APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียบังหน้า

เมียบังหน้า

นิยายรักแนวโรแมนติกดราม่าร่วมสมัยที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแสนเจ็บปวด เมื่อความรักกลายเป็นความทุกข์ทรมานของฝ่ายหนึ่งที่ยังคงยึดติดและถลำลึกอย่างหมดใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับพร้อมที่จะละทิ้งทุกความทรงจำร่วมกันไว้เบื้องหลังอย่างเย็นชา ความโศกเศร้าและคราบน้ำตาของคนรักที่จมปลักอยู่กับความคิดถึง กลายเป็นความพึงพอใจของอีกคนอย่างน่าเวทนา ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายในฐานะเมียบังหน้าที่มีเพียงความว่างเปล่าและไร้ค่า
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

หลังจากขึ้นมาบนห้องแล้วผมก็เอาแต่นั่งหาคำตอบในความคิดของคุณพ่อ นั่นมันผู้ชายไม่ใช่เหรอ คุณพ่อคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงให้เราไปแต่งงานกับเขา

ครืด ๆ

การสั่นของโทรศัพท์ในกางเกงดังขึ้นก่อนที่ผมจะล้วงมือเล็กเข้าไปเอามันขึ้นมาดูและพบโนติที่ขึ้นว่าเป็นเพื่อนสนิทส่งข้อความมาหาตนทางแอพ ฯ สีเขียวยอดนิยม

peach : ดีน

ว่าไงมึง : Dylan

peach : ไม่ได้เจอกันนานเลย คืนนี้ไปผับกับกูไหม?

ไปดิ ส่งโลมาพร้อมเวลา : Dylan

ผมวางโทรศัพท์ในมือลงหลังจากที่เพื่อนสนิทส่งโลเคชั่นและเวลามาเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะตัดใจจากเรื่องที่คิดในหัวและเดินไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะเข้าใกล้เวลานัดที่จะถึงอีกสองชั่วโมงเห็นจะได้

อีกด้าน

"อ๊าาส์ แด๊ดคะ หนูเสียว ระ...แรงอีก" คนตัวโตเพิ่มเเรงกระแทกกระทั้นจนเสียงเนื้อกระทบกันดังขึ้น ดังขึ้นและดังขึ้น ตามคำขอของคนใต้ร่าง

เธอผู้ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ร่วมรักกับทายาทหมื่นล้านและไฮโซที่มีชื่อเสียงระดับประเทศทั้งดีและเสียอย่างครูซ

วันนี้ถือว่าดียิ่งนักที่ลูกน้องคนสนิทของเขาได้พิจารณาเธอมาให้ผู้เป็นนายได้ลิ้มชิมรสหญิงสาวจากเธอ

เธอพร้อมที่จะพลีทุกอย่างในกายและหวังว่าเขาจะชอบในบทรักของเธอเหมือนกับที่เธอตอนนี้ติดใจกับบทรักของเขาไปแล้ว

"อืมม" เสียงครางต่ำในลำคอแสดงให้เห็นถึงความพึงพอใจจากชายหนุ่มด้านหลัง

มือหนายกขึ้นจับรั้งสะโพกสวยหวังยึดแรงกระแทกไม่ให้คนใต้ร่างถอยห่างและยังคงซอยสะโพกถี่ไม่หยุดจนผู้ถูกกระทำครางไม่เป็นภาษา

รุนแรง....เขาช่างเป็นคนที่รุนแรงอะไรขนาดนี้แต่เธอกลับไม่คิดหวั่นที่จะลามือห่างหาย ยังคงอยากมาปรนนิบัติชายหนุ่มด้านบนอีกถึงแม้ตอนนี้เธอเองก็ยังถูกกระทำไม่หยุดจากคนตัวโต

แต่หารู้ไม่เพียงเสร็จภารกิจกามมารมแล้วเขาแค่วางเงินให้เธอก้อนหนึ่งแล้วเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอเลย ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะจางหายไปเพียงค่ำคืนเดียว

‘Rrrrrrrrrrrr’

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะสงครามบนเตียงของผมและเธอ จนรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ไม่อยากให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้เลยเลือกที่จะเพิกเฉยและดูเหมือนปลายสายเองก็โทรไม่หยุดเหมือนกัน

