APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักดวงใจ องค์หญิงเหนียงซิน

ทาสรักดวงใจ องค์หญิงเหนียงซิน

ความแค้นในอดีตของเฟยซือไฉที่มีต่อชินอ๋องเฟยเยี่ย นำมาซึ่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อเขาลักพาตัวเฟยเหนียงซินและเฟยหวางอี้มายังเมืองหลวนอิงเพื่อลงทัณฑ์ทายาททั้งสองให้สาสม เด็กทั้งคู่ถูกบังคับให้กลืนยาลบความทรงจำ ก่อนที่หวางอี้จะถูกส่งตัวแยกไปเผชิญชะตากรรมอื่น ทว่าเหนียงซินในวัยเพียงสิบหนาวกลับต้องพบกับฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือน จากองค์หญิงผู้สูงส่งกลับถูกลดเกียรติลงเป็นเพียงทาสบนเตียงภายใต้นามใหม่ว่าเสี่ยวเมา เธอต้องทนทุกข์ทรมานในกรงขังอันเต็มไปด้วยไฟราคะและความเกลียดชังที่รอวันทวงแค้น
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เป็นแมวน้อย

เสียงนกน้อยดังกระทบหูทำให้คนนอนหลับลืมตา แสงแดดสะท้อนเข้าตา เปลือกตานางขยับขึ้นลง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งเพื่อมองไปรอบ ๆ ว่าตนอยู่ที่ใด

ห้องสี่เหลี่ยมเล็กนี่คือที่ใด นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางเป็นใคร คนที่กำลังสับสนกับตัวเองได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งเข้ามาจึงรีบถดตัวชิดกำแพงห้องหลัง จับจ้องประตูเบื้องหน้าที่เปิดออก

ดวงตาเล็กมองคนตรงหน้า เป็นบุรุษหนุ่มน้อยหน้าตาดีผู้หนึ่ง เขามองนาง ส่วนนางก็มองเขา ไม่นานหนุ่มน้อยผู้นั้นก็นั่งลงตรงหน้า

“เจ้าฟื้นแล้วเสี่ยวเมา”

เสี่ยวเมาคือชื่อของนางใช่ไหม เหตุใดนางถึงไม่คุ้นเอาเสียเลย

“ข้าชื่อ ซุนซือไฉ” จากสกุลเฟยกลายเป็นสกุลซุนเพียงเพราะเขาไม่อยากเป็นคนสกุลนั้น “ข้าเป็นนายเจ้า ไถ่ตัวเจ้ามาจากโรงทาสเมื่อ

สามวันก่อนแล้วเจ้าก็ล้มป่วยจนใกล้ตาย ดีที่ได้ข้ารักษาเจ้าจึงปลอดภัย”

คนได้ยินมองหน้าเจ้านายตรงหน้า หรือนางจะจับไข้จนความ

ทรงจำหายไปหมด “ท่านพูดจริงหรือไม่”

ถามแบบนี้คนโกหกที่ไหนจะตอบว่าไม่จริง เขายิ้มแล้วตอบอย่างละมุนละไม “ข้าพูดจริง ฉะนั้นในเมื่อเจ้าฟื้นแล้วก็ควรทำงานตอบแทนข้า”

ทำไมนางรู้สึกว่าน้ำเสียงละมุนในตอนแรกถึงแปรเปลี่ยนเป็น

แข็งกร้าว ดวงตาอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรังเกียจ คนผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่

“แล้วข้าต้องทำเช่นไร”

“ต่อไปเจ้าต้องแทนตัวเองว่าเสี่ยวเมา” นางเงยหน้ามองเขา เสี่ยวเมาแปลว่าแมว ฟังแล้วน่ารักน่าเอ็นดู แต่ตัวนางน่ารักสมชื่อหรือไม่นาง

