APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อาหมอ

อาหมอ

ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างอาหนุ่มและญ๋า หลานสาวบุญธรรม ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งจนแปรเปลี่ยนเป็นความแนบชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางค่ำคืนที่แสนเปราะบางและการสัมผัสที่เธอไม่เคยพานพบ อาผู้แสนดีกลับต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิด เขาจึงเอ่ยคำขอโทษด้วยความอาทรและห่วงใย เพราะตระหนักดีว่าความไร้เดียงสาของหลานสาวอาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด ทุกการปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักและความกังวลใจที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวในใจคืน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

• ACTION •

“ใกล้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้วสินะ...” 

แม่ของสาวหน้าหวานที่กำลังนั่งพับผ้าจัดกระเป๋าเตรียมส่งเธอไปอยู่บ้านอา พูดดีใจเป็นปลื้มเมื่อรู้ว่าลูกสาวกำลังจะได้เป็นหมอ extern ซึ่งนี่ก็เป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของเธอ กับเส้นทางการเป็นหมอ และ ‘ญะญ๋า’ ก็เป็นความหวังเดียวของคนเป็นพ่อกับแม่

“อีกแค่ปีเดียว ตั้งใจเรียนนะรู้ไหม” คนเป็นพ่อยืนกอดอกพูดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ด้วยท่าทางกวนๆ ตามสไตล์ของเขา

“ค่ะ พ่ออยู่บ้านก็ห้ามดื้อนะ” ญะญ๋าพูดเสียงหวานท่าทางนุ่มนิ่มบอกกับพ่อของเธอ เพราะรู้ว่าเขาชอบก่อกวนผู้เป็นแม่อยู่บ่อยๆ

“พ่อไม่ดื้อหรอก ไม่ต้องห่วง” 

“เดี๋ยววันหยุดพ่อกับแม่ขึ้นไปหาที่กรุงเทพนะ” แม้ว่าเวลานี้เธอจะมีอายุที่มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงลูกสาวน้อยลงเลย เพราะรู้ว่าญะญ๋าเป็นเด็กหัวอ่อน ไม่สู้คน และมักจะถูกเพื่อนเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เด็ก

“อาปืนยังใจดีเหมือนเดิมไหมคะ?” 

“อาปืนเขาใจดีอยู่แล้ว แต่ญ๋าอย่าไปดื้อกับอาเข้าใจไหม ไปอยู่บ้านเขาต้องเป็นเด็กดีนะ” 

“ค่ะแม่..” 

@เพนท์เฮ้าส์หมอปืน

บ้านหรูแสนทันสมัยบนตึกสูง ทำให้เด็กสาวเริ่มเกร็งเมื่อย่างกายเข้ามาที่นี่ เพราะฐานะที่ดูมั่นคงต่างไปจากเมื่อก่อน เหมือนว่าจะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับภาพจำของอาหมอคนใจดีของเธอ 

“ไม่เจอกันสิบปี โตขึ้นเยอะเลยแฮะ” อาหมอคนใจดียิ้มต้อนรับหลานสาวที่เดินทางมาถึง

“ฝากมึงด้วยแล้วกัน ญ๋าไม่ดื้อหรอก เลี้ยงง่าย ...แต่ถ้าดื้อก็ตีได้เลย” คนเป็นพ่อพูดบอกกับเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทอย่างหมอปืน และเขาก็ไว้ใจอย่างมากว่าเธอจะปลอดภัยกว่าการไปเช่าคอนโด หรือห้องพักอยู่คนเดียวในกรุงเทพเมืองหลวงที่แสนอันตรายนี้

“ฝากด้วยนะปืน ญ๋าเป็นเด็กตามคนไม่ค่อยทัน กลัวว่าจะโดนคนที่ทำงานเอาเปรียบ” ฉันโล่งใจขึ้น เมื่อรู้ว่าญะญ๋าจะได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลเดียวกับที่ปืนทำงานอยู่

ซึ่งทั้งฉันสามีและปืนเราสนิทกันมากในช่วงนึง และยังคอยช่วยเหลือกันตลอดเรื่อยมา แม้ไม่ใช่คนในครอบครัวแต่ก็เหมือนเป็นเช่นนั้น...

“พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลญ๋าให้” 

ถึงจะเป็นการรบกวน แต่มันก็เป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ และกล้าฝากลูกสาวไว้กับมัน... “ขอบใจมากเว้ย ไว้กูจะมาเยี่ยมญ๋าบ่อยๆ” 

ตอนที่ฉันเด็กๆ พ่อกับแม่เอาฉันมาฝากไว้กับอาปืนบ่อยๆ เพราะพวกเขาต้องออกไปทำงาน ซึ่งฉันก็ซึมซับการอยากเป็นหมอจากอา บวกกับพ่อและแม่เองก็ต้องการให้ฉันเป็นอย่างนั้น แต่การเป็นหมอไม่ง่ายเลย มันยากกว่าที่คิดไว้ ทั้งเรื่องการเรียนที่หนักและยาวนานกว่าเพื่อนคณะอื่น และการฝึกงานที่โหดคูณสองแบบที่รุ่นพี่บอกไว้ อาของฉันเก่งมากจริงๆ ที่ผ่านช่วงเหนื่อยยากทั้งหมดนั้นมาได้...

“ยังมีหลายเรื่องที่ญ๋ายังไม่เก่ง อาช่วยสอนญ๋าหน่อยนะคะ” คนเรียบร้อยพูดบอกกับคุณอาคนใจดีของเธอ และเขาก็ยังคงเป็นแบบนั้นเสมอ

“ได้ครับ..” 

“งั้นพี่กลับแล้วนะปืน ฝากหลานด้วยนะ” คุณแม่ยังสวยพูดจบก็เดินเข้ามาสวมกอดลูกรักเพื่อบอกลาเธอกลับต่างจังหวัด แก้มใสของลูกสาวถูกหอมฟัดอย่างเอาใจจากผู้เป็นแม่ ส่วนคนเป็นพ่อก็ล่ำลาด้วยการลูบหัวเธอเบาๆ

“พ่อกลับก่อนนะ..” 

“ขับรถกันดีๆ นะครับพี่..” 

“เออ ไว้เจอกัน” 

ห้องนอนญะญ๋า...

“ชอบไหม อาจำได้ว่าญ๋าเคยบอกอาว่าญ๋าชอบสีชมพู อาเลยให้คนจัดห้องสีนี้ไว้ให้” เขาถามกับหลานสาวเมื่อพาเธอเข้ามาเดินชมห้องนอนของเธอ

“ชอบค่ะ ที่นี่ใหญ่เท่าห้องนอนญ๋า ห้าห้องรวมกันได้เลย” เธอพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพรางวาดตามองไปรอบห้องอย่างให้ความสนใจ

ท่าทางเรียบร้อยและนอบน้อมของเธอทำคนที่ได้มองเอ็นดูไม่น้อย “ถ้าขาดเหลืออะไรบอกอาได้นะ เดี๋ยวอาจัดการให้” 

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ขอบคุณอาปืนมากนะคะ” แค่นี้ฉันก็เกรงใจมากแล้ว อาให้อยู่ฟรีไม่เก็บค่าเช่า แถมยังให้ฉันติดรถไปทำงานด้วยจนเรียนจบ ข้าวก็ฟรีที่พักก็ฟรี ฉันไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากเขาอีกแล้วล่ะ

“งั้นญ๋าเก็บของเถอะนะ เดี๋ยวอาออกไปเตรียมมื้อเย็นก่อน” 

“เดี๋ยวญ๋ารีบออกไปช่วยนะคะ” คนเรียบร้อยตะโกนบอกคนที่เดินออกจากห้องไปสุดเสียง ซึ่งน้ำเสียงการตะโกนพูดของเธอยังดูออกว่าเธอเป็นคนนิ่มนวลแค่ไหน

ว่าแล้วเธอก็เร่งมือเก็บของ เพื่อจะออกไปช่วยงานคุณอาของเธอต่อ เพราะการให้เขาเตรียมข้าวเย็นให้เธอทานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับเด็กขี้เกรงใจอย่างเธอแล้วด้วย...

