APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง DAMNED LOVE!

DAMNED LOVE!

อัศวินต้องเผชิญกับค่ำคืนอันทุกข์ทรมานจากอาการผีอำ ที่มาพร้อมกับเสียงหลอนของสามหญิงสาวในอดีตผู้ฝากบาดแผลลึกไว้ในใจเขา ทั้งเสียงสาปแช่งอันโกรธแค้นจากเนตรา ถ้อยคำบอกรักที่แสนขมขื่นจากพี่แคท และเสียงร้องไห้คร่ำครวญถึงลูกจากหทัยรัตน์ ท่ามกลางความเจ็บปวดและสิ้นหวังที่รุมเร้าเข้ามา อัศวินพยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อดิ้นรนให้พ้นจากบ่วงกรรมความรักอันแสนรันทดนี้ พร้อมทั้งอ้อนวอนต่อโชคชะตาให้ช่วยปลดปล่อยเขาจากพันธนาการรักที่เปรียบเสมือนคำสาปและจบสิ้นบทละครชีวิตอันแสนโหดร้ายนี้เสียที
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“กูได้ซุ้มอาหารในโรงเรียนมาแผงนึง ไอ้พล...มึงสนไหม”

อาชัยสิทธิ์โพล่งถามพี่อรรถพลที่สีหน้าเหมือนทราบที่มาที่ไปของคำถาม ขณะที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่พี่อรรถพลก็ยังไม่วายแปลกใจถาม

“อ้าว! ผมได้ยินว่าเขาจะเปิดให้วางเงินมัดจำค่าเซ้งซุ้มเดือนหน้านี่”

“ใช่” อาชัยสิทธิ์พยักหน้า “แต่อาศัยกูเป็นกรรมการวัด เลยแอบใส่ชื่อกูจองไปก่อน”

“อาจะเปิดซุ้มขายอาหารเหรอ”

“มึงคิดว่าคนอย่างกูจะขายของกินให้พวกเด็ก ๆ เหรอวะ” อาชัยสิทธิ์จ้องตาพี่อรรถพล “กูมาขายซุ้มต่อให้มึงโว้ย”

ย่าที่กำลังนึ่งข้าวเหนียวอยู่กล่าวแทรกขึ้น “แต่ชั้นอยากให้ไอ้พลได้เรียนต่อจ้ะ มันจะได้มีวิชาติดตัว”

อาชัยสิทธิ์ตอบพร้อมชี้นิ้วมายังผม “ไอ้พลมันไม่ฉลาดเหมือนไอ้วินแล้วจะเรียนให้ต่อไปทำไม” จากนั้นกล่าวยืดยาว “อีกอย่างนะ ป้ามีเงินส่งไอ้สองคนนี้เรียนพร้อมกันเหรอ! ปีหน้าขายหมูปิ้งส่งไอ้วินคนเดียวก็ไม่เหลือกินแล้ว นี่เห็นว่ากำลังประกาศขายซาเล้งอยู่นี่ แล้วต่อไปจะเอาอะไรไปทำมาหากินล่ะ”

ย่าอึ้งไป! ผมจึงเอ่ยทำลายความเงียบ “แต่ปีหน้าผมได้ทุนการศึกษาเพิ่มเป็นปีละหกพันบาทนะครับ”

“มึงอย่าอวดเก่ง! เงินทุนปีละหกพันน่ะ สำหรับมึงคนเดียวก็ไม่พอแดกแล้ว”

ผมไม่กล้าแม้จะสบตาอาชัยสิทธิ์ที่กล่าวแบบไม่ถนอมน้ำใจเด็กเช่นผมเลย ยิ่งได้ยินเสียงตะคอก ๆ เหมือนลายสักเสือเผ่นกำลังแยกเขี้ยวใส่ ทำเอาใจคอไม่สู้ดีกลัวอาของจะขึ้นแล้วเห็นผมเป็นขอนไม้...เอาเล็บมาตะกุยตัวผม

ต้องขอบคุณพี่อรรถพลที่ทำให้ลืมความกลัวลงได้ เมื่อพี่เขาบอกอาชัยสิทธิ์

“ผมตั้งใจจะไม่เรียนต่อเพื่อให้น้องได้เรียนสูง ๆ อยู่แล้ว และวันนี้กะว่าจะไปบอกร้านสุกี้ขอสมัครเป็นพนักงานประจำที่ร้านเขาอะอา”

