APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ

เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ

เมื่อจิตมารกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นเจ้าหญิงแห่งแดนเหมันต์นามว่าเป่ยฟางหรง เทพอัคคีหลี่จิ้งจึงได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในการชี้แนะและขัดเกลาจิตใจของนางเพื่อป้องกันไม่ให้ก้าวเข้าสู่หนทางแห่งความชั่วร้าย ทั้งสองได้พากันลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญหน้ากับด่านเคราะห์กรรมต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งช่วยถักทอความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในฐานะศิษย์และอาจารย์ แต่ทว่าโชคชะตาลิขิตกลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เมื่อสัญชาตญาณมารในตัวของเป่ยฟางหรงไม่สามารถลบล้างออกไปได้ เหตุการณ์นี้บีบบังคับให้หลี่จิ้งต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกอันแสนทรมาน และต้องลงมือปลิดชีพศิษย์รักเพียงคนเดียวของเขาด้วยน้ำมือตัวเองในตอนจบลงด้วยมือตน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

กิเลนไฟน้อย กระโดดพรวดเดียวก็ถึงหน้าตำหนัก เขาหมุนกายอย่างว่องไวดูดไฟโลกันตร์ที่รายล้อมด้านหน้าเข้ามาหาตนเอง ไม่นานไฟโลกันตร์นั้นก็ถูกดูดจนหมด ประตูใหญ่ถูกเปิดออก

เทพหยีหนิง ซึ่งมีฐานะเป็นถึงหลานขององค์เง็กเซียน นำเชิญราชโองการด้วยตัวเอง นับว่าเทพอัคคีได้รับเกียรติอย่างสูงสุด กิเลนไฟเห็นดังนั้นก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวของเจ้านายเป็นอย่างยิ่ง

"เชิญท่านเทพขอรับ"

หลังจากเทพหยีหนิงพ้นประตูตำหนัก กิเลนไฟน้อยก็พ่นไฟออกมา พริบตาประตูด้านหน้าก็ร้อนระอุ ถูกปกคลุมด้วยไฟโลกันตร์ทันใด เทพหยีหนิงกระโดดห่างออกมาแทบไม่ทันเกือบจะโดนเผาไปแล้ว

กิเลนไฟเห็นท่าทางเต้น หย็องแหย็งประหลาดนั่น พลันขมวดคิ้ว เทพหยี หนิงกระแอมด้วยรู้สึกว่าความสง่าราศี ที่มีของตนเองลดน้อยลงไปมาก จึงยืด..อกขึ้นเห็นกิเลนไฟตัวน้อย แต่ฤทธิ์เดชมากตนนั้น แยกเขี้ยวน้ำลายยืดลงไปถึงพื้นดูน่ากลัวยิ่ง

แม้ว่าเทพหยีหนิง จะเป็นหลานชายขององค์เง็กเซียน แต่อายุขัยยังห่างจากกิเลนไฟหลายหมื่นปี อีกทั้งเขาไม่ใช่เทพสงครามโดยกำเนิด ตบะที่มีย่อมเทียบกับสัตว์วิเศษ ของเทพผู้ยิ่งใหญ่อย่างเทพอัคคีไม่ได้ ภายในใจก็รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย อย่างไรเสียกิเลนไฟ ก็คือสัตว์ตนหนึ่ง ที่อาจคลุ้มคลั่งขึ้นมาเมื่อใดก็ได้

ที่แท้แล้วกิเลนไฟ หาได้แยกเขี้ยวแต่ประการใด เขากำลังส่งยิ้ม ที่คิดว่าดูดีที่สุดให้เทพหยีหนิง การที่คนสำคัญอัญเชิญราชโองการ ของผู้เป็นเจ้าครองสวรรค์มาด้วยตนเองเช่นนี้ เขาต้องประพฤติตนให้เทพหยีหนิงประทับใจ ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ตนเองแสดงออก จะทำให้ท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่หวาดเกรงได้

ถงถงเดินนำหน้าด้วยท่าทางองอาจ เข้าไปภายในตำหนัก ตำหนักแห่งนี้ถึงจะเต็มไปด้วยเพลิงอัคคี แต่ภายในกลับดูอบอุ่นและสงบเป็นอย่างยิ่ง หาได้ร้อนอย่างที่ใจของเขาคิด

