APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียบังหน้า

เมียบังหน้า

นิยายรักแนวโรแมนติกดราม่าร่วมสมัยที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแสนเจ็บปวด เมื่อความรักกลายเป็นความทุกข์ทรมานของฝ่ายหนึ่งที่ยังคงยึดติดและถลำลึกอย่างหมดใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับพร้อมที่จะละทิ้งทุกความทรงจำร่วมกันไว้เบื้องหลังอย่างเย็นชา ความโศกเศร้าและคราบน้ำตาของคนรักที่จมปลักอยู่กับความคิดถึง กลายเป็นความพึงพอใจของอีกคนอย่างน่าเวทนา ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายในฐานะเมียบังหน้าที่มีเพียงความว่างเปล่าและไร้ค่า
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

Part Cruz

วันนี้ครอบครัวของเรานัดทานข้าวเย็นที่บ้านของว่าที่เจ้าสาวและคงจะเป็นการดูตัวไปกลายๆ คุณพ่อคิดว่าผมจะไม่รู้ทันเหรอ?

"หลังลงจากรถก็ทำหน้าให้มันดีๆ ด้วย นี่ไม่ใช่คำขอแต่คือคำสั่งจากฉัน" ก็แหง่หน้าตาผมตอนนี้พร้อมเจอใครมาก ที่พ่อทำอยู่ผมอยากรู้ว่ามันต่างอะไรจากบังคับ

"คุณคะ" คุณแม่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยกมือขึ้นวางทาบแขนของคุณพ่อเชิงห้ามปราบก่อนจะหันมาที่ผมพร้อมกับพยักหน้าอย่างสื่อความหมายก่อนที่ผมเองก็พยักหน้ารับเพื่อความสบายใจของคุณแม่เอง

"เอารถไปจอดแล้วรออยู่ด้านนอก มีอะไรจะเรียก" นายท่านพูดสั่งลูกน้องคนสนิทที่วันนี้อาสาขับรถมาให้ก่อนจะลงจากรถ

"สวัสดีค่ะ คุณท่านรออยู่ด้านในแล้วเชิญด้านนี้ค่ะ" ดูเหมือนจะเป็นแม่บ้านที่ออกมาต้อนรับราว 4-5 คน

'ดูให้เกียรติกันดีจังเลยนะครับ' ผมเพียงคิดในใจเท่านั้นคนที่จะดองกันปกติแล้วอีกครอบครัวมาก็ควรออกมาต้อนรับเองไม่ใช่หรือไง? ขนาดตอนนี้แค่เริ่มต้นองนะ

"สวัสดีครับ ขอโทษที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับด้วยตัวเอง พอดีหาเอกสารด่วนไม่เจอเลยออกไปไม่ทันแล้ว" เดินมาไม่นานมากก็เจอชายวัยกลางคนที่คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของคุณพ่อที่ท่านเคยพูดถึงและรู้สึกว่าจะเป็นว่าที่พ่อตาผมด้วย

"ไม่เป็นอะไรเลยครับ ทำตัวตามสบายเลยเพื่อนกันมาแต่นานไม่ถือตัวแล้วล่ะ" นี่ผมอยู่ท่ามกลางคนมีอายุระลึกความหลังหรือไงกัน

"เอ้อ..นี่ครูซ ลูกชาย" ผมชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกล่าวถึงก่อนจะคีพลุคตัวเองให้อยู่ในสภาพเพอร์เฟคสมหน้าสมตาครอบครัว

"สวัสดีครับคุณอา" แต่ก็ไม่ลืมเรื่องมารยาทนะ

"ไหว้พระเถอะหลาน โตเป็นหนุ่มแล้วหล่อมากเลยนะ เหมือนพ่อไม่มีผิด" คุณอายกมือขึ้นรับไหว้พลางพูดชมไปด้วยส่วนผมก็ได้แต่ยิ้มให้ท่านไปตามมารยาท