“ไอ้พล...มึงอย่าโง่! เป็นลูกจ้างก็เลี้ยงตัวเองแทบไม่รอดแล้ว สู้เป็นนายจ้างเองไม่ดีกว่าหรือ มึงไปเปิดซุ้มขายของกินที่โรงอาหารดีกว่า โอกาสรวยมีเห็น ๆ”

“แต่ผมไม่มีเงินจ่ายค่าซุ้มให้อานะ”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น มึงค่อยผ่อนส่งกะกูได้”

“สาธุ...สาธุ...ขอให้พ่อชัยสิทธิ์เจริญ ๆ นะ” ย่ายกมือพนมท่วมหัว

อาชัยสิทธิ์หันไปทางย่า กล่าว “ยายผ่องอย่าคิดมาก เรามันเพื่อนบ้านกัน” จากนั้นหันไปมองพี่อรรถพล พูดลอย ๆ กึ่งถาม “อีกอย่างนะ! มึงจะได้มีอาชีพมั่นคง ช่วยหาเงินให้ย่ามึงเพิ่มอีกแรง...จริงไหม”

พี่อรรถพลอึกอักตอบ “ย่า...ย่าขายข้าวเหนียวหมูปิ้งตอนเช้า ส่วนผม...ผมไปขายแข่งกับย่าที่โรงอาหาร แล้วจะขายกันได้เหรอ”

“มึงก็ขายอย่างอื่นสิวะไอ้เซ่อ!”

“แต่ผมขายเป็นแค่หมูปิ้งนะ”

“ก่อนพ่อแม่มึงตาย พวกเขาเคยมีรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวริมถนนไม่ใช่เหรอ น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวก็สูตรของยายผ่องย่ามึงนั่นแหละ แล้วทำไมมึงไม่ขายก๋วยเตี๋ยวล่ะ”

“พ่อกะแม่เคยขายก๋วยเตี๋ยวก่อนตายเหรอ!” ผมเพิ่งทราบความจริงข้อนี้ และยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อก็ได้ยินพี่อรรถพลบอกอาชัยสิทธิ์ไปว่า

“แต่ผมต้องมีเงินซื้ออุปกรณ์ขายก๋วยเตี๋ยวเป็นหมื่นเลยนะอา ผมไม่มีปัญญาหามาหรอก”

“มึงอยากได้อะไรกูหามาให้มึงได้หมดแหละ เรื่องเงินทองค่อยว่ากัน”

“เมื่อกี้อาบอกผ่อนค่าซุ้มกับอาได้เหรอ”

“เออ! และกูออกเงินลงทุนซื้อของให้มึงก่อนด้วย เสร็จแล้วค่อยบอกว่าจะผ่อนคืนกูยังไง”

ได้ยินเช่นนั้น ผมซาบซึ้งความเมตตาของอาชัยสิทธิ์เสียจริง เกิดความรู้สึกว่าครอบครัวเราช่างเป็นหนี้บุญคุณอาเขาเหลือเกิน แต่อาชัยสิทธิ์กลับหันมาทางผม บอกแกมสั่ง

“ไอ้วิน! ปีหน้ามึงต้องติวลูกกูให้เรียนเก่ง ๆ เหมือนมึง...ได้ยินไหม”

ผมทำหน้าเลิ่กลั่กไม่เข้าใจนัก ต้องถาม “ติวให้เนตราเหรอ แล้วติวยังไงครับ”

“กูไม่รู้เหมือนกัน! แต่มึงทำได้ใช่ไหม?”

ผมไม่กล้าขัดใจคำถามห้วน ๆ หรืออย่างไรไม่ทราบ! ได้แต่ผงกหัวตอบรับแบบงง ๆ จากนั้นอาชัยสิทธิ์เดินมาจ้องตาผม บอกด้วยน้ำเสียงที่ผมคิดว่าอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยได้ยินจากปากเขา

“ดีมากไอ้วิน เปิดเทอมใหม่ไปแล้ว มึงต้องติวเนตราทุกวันหลังเลิกเรียนนะ”

กล่าวจบอาชัยสิทธิ์ก็เดินกลับบ้าน ทิ้งผมมึนตึ้บเหมือนถูกมัดมือชกยังไงไม่รู้ เหลือบดูพี่อรรถพลยิ่งสร้างความสงสัยเสียจริงว่าพี่เขาคิดอะไรอยู่ อดไม่ได้ต้องถาม

