสิ่งใดกัน

"ฝ่าบาท" กระทั่งเสียงของเทพผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

"หลี่จิ้งซ่างเสิน คงเป็นท่านสินะที่ทนพลังนี้ได้ สมแล้วที่เป็นเทพอัคคี"

หลี่จิ้งอยากจะหัวเราะ หากเขาถูกแช่แข็งเหมือนเทพองค์อื่น คงขายหน้าไม่น้อย โชคดีที่ไฟในตัวเขาร้อนแรงยิ่งจึงไม่เป็นอันใด จู่ ๆ ก็รู้สึกภาคภูมิใจในความยิ่งใหญ่ของตนเอง อย่างน้อยก็ลบคำสบประมาทของสหายเทพจี้กง ที่ดูถูกว่าเขาไม่ร้อนแรงลงไปได้ คราวนี้เทพจี้กงคงรู้ว่าผู้ใดเป็นผู้ใด

"เกิดสิ่งใดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ"  เขากระแอมแล้วเอ่ยถาม

"เกรงว่าปฐมวิญญาณ ที่หลุดไปของดาวมาร จะถือกำเนิดแล้ว ซ่างเสินได้ยินเสียงร้องของเด็กหรือไม่"

"พ่ะย่ะค่ะ"

"ที่เราตามหากันมาตลอดว่า ปฐมวิญญาณหลุดหายไปที่ใด บัดนี้ข้าได้คำตอบแล้ว"

"ที่ใดพ่ะย่ะค่ะ"

"แดนเหมันต์ เพียงเสียงร้องไห้ของนาง ที่ถือกำเนิดจิตมารทั่วพื้นพิภพก็ตอบรับอย่างยินดี ก่อเกิดเป็นพลังอันใหญ่หลวงพัดหอบความหนาวเย็นไปทั่วสามภพ เกรงว่าตอนนี้คงจะถูกแช่แข็งกันแล้ว"

องค์เง็กเซียนนั่งลงยังที่ประทับ ด้วยใบหน้าที่ดูไม่กังวลนัก หลี่จิ้งขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าองค์เง็กเซียนยังยกจอกสุราขึ้นดื่ม แต่อย่างไรเล่า ในเมื่อทุกสิ่งแข็งไปหมดแล้วแม้แต่สุราในจอกของพระองค์

เง็กเซียนเงยพระพักตร์ขึ้น มองเขาพลางแย้มพระโอษฐ์

"หลี่จิ้งซ่างเสินรับราชโองการ"

หลี่จิ้งคุกเข่าประสานมือเข้าด้วยกัน ก้มใบหน้าเล็กน้อย คาดว่าคงได้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อสามภพเป็นแน่ เขาเตรียมพร้อมอยู่แล้ว

"ใช้ไฟโลกันตร์ของเจ้า....อุ่นสุราให้ข้าสักกา สงสัยข้าแก่แล้วไฟในกายเริ่มดับมอด ทำอย่างไรก็ละลายน้ำแข็งอันทรงพลังของดาวมารไม่ได้"

หลี่จิ้ง "..."

หนึ่งร้อยปีต่อมา

เพราะเป็นหิมะที่เกิดจากจิตมารอันแข็งแกร่งกว่าเทพอัคคี หลี่จิ้งจึงใช้เวลากว่าร้อยปีเพื่อละลายน้ำแข็งจนหมดสิ้น สรรพสิ่งเกิดใหม่ โลกมนุษย์กลับสู่ความสงบได้ไม่นาน เผ่ามารถือกำเนิดดวงวิญญาณชั่วร้ายน้อยใหญ่ เล็ดลอดจากการถูกจับสร้างความเดือดร้อนให้เผ่ามนุษย์

กว่าจะทำงานใช้แรงงานสำเร็จ ก็เหนื่อยมิใช่น้อย เทพอัคคีจึงคิดว่า ต่อนี้อีกสามร้อยปี เขาจะไม่ทำสิ่งใดอีก เรื่องปราบมารปราบปีศาจก็ยกให้เป็นหน้าที่ของทัพสวรรค์ไป คงต้องถึงเวลาลาพักร้อนเพื่อฟื้นฟูดวงจิตอันเหนื่อยล้าของตนเอง

เมื่อกลับมายังตำหนักสุริยันได้ไม่ถึงครึ่งถ้วยน้ำชา กิเลนไฟน้อยถงถงสัตว์เทพรับใช้ของเขา ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