"ก็ว่าไปนู่น แล้วหลานไปไหนล่ะ" หลังจากที่สังเกตมาสักพักตั้งแต่เดินเข้ามาก็ไม่เห็นเธอจริง ๆ อย่างคุณพ่อพูด

"เอ้อ เดี๋ยวก็ลงมาแล้ว...เราเข้าไปห้องอาหารกันเลยดีกว่า"

"ขอโทษนะครับห้องน้ำอยู่ทางไหนเหรอครับ ผมขอไปทำธุระส่วนตัวหน่อย" ทุกคนในบ้านหันมามองที่ผมเป็นตาเดียวก่อนที่เสียงป้าคนหนึ่งจะพูดขึ้นพลางชี้ไปอีกทางที่เหมือนจะเป็นปีกซ้าย?

"ด้านนี้เลยค่ะ"

"โอเค แล้วตามมานะหลาน" คุณอาพูดบอกก่อนที่ทั้งหมดจะเดินเข้าไปในห้องอาหารที่คาดว่าน่าจะถูกจัดเตรียมไว้แล้ว

"ครับคุณอา" เหลือบไปมองที่ผู้เป็นพ่อที่จ้องตาเขม็งใส่ ผมไม่ไปก่อเรื่องซะหน่อย บ้านหลังนี้ใหญ่มาก พอ ๆ กับโรงแรมห้าดาวขนาดกลาง ดีไซน์ออกแบบไปทางตะวันตกผสมไทยแท้ดูจากลวดลายเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบางชิ้น เหมือนจะไม่ลงตัวแต่ก็ลงตัว

"ไม่ให้ใครเข้าที่นี่ก่อนได้รับอนุญาตนะครับ"

โทนสีห้องถือว่าสบายตาเป็นแบบที่ผมชอบ สถาปนิกคนนี้น่าจับตามองมากเลยนะถ้าได้รู้จักกันผมอาจจะให้เขาออกแบบบ้านให้ใหม่ก็เป็นได้ แต่เดี๋ยวนะ...เสียงใคร?

"ขอโทษครับ พอดีผมไม่ทรา..."

อีกด้าน

เพราะวันนี้ครอบครัวนั้นจะมาทานมื้อเย็นที่บ้านเลยทำเอาวันทั้งวันของผมเเทบไม่ได้ขยับออกไปไหน

คุณพ่อเหมือนจะกักบริเวณก็ไม่เชิงแต่คือสั่งห้ามออกจากบ้านและมีคนคอยดูอยู่ตลอดเหมือนผมเป็นนักโทษ

คุณพ่อนะคุณพ่อรู้ว่าเราไม่โอเค แต่ก็ยังรับปากเขาอีกว่าจะแต่งงานด้วย ถ้าคุณแม่ยังอยู่คุณแม่ต้องไม่เห็นด้วยแน่ๆ

"อ่าว นี่เราเดินมาถึงห้องนี้เลยเหรอ" จากที่ผมเดินคิดอะไรมาเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ห้องรูปแล้ว

ห้องรูปเป็นห้องที่ผมจัดขึ้นเอง เป็นห้องที่รวบรวมรูปของความทรงจำที่ผมนั้นวาดขึ้นมาเอง มีทั้งหมด 2 โซนด้วยกัน

โซนแรกเป็นรูปวาดของคุณแม่ถึงท่านจะเสียไปตั้งแต่ผมยังเด็กๆ แต่มันก็มีภาพในความทรงจำขึ้นมาลางๆ บวกกับรูปถ่ายตอนท่านยังมีชีวิตอยู่แล้วก็มีรูปของคุณพ่อนิดหน่อยเพราะน้อยนิดที่ท่านจะมีเวลามานั่งนิ่งเป็นแบบให้วาด

โซนที่สองจะเป็นพวกดอกไม้ ดอกไม้ในจินตราการของผม ผมไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงไหม แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มันมีจริงๆ