เทพหยีหนิงเดินตามถงถงเข้ามาภายใน เบื้องหน้าบรรดาเซียนไฟน้อยใหญ่ต่างตั้งแถวรอรับเขาโดยพร้อมพรั่ง กระทั่งเห็นเทพอัคคีนั่งอยู่ด้านหน้า บนแท่นประธาน

เทพหยีหนิงทำความเคารพเทพอัคคีตามศักดิ์ที่สูงกว่า เทพอัคคีไม่รอช้าถึงใบหน้าจะไม่แสดงอารมณ์ แต่นับได้ว่าใบหน้าสดชื่นยิ่งนัก หลังกล่าวทักทายกันสองสามประโยค เทพหยีหนิงจึงเอ่ยว่า

"ตำหนักซ่างเสินช่างคึกคักยิ่ง เทพไฟ เซียนไฟน้อยใหญ่อยู่พร้อมหน้า"

"ความจริงทั้งหมดก็เพื่อต้อนรับท่าน หลังจากได้ยินกิเลนไฟแจ้งว่า ท่านได้อัญเชิญราชโองการมา จะให้ตำหนักสุริยันขายหน้าได้อย่างไร คนมีเท่าไหร่ก็ต้องออกมาต้อนรับให้สมเกียรติ"

"เกรงใจเกินไปแล้ว"

เทพหยีหนิงยิ้มหน้าบาน รู้สึกว่าตนเองได้รับเกียรติอย่างเต็มที่ก็ยินดียิ่ง

กิเลนไฟได้ยินเจ้านายของตนเองกล่าวเช่นนั้น ก็ได้แต่นึกว่า หลายปีที่ท่องละลายน้ำแข็งบนโลกมนุษย์และแดนปีศาจ เทพอัคคีได้นิสัยกล่าวเท็จจากพวกปีศาจที่เขาพบเจอมาไม่น้อย

เดิมทีเทพเซียนเหล่านี้ เพิ่งกลับมาจากการละลายหิมะ ต่างหากยังไม่ทันได้แยกย้าย เทพหยีหนิงก็ปรากฏกายแล้ว เมื่อสักครู่เจ้านายของตน โมโหเป็นฟืนเป็นไฟเพราะคิดว่าเทพหยีหนิงจะนำราชโองการมาสั่งงานเขาอีก

พอรู้ว่าอาจจะได้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่า เพื่อบำเพ็ญตบะสีหน้าพลันเปลี่ยนราวกับคนละคน ยังมีเรื่องโกหก..พก..ลมพวกนี้อีก ดูท่าว่าเจ้านายกำลังเรียนรู้สิ่งที่ไม่ดี มาจากมนุษย์และปีศาจเหล่านั้น เช่นนี้ควรให้เขารีบกักตนโดยไวเพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลสที่เริ่มเกาะกินในใจ

เขาซึ่งเป็นข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ รู้สึกรับไม่ได้เสียจริง ที่ท่านเทพผู้สูงส่งของเขากลายเป็นคนเช่นนี้

"เช่นนั้นไม่เสียเวลาแล้ว ข้าขออัญเชิญราชโองการเลยดีหรือไม่"

เทพอัคคีก้าวลงจากเก้าอี้ตำแหน่งประธาน เขาค้อมกายลงเตรียมรับราชโองการสวรรค์อย่างนอบน้อม รวมทั้งเซียนน้อยใหญ่ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาด้วย

หลังอ่านราชโองการเสร็จสิ้น เทพอัคคียังคงค้อมกายอยู่เช่นนั้น เหมือนว่าเทพอัคคีกำลังแข็งค้าง

เทพหยีหนิงเห็นแล้วพลันนึกสงสัย จึงเดินเข้าไปใกล้หวังช่วยพยุงให้เขาลุก เพียงแต่สัมผัสร่างของเทพผู้นั้น พลันรู้สึกราวกับว่ามือของตนเองกำลังถูกเผาด้วยไฟที่ร้อนแรง

"โอ๊ย โอ๊ย" เทพหยีหนิงลืมตน ไม่สนใจท่าทางองอาจเขากระโดดโลดเต้นโดยทันใด

"แย่แล้ว แย่แล้วนายท่านของข้ากำลังโกรธแย่แล้ว"

เทพหยีหนิง ยังคงสะบัดมือที่ร้อนราวกับถูกไฟเผานั่น ข่มความเจ็บเอาไว้แล้วเอ่ยถาม

"กิเลนไฟเจ้าหมายความว่าอย่างไร"

"เฮ้ยพวกท่านกลับไปก่อนเถิด ก่อนที่ร่างของพวกท่านจะถูกเผาเป็นเทพย่างไฟ รีบกลับไปเร็ว"