ไม่แน่ใจ เพราะเหมือนบางอย่างในตัวนางกำลังต่อต้านคำสั่ง

เจ้านายเชยคางนางขึ้น “เรียกข้าว่าคุณชายไฉ”

“คุณชายไฉ”

“ดีมากเสี่ยวเมา น่ารักมาก” มือเขาเปลี่ยนตำแหน่งจากคางมายังเส้นผม นางเอนตัวหนีโดยไม่รู้ตัว คิ้วบางขมวดมุ่นอย่างไม่ไว้ใจ คนกระทำสังเกตได้ว่านางกำลังสับสน

ดูเหมือนแมวตัวนี้จะควบคุมไม่ง่ายเสียแล้ว

“ถ้าเช่นนั้นก็ลุกขึ้นไปจัดการอ่างอาบน้ำให้ข้า”

คนถูกสั่งมองเจ้านายลุกออกไปจากห้องนอน เมื่อดวงตาปรับแสงได้จึงเห็นว่าห้องนี้เชื่อมต่อกับห้องนอนของคุณชายไฉชนิดที่เพียงเขาเปิดประตูหรือเรียกชื่อ นางก็จะได้ยินทันที

คนได้ห้องพิเศษลุกขึ้นตาม เมื่อก้าวเท้าออกไปก็พบว่าเรือนหลังนี้ค่อนข้างสงบ ทิวทัศน์ด้านนอกปรากฏภาพภูเขา ลำธาร และต้นไม้น้อยใหญ่ มองไม่เห็นแม้แต่กำแพงเรือน ราวกับแยกตัวโดดเดี่ยวลำพัง

“คุณชายไฉพอจะบอกเสี่ยวเมาได้หรือไม่ว่า พวกเราอยู่ที่เมืองใด”

บอกแล้วจะจำได้ไหมนางไม่รู้ แค่อยากจดจำสิ่งใหม่ ๆ ให้คุ้นชินเท่านั้น คนยืนอยู่หันมามองจากนั้นก็ยกแขนตัวเองขึ้น

นางรีบหันหลัง คนบ้าอะไรถอดเสื้อต่อหน้าสตรีโดยไร้ยางอาย “เจ้าจะหันหลังทำไม มาถอดเสื้อให้ข้า”

คนถูกสั่งทำหน้าไม่ค่อยพอใจจนได้ยินคำว่า “เสี่ยวเมา” เป็นครั้งที่สองจึงจำยอมหันกลับ ตัวตนภายในบอกว่าไม่ต้องกลัว ก็แค่บุรุษถอดเสื้อ นางลืมตาขึ้นมองแผ่นอกตรงหน้าด้วยสายตาคุ้นชิน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าคุ้นชินมาจากที่ไหน

เสี่ยวเมาเดินไปด้านหลัง ถอดเสื้อผ้าให้เจ้านายตามคำสั่ง มือบางแขวนเสื้อ “บ่าวจะไปเตรียมน้ำเจ้าค่ะ”

นางรีบพาตัวเองไปหลังม่าน มองอ่างน้ำที่ว่างเปล่า คนสั่งเดินตามมาบอก

“มีน้ำพุอยู่หลังเรือน เจ้าไปตักมา”

หลังเรือน นางมองตามมือเขาแล้วหันกลับมามองถังน้ำที่วางอยู่ ในใจคิดคำนวณ หากตักมาเติมต้องตักมากถึง

“ห้าสิบถัง ท่านจะบ้าหรือ ใครจะแบกน้ำห้าสิบถังได้”

คนสั่งหันมอง สรุปแล้วใครเป็นเจ้านายกันแน่

“ข้าสั่งไม่ได้ให้เจ้ามาเถียง ไปแบกน้ำ!” เสียงดุไม่ได้ทำให้ร่างเล็กสะเทือนหรือยอมขยับ

“ข้าไม่ทำ” นางหาญกล้าเถียงเขา

เจ้านายอุปโลกน์ถึงกับโมโห จับแขนนางลากไปยังถังน้ำ

“หยิบแล้วตักน้ำมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”