‘Rrrrrrrrrrrr’

ผมที่ไม่ชอบให้อะไรมากวนใจมากๆ สุดท้ายก็ต้องผละร่างกำยำของตัวเองออกจากหญิงเปลือยใต้ร่างแล้วขยับตัวมานั่งขอบเตียงก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้าโทรศัพท์มาไว้ในมือพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นคอนแทคขึ้นชื่อเพื่อน

"โทรมาทำไม กูบอกไปในกลุ่มแล้วว่าจะทำอะไร ทำไมยังโทรมารบกวน"

ในกลุ่มเพื่อนเราทั้งหมดจะมีไลน์กรุ๊ปที่เอาไว้พูดคุยกัน รู้สึกว่าจะสร้างมาตั้งแต่เราเรียนปีหนึ่งแล้วและเวลาที่ผมทำกิจกรรมบนเตียงก็จะไลน์บอกมันทุกครั้งว่าไม่สะดวก เป็นอันว่ารู้เรื่องและก็จะไม่มีใครโทรมากวนผมอีก แต่ครั้งนี้พวกมันยังกล้าโทรมา?

[ไอ้สัดกูไม่ได้เข้าอ่านกลุ่ม แต่ที่กูโทรมามันสำคัญฉิบหายเลยนะ] คิ้วเข้มขมวดขึ้นอย่างสงสัย อะไรมันจะสำคัญขนาดนั้นตามที่มันว่าวะ

"เรื่อง?" ผมถามปลายสายออกไปอย่างเซ็งๆ ก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นกุมขมับ

[ทำไมจะแต่งงานแล้วไม่บอกพวกกูสักคำวะ ต้องให้พวกกูรู้เองถูกไหม?]

"มึงพูดเรื่องอะไร?" ผมได้ยินแต่แค่ถามเพื่อความแน่ใจ

[ก็ข่าวที่เครือ ACTOR ประกาศทายาทรุ่นที่ 4 จะแต่งงานก็ไม่ใช่มึงคนเดียวหรือไงทายาทรุ่น 4 ที่ว่า] จริงอย่างที่มันว่าทายาทรุ่น 4 ของ ACTOR มีแค่ผมคนเดียวแล้วเรื่องแต่งงานที่มันบอกเมื่อกี้คืออะไร

"กูยังไม่รู้เรื่อง ส่งข่าวมาที"

[เฮ้ยไอ้เจย์ส่งข่าวนั้นให้มันหน่อยดิ้] ไอ้ภัคมันพูดบอกเพื่อนอีกคนแสดงว่ามันคงอยู่ด้วยกันในตอนนี้

"แค่นี่แหละ เจอกัน" ช่วงเวลานี้ผมรู้สึกว่าผมต้องใช้สมองหนักมากเป็นพิเศษได้แต่นึกคิดว่าผมไปเผลอตกลงจะแต่งงานกันใครหรือเปล่าตอนเมา? แต่ก็ไม่เคยเมาขนาดจำอะไรไม่ได้นะ

ครืด ครืด~

เสียงโนติดังขึ้นดึงผมให้หลุดออกจากภวังค์ก่อนยกโทรศัพท์ในมือขึ้นกดดูลิงค์ข่าวที่เพื่อนส่งกลับมาให้ แต่ยิ่งเห็นข่าวที่ว่ายิ่งรู้สึกสับสนมากกว่าเดิม ถ้ามันเป็นสำนักข่าวที่ปล่อยออกมาตามเว็บ ผมคงไม่ลนลานขนาดนี้แต่นี้มันไม่ใช่ มันเป็นเว็บของเครือ Actor เองเลยน่ะสิ

"นี่พ่อกำลังเล่นตลกอะไรอยู่" กำโทรศัพท์ในมือเเน่นพร้อมกับคำถามในใจมากมายที่ต้องการคำตอบ

ผมลุกขึ้นเต็มความสูงก้มลงหยิบเสื้อผ้าขึ้นใส่ไว้เหมือนเดิมเพื่อจะไปหาคำตอบที่กำลังคาค้างใจแต่ร่างเปลือยของหญิงสาวก็ลุกขึ้นมาคว้าแขนผมไปกอดจนเนินอกสวยถูไปมากับแขนแกร่ง