น้ำเสียงหวาดผวาของกิเลนไฟ ทำให้เทพแต่ละองค์ลนลานกลับไปอย่างว่องไว ละทิ้งความสง่าผ่าเผยของเทพเซียนชั้นสูงไปอย่างสิ้นเชิง

หลังจากนั้นผ่านไป ตำหนักสุริยันต์พลันสงบสุข ไม่มีกระทั่งเสียงของเทพสักองค์ ในขณะที่เทพอัคคีเอาแต่บ่นพึมพำแทบจะไร้เสียง แต่กิเลนไฟถงถง ย่อมรู้ดีว่าเจ้านายของตนเองกำลังโกรธเพียงใด

และเป็นจริงดังคาด เพียงเขาเงยหน้าขึ้นมาก็ไม่พบร่างของเทพอัคคีเสียแล้ว

หลี่จิ้งปรากฏกายในตำหนักเง็กเซียน ด้วยใบหน้าคล้ายคนไม่ได้ปลดทุกข์มาหลายวัน

"ได้อย่างไร กว่าจะให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แก่ข้าเป็นรางวัล ก็ต้องแลกด้วยการเป็นอาจารย์ของเจ้ามารน้อยนั่น ตั้งแต่นางลืมตาก็ทำข้าเดือดร้อน มาครานี้ยังให้ข้าขัดเกลานางอีก เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าบังอาจถามท่าน เทพผู้อื่นบนแดนสวรรค์ขาดแคลนหรือไร ถึงต้องผลักภาระมาที่ข้า สั่งสอนนางไม่ว่า ข้าต้องลงไปแดนมนุษย์กับนาง เพื่อช่วยนางฝึกจิตใจอีก ท่านไม่คิดว่าเสมือนท่านกำลังลงโทษข้า ผู้ซึ่งไม่ได้กระทำความผิดหรอกหรือ?"

เง็กเซียนฮ่องเต้ทำใจดีสู้เสือ ยิ้มให้เขาพร้อมกับเอ่ยอย่างใจเย็น

"เฮ้ย ความจริงข้าก็ลำบากใจยิ่ง แต่จะให้ทำเช่นไรได้เล่า ในเมื่อมองไม่เห็นผู้ใดแล้วนอกจากท่าน มารน้อยนั่นเติบโตขึ้นมาในร้อยปีนี้ ทำคนกลายเป็นตุ๊กตาน้ำแข็งไปแล้วกี่คนท่านไม่รู้หรือ ยามนางโกรธนั้น พลังรุนแรงมาก กระทั่งพ่อแม่ของนางยังต้านพลังของนางไม่ได้ โดนแช่แข็งไปก็หลายครา ดีที่พลังของพวกเขาสูงส่งจึงสามารถละลายตนเองได้ แต่หากเป็นเซียนผู้น้อยล่ะก็คงยากจะแก้ไข ยิ่งนางเติบใหญ่ นางยิ่งควบคุมพลังไม่ได้ ข้าก็มองไม่ออกว่า จะเป็นผู้ใดที่อยู่ใกล้นางแล้วจะปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือสามโลก ขัดเกลาให้นางเป็นคนดี ละทิ้งใจมารไปได้"

"ที่ท่านกล่าวมายืดยาวทั้งหมดนี้ อีกทั้งส่งขบวนเทพไปมากมาย ก็เพื่อมัดข้าไม่ให้ดิ้นหลุดใช่หรือไม่ รู้ว่านางเป็นมารร้ายมาจุติ เหตุใดไม่สังหารเสียเล่า ตัดไฟแต่ต้นลม ไยต้องมาขัดเกลากันให้เสียเวลาทำไม มารก็คือมารสังหารทิ้งนับว่าช่วยสามโลกแล้ว"

องค์เง็กเซียนส่ายพระพักตร์ พร้อมกับแสร้งถอนหายใจออกมา

"ทั้งหมดล้วนเป็นลิขิตสวรรค์ อีกทั้งข้าได้ปรึกษาองค์ยูไลแล้ว อย่างไรเสียก็หนีไม่พ้นได้ ถือว่าท่านได้ทำประโยชน์แก่สามโลกดีกว่า ต้องมาสู้รบกันในกาลข้างหน้า เรียกว่ากันไว้ดีกว่าแก้จะดีหรือไม่ อีกอย่างบารมีของนางยังมีมาก ไม่เช่นนั้นนางคงไม่เกิดเป็นธิดาของราชาเหมันต์เช่นนั้น หากคิดจะสังหารนางราชาเหมันต์คงไม่ยินยอมเป็นแน่ เช่นนั้นสงครามก็ต้องเกิดขึ้นอีก ราชโองการข้าก็ได้ออกไปแล้ว สวรรค์ล่วงรู้ อย่างไรก็ไม่อาจละเลยได้ ท่านก็รู้ไม่ใช่หรือ"

