APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง DAMNED LOVE!

DAMNED LOVE!

อัศวินต้องเผชิญกับค่ำคืนอันทุกข์ทรมานจากอาการผีอำ ที่มาพร้อมกับเสียงหลอนของสามหญิงสาวในอดีตผู้ฝากบาดแผลลึกไว้ในใจเขา ทั้งเสียงสาปแช่งอันโกรธแค้นจากเนตรา ถ้อยคำบอกรักที่แสนขมขื่นจากพี่แคท และเสียงร้องไห้คร่ำครวญถึงลูกจากหทัยรัตน์ ท่ามกลางความเจ็บปวดและสิ้นหวังที่รุมเร้าเข้ามา อัศวินพยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อดิ้นรนให้พ้นจากบ่วงกรรมความรักอันแสนรันทดนี้ พร้อมทั้งอ้อนวอนต่อโชคชะตาให้ช่วยปลดปล่อยเขาจากพันธนาการรักที่เปรียบเสมือนคำสาปและจบสิ้นบทละครชีวิตอันแสนโหดร้ายนี้เสียที
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ใกล้มืดแล้วแต่อากาศยังร้อนอบอ้าวเหลือเกิน หลังส่งเนตรา...ผมเดินเข้าบ้าน ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นทันใดเมื่อเห็นสำรับกับข้าววางรออยู่บนพื้นห้อง สำนึกได้ว่าอาหารมื้อเย็นนี้ด้วยมิใช่หรือ! ที่ผมควรได้อยู่ช่วยย่าตระเตรียมเช่นทุกวัน

ย่ากำลังหั่นหมูเพื่อหมักไว้ขายวันพรุ่งนี้ พลันที่เห็นผมเดินเข้าบ้าน ย่ามองหน้าผม กล่าวด้วยน้ำเสียงปนห่วง

“วินคงหิวแย่แล้ว จะกินเลยไหมลูก วันนี้ย่าทำน้ำพริกปลาทูกะผักลวกของโปรดวินเลยนะ”

“แล้วย่ากะพี่พลกินกันยังครับ” กล่าวจบผมหันไปทางที่มาของเสียง

“ก็รอกินพร้อมวินอยู่นี่ไง”

คำตอบของพี่อรรถพลขณะกำลังง่วนเคี่ยวน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ทำผมหน้าจ๋อยที่ทุกคนต้องทนหิวเพื่อครอบครัวเราจะได้ทานข้าวเย็นพร้อมหน้า ผมไม่รอช้า รีบไปคดข้าวใส่จาน เสร็จแล้วเรียกย่าและพี่อรรถพลมาทาน

ย่าจะใส่ใจแกะกระดูกและก้างปลาทูออกหมดเกลี้ยงทุกครั้งหลังทอด และตั้งแต่เด็กผมจะเอาปลาทูทอดที่หนังกรอบเนื้อมันนุ่ม คลุกเคล้ากับข้าวสวยร้อนราดด้วยน้ำพริกกะปิจนชุ่ม เปิบด้วยมือทานสลับกับผักลวกราดน้ำพริกเข้มข้น ลำพังกับข้าวเพียงสองอย่างนี้ก็เพียงพอให้ผมทานจนพุงกางได้ทุกครั้ง และขณะกำลังอร่อยอยู่เชียว จู่ ๆ พี่อรรถพลถาม

“วันแรกติวอะไรกันมั่ง”

ผมเงยหน้า ไม่ตอบ แต่ถามกลับ “พี่พลรู้เรื่องติวได้ไงอะ”

“ก่อนวินกลับ อาชัยสิทธิ์มาหาวินที่นี่ เขากลัวว่าวินจะไม่กลับบ้านพร้อมเนตรานะสิ”

“ก็เขาหวงลูกสาวจะตาย” ย่ากล่าวเสริม

“ต้องหวงสิย่า ลูกเทวดามาเกิดนี่” พี่อรรถพลพูดจบพร้อมหัวเราะในลำคอ แต่ขำได้แพลบเดียวก็ต้องหยุด กล่าวต่อเหมือนกระซิบ “แหม! พูดถึงปุ๊บก็มาเลย พ่อลูกคู่นี้ตายยากจริง”