"แด๊ดจะรีบไปไหนคะ เบลล์ยังไม่สบายตัวเลยนะ" ผมก้มลงมองเธออย่างนึกสงสารแต่ไม่มีอารมณ์มากพอที่จะทำต่อแล้ว

"ฉันมีธุระด่วน นี่เงินของเธอ" ว่าจบก็พยายามแกะแขนเรียวออกจากการกอบกุม

"แด๊ดคะ อยู่กับเบลล์ก่อนนะคะ" เธอยังคงยื้อยั้งจนรู้สึกรำคาญ ให้ตายเถอะ

"อย่ามางี่เง่ากับฉัน" ผมแกะมือเธอออกอีกครั้งและเหมือนเธอเองก็คงกลัวอยู่ไม่มากก็น้อยกับท่าทางของผมเมื่อครู่ เลยไม่ตามเซ้าซี้อีก เอาเถอะ โอกาสหน้าถ้าไม่ลืมจะเรียกใช้เธออีกละกัน

@ACTOR

หลังจากที่ผมเหยียบ 120 มาถึงบริษัทแล้วก็ตั้งหน้าเดินมาที่เป้าหมายอย่างท่านประธานใหญ่ทันที

"คุณพ่ออยู่ไหม?" เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทของท่าน ทั้งสองที่ยืนเฝ้าประตูห้องอยู่

"คุณท่านมีแขกครับนายน้อย" บอดี้การ์ดคนหนึ่งพูดบอกก่อนที่ทั้งคู่จะขยับเข้าหาประตูมากขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไม่ให้เข้าไปเด็ดขาด

"ฉันต้องการพบคุณพ่อ"

"แต่คุณท่านไม่อนุญาตให้ใครรบกวนครับนายน้อย" มันต่างพากันก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตากับผมแต่ร่างกายกำยำของมันทั้งคู่ก็ทำให้ผมแหวกเข้าไปไม่ได้อยู่ดีถึงผมจะตัวโตพอ ๆ กับพวกมันก็เถอะ

ผั๊วะ!

แต่ยังไงวะอารมณ์ไม่ได้ดีเท่าไหร่โดนขัดใจอีกคงไม่ดีมากนักต่อคู่กรณี

มัดหนักๆ ของผมฟาดลงอย่างเเรงที่ปากของลูกน้องด้านซ้ายทำเอาคนที่โดนต่อยเซหน้าหันให้เห็น

"ไม่ได้ครับนายน้อย ขอร้องนะครับ" บอดี้การ์ดอีกคนเข้ามาห้ามผมด้วยการเข้าล็อคจากทางด้านหลัง

"ปล่อยดิวะ!" ผมดิ้นพล่ามให้หลุดจากการกรอบกุมจนเกือบหลุดก็มีเสียงหนึ่งที่คุ้มเคยดังขึ้นมา ก่อนที่ประตูบานใหญ่ตรงหน้าจะเปิดออกพร้อมกับร่างชายวัยกลางคนที่เดินออกมาจากห้องทำงานห้องนั้น

"เกิดอะไรขึ้น?"

"ปล่อย" คุณพ่อพูดบอกก่อนผมจะหลุดออก ถ้าเทียบกันแล้วตอนนี้ผมคงไม่ต่างอะไรไปจากนักเลงที่เข้ามาหาเรื่องประธานบริษัท

"คุณพ่อต้องการอะไรจากผมครับ"

"ฉันกำลังมีแขกอย่าเสียมารยาท แล้วเราค่อยมาคุยกัน" ท่านยังคงรักษาภาพพจน์ความเป็นตัวเองอยู่ด้วยความนิ่งพลางหันไปมองแขกด้านในห้องที่ตอนนี้กำลังเดินมาทางนี้แล้วเหมือนกัน

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันใหม่ก็ได้ ผมไม่รีบ" แขกที่ว่าถึงพูดบอก

"เอางั้นเหรอ โอเคครับเดี๋ยวผมจะให้เลขานัดไปอีกทีละกัน" อีกฝ่ายตอบตกลงในคำบอกเมื่อครู่ของประธานก่อนจะก้มโค้งแสดงความเคารพและเดินจากไปในเวลาต่อมา