หลี่จิ้งรู้ดีถึงโทษที่ต้องได้รับ เขาพ่นลมหายใจออกมา การฝ่าฝืนคำสั่งสวรรค์มีโทษสถานหนักคือต้องรับทัณฑ์สายฟ้าถึงสิบครั้ง เป็นเทพธรรมดาโดนสายฟ้าฟาดไม่ถึงครึ่งก็วิญญาณแตกสลายแล้ว ถูกบีบบังคับเช่นนี้เทพอัคคีก็ไม่รู้จะทำเช่นไร

ปกติเขาเป็นเทพแห่งไฟ เรื่องความใจร้อนนั้นนับเป็นที่หนึ่งแล้วเขาจะอดทนฝึกสอนคนได้อย่างไร เพียงแค่คิดก็หงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง

กระทั่งกลับจากตำหนักเง็กเซียน เขาจึงขี่ก้อนเมฆมายังแดนเหมันต์พร้อมด้วยสัตว์เลี้ยงคู่ใจกิเลนไฟถงถง ด้วยพลังอันแข็งแกร่ง ไม่นานก็มาถึงที่นี่ดินแดนที่เหน็บหนาว เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน ทุกสิ่งที่นี่ดูสงบเงียบประดุจดินแดนที่ร้างผู้คน

เมื่อเหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ เขาพลันปะทะกับพลังน้ำแข็งสายหนึ่งหากเป็นผู้อื่นคงได้ถูกแช่แข็งไปแล้ว แต่มีหรือเขาจะใส่ใจ คงมีเพียงเขาและกิเลนไฟเท่านั้นที่สามารถเดินฝ่าพลังอันรุนแรงนี้ได้ โดยไม่ถูกเกล็ดน้ำแข็งแทงขั้วหัวใจ

"เทพอัคคีที่แท้เป็นท่าน"

ราชาแห่งแดนเหมันต์ปรากฏกายต่อหน้าเขา พร้อมด้วยใบหน้ายินดียิ่ง ความจริงเรื่องนี้ทั้งเขาและเง็กเซียนต่างรู้ดีว่า องค์หญิงน้อยมีปฐมวิญญาณของจอมมาร และตั้งใจจะข่มจิตมารเอาไว้ด้วยตบะแห่งความดี เพื่อไม่ให้บุตรสาวเติบใหญ่มาเป็นภัยต่อสามภพ จำเป็นต้องฝึกฝนนางให้ดี

ดังนั้นเรื่องที่เทพอัคคี ต้องกลายมาเป็นอาจารย์จำเป็นขององค์หญิงน้อยจึงได้ตกลงกันเองตั้งแต่นางถือกำเนิด

เทพอัคคีทำความเคารพองค์ราชาแห่งแดนเหมันต์อย่างนอบน้อม

"หลี่จิ้งคำนับองค์ราชา"

"เกรงใจไปแล้วท่านคืออาจารย์ของบุตรสาวของข้า ต่อไปต้องรบกวนท่านแล้ว"