แมวน้อยมองตาขวางอย่างพร้อมจะกัด ส่วนคนสั่งก็มีท่าทาง

ไม่พอใจ แมวตัวนี้ดื้อรั้นมาก เขาจะทำเช่นไรดี

“เจ้าคือทาสของข้า จำได้หรือไม่”

จำได้ ท่านย้ำมาสามรอบแล้ว “หน้าที่ของทาสที่ดีคือเชื่อฟังคำสั่ง ห้ามเถียงเด็ดขาด”

“แต่ข้า” ไม่ทันขาดคำนางก็อ้าปากจะเถียงอีกแล้ว ซือไฉถึงกับประสาทเสียเพราะไม่เคยเจอสตรีเช่นนี้มาก่อน คนอะไรเถียงคำไม่ตกฟาก

ตอนนี้แมวตัวป่วนก้มหน้านิ่งก่อนจะยื่นมือมาให้เขาดู “คุณชายดูมือบ่าวสิเจ้าคะ มือบ่าวบอบบาง นิ้วก็เล็ก เพียงยกก็เกรงว่ามือจะหักก่อนได้ปรนนิบัติคุณชายเสียอีก”

คนถูกเรียกว่าคุณชายมองมือนาง มือเรียวเล็กขององค์หญิง

เฟยเหนียงซินขาวจนเห็นเส้นเลือด บอบบางเช่นที่นางพูดจริง ๆ

“แล้วแบบนี้บ่าวจะยกถังน้ำได้อย่างไร คุณชายให้บ่าวชายยกดีหรือไม่เจ้าคะ ส่วนหน้าที่เตรียมน้ำดอกไม้ในอ่างบ่าวจะทำเอง ตามนี้นะเจ้าคะ บ่าวไปเตรียมดอกไม้ก่อน”

เดี๋ยวนะ ขอทวนก่อน เขารับปากนางตอนไหนกัน ไม่ทันอ้าปากนางก็สรุปเสร็จสรรพ ทั้งยังไปเดินไปหน้าตาเฉยปล่อยให้เขายืนมองถังน้ำตาปริบ ๆ

ตอนแรกกะจะให้นางยกถังน้ำจนสลบลุกไม่ได้ไปสามวัน แต่ทำไมตอนนี้เขากลับสั่งนางไม่ได้ “เสี่ยวเมา!”

“เจ้าขาคุณชาย บ่าวกำลังเลือกดอกไม้อยู่” เสี่ยวเมาหันไปหาคนที่ยืนอยู่หน้าประตู “คุณชายไม่หนาวหรือเจ้าคะ”

พอได้ยินคำว่าหนาวเขาถึงรู้สึกตัว เฟยซือไฉหันมองด้านนอกก่อนจะเป่าสัญญาณ ไม่นานคนของตนก็ออกมา เขาสั่งกับคนสนิทเสียงแข็ง

“ยกน้ำใส่ถัง”

องครักษ์คังหยวนเงยหน้ามองคุณชายแล้วหันไปมองด้านใน ยังจำคำพูดก่อนหน้าได้ ข้าจะทำให้นางร้องไห้อ้อนวอนมากราบแทบเท้าข้าให้ได้ แล้วเหตุใดตอนนี้

“ยังไม่ไปอีก”

“ขอรับ” คังหยวนละทิ้งเรื่องที่คิด รีบแบกถังน้ำไปยังตักน้ำมาเติม ว่าแต่เหตุใดหน้าที่ตักน้ำถึงได้ตกมาใส่หัวเขากัน

คนถอดเสื้อเดินกลับไปหลังม่าน มองนางยกดอกไม้ขึ้นดมทีละดอก พยายามเลือกกลิ่นที่ชอบ “เจ้าชอบดอกไหน”