"ข่าวที่ผมจะแต่งงานคืออะไรครับ?" ผมถามพร้อมกับเดิมตามผู้เป็นพ่อเข้าไปด้านในตัวห้อง

"ก็อ่านอะไรตรงไหนไม่เข้าใจล่ะ?" เป็นคำถามที่ถามไปแล้วได้คำถามกลับมา นี่ท่านไม่ได้รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง

"เพราะอะไร? ผมโตแล้วนะครับ ทำไมคุณพ่อยังจะมาครอบงำชีวิตของผมอีก" นี่มันชีวิตของผมแล้วนะ การแต่งงานมันใช่เรื่องเล็กๆ หรือไง

"แกโตแล้วจริงๆ งั้นเหรอ ทำไมไม่ส่องกระจกดูตัวเองบ้างว่าทุกวันนี้ทำตัวเหลวแหลกแค่ไหนและฉันก็พูดตรงนี้เลยนะว่าฉันหาคนที่จะมาแต่งงานกับแกได้เเล้ว ถ้าแกไม่ยอมรับสิ่งที่ฉันมอบให้ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่ออีก!" จากคนที่สุขุมเยือกก็เริ่มมีปากเสียงขึ้นทันทีเหมือนคนละคน

"คุณพ่อ!"

"ออกไปได้แล้ว ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ" ผู้เป็นพ่อหันกลับไปมองทิวทัศน์นอกกระจกอย่างควบคุมสติและผมรู้ดีว่าสิ่งที่ท่านพูดมันจะเกิดขึ้นจริงหากผมไม่ทำตาม

"โธ่เว้ย!" บัดซบที่สุด!

19.30 น.

ไม่รู้ไปมายังไงพวกเราก็นัดรวมตัวที่ผับใหญ่กลางใจเมืองหลวงที่เพื่อนผมอย่างไอ้เมธาเป็นหุ้นส่วนและไม่ว่าใครในกลุ่มเพื่อนมีเรื่องไม่สบายใจหรืออะไรที่ต้องปรึกษากันส่วนมากก็จะพากันมารวมตัวที่นี่ตลอด มันสะดวกและเมธาเองก็ได้ทำงานไปด้วย

"สรุปพ่อมึงจัดการเรื่องให้ทุกอย่างถูกไหม?" เมธาถามขึ้นก่อนที่ผมจะตกเป็นเป้าสายตาของคนสามคน

"เออ" ผมพูดตอบก่อนจะถือแก้วยกน้ำสีอำพันขึ้นกระดกปล่อยน้ำเมาลงคออย่างคุ้นชินกับความขมนี้

"แล้วยังไงวะมึงก็ยอม" เจย์พูดเสริม

"ก็ถ้าไม่ยอมก็ตัดพ่อลูกกัน มึงคิดว่าพ่อกูเป็นคนยังไงล่ะ" ตอบบอกมันไปตามความจริง เราทั้งหมดสนิทกันมากตั้งแต่เด็กๆ เรื่องแค่นี้มันเลยไม่ยากที่จะรู้นิสัยของพ่อผมด้วย

"พ่อมึงเเม่งโครตเจ๋งเลย" ภัคไอ้คนที่มันโทรบอกผมเรื่องข่าวพูดขึ้น

"เจ๋งกับผี" ผมก็เอาแต่กระดกแก้วพร้อมๆ กับทำหน้าเซ็งไปด้วย

"มึงก็ทำตัวให้เขาคุมถุงชนเองหนิ เขาคงอยากให้มึงเป็นผู้เป็นคน"

"แล้วกูไม่เป็นผู้เป็นคนตรงไหน"

"เสือผู้หญิง งานการไม่ทำแล้วไหนจะข่าวที่มีให้เห็นเสียๆ หายๆ เรื่องผู้หญิงอีกไม่เว้นวัน ถ้ากูเป็นพ่อมึง...กูฆ่ามึงตายห่าไปแล้ว"

"มึงหุบปากไปเลยไป" ผมพูดบอกพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อารมณ์ในห้องเป็นไปด้วยความไม่พอใจไปดับร้อนหน่อยก็น่าจะดี