“ตกลงพี่พลจะเอายังไงอะ! ไม่เรียนต่อแล้วเหรอ”

“ย่าส่งพวกเราเรียนสองคนพร้อมกันไม่ไหวหรอกวิน อีกอย่างนะ...พี่มันหัวไม่ดี! ทำงานช่วยย่าหาเงินส่งวินเรียนให้จบมหาลัยดีกว่า”

“แต่พี่เคยบอกอยากเรียนต่อนี่” ผมแย้ง

“พี่ขอสละสิทธิ์ให้วินได้เรียนแบบสบายใจดีกว่า จะได้ไม่ต้องห่วงว่าย่าและพี่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมให้ไง”

ผมอยากร้องไห้ รู้ว่าชีวิตนี้มีเพียงย่าและพี่อรรถพลนี่แหละที่รักผมแท้จริง ณ ขณะนั้นทราบอย่างเดียวว่า โตขึ้นต้องรวยให้ได้ จะเป็นหมอเพื่อครอบครัวเราจะได้สุขสบายเสียที

สำนึกรักต่อครอบครัวอยู่เพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าวพลันดับวูบ เมื่อชายหน้าดุโผล่วับเข้ามาในสมอง ให้เกิดความรู้สึกว่าต้องทดแทนบุญคุณอาชัยสิทธิ์โดยต้องติวเนตราหลังเลิกเรียน ด้วยคิดว่าเป็นหน้าที่ไปเสียแล้ว

พูดก็พูดเถอะ! ผมเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการติวคืออะไร ได้แต่เข้าใจเอาเองว่าคือการสอน และหากต้องสอนเนตราก็คงเป็นงานหนักเอาการ เพราะหลายปีที่ผ่านมา ผลการเรียนของเนตรา...รั้งท้ายห้องมาตลอด

ปิดเทอมใหญ่ปีนี้เช่นทุกปี ผมช่วยย่าขายข้าวเหนียวหมูปิ้งทุกวัน ส่วนพี่อรรถพลทำงานที่ร้านสุกี้กระทั่งหนึ่งสัปดาห์ก่อนโรงเรียนเปิดเทอมก็ลาออก เพื่อเตรียมความพร้อมขายก๋วยเตี๋ยวที่ซุ้มอาหารในโรงเรียน

สามสี่วันก่อนโรงเรียนเปิดเทอม อาชัยสิทธิ์ให้ร้านขายอุปกรณ์ทำก๋วยเตี๋ยวมาส่งถึงบ้านโดยพี่อรรถพลไม่ต้องควักจ่ายสักบาท วันนั้นอาชัยสิทธิ์กระซิบกระซาบกับพี่อรรถพลได้พักใหญ่ และก่อนทำท่าจะกลับ อาเขาหันมาสั่งผมว่า

“เลิกเรียนแล้วมึงเดินกลับบ้านพร้อมลูกกูนะ ถ้าวันไหนยัยเนตราเถลไถลไม่ได้ติวกับมึง กูจะตบกบาลมึง”

ผมทำหน้าเหวอหวาแต่ไม่ถึงขั้นซีเรียสที่ถูกคาดโทษล่วงหน้า ดังนั้น พออาชัยสิทธิ์เดินคล้อยหลัง ก็ลืมเรื่องนี้สนิท

เรียนมัธยมต้นวันแรกกลายเป็นว่าผมเหนื่อยกว่าเก่า แต่ไม่เหนื่อยเท่าพี่อรรถพลที่ต้องเตรียมของขายก๋วยเตี๋ยว ดังนั้น ความพร้อมต่องานขายข้าวเหนียวหมูปิ้งที่พี่อรรถพลเคยทำ จึงถูกเหมามาเป็นของผมโดยปริยาย

เสร็จจากช่วยย่าขายหมูปิ้ง ผมรีบวิ่งไปเข้าแถวเคารพธงชาติด้วยใบหน้ามันแผลบและกลิ่นหมูปิ้งคลุ้ง ใจเป็นห่วงย่าที่ต้องขนข้าวของตามลำพังไปซุ้มอาหารโรงเรียน เพื่อเอาหมูปิ้งไปขายต่อมื้อเที่ยงที่แผงก๋วยเตี๋ยวของพี่อรรถพล พอพักเที่ยงก็รีบไปช่วยพี่อรรถพลและย่าขายต่อ แถมเลิกเรียนแล้วก็ต้องกลับไปช่วยย่าอีก