และที่สำคัญมากๆ นอกจากคุณพ่อที่เข้ามาดูห้องนี้ได้ก็มีเพียงป้าจิ๋วคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้มาทำความสะอาด เพราะผมหวงห้องนี้แบบสุดๆ เลย

"กี่โมงแล้วเนี่ย สงสัยคงจะมากันแล้วไปดีกว่าเดี๋ยวคุณพ่อก็หาเรื่องเร่งวันเเต่งอีก" ยกนาฬิกาบนข้อมือเล็กขึ้นดูก็เห็นเวลาที่เลยนัดมาสักพักแล้วคาดเดาว่าอีกฝั่งก็น่าจะมาถึงแล้ว

"นั่นใคร?" ผมที่กำลังหันกลับหลังเดินออกจากห้องก็สะดุดตากับร่างสูงของใครบางคนที่ไม่ค่อยจะคุ้นหน้าเอาเสียด้วยซ้ำ หรือว่าจะเป็น....ต้องใช่แน่ ๆ แล้วมาทำอะไรที่นี่ เดินเล่นเป็นบ้านตัวเองเลยนะ!

คิดได้อย่างนั้นความคิดในหัวก็เชิดฉายขึ้นมาราวกับว่ามาแสงเทียนไขจุดประกายขึ้นท่ามกลางความมืดมิดก็ไม่ปาน

"นี่มันพื้นที่ส่วนตัวนะเข้ามาได้ยังไง ใครอนุญาตไม่ทราบ"

เอ้า! ยังไม่รู้ตัวอีกถ้าไม่รู้มาก่อนว่าคนบ้านนั้นจะมาคงคิดว่าโจรเป็นแน่ ดูท่าทางสิสำรวจช่องทางหลบหนีชัดๆ

"ขอโทษครับ พอดีผมไม่ทรา..." เมื่ออีกคนหันมาสะงักใส่ผม ทำเอาผมที่ยืนอยู่ในห้องรูปถึงกับก้าวขาข้ามธรณีประตูออกไปดู

"ว่าไงครับ ที่นี่เป็นเขตห้ามเข้า ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้" ผมยังคงพูดกับคู่สนทนาด้วยความตึงขรึม

"พอดีผมกะจะมาเข้าห้องน้ำแต่คิดว่าต้องการอากาศบริสุทธิ์เลยเดินมาเเถวนี้ แต่เอ๊ะ...." เขาพูดบอกก่อนจะเอะใจอะไรสักอย่างเมื่อเห็นหน้าผม

"เอ๊ะอะไรของคุณ หน้าผมไปเหมือนคนรู้จักคุณงั้นเหรอ?"

เจ้าตัวดูเหมือนไม่ได้สนใจสิ่งที่ผมพูดบอกเลยสักนิดก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปในห้องที่ผมเพิ่งออกมาเมื่อกี้แทน

"รูปสวยดีนะครับ"

"เสียมารยาท! ใครอนุญาตให้คุณดู" คนอะไรก็บอกไปอยู่ว่าที่นี่เป็นที่ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาตไง

“ฉันขอเข้าไปดูหน่อยได้ไหม" ท่าจะฟังคำคนไม่รู้เรื่อง

"......." ผมมองคนตรงหน้าอย่างนึกสงสัยเกรงว่าอีกคนจะมาไม้ไหนหรือเปล่า

"อีกหน่อยฉันก็จะเป็นเขยบ้านนี้แล้วและก็เป็นพี่เขยหรือน้องเขย? อันนี้ฉันไม่แน่ใจยังไงฉันขอเข้าไปดูหน่อยนะ"

"ดูอย่างเดียวนะอย่าจับ อย่าแตะต้องเด็ดขาด" ผมพูดออกคำสั่งเชิงชี้นิ้วกำชับก่อนที่เจ้าตัวจะพยักหน้ารับและก็เป็นผมที่เดินนำอีกคนเข้าไปด้านในห้องรูป