จู่ๆ มือน้อยที่จัดเสื้อผ้าอยู่ก็เกิดสั่นไหวขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ใจดวงน้อยเริ่มสั่นรัวเพราะความเป็นกังวล ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มกาแฟไปเป็นสิบแก้ว อาการที่เป็นอยู่ เธอเผชิญสิ่งนั้นมาอย่างลำพัง และไม่คิดว่ามันจะส่งผลกับการใช้ชีวิตของเธอ จึงปล่อยผ่านทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น แต่อาการที่เป็นก็ยิ่งหนักขึ้นเช่นกัน

“เป็นแบบนี้อีกแล้ว..” 

เธอพยายามไม่สนใจอาการที่เป็น และรีบออกไปหาอาของเธอที่ด้านนอก..

ห้องครัว...

“อามีอะไรให้ญ๋าช่วยไหมคะ?” 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอาทำเอง” มันเป็นงานที่เขาถนัดและชอบทำ จึงไม่คิดว่าเป็นความลำบากแต่อย่างใด

“งั้นเดี๋ยวญ๋าช่วยจัดจานนะคะ” 

“ได้ครับ..” คุณอาสุดหล่อพูดตอบรับคำขอหลานสาว และปล่อยให้เธอทำงานชิ้นสำคัญนั้น 

มือน้อยที่กำลังถือถ้วยตักแกงสั่นจนอีกคนสังเกตเห็นได้ “ทำไมมือสั่นแบบนั้นล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” 

“เอ่อ.. ปกติค่ะอา มันเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ” เธอตอบเขากลับไปด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ ก่อนถือถ้วยไปวางลงที่โต๊ะทานข้าวอย่างระวัง แม้ในเวลานั้นจะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ถูกจังหวะ แต่เธอก็ยังทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไร

ซึ่งคนเป็นหมออย่างเขาก็พอดูออกว่านั่นไม่ใช่อาการปกติของร่างกายมนุษย์ที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรเธอมากไปกว่านั้น เพราะการห่างเหินกันนานถึงสิบปี ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้สนิทกันเหมือนเคย และคงต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันใหม่สักระยะ

“เป็นไงบ้าง อาทำกับข้าวพอใช้ได้ไหม” 

“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ” อาหารมื้ออร่อยทำให้เธอผ่อนคลายและอาการที่เป็นอยู่ก็ดีขึ้น

ผมจำได้ว่าจะได้ยินแบบนั้นทุกครั้งที่ทำกับข้าวให้เธอทาน ซึ่งไม่รู้ว่ามันอร่อยจริงหรือว่าเธอหิวมากกันแน่ ญะญ๋าถึงตั้งใจกินจนไม่เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับผมเลย

“ตื่นเต้นหรือเปล่า พรุ่งนี้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้ว” 

“ตื่นเต้นค่ะ” เธอพูดคำนั้นออกไปโดยไม่รู้ว่าสีหน้าของตัวเองนั้นมีความเป็นกังวลอยู่มาก

“มีอะไรไม่เข้าใจ ถามอาได้เลยนะ...” 

“ตอนอาเป็น extern ยากไหมคะ” ในบรรดาเพื่อนรุ่นเดียวกัน ฉันคงจะเป็น extern ที่โง่ที่สุด ถึงจะอ่านหนังสือเยอะแค่ไหนก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ แม้จะอยากเป็นหมอแต่มันก็มีความกลัวอยู่ในใจ

“ไม่ต้องกลัวนะ... ตอนที่อาเป็น extern อาสร้างปัญหาทุกวันเลยล่ะ แต่เพราะปัญหาพวกนั้นอาเลยเป็นหมอที่เก่งเหมือนตอนนี้ไง” 

ประสบการและความผิดพลาดของผม มันทำให้ผมกลายเป็นหมอที่ทั้งคนไข้และหมอด้วยกันต่างก็ยอมรับ ยิ่งผมผิดพลาดมากเท่าไหร่ ผมยิ่งตั้งใจทำให้มันดีขึ้นมากเท่านั้น

“นั่นสิคะ ใครก็ผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ใช่ไหมคะ?” 