เสี่ยวเมาชี้ดอกไม้ตรงหน้า

“ดอกเหลียนฮวา (ดอกบัว) จวี๋ฮวา (ดอกเบญจมาศ) หมู่ตาน (ดอกโบตั๋น) เหม่ยฮวา (ดอกเหมย) เหมยกุ้ย (ดอกกุหลาบ)”

เฟยซือไฉมองตามมือนาง แม่นางน้อยยังพูดต่อ “แต่ละชนิดให้กลิ่นหอมต่างกัน ใส่มากใส่น้อยล้วนแตกต่าง คุณชายชอบแบบไหนหรือเจ้าคะ”

“ทำไมเจ้ารู้เรื่องดีขนาดนี้”

เสี่ยวเมาส่ายหน้า “ไม่ทราบเจ้าค่ะ จู่ ๆ เรื่องพวกนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวเอง” นางก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกันว่าตัวเองจะรู้เรื่องดอกไม้หอม

“หากนำดอกไม้พวกนี้ไปผสมกับสมุนไพรล้วนมีประโยชน์ต่างกัน คุณชาย” ดวงตาสองคู่มองสบกัน

“ปกติมักมีอาการนอนไม่หลับใช่หรือไม่เจ้าคะ ถ้าเช่นนั้นบ่าวจะทำเครื่องหอมติดกายให้ ต่อไปจะได้หลับง่ายขึ้น”

นาง!! เฟยซือไฉเขามองคนตรงหน้าที่หันกลับไปสนใจดอกไม้ ไม่ได้สนใจเขาอีก พระชายาฉินหวังเลี้ยงดูบุตรเช่นไรเขาไม่เคยรู้ ก่อนพบหน้านางก็คิดว่าคงเหมือนคุณหนูทั่วไปที่เอาแต่ใจ แต่นางกลับเก่งกาจเรื่องสมุนไพรอย่างไม่น่าเชื่อ

“เรื่องสมุนไพรเจ้ายังรู้ เจ้ารู้เรื่องอะไรอีกบ้างเสี่ยวเมา”

คนถูกถามส่ายหน้า “บ่าวจำไม่ได้เจ้าค่ะ” นางจำอะไรไม่ได้

สักอย่าง คงต้องฟื้นความจำอีกนาน

“ได้แล้วเจ้าค่ะ” นางหยิบถ้วยดอกไม้ขึ้นมาส่งให้เขา

“เสียดายไม่มีเจียวกู่หลาน แต่แถวนี้คงหาไม่ยาก บ่าวจะออกไปสำรวจหลังจากคุณชายอาบน้ำเสร็จแล้วดีหรือไม่เจ้าคะ”

“เจียวกู่หลานคือ”

ทำไมตอนนี้เหมือนเขาตามนางไม่ทันก็ไม่รู้

“เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถรักษาอาการนอนไม่หลับได้เจ้าค่ะ แต่ถ้าไม่มีก็ให้เขาไปซื้อที่ร้านขายยาได้” นางชี้คนแบกถังน้ำมาเป็นรอบที่ห้า คนถูกพูดถึงเงยหน้ามองเจ้านายก่อนจะรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

เขาควรจะใจร้ายกับนางไม่ใช่หรือ ทำไมทำไปทำมาตอนนี้เหมือนเขาตามใจนางชอบกล “ข้าไม่เอา” เฟยซือไฉส่งถ้วยคืน

“ไปจัดการหน้าที่เจ้าต่อ”

ไม่ใช่ว่าเขาเชื่อในสรรพคุณที่นางสาธยายมาตั้งนานสองนานแล้วหรือ เหตุใดจู่ ๆ ถึงได้เกิดอาการผีถึงได้เข้าเช่นนี้

คนผีเข้าผีออกมองนางค่อย ๆ โรยดอกไม้ลงในน้ำ

“ทำไมไม่เทลงไปทีเดียว”