"รูปพวกนี้สวยจังเลยนะครับ อันนี้รูปใครเหรอ?" หลังจากที่เราเดินชมรูปมาสักพักและมาหยุดอยู่ที่หน้ารูปวาดของคุณแม่

"รูปแม่น่ะ ผมวาดรูปท่านทุกปีในวันครบรอบที่ท่านเสีย" ทุกครั้งที่ผมนึกถึงเรื่องนี้เสียงและสายตาก็จะดูดรอปลงทันทีให้เห็นถึงความเศร้าในใจไม่ว่ากี่ปีผมก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดีแต่ถึงอย่างนั้น แม่ก็ไม่กลับมาหาผมและพ่ออีกแล้ว

"เสียใจด้วยนะ ว่าแต่นายวาดเองทั้งหมดเลยเหรอ เก่งจังเลยนะ" หันไปมองร่างสูงที่กล่าวแสดงความเสียใจแต่เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว ผมก็โอเคขึ้นบ้างแล้วด้วย

"แม่สวย ฝีมือผมไม่เท่าไหร่หรอก" ผมพูดบอกไปพลางยิ้มอ่อนให้กับรูปวาดของตัวเอง

"นายดูรักแม่มากเลยนะ"

"รักสิ รักมากเลยแต่เราทำบุญกันมาน้อยไปหน่อย" พูดไปก็ทำเอาน้ำตาจะไหลตลอดพลางทำคนข้าง ๆ เงียบไปด้วย

"......."

"แล้วก็อีกเรื่องนะ ผมไม่มีน้องหรือพี่อะไรทั้งนั้นแหละ ผมเป็นลูกคนเดียวของคุณพ่อคุณแม่" พูดขึ้นเปลี่ยนบรรยากาศเงียบภายในห้องถึงเรื่องของเรา ผมและเขาคนนี้

"หมายความว่าไง" อีกคนที่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจในตอนแรกและดูเข้าใจในเวลาต่อมาถึงกับแสดงสีหน้าเหว๋อออกมาให้เห็นพลางมองมาที่ผมอย่างต้องการคำยืนยัน

"ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอกผมก็ตกใจไม่ต่างจากคุณเลยที่รู้เรื่อง เอาเป็นว่าเราต้องขัดพวกท่านทั้งคู่ก่อน เผื่อว่า...มันจะทำให้ท่านคิดใหม่อีกครั้ง เราจะได้ไม่ต้องแต่งงานกัน" อยู่จากสีหน้าแล้วคงตกใจแบบตันในสุดๆ ถึงจะแสดงออกทางสีหน้าไม่มากแต่ผมก็เข้าใจแหละ

"........"

"หยุดตกใจแล้วก็ไปกินข้าวเถอะ ท่านคงรอกันนานแล้วและผมจะเปิดประเด็นเองหลังกินข้าวเสร็จเราต้องช่วยกันพูด" ผมพูดบอกอีกคนก่อนจะก้าวขาเรียวเดินนำเขาไปที่ห้องอาหารแต่ก็หยุดเสียก่อนเมื่อประโยคหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

"ไม่ได้หรอก...พ่อบอกว่าถ้าฉันไม่ยอมแต่งงานก็จะตัดพ่อลูกกัน ฉันรู้จักพ่อตัวเองดีว่าท่านเป็นคนทำจริง"

"มันถึงขั้นต้องตัดพ่อตัดลูกเลยเหรอ" ผมไม่คิดว่าเรื่องมันจะใหญ่ขนาดนี้เลยด้วยซ้ำการที่พ่อลูกจะตัดขาดกันมันเป็นปัญหาระดับชาติเลยนะ

"ใช่และนายก็ต้องช่วยฉัน" ยังไงนะผมไม่ได้ยินอะไรผิดไปใช่ไหม?