ผมมองตรงไปทางเข้าบ้าน เห็นอาชัยสิทธิ์ไม่ใส่เสื้อเหมือนเคย กำลังเดินจูงมือเนตราตรงมา ใจนึกสงสัยนิดหน่อยว่าจะมากันทำไม

“ชัยสิทธิ์...มากินข้าวกัน” ย่ากล่าวเชิญชวนแทนทักทาย

“กินกันแล้ว” เสียงตอบฟังพอเป็นพิธี ตามด้วยฝ่ามือฟาดลงบนศีรษะผมทันใด แม้ไม่แรงนักแต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่อยู่ดี ๆ อาชัยสิทธิ์จะมาตบกระบาลผม แต่พอได้ยินคำตวาดจากอาเขาก็พลันเข้าใจ

“ทำไมมึงไม่ติวลูกกู”

เด็กเช่นผมต้องเกาหัวยิก ๆ บริเวณที่ถูกตบกะโหลก รู้สึกงงมากว่าทำไมอาชัยสิทธิ์ถึงไม่ถามลูกสาวตัวเองก่อนว่าทำไม จากนั้นเงยหน้าขณะมือขวากำลังบดข้าวกับน้ำพริกปลาทู ตอบแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ไปว่า

“ก็...ก็เนตราบอกไม่ต้องติวนี่ครับ”

เนตราสวนกลับทันใด “ฉันเปล่าพูด...เธอน่ะโกหก”

ผมกลายเป็นใบ้ไปซะงั้น! แถมถูกเด็กด้วยกันกล่าวหาว่าพูดโกหกเสียอีก จึงอ้อมแอ้มบอกเนตรากลับไป “เราเปล่าโกหกนะ”

“มึงไม่ต้องมาแก้ตัว”

อาชัยสิทธิ์ตัดบทพร้อมตบกระบาลผมอีกหนึ่งที แต่เป็นเนตราที่ทำหน้าบึ้งใส่พ่อเธอ บอกว่า

“หนูไม่ติวนะ! เลิกเรียนหนูต้องสอนท่าเต้นเชียร์ลีดเดอร์ให้เพื่อน”

“เพื่อนตุ๊ดแรด ๆ พวกนั้นเหรอ! คบไปก็เสียอนาคตหมด” อาชัยสิทธิ์เสียงแข็งใส่ลูกสาว “พรุ่งนี้เย็นพ่อไปรับและจะบอกพวกมันว่าลูกต้องดูหนังสือ เสร็จแล้วกลับมาให้ไอ้วินติวที่บ้านมันนี่แหละ”

“ไม่!” เนตรากรี๊ดดังลั่น

“ถ้าดื้อก็ไปเรียนโรงเรียนประจำต่างจังหวัด”

เนตราเงียบลงทันที ตาโตงามคู่นั้นจ้องถมึงขึงขังเหมือนจะกินเลือดเนื้อผมทั้งที่ผมไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย แต่ไม่วายเห็นใจเธอที่จะอดสอนท่าเต้นสวย ๆ แก่พวกเพื่อนอีก และไม่ทราบว่าทำไม ผมแหงนหน้าหันไปมองอาชัยสิทธิ์ด้วยสายตาละห้อย บอก “ผม...ผมติวไม่เป็นครับอา”

“มันจะยากเย็นอะไร มึงก็สอนและทำการบ้านกับลูกกูแค่นั้น”

“แต่ทุกเย็นผมต้องช่วยย่าทำงานนะอา”

กลิ่นน้ำพริกกะปิมันหอมยวนใจให้ผมคลุกเคล้าน้ำพริกกับปลาทูผสมข้าว...เปิบเข้าปาก พลันต้องสะดุ้งโหยง

“ย่ามึงไม่ต้องขายซาเล้งเพราะใคร? และไอ้พลขายก๋วยเตี๋ยวส่งมึงเรียนได้เพราะใคร? มึงติวลูกกูแค่นี้ทำให้ไม่ได้หรือวะ...ไอ้วิน”

“โอ๊ย! ได้อยู่แล้วพ่อชัยสิทธิ์” ย่ารีบให้คำตอบแทน “ติวเสร็จให้ยัยหนูอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก็ได้นะ”

“หนูไม่กินนะ” เนตราบอกพ่อเธอ ก่อนมองมายังผมพร้อมทำท่าขยะแขยง บอก “บ้านนี้ใช้มือกิน อี๋...สกปรก”