สังคมผมจึงคับแคบ...ไม่มีเพื่อนสนิทสักคน ความรู้ทั่วไปจึงน้อยนิดเพราะทำแต่งาน

เสียงกริ่งเลิกเรียนวันแรกดังขึ้น ขณะผมกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋าเพื่อรีบกลับไปช่วยย่าทำงานต่อที่บ้าน พลันต้องสะดุ้งเมื่อถูกตีที่ต้นแขนดังเพลี้ยะ

“เธอไม่ต้องติวให้ฉันนะ”

ผมหันขวับ! มองใบหน้าคมเข้มนัยน์ตาโตเป็นประกาย แต่ต้องหลบสายตาคู่นั้นที่ดูดุเอาเรื่อง แก้เขินโดยเอามือลูบต้นแขนบริเวณที่ถูกตี พอเห็นหน้าเนตรา ก็นึกได้โดยพลันว่าหลังเลิกเรียนต้องติวหนังสือให้เธอ แต่ไม่มีไอเดียสักนิดเรื่องการติวว่าคืออะไร ได้แต่อ้ำอึ้งบอกไปว่า

“เรา...เราติวไม่เป็นนะ”

“ฉันก็ไม่อยากให้เธอติวย่ะ ฉันจะไปเล่นกับเพื่อน เธอรอแถวนี้แหละ เราแค่เดินกลับบ้านด้วยกันให้พ่อเห็นก็พอ”

ใจแอบหวั่นจะถูกรอยสักเสือเผ่นขย้ำ ผมถาม “แล้วพ่อเธอไม่ว่าเหรอ”

“ก็อย่าบอกสิ! ตอนนี้เธอไปหาเพื่อนเล่นก่อน ฉันมีอะไรต้องทำกับพวกเพื่อน”

“แต่...แต่” ผมแค่จะบอกว่าอยากรีบกลับไปช่วยย่าทำงานที่บ้าน ทว่า ยังไม่ทันสิ้นคำก็โดนเนตราตวาด

“ไม่ต้องมาแต่ จะไปไหนก็ไป!”

น้ำเสียงเนตราแสดงความไม่ไยดีพร้อมสะบัดมือทำท่าไล่ทำให้ผมไปต่อไม่ถูก ได้แต่แบกเป้นักเรียนเดินตามหลังเธอเนือย ๆ ไปนั่งหลบมุมไม่ไกลจากเนตราและกลุ่มเพื่อนหญิงชายของเธอ...สรวลเสเฮฮากัน

ขณะแอบมองสาวแรกรุ่นวัยสิบสามผิวพรรณเต่งตึงร่างผอมบาง สายตาพลันมีอันต้องสะดุดสองก้อนเนื้อเล็กตรงหน้าอกที่สั่นไหวขึ้นลงไปกับทุกท่วงท่าสะโพกที่ส่ายยั่วเย้าชวนให้มอง

ไอ้เด็กกะโปโลอ่อนโลกและไร้เพื่อนอย่างผม ไม่มีทางทราบเลยว่าพวกเขาเล่นอะไรกันอยู่ เหมือนเนตราคือหัวโจกของกลุ่มกำลังสอนท่าเต้นอะไรก็ไม่รู้ ดูตื่นตาตื่นใจให้ผมต้องจับจ้องทุกอิริยาบทของเธออย่างลืมตัว นานกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนสีบ่งบอกว่าเป็นเวลาเย็นมากแล้ว สติผมคืนกลับทันใด เมื่อเห็นเนตราและผองเพื่อนเธอกำลังแสดงทีท่าร่ำลากันจนแล้วเสร็จ

เนตราจากนั้นเดินตรงมา เธอยื่นกระเป๋านักเรียนของเธอพร้อมสัมภาระอื่นให้โดยไม่พูดจาและหันหลังเดินทันที ทิ้งผมให้ตาลีตาเหลือกลุกคว้าเป้นักเรียนของผมสะพายหลัง หอบข้าวของพะรุงพะรังเดินตามหลังเนตรา กระทั่งถึงที่หมาย

ผมเห็นอาชัยสิทธิ์ยืนเท้าสะเอวรอลูกสาวอยู่หน้าบ้าน!