"ทำไมผมต้องช่วยคุณ"

"ฉันรู้ว่านายเองก็คงขัดพ่อนายไม่ได้เหมือนกัน ไม่งั้นวันนี้ครอบครัวของฉันคงไม่ได้มากินข้าวที่บ้านหลังนี้ ฉันพูดอะไรผิดไปไหม?" ก็ถูกหมดทุกอย่าง

"ก็ใช่...แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อผมเองก็ไม่อยากแต่งงานและคุณเองก็คงคิดเหมือนกัน" ถอนหายใจออกมากเฮือกใหญ่ปล่อยทิ้งความอึดอัดในใจก่อนจะยกแขนเล็กขึ้นกอดอก

"แต่เพราะเราขัดท่านไม่ได้ไงแล้วถ้าเราแต่งงานกันล่ะ?" คนฟังอย่างผมถึงกับขมวดคิ้วเอียงคอมองในคำพูดของคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

"หมายความว่าไง? ผมไม่เอาด้วยหรอกนะอิสระที่หายไป ความเป็นส่วนตัวที่หายไปอีก ผมยังใช้ชีวิตไม่เต็มที่เลยแล้วไหนจะเรื่องที่เราทั้งคู่เป็นผู้ชายอีก" ผมพูดบอกพลางเดินออกมายืนหน้ากระจกใสข้างห้องที่มองทะลุสวนดอกไม้ข้างบ้าน

"งั้นเอาแบบนี้ ถ้าเราขัดเรื่องแต่งงานกันไม่ได้งั้นก็แต่งๆ ไปเลยให้ครอบครัวเราตายใจแต่อิสระของเราทั้งคู่จะยังคงเหมือนเดิม ชีวิตก็ยังเป็นของนาย ชีวิตฉันก็ยังเป็นของฉันแล้วเมื่อถึงเวลาเราจะหย่ากันทันทีที่มีโอกาส"

"........." ครุ่นคิดอยู่นานกับคำพูดในข้อเสนอของอีกฝ่าย มันจะราบรื่นขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ผมก็รับข้อเสนอนี้ถึงมันจะไม่ได้เต็มใจ 100% แต่ตอนนี้มันมีทางเลือกไม่มากสำหรับเราทั้งคู่ ดังนั้นลองตามน้ำไปก่อนแล้วกัน

"อ่าวตาครูซไปห้องน้ำซะนานเลยลูก เอ๊ะนั่น...." ทันทีที่เข้ามาในห้องอาหารหญิงวัยกลางคนที่รู้สึกจะพูดไทยไม่ค่อยชัดเพราะรูปร่างหน้าตาผิดไปจากคนไทยแท้ พูดทักคนข้างๆ ที่เดินมาพร้อมผม

'ครูซ' งั้นเหรอ คุยกันมาก็นานพอสมควรแต่ไม่ได้ถามชื่อมารู้อีกทีก็เมื่อกี้

"สวัสดีครับ สวัสดีครับ" ยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่ไม่ได้เห็นหน้ากันนานจนเกือบจำไม่ได้แต่ก็พอรู้ว่าต้องเป็นลุงเจตน์และป้าฟารอสแน่ๆ

"ดีนไงครับ" ก่อนที่คุณพ่อจะแนะนำผมให้ทั้งคู่รู้จัก ผมและเขาเดินไปนั่งที่ประจำโดยมีร่างสูงยกเก้าอี้ให้และไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณ

"โตแล้วทำไมน่ารักขนาดนี้ลูก" น่ารักงั้นเหรอ

"แต่ทำไมทั้งสองคนถึงมาด้วยกันและไปรู้จักกันตอนไหน"

"พอดีว่าผมไปเข้าห้องน้ำมาเลยถือวิสาสะเดินชมบ้าน แล้วเจอน้องเข้าพอดี" ร่างสูงเป็นคนตอบคำถามของผู้เป็นแม่ก่อนจะหันมาตักกับข้าวอะไรสักอย่างใส่จานให้ผม