แล้วทำไมเขาต้องถามมากด้วย นางไม่เข้าใจ

“กลีบดอกไม้ล้วนถูกทำให้แห้งมาแล้ว หากอยากให้กลิ่นดอกไม้หอมติดกายต้องค่อย ๆ โรยลงไปแล้วปล่อยทิ้งไว้สักหนึ่งเค่อเพื่อให้กลีบดอกคลายตัวเจ้าค่ะ” นางแตะน้ำอุ่น ตามองถังน้ำที่เทลงมาอีกถัง

“ท่าน” นางเรียกองครักษ์ที่กำลังจะจากไป “เรียกข้าว่าคังหยวน”

เสี่ยวเมาพยักหน้า “พี่หยวน”

คำว่าพี่ทำเอาองครักษ์สะดุ้ง มองสีหน้าเจ้านายตนที่ตอนนี้

มืดครึ้มเสียยิ่งกว่าท้องฟ้ายามมีพายุฝน

“อย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลย”

“พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกันแล้วท่านก็อายุมากกว่าข้า ไม่ให้ข้าเรียกพี่แล้วจะให้เรียกอะไร”

องครักษ์คังหยวนยังไม่ทันอ้าปาก คนยืนฟังอยู่นานก็พูดแทรก

“จะคุยกันอีกนานหรือไม่”

เสี่ยวเมาหันมองคนด้านหลัง “อีกหนึ่งเค่อค่อยมายกเถอะพี่หยวน รอให้กลีบดอกไม้คลายตัวเสียก่อน” จากนั้นก็ลุกขึ้นหาผ้ามาคลุมไหล่เจ้านายที่อารมณ์เสีย

คนได้ผ้าเดินไปที่โต๊ะทำงานอย่างขัดใจ แล้วท่านจะรีบถอดเสื้อทำไม ในเมื่อรู้ว่ากว่าจะตักน้ำเตรียมสมุนไพรได้ที่ก็ใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วยาม

บ่นไปคุณชายก็คงไม่ได้ยิน นางจึงยืนรอรับคำสั่งจากคนนั่งหน้าบูด มือที่จับพู่กันเขียนบางอย่างก่อนจะทบทวนเรื่องทั้งหมด

เขาวางแผนจับตัวนางมาเพื่อทรมานไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดเหตุการณ์ถึงสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อคิดดังนั้นก็วางพู่กัน

“ข้าอยากได้ชาร้อน”

นางชี้ตัวเอง “ให้บ่าวไปยก”

เขาพยักหน้าทำให้นางต้องออกจากห้อง ดวงตาสำรวจไปรอบ ๆ ก่อนจะเจอเรือนที่น่าจะเป็นโรงครัว ร่างบางเดินไปหยุดหน้าเตาแล้วมองแท่งฟืน

สิ่งแรกที่คิดคือ เขาจุดกันยังไง ครั้นจะหันหลังกลับไปเรียกให้คุณชายมาช่วยเห็นทีคงถูกดุเป็นแน่ แล้วจะทำอย่างไรดี เสี่ยวเมาสุมไม้ฟืนเข้าไป จากนั้นหยิบหินสองก้อนที่วางอยู่มาไว้ในมือ “คงไม่ยากเกินไปหรอกนะ”

ผ่านไปหนึ่งเค่อคนรอชาร้อนก็ยังไม่ได้ดื่ม เหลือบมองประตูอยู่หลายรอบก็ไร้เงาคน เขาจึงวางพู่กันเดินออกมาก่อนจะพบว่านางหายไป คนที่ตั้งใจจะแกล้งเหลียวซ้ายแลขวา คิดว่านางคงหนีไปแล้ว ยังไม่ทันจะเรียกก็เห็นนางจูงมือบุรุษอีกคนมา

“พี่หยวนท่านจุดเตาเป็นหรือไม่”

คังหยวนชี้หน้าตัวเองแล้วพยักหน้า “ดีจริง พี่จุดให้ข้าหน่อย คุณชายอยากดื่มชาร้อน”