"อ่าวแล้วนั่นมึงจะไปไหน" เจย์พูดขึ้นทักเมื่อเห็นผมที่กำลังเดินออกนอกเขตที่นั่ง

"ไปห้องน้ำจะตามไปจับให้กูไหมล่ะ?" ยกยิ้มขึ้นบนใบหน้าคมของตัวเอง

"ครับพ่อของใหญ่ รีบไปรีบมามึงอะ" ยกมือขึ้นส่งสัญญาบ่งบอกว่ารับรู้ให้คนด้านหลังเห็น

ร่างสูงสัดส่วนพอดีได้รูปของผมยืนสำรวจตัวเองพักใหญ่เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองก่อนออกจากห้องน้ำหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จและใจเย็นลงก่อนที่จะเดินออกมาหวังกลับไปหาเพื่อนๆ ที่รอตนอยู่

ทว่า..

"เห้ย!" ผมสบทออกมาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยที่มีใครก็ไม่รู้ที่ออกมาจากห้องน้ำเหมือนกันเข้ามาชนอกแกร่งอย่างเต็มแรง

เดินยังไงของมันวะ เมาแล้วก็กลับไปนอนดิ!

"โอ๊ยย" คู่กรณีที่เหมือนจะตัวเล็กกว่าร้องขึ้นพร้อมกับเซออกไปไกลราวสองศอกพลางใช้มือเล็กของเขากุมที่แขนเหมือนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้

"ขอโทษครับ เป็นอะไรมากหรือเปล่า?" มันก็ต้องแสดงความสุภาพบุรุษหน่อย

"ไม่เป็นไรครับ ผมซุ่มซ่ามเองด้วย" คนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาสำรวจตัวเอง พูดคุยกับผมแต่ไม่เเม้แต่จะเงยขึ้นมามอง

"ขอโทษอีกรอบนะครับ" ผมที่ถึงแม้จะดูเหมือนไม่ผิดแต่ก็แสดงความรับผิดชอบเต็มที่เหมือนกัน

"ขอโทษเหมือนกันนะครับ งั้นผมขอตัวนะ"

อืมน่ารักว่ะ...

มีแต่คำว่าน่ารักหลังจากที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผม มันเหมือนซีนในละครหลังข่าว ที่นางเอกเงยมาเจอพระเอกแล้วพระเอกติดใจในความสวย เฮ้ย ไม่ได้ดิ

"เอ่อ...ถ้าไม่รังเกียจให้ผมได้เลี้ยงคุณสักมื้อเป็นการขอโทษได้ไหมครับ?" ผมพูดรั้งเมื่ออีกคนกำลังจะเดินออกไป ปล่อยไปง่ายๆ คงไม่ใช่ครูซ

"ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ อีกอย่างถ้ามีคนต้องเลี้ยง ผมว่าคงเป็นผมมากกว่าเพราะผมซุ่มซ่าม" คนตัวเล็กตรงหน้าพูดขึ้นอย่างถ่อมตัว

"แล้วผมสามารถเจอคุณได้อีกทีที่ไหน?"

"ต่อไป...ผมคงได้มาที่นี่บ่อยๆ แล้วเจอกันนะครับ" แล้วผมก็ปล่อยเขาไปง่ายๆ นี้แหละ ดูเหมือนว่าจะซี้เซ้าเกินไปจะยิ่งเข้าถึงยากกว่าเดิมนะ

"ฮิ้วววว ไอ้เสือมันเอาอีกแล้วว่ะ" เหตุการณ์เมื่อกี้คงไม่รอดพ้นสายตาพวกมันสินะ

"ใครวะ น่ารักว่ะๆ" เมธาพูดบอกเพราะความสอดรู้สอดเห็นพลางมองตามผมไปด้วย

"ไม่รู้แต่น่ารักจริง คนนี้ไม่เหมือนใครที่กูเคยเจอ" ผมพูดบอกหลังจากกลับมานั่งลงที่เดิมของตนเองเรียบร้อยแล้วแต่สายตาคมยังคงจับจ้องไปที่คนตัวเล็กจนลับตาเลยหันไปโฟกัสเพื่อนแทน

"มองอะไรขนาดนั้นวะ?" พวกมันรู้ดีว่าเมื่อถึงเวลาจริงจังของผมสายตาก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบ

"กูเปล่า" เขาก็ดูน่ารักดีแค่นั้น...