"ดีเลยจะได้สนิทกันเร็วๆ" อันนี้พ่อของผมพูดเสริม

"ขอบคุณครับ" ผมกล่าวขอบคุณตามมารยาท แต่ผมมีมือนะความจริง

"เด็กๆ ดูสนิทกันเร็วขนาดนี้ผมก็วางใจ" ก็แหง่แหละครับ

"ลูกๆ คงรู้กันแล้วใช่ไหมเรื่องระหว่างพวกลูกสองคน"

"ครับ/ครับ"

"ส่วนเรื่องงานแต่งพ่อจะรีบให้คนไปดูฤกษ์ให้เร็วที่สุดแล้วจะมาบอกลูกๆ ทีหลัง" คุณพ่อพูดบอกครั้ง ย้ำว่าเร็วที่สุดด้วยนะ

"ระหว่างนี้ก็ทำความรู้จักกันไปก่อนนะ" เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะครับสองครอบครัวนี้เนี่ย

"งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ ให้พี่มารับไปช้อปปิ้งดีไหมหนูดีน พอดีว่าเพื่อนป้าเปิดร้านใหม่ ฝากตาครูซไปเยี่ยมเยือนหน่อยแล้วจะได้ถือโอกาสพาหนูไปเที่ยวด้วย" ดีนเอ้ย มึงกำลังทำอะไรอยู่กันแน่วะ เถียงออกไปสิว่าไม่ไป เถียงออกไป

"ครับคุณป้า"

"มันต้องแบบนี้สิ น่ารักจังเลยนะคะคุณ" เธอหันไปชมผมกับสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ ต่างจากผมที่ตอนนี้อยากจะทึ้งหัวตัวเองที่สุด

"มื้อนี้อร่อยมากเลยครับขอบคุณจริงๆ ได้ทั้งอิ่มท้องได้ทั้งการทั้งงาน คุ้มสุดๆ ไปเลย" หลังจากที่มื้อเย็นผ่านไป เราสองคนได้ขอออกไปเดินย่อยในสวนข้างบ้านและปล่อยให้ผู้ใหญ่พูดคุยเรื่องงานต่อ

ส่วนเขาที่ชื่อครูซ นอกจากแผนการเรื่องเเต่งงานแล้วเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยจริงๆ แต่ก็ดีแล้วล่ะ...

"ยินดีมากครับเพราะยังไงต่อไปคงได้มาที่นี่บ่อยขึ้น" ตอนนี้ผมและคุณพ่อเดินออกมาเพื่อส่งครอบครัวของคุณลุงกลับบ้านเมื่อทุกฝ่ายพูดคุยกันสมเวลาและผมที่ตอนนี้กำลังเดินอยู่ข้างๆ ร่างสูง

คนอะไรสูงเป็นบ้า ทำผมที่สูง 160 ซม. ดูเตี้ยต่ำดินไปเลย

"เดี๋ยวต้องขอตัวกลับก่อนมางานอีกเยอะให้เคลียร์เต็มไปหมด"

"งั้นส่งตรงนี้เลยนะ" คุณพ่อพูดบอกก่อนที่ผมจะปลีกตัวออกมายืนข้างๆ ท่านแทน

"สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า" ผมยกมือขึ้นกราบลาคุณลุงและคุณป้าก่อนที่สายตาจะไปมองที่ร่างสูงของอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกันกับครอบครัวเขา

"แล้วเจอกันนะลูก" คุณป้าวันนี้ที่รู้สึกจะคึกคักเป็นพิเศษพูดบอกก่อนที่ทั้งหมดจะเดินขึ้นรถไป

ผมยืนอยู่หน้าบ้านมองรถคันหรูพร้อมรถอีกสองสามคันที่ประกบหน้าท้ายก็พอจะเดาออกว่าความปลอดภัยไม่ค่อยมีเหมือนกับครอบครัวเราที่ต้องค่อยมีรถประกบตลอดแบบนี้