"นายท่านขอรับ ท่านเทพหยีหนิงพร้อมด้วยเทพเซียนนับสิบ นำพระบัญชาองค์เง็กเซียนมาขอรับ บัดนี้อยู่ด้านหน้าตำหนักแล้ว"

เป็นที่รู้กันดีว่าตำหนักสุริยันของเทพอัคคี ล้วนรายล้อมด้วยไฟโลกันตร์หากไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา แม้จะเป็นเทพเซียนชั้นสูง ก็อาจจะถูกไฟโลกันตร์เผาดวงจิตจนแตกดับ ดังนั้นตำหนักสุริยันต์ จึงเป็นตำหนักต้องห้ามของเทพทั่วไป ที่แทบจะไม่มีใครย่างกายเข้ามา

"นี่ฝ่าบาท จะไม่ให้ข้าพักเลยหรืออย่างไร ทั่วทั้งแดนสวรรค์นี้ หาได้ไร้ซึ่งเทพที่เก่งกาจมากมาย เหตุใดจึงมีพระราชโองการมาถึงข้าอีก"

หลี่จิ้งที่อ่อนล้าเป็นอย่างยิ่ง บัดนี้ดวงตาแทบจะไฟลุก เขาเหนื่อยอ่อนเช่นนี้ยังจะได้รับคำสั่งอันใดอีก แทบจะให้คนไปจับโยนเทพหยีหนิงออกจากตำหนัก

กิเลนไฟรู้อารมณ์เจ้านายเป็นอย่างดี เขาไม่รู้ว่าเทพหยีหนิงนำสิ่งใดมา แต่คิดว่าการที่ตนเองทำงานสำเร็จ เทพอัคคีมักให้รางวัลเป็นน้ำพุเย็นแห่งสระเหมันต์ อันหายากหาเย็นอยู่เสมอ บัดนี้เทพอัคคีทำงานใหญ่สำเร็จ ช่วยให้สามภพหลุดพ้นจากการถูกแช่แข็งย่อมได้รับรางวัล เขาจึงพูดออกไป โดยยึดเอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่

"อาจจะพระราชทานรางวัลก็เป็นได้นะขอรับ หรือไม่ก็เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่พระองค์จะยกให้ท่านเพื่อบำเพ็ญเพียร"

เทพอัคคียกมุมปาก คำกล่าวของเจ้ากิเลนน้อยถงถง มีเหตุผลอยู่มาก เรื่องนี้เขาเปรยกับฝ่าบาทออกมาแล้ว พระองค์น่าจะทรงจดจำได้ ใบหน้าของเทพอัคคีพลันเปลี่ยนสี ถงถงเหมือนจะไม่เห็นเพลิงไฟในดวงตาของเจ้านายแล้ว

"แดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อกักตนหรือ อาจจะเป็นได้ข้าเหนื่อยล้ายิ่ง ร้อยปีที่ผ่านมาไม่มีวันใดที่จะหยุดมือเลย เช่นนั้นเจ้ารีบเปิดทางนำเชิญราชโองการเถิด"

"ขอรับ"