อันที่จริงเรื่องก่อไฟหุงอาหารก็เป็นหน้าที่ของเขา แต่ตอนนี้ดูเหมือน... คังหยวนมองคนที่ยืนอยู่

“บังเอิญว่าข้ายังตักน้ำไม่เสร็จ แม่นางพยายามจุดต่อไปเถอะ” เรื่องนี้เขาจะไม่ยุ่ง เพราะขืนยุ่งคงตายไร้ที่กลบฝังแน่ คนคิดแกล้งให้จุดเตายกยิ้มอย่างผู้มีชัย คนถูกสั่งให้ก่อไฟหันมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“บ่าวจุดไม่เป็น” นางยื่นหินสองก้อนให้เขา เรียกได้ว่าไม่ต้องพูด ท่าทางก็สื่อให้รู้ว่านางกำลังใช้เขาก่อไฟ

“ข้าให้เจ้าก่อ ไม่ได้ให้เจ้ามาใช้ข้า”

“บ่าวก่อไม่เป็น หากท่านอยากดื่มชาก็ต้องก่อไฟให้ข้า”

การก่อไฟกับต้มชาอันไหนยากกว่ากัน ถ้าต้มชายากกว่าข้าจะสั่งให้เจ้าก่อไฟทำไม “ข้าจะไปอาบน้ำ ถ้ากลับมาแล้วไฟยังไม่ติด เย็นนี้ไม่ต้องกินข้าว” สิ้นเสียงก็สะบัดหน้ากลับไป เขากำลังจะโมโหตายแล้ว

เสี่ยวเมามองหินในมือ ปากบ่นงุบงิบ นั่งลงเคาะต่อไป คนด้านในตะโกนออกมา

“อย่าลืมว่าก่อไม่ติดก็ไม่ต้องกินข้าว”

ขู่ได้ขู่ดี เห็นทีนางจะอดข้าวเสียแล้ว เคาะไปได้สองสามครั้งก็บ่น “ข้าไม่ได้กิน ท่านก็ไม่ได้กินเหมือนกัน มาดูสิว่าความอดทนของใครจะมากกว่ากัน”

สิ้นคำก็วางก้อนหินไว้เหมือนเดิม นางมองไปรอบ ๆ สรุปว่าเรือนหลังนี้อยู่ในป่า ไม่ได้อยู่ในรั้วจวน เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้

เมื่อสอดส่ายสายตาจนพอใจก็หันกลับมาสนใจหินจุดไฟ ตั้งท่าจะพยายามอีกครั้ง แต่แล้วก็มีคนย่องเข้ามาด้านหลังก่อนจะหยิบไปทำให้

เสี่ยวเมายิ้มขอบคุณ “ปกติคุณชายอารมณ์ไม่ค่อยปกติแบบนี้หรือเปล่าเจ้าคะ”

คนถูกถามเงยหน้ามากระซิบ

“ก็เป็นบ่อย” โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเข้าเฝ้าใครบางคน อารมณ์จะยิ่งรุนแรง

ดูแล้วคุณชายของนางจะเป็นคนอารมณ์แปรปรวนจริง ๆ ไฟเจ้าปัญหาติดด้วยฝีมือคังหยวน “ขอบคุณพี่หยวนมาก” มือน้อยโบกให้เขารีบออกไปก่อนที่เจ้านายจะมาเห็น

แม้ไม่พูดก็เข้าใจ ตอนนี้นางหันมองกองฟื้นอีกรอบสลับกับทิศทางที่คังหยวนไป ปากบ่นงึมงำ เพราะนอกจากก่อไฟไม่ได้แล้ว นางยังต้มน้ำและชงชาไม่เป็นด้วย เปลวไฟเริ่มติด ถ้าอย่างนั้นสุมไฟก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะมอดเสียก่อน

คนสั่งการนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายใจจนลืมเวลา ไม่นานก็ได้กลิ่นไหม้ เฟยซือไฉลืมตาพรึบ กระโดดออกจากอ่างคว้าผ้ามาคลุมตัวเองแล้ววิ่งออกไปดู

“ไฟไหม้!!” เสียงตะโกนเป็นของเสี่ยวเมาตัวดีที่ตอนนี้เผาโรงครัวเขาแล้ว!!