“ใช่ครับ.. แต่ต้องเรียนรู้กับสิ่งที่ผิดพลาดด้วยนะ ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด” 

“ค่ะ” 

จ๊วบๆ!

“ยังดูดนิ้วอยู่อีกเหรอ?” 

“มันติดน่ะค่ะ เห็นนิ้วเรอะเป็นไม่ได้ ฮ่าๆ” นิสัยที่ทำมันอย่างเคยชิน เธอเลิกทำมันไม่ได้เมื่อได้เห็นคราบเรอะที่นิ้ว

น่าแปลกที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ แต่แววตาที่ผมได้มองกลับรู้สึกถึงความเศร้าลึกๆ ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องกังวลอะไรอยู่

“มีอะไรปรึกษาอาได้เลยนะ อายินดีรับฟังทุกเรื่อง” 

เขาทำได้เพียงเท่านั้น เพราะไม่อยากเค้นถามให้เธอรู้สึกอึดอัด เพราะทั้งคู่ยังต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันอีกนาน

หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน และตื่นมารับมือกับการทำงานในวันพรุ่งนี้

ห้องนอนญะญ๋า...

เหมือนว่าเวลายิ่งดึก ความรู้สึกของเธอจะยิ่งดิ่งลึกจนสัมผัสได้อย่างชัดเจน ถึงความหวาดวิตก และร่างกายที่ผิดปกติของเธอ

“แฮ่ก แฮ่ก ฮึก!” 

ฉันรู้สึกเหมือนว่า อาการที่ฉันเป็นจะเกิดขึ้นอีกแล้ว มันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ และไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้มันเกิดอาการนี้ขึ้น และสิ่งที่เป็นอยู่มันก็ทำให้ฉันกลัว

ห้องนอนหมอปืน...

ก๊อกๆ!

“ฮึก อาคะ~” 

แก๊ก!

“มี...” 

ฟุบ!

เขาเอ่ยถามเธอยังไม่ทันจบ คนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าห้องพุ่งเข้าสวมกอดชายร่างสูงร้อยแปดสิบห้าด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูออกมา เนื้อตัวสั่นและท่าทางวิตกของเธอนั้นทำให้คุณหมอตาสว่างขึ้นจากความง่วงซึม

“ช่วยด้วยคะ ญ๋าหายใจไม่ออก ฮึก” 

“ญ๋า~ ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ นะ” 

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏] 