“ปกติเราใช้ช้อนกันจ้ะ” พี่อรรถพลส่งให้ยิ้มเนตรา บอก “ยกเว้นน้ำพริกปลาทู ต้องใช้มือเปิบถึงจะอร่อย”

อาชัยสิทธิ์กล่าวตัดบท “ลูกกูไม่ชอบอาหารพื้นบ้าน ชอบกินอาหารฝรั่งโดยเฉพาะไก่ทอด KFC” จากนั้นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ถามพี่อรรถพล “อ้อ! แล้ววันนี้มึงขายได้กี่ตังวะ”

“พันกว่าบาทเองอา”

“เอาน่า! อีกหน่อยก็ดีขึ้น ก๋วยเตี๋ยวสูตรพ่อมึงน่ะอร่อยอยู่แล้ว ทนขายไม่นานก็คืนทุน”

“แล้วผมต้องผ่อนคืนอายังไงอะ”

“ขอคิดต้นทุนก่อนแล้วค่อยทำสัญญาหนี้กัน แต่กูคิดดอกเบี้ยด้วยนะโว้ย” จากนั้น อาชัยสิทธิ์หันมาบอกผมอีกครั้ง

“ย่ามึงรับปากกะกูแล้วนะ ถ้ามึงเบี้ยวไม่ติวลูกกูอีก มึงเจ็บตัวแน่”

หลังสองพ่อลูกกลับ ผมฝืนกินข้าวคลุกน้ำพริกปลาทูต่อจนหมด มันอร่อยเหมือนเดิมแหละ แต่กลับไม่ลื่นคอด้วยสะดุดคำพูดของย่าก้องในโสตประสาทหูว่า

“บุญคุณเขา เราต้องทดแทน!”

ส่วนสัญญาหนี้ของพี่อรรถพล ผมไม่เคยเห็น จำได้ว่าพี่อรรถพลเคยบอกค่าเซ้งซุ้มห้าหมื่นบาทและค่าลงทุนอื่น ๆ อีกไม่เกินสามหมื่น หากรวมดอกเบี้ยพี่อรรถพลเป็นหนี้อาชัยสิทธิ์ก็ไม่น่าเกินหนึ่งแสนบาท

วันรุ่งขึ้นหลังเลิกเรียน เนตราบอกว่าพ่อเธอจะไม่มารับกลับบ้านแล้ว ผมทราบต่อมาภายหลัง ว่าเนตราได้ตกลงก่อนหน้าไม่ให้อาชัยสิทธิ์ไปยุ่มย่ามกับพวกเพื่อน ๆ เธอ แลกกับการเดินทางกลับบ้านพร้อมกันเพื่อทุกวันผมจะได้ติวการบ้านให้ แต่ให้ตายนี่สิ! เย็นนี้เนตราเอาแต่เอ้อละเหยหยอกล้อกับเหล่าเพื่อน กระทั่งครู่ใหญ่ต่อมาเนตราเดินมาพร้อมยื่นกระเป๋านักเรียนของเธอให้

กระเป๋านักเรียนของเนตราเป็นแบบถือ ส่วนของผมเป็นแบบเป้สะพายหลัง สองมือผมจึงว่างถือกระเป๋านักเรียนอันหนักอึ้ง เดินตามหลังเธอต้อย ๆ

เหมือนเบ๊...ยังไงยังงั้น!

ไม่ถึงสิบห้านาทีเราสองคนก็ถึงที่หมาย ผมเดินแซงนำเนตราเข้าไปภายในบ้านย่าที่มีเพียงสามห้องแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน คือห้องอเนกประสงค์ที่ใช้ได้สารพัดตั้งแต่ทำงานยันนั่งเล่นนั่งกินข้าว อีกสองห้องเป็นห้องนอนของพี่อรรถพลและของผมที่ใหญ่กว่าห้องนอนของย่ามาก

ย่าและพี่อรรถพลอยู่ในห้องอเนกประสงค์ กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมของไว้ขายวันพรุ่งนี้ เห็นแล้วรู้สึกไม่ดีกับตัวเองที่อยู่ช่วยย่าทำงานไม่ได้อีกต่อไป เพราะเหมือนถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ และยังไม่ทันได้สวัสดีทักย่า พี่อรรถพลตะโกนบอกผม