“เสี่ยวเมาเจ้าทำอะไร!”

คนถูกถามหันมองแล้วยกกาน้ำชาในมือขึ้นมาให้เขาเห็น

“ข้าสั่งให้ชงชา ไม่ได้ให้เจ้าเผ่าเรือน!”

ตอนนี้คังหยวนเป็นอย่างไรคงไม่ต้องบอก สองคนทะเลาะกันไปมา ส่วนเขาแบกถังน้ำดับไฟอยู่คนเดียว

“คุณชาย เลิกทะเลาะแล้วมาช่วยกันก่อนดีหรือไม่ขอรับ”

ไม่อยากพูดก็ต้องพูดแล้วเพราะกองไฟเริ่มลามไปทางตัวเรือน หากไม่รีบดับเกรงว่าคืนนี้คงไม่มีที่นอน ทั้งสองคนรีบหาน้ำมาดับไฟ กว่าเพลิงจะมอดก็หมดไปหนึ่งเค่อ

สภาพตอนนี้คือสองคนนอนหมดแรงอยู่บนพื้นมองกองไฟที่มอดสนิท ส่วนคนก่อเรื่องนั่งถอนใจ “ข้าเพียงจะสุมไฟเท่านั้น ใครจะคิดว่าฟืนบ้านั่นยิ่งใส่ไฟยิ่งลุก”

สองบุรุษหันมองสตรีเพียงหนึ่งเดียว ในใจได้แต่คิดว่าพวกเขาจับสตรีแบบไหนมานะ ว่าแล้วทั้งสองก็ลุกขึ้นพร้อมกัน

“เก็บกวาดให้เรียบร้อย”

เสี่ยวเมาเงยหน้าตะโกนถามไล่หลัง

“พวกท่านจะไม่ช่วยข้าหน่อยหรือ”

“ไม่ช่วย!!”

นางหันมองอีกคนที่เงียบไม่ตอบ “พี่หยวน”

“คังหยวนถ้าเจ้ากล้าช่วยนาง ข้าจะตัดแขนเจ้า”

คนอยากช่วยได้แต่ผงกหัวขอโทษก่อนจะติดตามคุณชายเข้าไปด้านใน ปล่อยให้นางเก็บกวาดคนเดียว