"เข้าบ้านได้แล้วนะลูก" จะว่าไป เรื่องที่เขาบอกกับผมทำเอาเรายืนคิดได้เพลินๆ เหมือนกันนะ จนรถลับสายตาแล้วถ้าคุณพ่อไม่เรียกคงได้ยืนคุยกับยุงทั้งคืน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์รักรอยน้ำตา
8.1
เมื่อสามีตะโกนใส่หน้า “ผมต้องการหย่ากับเธอ!! คนที่ผมรักเขากลับมาหาผมแล้ว” เมษาเซ็นจำใจชื่อบนใบหย่าพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลพรู เธอตัดสินใจเก็บงำความลับไว้กับตัว พร้อมกับจากไปโดยไม่ปริปากบอกคีรินเลยสักคำ ผ่านไป 5 ปี เด็กชายคนหนึ่งมาตามหาพ่อ... “ผมจะไปหาพ่อผม ปล่อยผมนะ!!” เสียงแผดก้องบริเวณหน้า ล็อบบี้ แม้แต่คีรินเองยังอดสนใจไม่ได้ เด็กชายคนหนึ่งถูก รปภ. รั้งตัวไว้ เขาดิ้นกระแด๋วๆ ตะโกนลั่น ผิวทั้งหน้าแดงก่ำ มีเม็ดเหงื่อผุดเต็มไปหน้า และเมื่อเด็กชายวิ่งตรงมาหาเขา “พ่อคร๊าฟฟฟฟฟ” คิรินเข่าอ่อน สัญชาตญาณบางอย่างเตือน เด็กชายตรงหน้าเขานี่ เป็นเลือดเนื้อส่วนหนึ่งของเขาร้อยเปอร์เซ็นต์
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะหัวใจ(My Heart)
8.6
วีนัส ผู้ช่วยสาววัย 31 ปีที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ต้องเผชิญกับความสัมพันธ์แบบหลบๆ ซ่อนๆ กับกิตติ หัวหน้างานของเธอเอง แม้ชายหนุ่มจะหลงใหลในความเร่าร้อนและความเป็นอิสระของวีนัส ซึ่งเป็นสิ่งที่เปาวลีผู้เป็นภรรยาไม่เคยมีให้ จนทำให้เขาอยากยุติชีวิตคู่ที่แสนอึดอัดนี้ลง ทว่าการหย่าร้างกลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่วีนัสคิดไว้ เมื่อคำมั่นสัญญาเรื่องการเริ่มต้นชีวิตแต่งงานครั้งใหม่กับเธอถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความลุ่มหลงและความกดดันที่เพิ่มขึ้น กิตติจะกล้าตัดสินใจทิ้งชีวิตครอบครัวเดิมเพื่อไปเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่เขาปรารถนาได้จริงหรือเปล่า
ภาพปกนิยายเรื่อง หนีร้ายอุ้มรัก
8.0
เพื่อหาเงินมารักษายายผู้เป็นที่รัก หญิงสาวตัดสินใจเดินทางไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ประเทศออสเตรเลียหลังเรียนจบ ทว่าโชคชะตาคราวเคราะห์กลับชักนำให้เธอพบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงขายบริการ เหตุการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในครั้งนั้นกลายเป็นแผลในใจที่บีบให้เธอต้องหนีกลับประเทศไทยทันที แต่แล้วโลกก็เหวี่ยงพวกเขากลับมาพบกันอีกครั้งพร้อมพันธะผูกพันที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เรื่องราวความรักสุดอลเวงแบบไร้ดราม่าจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาไปอย่างน่ารักและน่าติดตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่าร้าง เศรษฐีมาขอแต่งงานทุกวัน
8.2