“ยกโต๊ะพับกับเก้าอี้เข้าไปติวกันในห้องนอนเลย”

ผมไหว้สวัสดีย่า แต่เนตรานี่สิ! สีหน้าไม่ยินดียินร้าย เดินดุ่ย ๆ ไปยังห้องนอน

ดีที่ห้องนอนเป็นห้องมุ้งลวด พี่อรรถพลและผมจึงไม่ต้องกางมุ้งนอนกัน เราสองพี่น้องนอนพื้นบนเบาะที่พับเก็บได้ และทุกเช้าชุดที่นอนพร้อมหมอนและผ้าห่มสองชุดนี้จะถูกเก็บวางอย่างเป็นระเบียบ จึงมีที่ว่างกลางห้องเหลือเฟือให้กางโต๊ะกางเก้าอี้ไว้ติวหนังสือ

หลังจัดเตรียมทุกอย่างเข้าที่ พี่อรรถพลชะโงกหน้าเข้ามาดูภายในห้องและบอกครั้งต่อไปให้ปิดประตูห้องด้วย เสียงจากข้างนอกจะได้ไม่เข้ามารบกวน

พลันที่พี่อรรถพลปิดประตูห้องนอนให้ ผมหันไปเห็นเนตราที่ทำหน้าบึ้ง พานให้ผมเซ่อซ่าไม่รู้ต้องทำอะไรต่อ ยืนตัวเกร็งบอกเธอไปว่า “เอ่อ...เราติวไม่เป็นนะ”

“ติวไม่เป็นก็ไม่ต้องติว”

“แต่พ่อเธอจะเล่นงานเรานะ”

“เรื่องของเธอ ฉันไม่เกี่ยว”

เห็นหน้าตาท่าทางเนตราแล้วอยากจะบอกว่า หากไม่ต้องติวเธอเป็นการตอบแทนบุญคุณแล้วละก็ ผมน่ะ! ขอออกไปช่วยย่าทำงานดีกว่า แต่ทำไมปากถึงไม่ตรงกับใจนะ กลับบอกเนตราไปว่า

“งั้นเรามานั่งทำการบ้านด้วยกันดีไหม”

“ไม่! เธออยากทำอะไรก็ทำ” เนตราปฏิเสธไม่ไยดี มือชี้ยังเบาะนอน กล่าวเหมือนสั่ง “ฉันจะนอน ปูที่นอนให้หน่อย”

ผมเลือกเบาะที่นอนของผมออกมาปูกาง เรื่องความสะอาดไม่ต้องพูดถึง แต่อาจมีกลิ่นเหงื่อกลิ่นสาบผมติดอยู่บ้าง

เนตราลงไปนอนบนเบาะทันทีที่ผมปูกางเสร็จ เธอนอนแผ่อ้าซ่าจนผมรู้สึกเขินอายไม่กล้ามอง ก่อนหยิบการบ้านออกมาก็เหลือบมองเนตราอีกครั้ง เห็นเธอนอนตะแคงเอาหน้าซุกบนหมอนผม

วันนี้แม้เป็นวันเปิดเรียนวันที่สองของมัธยมหนึ่ง แต่การบ้านมีเยอะมาก สมัยอยู่ชั้นประถมนั้น ผมใช้เวลาทำการบ้านไม่เคยเกินครึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อย แต่นี่ผ่านมาจวนจะชั่วโมงแล้ว...เพิ่งเสร็จ

ทันทีที่ผมทำท่าเก็บการบ้านเข้าเป้นักเรียน ก็ต้องแปลกใจเมื่อเนตราลุกขึ้นจากท่านอนเป็นนั่ง พูดเร็วปรื๋อ

“ขอลอกก่อน...ขอลอกก่อน”

“จะลอกวิชาอะไรบ้างล่ะ”

“เอาหมดแหละ”

เนตราตอบพร้อมค้อนขวับหนึ่งที ผมจึงหยิบการบ้านวิชาพีชคณิต วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษวางบนโต๊ะ

“เอามาให้ฉันนี่”

“อ้าว! ไม่ทำบนโต๊ะเหรอ”

“เอ๊ะ! พูดไม่รู้เรื่องหรือไง บอกให้เอามานี่”