อีกด้าน

ผมเดินกลับมาที่โต๊ะหลังกลับจากห้องน้ำและจับต้นแขนเล็กของตัวเองไปพลาง ก็เจ็บน่ะสิดันไปซุ่มซ่ามเดินชนใครก็ไม่รู้ ช้าอีกนิดถ้าเขาคนนั้นไม่คว้าไว้คงได้นอนนับเลขที่พื้นเป็นแน่

"มึงเป็นไรวะ?" พีชที่เห็นท่าทีของผมทักขึ้นอย่างสงสัย

"เจ็บแขนนิดหน่อย เมื่อกี้เดินชนใครไม่รู้" ผมพูดบอกไปตามความจริงและเบนสายตาไปที่เด็กของมันที่นั่งแนบข้าง เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเพื่อนผมมีรสนิยม 3P แต่ดีหน่อยที่มันยังคงรู้จักป้องกันทุกครั้ง ผมเลยไม่ได้ห่วง

"อ่าว ไหนกูดูหน่อย อีผี! เขียวเบอร์นี้นิดหน่อยถูกไหม?" มันขยับตัวมาดึงมือผมออกก่อนจะเจอรอยจ้ำเขียวๆ ที่แขนและโวยวายขึ้นมาเหมือนมีคนกำลังจะตาย

"เออนิดหน่อย ดื่มเถอะ" ผมจับมือมันออกจากตัวและพูดบอก ผมรู้ว่ามันเป็นห่วงแต่ผมไม่ได้เจ็บจนจะตายขนาดนั้น

"เออๆ ต่อไปเดินไปไหนก็หัดระวังบ้างมึงอะ" มันละความสนใจไปที่แก้วเหล้าและเด็กของมันทั้งสองเหลือเพียงผมที่ยังคงนึกสงสัยในใจว่า

เขาคือใครนะ....