คืนแต่งงานที่แสนเจ็บปวดเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อถูกชายแปลกหน้าล่วงเกินจนสูญเสียทุกสิ่ง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับการทารุณจากแม่สามีและท่าทีเย็นชาของสามีจนถูกไล่ออกจากตระกูล แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าแท้จริงแล้วเธอคือทนายความหญิงยอดฝีมือที่เตรียมใช้กฎหมายทวงคืนความยุติธรรม ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อพบว่าชายปริศนาในคืนนั้นคือมหาเศรษฐีผู้มีอำนาจล้นฟ้าและแสนเอาแต่ใจ ซึ่งตอนนี้เขากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อบังคับให้เธอแต่งงานกับเขา จนเธอเริ่มหวั่นใจว่าอุปสรรคครั้งใหม่นี้จะซับซ้อนและรับมือได้ยากกว่าที่เคยเจอมา
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้อเสนอรักเมียตีทะเบียน
8.7
จากเซเลปชื่อดังที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตตั้งครรภ์เพียงลำพังเมื่อห้าปีก่อน มิลา เลียม เลือกที่จะหยัดยืนอย่างทระนงเพื่อเลี้ยงดู ‘มิลิน’ ลูกสาวสุดที่รักโดยไม่แคร์กระแสสังคม โดยมีเพื่อนสนิทอย่างภูมิคอยเคียงข้างช่วยเหลือ จนกระทั่งเธอประสบความสำเร็จก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของคอนนอร์เทรด แต่แล้วความสงบสุขก็ต้องสั่นคลอนเมื่อโชคชะตานำพาให้เธอมาพบกับ เอเดน คอนนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของลูกสาว แม้เขาจะมีอำนาจล้นฟ้า ทว่ามิลากลับตั้งมั่นที่จะปกป้องความลับนี้ไว้สุดชีวิตเพื่อไม่ให้เขาเข้ามาแทรกแซงและพรากแก้วตาดวงใจไปจากอกไปจากไป
ภาพปกนิยายเรื่อง อุ้มรักเมียแสนชัง
9.1
ปรมะพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับนักศึกษาของตัวเองจนตั้งท้อง เขาจำใจต้องรับผิดชอบอย่างไม่มีทางเลือก แต่ผู้ชายระดับไฮเอ็นเช่นเขาไม่ยอมเข้าตาจนง่ายๆ หรอก ในเมื่อพลาดไปแล้วก็ช่างมัน รับแค่ลูกเอาไว้ และเขี่ยแม่ของเด็กทิ้งลงถังขยะ นี่แหละคือทางออกที่ยอดเยี่ยมที่สุด! ตัวอย่างเล่ม : ระหว่างที่รองเท้าสีดำเงาวับกำลังย่ำลงไปบนพื้นกระเบื้องราคาแพง เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาชนเข้าที่ขาด้านหลัง ปรมะหยุดเดิน และก็หมุนตัวกลับไปมองสิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะร่างกายของตัวเอง เด็กผู้หญิงถักเปียสองข้าง... เขายิ้มที่มุมปากน้อยๆ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งเผชิญหน้ากับเด็กตัวจ้อย “อย่าวิ่งซนนะครับเด็กดี...” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขา ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างดีใจ “คุณพ่อ...” เขาไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของเด็กหญิงตรงหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจจนแทบช็อกคือใบหน้าของเด็กหญิงคนนี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเขาตอนเด็กไม่มีผิด ปรมะถึงกับอึ้งงันไป แต่เด็กน้อยยังคงยิ้มแถมยังยกมือขึ้นลูบหน้าของเขาไปมา “คุณพ่อจริงๆ ด้วย... ไข่มุกไม่ได้ฝันไป... เย้...” “หนู...” ตอนนี้แม้แต่จะพูดออกมาให้เป็นคำยังยากสำหรับปรมะเลย เด็กคนนี้เรียกเขาว่าพ่อ แถมยังมีหน้าตาถอดแบบมาจากเขาในตอนเด็กอีกต่างหาก ซีรีส์ในชุดที่เกี่ยวข้องกัน 1. ขายหัวใจให้ท่านประธาน 2. มลทินรัก CEO 3. คืนเผลอรัก 4. อุ้มรักเมียแสนชัง