“อะไรกัน! จะลอกการบ้านทั้งที แทนที่จะขอดี ๆ ทำไมต้องตวาดวะ” ผมคิดแต่ปฏิกิริยากลับสวนทาง เดินเซื่อง ๆ ยื่นสมุดการบ้านทั้งสามวิชาให้เนตรา

ปรากฏว่า เนตรานอนลอกการบ้าน ส่วนผมกลับไปนั่งบนโต๊ะ...อ่านบทเรียนล่วงหน้า

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เนตราลอกงานเสร็จก็ลุกขึ้นยื่นสมุดการบ้านคืนผม ดูเธออารมณ์ดีมากถึงขนาดยิ้มให้ กล่าว

“ฉันไม่มีกุญแจเข้าบ้านนะ! ปกติพ่อแม่ปิดร้านเสร็จ กว่าจะกลับถึงนี่ก็เลยหกโมงเย็นไปแล้ว”

ผมฉีกยิ้มกว้างเพราะเขินหรืออย่างไรไม่ทราบ บอกไม่เต็มปากเต็มคำไปว่า

“ไม่เห็นเป็นไรนี่ เธอก็รอที่นี่แหละ พวกเค้ามาถึงเมื่อไหร่ค่อยกลับก็ได้”

“แหม! ฉันชอบตอนเธอยิ้มจัง เห็นฟันขาวจั๊วะ ดูหล่อและมีเสน่ห์มากเลย”

ผมแก้เขินโดยเอามือข้างหนึ่งเสยผมลากยาวถึงลำคอ แอบชำเลืองเนตราด้วยหางตาและฉีกยิ้มให้เธออีกครั้ง รู้สึกหัวใจพองโตและเต้นแรงผิดจังหวะยังไง ๆ พิกล จากนั้นก้มหน้าดูหนังสือเรียนต่อ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงตะโกนเรียกชื่อเนตราบอกให้เธอเข้าบ้านดังจากบ้านที่อยู่ติดกัน

“ไปแระ” เนตราบอกก่อนคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งแจ้นออกไป ผมเองเช่นกัน รีบออกไปช่วยย่าทำงานทันที

คืนนั้นเข้านอนสี่ทุ่มตามปกติ เกิดความแปลกใหม่ตอนหลับตานอน เห็นภาพเนตรายิ้มให้ผุดขึ้นในสมอง ใจวาดหวังถึงวันพรุ่งนี้ว่าจะได้ติวให้เธออีก

เอ่อ...จริง ๆ แล้ว ผมหมายถึงให้เนตราลอกการบ้านน่ะ ส่วนเรื่องติวนั้นช่างมันเถอะ! ผมยังเซ่อเกินกว่าจะเข้าใจความหมายแท้จริงของมัน ขอเนตรายิ้มให้และพูดดี ๆ กับผมหลังได้ลอกการบ้าน เพียงเท่านี้ก็โอเคแล้ว

เราเริ่มสนิทกัน เนตราชอบพูดทำนองหยอกล้อว่าผมตัวหอมเหมือนหมูปิ้ง นับจากวันนั้นผมไม่เดินต้อย ๆ ตามหลังเธออีก แต่เดินเคียงคู่กับเธอตลอดทางกลับบ้าน และทุกวันที่เราอยู่ด้วยกันในห้อง เนตราจะนอนเกลือกกลั้วเอาใบหน้าซบหมอนของผมขณะรอลอกการบ้าน ส่วนผมก็รู้สึกสบาย ๆ เหมือนมีคนสวยตาคมโตนอนข้าง ๆ คอยให้กำลังใจ

ทุกอย่างคงผ่านไปด้วยดี หากเพราะมิใช่สองปีต่อมา...

ฮอร์โมนเด็กชายและเด็กหญิงวัยย่างสิบห้าปีแผ่ฟุ้งซ่าน...ทั่วร่าง!