เทพอัคคีหน้าบึ้งขึ้นทันใด หากเพราะไม่ใช่คนผู้นี้ วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเง็กเซียนเขาจะลำบากเพียงนี้หรือ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
9.1
เมื่อสูญเสียผู้นำครอบครัว เย่หยุนเหนียงจำต้องพาแม่สามีและลูกชายอพยพมายังเจียงเฉิง ความยากจนบีบให้เธอรับงานเป็นแม่นมในจวนตระกูลเจียง โดยมุ่งหวังเพียงสะสมเงินทองเพื่ออนาคตที่สงบสุข แต่เส้นทางเรียบง่ายกลับถูกทำลายเมื่อเธอถลำลึกไปพัวพันกับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้เปลี่ยนชะตากรรมของหญิงม่ายผู้เจียมตัว จากคนรับใช้ที่หวังเพียงชีวิตราบเรียบ เธอถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายหญิงผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือจวนแห่งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง จิ้งจอกเก้าหาง
8.9
เมื่อสงครามระหว่างสรวงสวรรค์และภพมารยืดเยื้อไร้จุดจบ ความหวังในการกอบกู้สันติภาพจึงตกเป็นของนางพญาจิ้งจอกเก้าหางผู้มีสิริโฉมงดงาม นางต้องรับภารกิจสำคัญโดยใช้เสน่ห์มารยาเป็นอาวุธ เพื่อลวงล่อจอมมารผู้โหดร้ายทารุณให้หลงวนอยู่ในบ่วงพิศวาส การทวงคืนความสงบสุขครั้งนี้ต้องแลกด้วยการวางศักดิ์ศรีและหัวใจของนางเป็นเดิมพันสูงสุด ทว่าบุรุษผู้มีจิตใจด้านชาประดุจน้ำแข็งจะยอมสยบแทบเท้านางแต่โดยดี หรือท้ายที่สุดแผนลวงรักจะหวนกลับมาทำร้ายนางจนต้องสูญเสียหัวใจให้ศัตรู
ภาพปกนิยายเรื่อง เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
8.5
ชะตากรรมของครอบครัวพลิกผันเมื่อถูกตัดสินโทษเนรเทศจนต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด ทว่าวิกฤตนี้ทำให้แพทย์หญิงอัจฉริยะต้องก้าวมาเป็นเสาหลักเพื่อปกป้องสายเลือดของตน เธอผสานวิชาแพทย์อันล้ำเลิศเข้ากับพลังจากมิติเร้นลับเพื่อเอาชนะอุปสรรคอันตรายรอบด้าน บนเส้นทางแห่งความแร้นแค้น เธอใช้สติปัญญาและความเยือกเย็นพลิกฟื้นฐานะ สร้างความมั่งคั่งจากศูนย์ไปพร้อมกับการวางแผนชำระแค้นอย่างแยบยล การต่อสู้เพื่อล้างมลทินและทวงคืนความยุติธรรมให้กับตระกูลจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีมันสมองและความเด็ดเดี่ยวของหญิงแกร่งเป็นอาวุธ
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าทำนาให้รวยเป็นมาเฟีย
9.3
หลังทะลุมิติ ซ่งอิงปรารถนาเพียงวิถีเกษตรกรและมุ่งมั่นที่จะครองตัวเป็นโสด ทว่าขวดหยกวิเศษที่ติดตัวมากลับมอบมิติลับและอิทธิฤทธิ์ในการสยบปีศาจให้แก่เธอ ผืนนาจึงกลายเป็นที่พำนักของสิ่งมีชีวิตพิศวง ทั้งภูตโสมที่อุปการะเป็นบุตร ปีศาจกบ ลาที่หัวเราะได้ และไก่ที่โบยบินบนฟ้า หญิงสาวกอบโกยความมั่งคั่งพร้อมสะสมบุญจากการปราบมารเพื่อมุ่งสู่การเป็นเซียนในภพหน้า แต่ชีวิตอันแสนสงบก็พังทลาย เมื่อสามีในนามซึ่งเชื่อกันว่าสิ้นชีพไปแล้ว กลับปรากฏตัวอีกครั้งด้วยยศบรรดาศักดิ์เป็นถึงขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจ
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่ลูกข้ามภพสู่บ้านนา แยกบ้านปุ๊บ รวยปังทันที!
8.9
ทนรับใช้ครอบครัวสามีเยี่ยงทาสมานาน จ้าวอวี้เจินกลับถูกโกงเงินชดเชยที่ดิน เธอจึงทำตามคำแนะนำของหลินจือเซี่ย ลูกสาวผู้ข้ามภพมา เพื่อแยกตัวมาสร้างชีวิตใหม่ แม้เริ่มจากกระท่อมทรุดโทรม แต่ความเพียรก็พลิกฟื้นชะตาของพวกเธอให้ร่ำรวย มีบ้านหลังใหญ่และอาหารอุดมสมบูรณ์ ปล่อยให้บ้านเดิมต้องเผชิญความลำบาก เมื่อเวลาผ่านไป หลินจือเซี่ยเติบโตเป็นหญิงสาวรูปงาม สหายวัยเด็กที่เคยจากไปไกลได้เร่งรุดกลับมาทวงถามสัญญาหมั้นหมาย เขาไม่ยอมเสียเธอให้ใครและอ้อนวอนให้เธอรับรักอย่างจริงใจ