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ลูกหนี้ตีตรา
8.6
ความรักและการทดแทนบุญคุณที่ไร้ค่าสิ้นสุดลงเมื่อคมน์ตระหนักได้ว่าหัวใจของต้นหลิวไม่เคยมีเขาอยู่เลย แม้เธอจะเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักและดูแลมาทั้งชีวิต ทว่าสายตาที่แสนห่างเหินและเต็มไปด้วยความตัดพ้อที่เธอแสดงออกเสมอมา กลับกลายเป็นลิ่มหนามที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาจนเกินจะแบกรับไหว ในที่สุดเมื่อความอดทนทลายลง คมน์จึงเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนทรมานเพื่อจบสิ้นพันธะผูกพันที่ปราศจากความรู้สึกนี้ เขาตัดสินใจเอ่ยปากขอหย่าเพื่อคืนอิสระและชีวิตที่เธอต้องการ แม้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียผู้หญิงที่เขาแสนรักไปตลอดกาลก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักร้อนซ่อนรักร้าย
8.6
เมื่อไฟแค้นสุมทรวง ชายหนุ่มจึงเลือกใช้คำพูดเหยียดหยามเพื่อทำลายหญิงสาวผู้ยอมอุทิศตนปกป้องพี่สาวและผู้มีพระคุณ แม้เธอต้องเผชิญความอัปยศภายใต้เงื้อมมือเขา แต่ความอดทนนี้มีไว้เพื่อรอวันทวงคืนความยุติธรรมกลับมา หญิงสาวจึงตอบโต้ด้วยความเย็นชาและเกลียดชังอย่างไร้เยื่อใย เธอเมินเฉยต่อเสน่ห์อันเย้ายวนและตราหน้าว่าคนหลงตัวเองอย่างเขาไม่มีค่าพอให้สนใจ ไม่ว่าเขาจะเสนอสิ่งตอบแทนล้ำค่ามากมายเพียงใดก็ไม่อาจซื้อใจเธอได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญารักร้ายนายเจ้าชู้
9.6
คำสาบานในอดีตที่เคยให้ไว้กับ 'น้องเนย' เด็กหญิงตัวน้อยในวันวานว่าเมื่อเธอโตขึ้น เขาจะกลับมาสู่ขอเธอเป็นเจ้าสาวเพียงคนเดียว ได้กลายเป็นบ่วงรักที่ผูกมัดหัวใจของชายหนุ่มเอาไว้ไม่ให้แปรผันไปไหน แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน และภายนอกเขาจะมีพฤติกรรมรักสนุกเจ้าชู้เพียงใด ทว่าส่วนลึกในใจของเขายังคงยึดมั่นในคำสัญญานั้นอย่างไม่เสื่อมคลาย ทำให้เขาไม่เคยเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาแทนที่ได้เลย เพื่อเฝ้ารอคอยวันที่เธอบริบูรณ์เป็นผู้ใหญ่และกลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักล้มโต๊ะ
8.6
เมื่อเส้นแบ่งระหว่างการทำงานและเรื่องส่วนตัวเริ่มเลือนหายไป คำถามธรรมดาเกี่ยวกับวิธีจ่ายค่าจ้างว่าจะรับเป็นเงินโอนหรือเงินสด กลับกลายเป็นประโยคแฝงนัยยะที่กระตุ้นให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมากลางวงสนทนา จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในยุคใหม่นี้เกิดขึ้นจากการลองเชิงและความเข้าใจผิดของคนสองคน จนกลายเป็นบททดสอบความรู้สึกครั้งสำคัญที่ชวนให้ติดตาม ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกว่าจะเดินเกมรักครั้งนี้อย่างไร เพื่อประคับประคองไม่ให้ความสัมพันธ์ต้องพังทลายลงไปเสียก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม
9.7
เซี่ยอวี๋อันเฝ้ารักเฟิงจี้หานมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อวิวาห์ที่เธอรอคอยมานานกว่าสามปีกำลังจะเริ่มต้น เขากลับพาคนรักเก่ากลับมาด้วย ความจริงอันแสนเจ็บปวดนี้ทำให้เธอตระหนักว่าความรักที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าขาดเพื่อคืนอิสระให้แก่กัน ทว่าเมื่อเขาได้รับใบหย่า เขากลับเสียสติและบังคับให้เธออยู่ในตำแหน่งคุณนายเฟิงต่อไปโดยห้ามหนีไปไหน แต่หัวใจที่แหลกสลายของเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากเขาอีกแล้ว แม้กระทั่งตัวเขาเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณอาขา (อัญญาณี)
8.9
ในค่ำคืนที่ความหนาวเหน็บเข้าจู่โจม ณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีพยายามขยับกายเข้าหาโจนาธาน ผู้ปกครองหนุ่มเพื่อพึ่งพิงความอบอุ่น แม้ร่างกายจะมีเสื้อโค้ทตัวหนาปกคลุม แต่ความเย็นยะเยือกก็ยังทำให้เธอสั่นสะท้าน ทว่าการแสดงออกอย่างไร้เดียงสานั้นกลับปลุกเร้าความปรารถนาอันร้อนรุ่มในกายของชายหนุ่มให้ลุกโชน ยิ่งยามที่ร่างนุ่มหยุ่นเบียดชิดกับลำแขนแกร่ง โจนาธานยิ่งต้องใช้ความอดทนอย่างแสนสาหัสเพื่อควบคุมอารมณ์ดิบในใจ เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าจะต้านทานความต้องการที่มีต่อเด็กสาวในปกครองคนนี้ได้อีกนานเท่าใด