********************

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
ภาพปกนิยายเรื่อง เหยื่อในกับดักบงการใจ
9.7
เพื่อทลายแก๊งนรกนอกกฎหมาย ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเอาตัวเข้าแลกเป็นเหยื่อลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน แต่ทว่าแผนการกลับพังทลายเมื่อฉันถูกลักพาตัวด้วยการสวมถุงดำคลุมหัว และตื่นขึ้นมากลางโกดังค้ามนุษย์อันน่าสะพรึงกลัว ความจริงอันโหดร้ายเปิดเผยว่าคนร้ายที่ฉันตามจับเป็นแค่ตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังคอยเฝ้ามองความทรมานของฉันอย่างสนุกสนาน เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้สถานะตำรวจอย่างทะลุปรุโปร่ง แม้ในยามที่มีดจ่อคอหอย เขากลับกระซิบด้วยความบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงก้าวลงสู่นรกที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ มันเป็นเรื่องที่เร้าใจและน่าตื่นเต้นที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
7.9
นราวดีพยายามต่อสู้สุดกำลังเพื่อพาตัวเองออกจากพันธนาการบนเตียงในสภาพเกือบไร้อาภรณ์ ทว่าความตระหนกตกใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างที่ไม่เคยพบเจอ เมื่อฝ่ามือแกร่งและเรียวปากอันร้อนแรงเริ่มล่วงล้ำสัมผัสไปทั่วเรือนร่าง ความทรมานจากความต้องการที่ปะทุขึ้นทำเอาเธอต้องสั่นสะท้านไปทั้งทรวง ยามที่ยอดอกถูกบดขยี้จนรู้สึกเจ็บแปลบสลับกับความเสียวซ่านที่โถมกระหน่ำ ร่างบางบิดเกร็งไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นเร้า จนในที่สุดมือที่เคยถูกพันธนาการไว้ก็ได้รับอิสระท่ามกลางเสียงสูดลมหายใจอันร้อนผ่าว
ภาพปกนิยายเรื่อง สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ลูกนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งชาวอังกฤษ จำใจต้องก้าวขึ้นมารับหน้าที่ผู้สืบทอดตระกูลที่ไร้ทายาทคนอื่น ทว่ามรดกชิ้นนี้กลับแฝงไปด้วยคำสาปและพันธะบาปอันยาวนานหลายชั่วอายุคน เขาต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันแสนมืดมนในคฤหาสน์โบราณอันเต็มไปด้วยความลึกลับ โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยเคียงข้างช่วยเหลือเพื่อไขปริศนาก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น ท่ามกลางการคุกคามจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์อันลึกซึ้งของทั้งคู่กลับค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างเงียบงันในเงามืด
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีฉัน กับชีวิตลับอันวิปริต
9.4
ทริปไว้อาลัยน้องสาวสามี ณ วิลล่าหรู กลับเปิดโปงความลับสุดช็อกเมื่อฉันพบว่าเธอยังไม่ตาย ทั้งยังมีลูกชายที่หน้าตาเหมือนสามีฉันราวกับพิมพ์เดียวกัน ที่ร้ายกว่านั้นคือครอบครัวของฉันเองก็ร่วมมือตบตาในแผนลวงห้าปีนี้เพื่อใช้ฉันเป็นโล่บังหน้า ภาคินหัวเราะเยาะความภักดีของฉันและวางแผนส่งฉันเข้าโรงพยาบาลบ้าเพื่อกำจัดทิ้งอย่างเลือดเย็น ฉันจึงตัดสินใจเผาวิลล่าแห่งนั้นจนวอดวาย ก่อนจะหลบหนีไปจับมือกับศัตรูทางธุรกิจที่สามีเกรงกลัวที่สุดเพื่อเริ่มต้นการแก้แค้นคืนอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์ได้พบหนังสือโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ในร้านแถวจตุจักรโดยบังเอิญ แม้สภาพจะเก่าคร่ำคร่าแต่ลวดลายปกอันงดงามกลับสะกดสายตาเธอได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเปิดออกดูเธอก็ต้องตกตะลึงกับรูปวาดของนักรบหนุ่มรูปงามผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจจนยากจะละสายตา ความลุ่มหลงทำให้เธอเลือกที่จะซื้อมันกลับมา โดยหารู้ไม่ว่าหนังสือเล่มนี้แฝงไปด้วยพลังลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งกำลังจะชักนำเธอให้ไปเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณปริศนาที่ถูกจองจำมานานนับร้อยปีและเฝ้ารอคอยการปลดปล่อยด้วยความเสน่หาอันแสนรัญจวน