หมายเหตุ ซ่างเสิน คือตำแหน่งเทพชั้นสูงบนแดนสวรรค์

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อความจนตรอกไร้ทางเลือกบีบบังคับให้หญิงสาวก้าวเข้าสู่โลกสีเทาในฐานะคนส่งยาเพื่อเอาชีวิตรอด เธอพร้อมทำทุกอย่างโดยไม่สนความถูกต้อง แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครก็ตาม ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอมาพบกับ ปืน ชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลและฝีปากร้าย ผู้มีความเชื่อว่าความรักคือสารเสพติดชนิดหนึ่ง และเขาต้องการครอบครองตัวเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางสถานการณ์อันตรายและการปะทะคารมที่ไม่มีใครยอมใคร หญิงสาวผู้ไม่เคยกลัวตายกลับต้องเผชิญกับข้อเสนอสุดท้าทายที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล ในเกมรักสุดบ้าคลั่งที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักหัวใจทมิฬ
8.6
เมื่อน้องสาวหายตัวไปในวังหลวง อดีตพันโทอัคคีจึงยอมทิ้งยศเพื่อแฝงตัวเข้าไปทำงานกับชีคกาเบรียนแห่งชาร์มา แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาต้องแต่งงานกับชีคคาบิชาเราะห์เพื่อรักษาเกียรติของราชวงศ์ ท่ามกลางการสืบค้นความจริงที่เริ่มงวดเข้ามา อัคคีได้พบเบาะแสว่าน้องสาวถูกกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนลักพาตัวไป และได้ทิ้งลูกสาวตัวน้อยไว้ในความดูแลของชีค จากความบาดหมางในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้ง ท่ามกลางสมรภูมิไฟสงครามและอุปสรรคขวากหนามที่แสนอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง บอดี้การ์ดสาวหน้าใส เขย่าหัวใจนายซุปตาาร์
8.1
เมื่อแดเนียล เฉิน ซุปตาร์ระดับโลกผู้มั่นใจในเสน่ห์อันล้นเหลือ ต้องมาเสียหน้าอย่างแรงเพราะบอดี้การ์ดสาวสุดเปิ่นคนหนึ่งจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ความเพิกเฉยของเธอทำให้เขาอยู่เฉยไม่ได้ ปฏิบัติการพิชิตใจยัยตัวแสบจึงเริ่มต้นขึ้น แดเนียลวางแผนที่จะโปรยเสน่ห์ทุกวิถีทางเพื่อทำให้บอดี้การ์ดสาวคนนี้ตกหลุมรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีใครในโลกที่สามารถต้านทานเสน่ห์ของเขาได้ นำไปสู่เรื่องราวความสัมพันธ์สุดอลเวงและวุ่นวายที่ต่างคนต่างต้องเผชิญหน้ากันอย่างใกล้ชิด
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักนายบอดี้การ์ดจอมโหด
8.9
เมื่อเซียวเฟิง บอดี้การ์ดหนุ่มสุดเย็นชาได้รับภารกิจสำคัญให้มาดูแลความปลอดภัยและปกป้องพรหมจรรย์ของเมริสา ลูกสาวมาเฟียผู้งดงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนใจ หน้าที่อันเข้มงวดจึงต้องมาปะทะกับความหวั่นไหว แม้เขาจะพยายามตั้งกำแพงหัวใจเพื่อรักษาจรรยาบรรณไว้อย่างสุดความสามารถ แต่การที่ต้องใช้ชีวิตใกล้ชิดกันเพียงลำพังกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโต ยิ่งหญิงสาวเปิดเกมรุกเข้าหาอย่างเร่าร้อนหวังลายความเฉยเมยของเขา หัวใจของบอดี้การ์ดหนุ่มก็ยิ่งสั่นคลอน สุดท้ายแล้วเขาจะต้านทานความต้องการอันพลุ่งพล่านในใจได้นานสักกี่น้ำ
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
เด็กหญิงตัวน้อยนามว่าอ้ายหลาน ผู้ครอบครองพลังกายอันมหาศาลขัดกับรูปร่างที่ดูบอบบางอย่างสิ้นเชิง นางสามารถยกกระสอบข้าวหนักอึ้งด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างสบาย และทุ่มหินยักษ์ขนาดสิบคนโอบได้อย่างง่ายดาย นอกเหนือจากพละกำลังที่เหนือมนุษย์แล้ว อ้ายหลานยังมีประสาทสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นเลิศ โดยเฉพาะการตรวจจับกลิ่นของกินที่อยู่ห่างไกลออกไป ยิ่งไปกว่านั้น จมูกอันแสนพิเศษของนางยังมีความสามารถในการแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากอาหารที่ปลอดภัยได้อย่างแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ
ภาพปกนิยายเรื่อง พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
7.8
เมื่อ ปริม คุณหนูผู้เอาแต่ใจต้องมาเจอกับ อลัน แบรดฟอร์ด เลขาหนุ่มลูกครึ่งสุดเถื่อนวัยคราวอาที่มีอายุห่างจากเธอถึงสิบปี ท่ามกลางอารมณ์ขี้หงุดหงิดและท่าทางอันดุดัน เขากลับพ่ายแพ้ให้กับความเอาแต่ใจของเธอจนยอมตกเป็นทาสรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความสัมพันธ์อันแสนเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นจากการทำงานใกล้ชิดที่คอยปลุกเร้าความปรารถนาให้พลุ่งพล่าน การปะทะกันระหว่างการยั่วยวนอันแสนเย้ายวนกับความป่าเถื่อนดุดันกลายเป็นบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ ทายาทสาวจอมวีนจะห้ามใจตัวเองอย่างไรไม่ให้หวั่นไหวไปกับบอดี้การ์ดหนุ่มสุดอันตรายที่มีเสน่ห์ล้นเหลือคน