ทำไมผมถึงรู้สึกแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์รักรอยน้ำตา
8.1
เมื่อคำขอหย่าดังขึ้นกลางบ้าน ชีวิตเมษาก็แตกละเอียด คีรินผู้เป็นสามีเลือกที่จะกลับไปหาคนรักเก่าโดยไม่สนใจน้ำตาของเธอ แม้หัวใจจะแหลกสลาย เธอกลับเลือกที่จะเก็บงำความลับอันยิ่งใหญ่ไว้เพียงลำพัง แล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่เอ่ยปากบอกใครแม้แต่คำเดียว\n\nกาลเวลาล่วงเลยผ่านไป 5 ปี ความสงบสุขของคีรินก็ต้องสั่นคลอน เมื่อเด็กชายตัวน้อยผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่หน้าล็อบบี้ พร้อมเสียงตะโกนก้องที่เรียกร้องหาพ่อของเขา การดิ้นรนของเด็กน้อยและคำว่า "พ่อคร๊าฟฟฟฟ" ที่ดังลั่น ทำให้คีรินเข่าอ่อน และสัญชาตญาณบางอย่างก็บอกเขาชัดเจนว่า เด็กคนนี้คือเลือดเนื้อของเขาจริงๆ...
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะหัวใจ(My Heart)
8.6
วีนัส ผู้ช่วยสาววัย 31 ปีที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ต้องเผชิญกับความสัมพันธ์แบบหลบๆ ซ่อนๆ กับกิตติ หัวหน้างานของเธอเอง แม้ชายหนุ่มจะหลงใหลในความเร่าร้อนและความเป็นอิสระของวีนัส ซึ่งเป็นสิ่งที่เปาวลีผู้เป็นภรรยาไม่เคยมีให้ จนทำให้เขาอยากยุติชีวิตคู่ที่แสนอึดอัดนี้ลง ทว่าการหย่าร้างกลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่วีนัสคิดไว้ เมื่อคำมั่นสัญญาเรื่องการเริ่มต้นชีวิตแต่งงานครั้งใหม่กับเธอถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความลุ่มหลงและความกดดันที่เพิ่มขึ้น กิตติจะกล้าตัดสินใจทิ้งชีวิตครอบครัวเดิมเพื่อไปเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่เขาปรารถนาได้จริงหรือเปล่า
ภาพปกนิยายเรื่อง หนีร้ายอุ้มรัก
8.0
เพื่อหาเงินมารักษายายผู้เป็นที่รัก หญิงสาวตัดสินใจเดินทางไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ประเทศออสเตรเลียหลังเรียนจบ ทว่าโชคชะตาคราวเคราะห์กลับชักนำให้เธอพบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงขายบริการ เหตุการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในครั้งนั้นกลายเป็นแผลในใจที่บีบให้เธอต้องหนีกลับประเทศไทยทันที แต่แล้วโลกก็เหวี่ยงพวกเขากลับมาพบกันอีกครั้งพร้อมพันธะผูกพันที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เรื่องราวความรักสุดอลเวงแบบไร้ดราม่าจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาไปอย่างน่ารักและน่าติดตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่าร้าง เศรษฐีมาขอแต่งงานทุกวัน
8.2
คืนแต่งงานที่แสนเจ็บปวดเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อถูกชายแปลกหน้าล่วงเกินจนสูญเสียทุกสิ่ง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับการทารุณจากแม่สามีและท่าทีเย็นชาของสามีจนถูกไล่ออกจากตระกูล แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าแท้จริงแล้วเธอคือทนายความหญิงยอดฝีมือที่เตรียมใช้กฎหมายทวงคืนความยุติธรรม ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อพบว่าชายปริศนาในคืนนั้นคือมหาเศรษฐีผู้มีอำนาจล้นฟ้าและแสนเอาแต่ใจ ซึ่งตอนนี้เขากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อบังคับให้เธอแต่งงานกับเขา จนเธอเริ่มหวั่นใจว่าอุปสรรคครั้งใหม่นี้จะซับซ้อนและรับมือได้ยากกว่าที่เคยเจอมา
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้อเสนอรักเมียตีทะเบียน
8.7
จากเซเลปชื่อดังที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตตั้งครรภ์เพียงลำพังเมื่อห้าปีก่อน มิลา เลียม เลือกที่จะหยัดยืนอย่างทระนงเพื่อเลี้ยงดู ‘มิลิน’ ลูกสาวสุดที่รักโดยไม่แคร์กระแสสังคม โดยมีเพื่อนสนิทอย่างภูมิคอยเคียงข้างช่วยเหลือ จนกระทั่งเธอประสบความสำเร็จก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของคอนนอร์เทรด แต่แล้วความสงบสุขก็ต้องสั่นคลอนเมื่อโชคชะตานำพาให้เธอมาพบกับ เอเดน คอนนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของลูกสาว แม้เขาจะมีอำนาจล้นฟ้า ทว่ามิลากลับตั้งมั่นที่จะปกป้องความลับนี้ไว้สุดชีวิตเพื่อไม่ให้เขาเข้ามาแทรกแซงและพรากแก้วตาดวงใจไปจากอกไปจากไป
ภาพปกนิยายเรื่อง อุ้มรักเมียแสนชัง
9.1
คืนหนึ่งที่พลาดพลั้ง ทำให้ ปรมะ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงระดับไฮเอ็น ต้องพบว่าตัวเองทำให้จึงใจ นักศึกษาสาวท้องขึ้นมา เมื่อความรับผิดชอบถูกบังคับให้ต้องมี เขาจึงเลือกทางออกง่ายๆ รับไว้แค่ลูก และโยนแม่ของเด็กทิ้งไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย เพราะคิดว่าเงินคือคำตอบของทุกปัญหา แต่เมื่อเขาเผชิญหน้ากับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ถักเปียสองข้าง ใบหน้าของเธอช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กจนน่าตกใจ และเสียงเรียก 'คุณพ่อ' ที่หลุดจากปากของเธอ ก็ทำให้หัวใจของชายหนุ่มที่แข็งแกร่งเริ่มสั่นคลอน เขาจะปฏิเสธสายใยสายเลือดนี้ได้จริงหรือ? และเมื่อแม่ของเด็กกลับมาหาเขาอีกครั้งพร้อมปมปริศนา เรื่องราวความรักและความแค้นครั้งใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น