********************

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
ภาพปกนิยายเรื่อง เหยื่อในกับดักบงการใจ
9.7
เพื่อทลายแก๊งนรกนอกกฎหมาย ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเอาตัวเข้าแลกเป็นเหยื่อลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน แต่ทว่าแผนการกลับพังทลายเมื่อฉันถูกลักพาตัวด้วยการสวมถุงดำคลุมหัว และตื่นขึ้นมากลางโกดังค้ามนุษย์อันน่าสะพรึงกลัว ความจริงอันโหดร้ายเปิดเผยว่าคนร้ายที่ฉันตามจับเป็นแค่ตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังคอยเฝ้ามองความทรมานของฉันอย่างสนุกสนาน เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้สถานะตำรวจอย่างทะลุปรุโปร่ง แม้ในยามที่มีดจ่อคอหอย เขากลับกระซิบด้วยความบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงก้าวลงสู่นรกที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ มันเป็นเรื่องที่เร้าใจและน่าตื่นเต้นที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
7.9
นราวดีพยายามต่อสู้สุดกำลังเพื่อพาตัวเองออกจากพันธนาการบนเตียงในสภาพเกือบไร้อาภรณ์ ทว่าความตระหนกตกใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างที่ไม่เคยพบเจอ เมื่อฝ่ามือแกร่งและเรียวปากอันร้อนแรงเริ่มล่วงล้ำสัมผัสไปทั่วเรือนร่าง ความทรมานจากความต้องการที่ปะทุขึ้นทำเอาเธอต้องสั่นสะท้านไปทั้งทรวง ยามที่ยอดอกถูกบดขยี้จนรู้สึกเจ็บแปลบสลับกับความเสียวซ่านที่โถมกระหน่ำ ร่างบางบิดเกร็งไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นเร้า จนในที่สุดมือที่เคยถูกพันธนาการไว้ก็ได้รับอิสระท่ามกลางเสียงสูดลมหายใจอันร้อนผ่าว
ภาพปกนิยายเรื่อง สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ลูกนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งชาวอังกฤษ จำใจต้องก้าวขึ้นมารับหน้าที่ผู้สืบทอดตระกูลที่ไร้ทายาทคนอื่น ทว่ามรดกชิ้นนี้กลับแฝงไปด้วยคำสาปและพันธะบาปอันยาวนานหลายชั่วอายุคน เขาต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันแสนมืดมนในคฤหาสน์โบราณอันเต็มไปด้วยความลึกลับ โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยเคียงข้างช่วยเหลือเพื่อไขปริศนาก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น ท่ามกลางการคุกคามจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์อันลึกซึ้งของทั้งคู่กลับค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างเงียบงันในเงามืด
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีฉัน กับชีวิตลับอันวิปริต
9.4
ทริปไว้อาลัยน้องสาวสามี ณ วิลล่าหรู กลับเปิดโปงความลับสุดช็อกเมื่อฉันพบว่าเธอยังไม่ตาย ทั้งยังมีลูกชายที่หน้าตาเหมือนสามีฉันราวกับพิมพ์เดียวกัน ที่ร้ายกว่านั้นคือครอบครัวของฉันเองก็ร่วมมือตบตาในแผนลวงห้าปีนี้เพื่อใช้ฉันเป็นโล่บังหน้า ภาคินหัวเราะเยาะความภักดีของฉันและวางแผนส่งฉันเข้าโรงพยาบาลบ้าเพื่อกำจัดทิ้งอย่างเลือดเย็น ฉันจึงตัดสินใจเผาวิลล่าแห่งนั้นจนวอดวาย ก่อนจะหลบหนีไปจับมือกับศัตรูทางธุรกิจที่สามีเกรงกลัวที่สุดเพื่อเริ่มต้นการแก้แค้นคืนอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์ได้พบหนังสือโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ในร้านแถวจตุจักรโดยบังเอิญ แม้สภาพจะเก่าคร่ำคร่าแต่ลวดลายปกอันงดงามกลับสะกดสายตาเธอได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเปิดออกดูเธอก็ต้องตกตะลึงกับรูปวาดของนักรบหนุ่มรูปงามผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจจนยากจะละสายตา ความลุ่มหลงทำให้เธอเลือกที่จะซื้อมันกลับมา โดยหารู้ไม่ว่าหนังสือเล่มนี้แฝงไปด้วยพลังลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งกำลังจะชักนำเธอให้ไปเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณปริศนาที่ถูกจองจำมานานนับร้อยปีและเฝ้ารอคอยการปลดปล่อยด้วยความเสน่หาอันแสนรัญจวน