โอ๊ย จะบ้าตาย ใครก็ได้ช่วยที ร่างบางล้มตัวลงตีขาทั้งอย่างนั้น

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เมื่อความฝันที่จะก้าวสู่ความเป็นอมตะถูกสวรรค์กีดกันอย่างไม่ยุติธรรม ชายหนุ่มผู้หนึ่งจึงลุกขึ้นท้าทายโชคชะตาด้วยความโกรธแค้นอันคุกรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและแรงกดดัน เขายืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าตนที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่การเป็นเซียนของเขา การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นและเอาชนะอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเปิดฉากขึ้น กลายเป็นมหากาพย์แห่งการฝึกตนและการล้างแค้นที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยพิศวาส แม่ทัพบูรพา
8.0
โชคชะตาแสนเศร้าของราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องเผชิญความเจ็บปวดจากรักแรก ในชาติแรกนางเกลียดชังเขาด้วยเพลิงแค้น พอถึงชาติที่สองเขาจึงยอมสละได้แม้กระทั่งชีวิตเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และปกป้องนางให้ปลอดภัย จนกระทั่งในชาติที่สามนี้ นางได้เริ่มต้นออกเดินทางตามหาบุรุษผู้มีความรักอันมั่นคงในทุกภพชาติ เพื่อชุบชีวิตเขากลับคืนมาเคียงข้างกันอีกครั้ง โดยนางปรารถนาเพียงจะถามคำถามเดียวที่ยังคงค้างคาใจอยู่ว่า เขาเฝ้าติดตามรักนางมาเนิ่นนานเท่าใด และสาบานว่าจะต้องตามหาชายผู้นั้นให้พบในชาตินี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เชฟหนุ่มสุดฮอตอย่างเอื้อมพัฒน์ ผู้ครองฉายาเสือร้ายรักสนุกและรักชีวิตโสดแบบไม่คิดผูกมัด กลับต้องมาสั่นคลอนเมื่อได้พบกับศุรตา เด็กฝึกงานสาวที่ดึงดูดสายตาและความสนใจของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทว่าความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่ออดีตอันขมขื่นและเบื้องหลังอันมืดมนของเพลย์บอยหนุ่มยังคงตามหลอกหลอน พร้อมด้วยปมความขัดแย้งสุดอันตรายที่รอวันปะทุขึ้นมาทำลายความรักของทั้งคู่ให้พังทลายลง
ภาพปกนิยายเรื่อง กรงรักราชาโจร
9.1
เมื่อความแค้นของพ่อและพี่ชายตกเป็นตราบาปที่เธอไม่ได้ก่อ จัสซีเนียจึงถูกลักพาตัวมาเป็นเชลยเพื่อรับโทษทัณฑ์แทนครอบครัว โดยผู้คุมแค้นในครั้งนี้คือ จาห์มาล์ ราชาโจรผู้ไร้ความปรานี เขาคุมขังเธอไว้ท่ามกลางทะเลทรายที่ห่างไกลความช่วยเหลือ และใช้แรงอาฆาตผสมปนเปกับไฟราคะแผดเผาทำลายหัวใจของเธออย่างทารุณ แม้หญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขอความเห็นใจสักเพียงใด แต่จอมโจรผู้เย็นชากลับเพิกเฉยต่อหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดนั้น เขายังคงยัดเยียดบทเรียนอันแสนป่าเถื่อนเพื่อบดขยี้พรหมจรรย์ของเธออย่างไร้ค่า บังคับให้เธอต้องชดใช้หนี้แค้นที่ตัวเองไม่ได้ก่ออย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
การเดินทางอันแสนเรียบง่ายของจางฟางซินกลับกลายเป็นฝันร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อรถม้าของเธอถูกกลุ่มคนลึกลับลอบโจมตีจนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ท่ามกลางบาดแผลฉกรรจ์และความทรมานเจียนตายที่ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพื่อหยิบมีดสั้นเล่มเดียวที่มีหวังจะใช้ปกป้องชีวิตตนเอง แต่แล้วเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าผู้ถือกระบี่อาบเลือดจ่อประชิดตัว กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดคละคลุ้งทำเอาเรี่ยวแรงของเธอสูญสิ้นไปจนหมดสิ้น ทว่าในความหวาดกลัวนั้น ใบหน้าของเพชฌฆาตหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ยักษ์ครุฑี
8.0
กษัตริย์อสุรานามพระสุวรรณเมฆาได้เข้าช่วยเหลือครุฑีสาวตนหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความงดงามของนางกลับดึงดูดใจยักษ์หนุ่มอย่างลึกซึ้ง ในขณะนั้นกองทหารครุฑาได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมบีบบังคับให้ส่งตัวนางกลับคืนไป แต่จอมราชันแห่งยักษ์กลับปฏิเสธอย่างไม่เกรงกลัวและพร้อมที่จะปกป้องนางอย่างสุดกำลัง เหตุการณ์นี้กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามข้ามเผ่าพันธุ์อันนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจึงต้องยอมใช้มหิทธานุภาพอันยิ่งใหญ่เข้าหักหาญกับศัตรูเพื่อปกป้องชีวิตของครุฑีในอ้อมแขนให้จงได้