APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง อาหมอ

อาหมอ

7.9 / 10.0
ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างอาหนุ่มและญ๋า หลานสาวบุญธรรม ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งจนแปรเปลี่ยนเป็นความแนบชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางค่ำคืนที่แสนเปราะบางและการสัมผัสที่เธอไม่เคยพานพบ อาผู้แสนดีกลับต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิด เขาจึงเอ่ยคำขอโทษด้วยความอาทรและห่วงใย เพราะตระหนักดีว่าความไร้เดียงสาของหลานสาวอาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด ทุกการปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักและความกังวลใจที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวในใจคืน

อาหมอ ตอนที่ 1

• ACTION •

“ใกล้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้วสินะ...” 

แม่ของสาวหน้าหวานที่กำลังนั่งพับผ้าจัดกระเป๋าเตรียมส่งเธอไปอยู่บ้านอา พูดดีใจเป็นปลื้มเมื่อรู้ว่าลูกสาวกำลังจะได้เป็นหมอ extern ซึ่งนี่ก็เป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของเธอ กับเส้นทางการเป็นหมอ และ ‘ญะญ๋า’ ก็เป็นความหวังเดียวของคนเป็นพ่อกับแม่

“อีกแค่ปีเดียว ตั้งใจเรียนนะรู้ไหม” คนเป็นพ่อยืนกอดอกพูดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ด้วยท่าทางกวนๆ ตามสไตล์ของเขา

“ค่ะ พ่ออยู่บ้านก็ห้ามดื้อนะ” ญะญ๋าพูดเสียงหวานท่าทางนุ่มนิ่มบอกกับพ่อของเธอ เพราะรู้ว่าเขาชอบก่อกวนผู้เป็นแม่อยู่บ่อยๆ

“พ่อไม่ดื้อหรอก ไม่ต้องห่วง” 

“เดี๋ยววันหยุดพ่อกับแม่ขึ้นไปหาที่กรุงเทพนะ” แม้ว่าเวลานี้เธอจะมีอายุที่มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงลูกสาวน้อยลงเลย เพราะรู้ว่าญะญ๋าเป็นเด็กหัวอ่อน ไม่สู้คน และมักจะถูกเพื่อนเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เด็ก

“อาปืนยังใจดีเหมือนเดิมไหมคะ?” 

“อาปืนเขาใจดีอยู่แล้ว แต่ญ๋าอย่าไปดื้อกับอาเข้าใจไหม ไปอยู่บ้านเขาต้องเป็นเด็กดีนะ” 

“ค่ะแม่..” 

@เพนท์เฮ้าส์หมอปืน

บ้านหรูแสนทันสมัยบนตึกสูง ทำให้เด็กสาวเริ่มเกร็งเมื่อย่างกายเข้ามาที่นี่ เพราะฐานะที่ดูมั่นคงต่างไปจากเมื่อก่อน เหมือนว่าจะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับภาพจำของอาหมอคนใจดีของเธอ 

“ไม่เจอกันสิบปี โตขึ้นเยอะเลยแฮะ” อาหมอคนใจดียิ้มต้อนรับหลานสาวที่เดินทางมาถึง

“ฝากมึงด้วยแล้วกัน ญ๋าไม่ดื้อหรอก เลี้ยงง่าย ...แต่ถ้าดื้อก็ตีได้เลย” คนเป็นพ่อพูดบอกกับเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทอย่างหมอปืน และเขาก็ไว้ใจอย่างมากว่าเธอจะปลอดภัยกว่าการไปเช่าคอนโด หรือห้องพักอยู่คนเดียวในกรุงเทพเมืองหลวงที่แสนอันตรายนี้

“ฝากด้วยนะปืน ญ๋าเป็นเด็กตามคนไม่ค่อยทัน กลัวว่าจะโดนคนที่ทำงานเอาเปรียบ” ฉันโล่งใจขึ้น เมื่อรู้ว่าญะญ๋าจะได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลเดียวกับที่ปืนทำงานอยู่

ซึ่งทั้งฉันสามีและปืนเราสนิทกันมากในช่วงนึง และยังคอยช่วยเหลือกันตลอดเรื่อยมา แม้ไม่ใช่คนในครอบครัวแต่ก็เหมือนเป็นเช่นนั้น...

“พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลญ๋าให้” 

ถึงจะเป็นการรบกวน แต่มันก็เป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ และกล้าฝากลูกสาวไว้กับมัน... “ขอบใจมากเว้ย ไว้กูจะมาเยี่ยมญ๋าบ่อยๆ” 

ตอนที่ฉันเด็กๆ พ่อกับแม่เอาฉันมาฝากไว้กับอาปืนบ่อยๆ เพราะพวกเขาต้องออกไปทำงาน ซึ่งฉันก็ซึมซับการอยากเป็นหมอจากอา บวกกับพ่อและแม่เองก็ต้องการให้ฉันเป็นอย่างนั้น แต่การเป็นหมอไม่ง่ายเลย มันยากกว่าที่คิดไว้ ทั้งเรื่องการเรียนที่หนักและยาวนานกว่าเพื่อนคณะอื่น และการฝึกงานที่โหดคูณสองแบบที่รุ่นพี่บอกไว้ อาของฉันเก่งมากจริงๆ ที่ผ่านช่วงเหนื่อยยากทั้งหมดนั้นมาได้...

“ยังมีหลายเรื่องที่ญ๋ายังไม่เก่ง อาช่วยสอนญ๋าหน่อยนะคะ” คนเรียบร้อยพูดบอกกับคุณอาคนใจดีของเธอ และเขาก็ยังคงเป็นแบบนั้นเสมอ

“ได้ครับ..” 

“งั้นพี่กลับแล้วนะปืน ฝากหลานด้วยนะ” คุณแม่ยังสวยพูดจบก็เดินเข้ามาสวมกอดลูกรักเพื่อบอกลาเธอกลับต่างจังหวัด แก้มใสของลูกสาวถูกหอมฟัดอย่างเอาใจจากผู้เป็นแม่ ส่วนคนเป็นพ่อก็ล่ำลาด้วยการลูบหัวเธอเบาๆ

“พ่อกลับก่อนนะ..” 

“ขับรถกันดีๆ นะครับพี่..” 

“เออ ไว้เจอกัน” 

ห้องนอนญะญ๋า...

“ชอบไหม อาจำได้ว่าญ๋าเคยบอกอาว่าญ๋าชอบสีชมพู อาเลยให้คนจัดห้องสีนี้ไว้ให้” เขาถามกับหลานสาวเมื่อพาเธอเข้ามาเดินชมห้องนอนของเธอ

“ชอบค่ะ ที่นี่ใหญ่เท่าห้องนอนญ๋า ห้าห้องรวมกันได้เลย” เธอพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพรางวาดตามองไปรอบห้องอย่างให้ความสนใจ

ท่าทางเรียบร้อยและนอบน้อมของเธอทำคนที่ได้มองเอ็นดูไม่น้อย “ถ้าขาดเหลืออะไรบอกอาได้นะ เดี๋ยวอาจัดการให้” 

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ขอบคุณอาปืนมากนะคะ” แค่นี้ฉันก็เกรงใจมากแล้ว อาให้อยู่ฟรีไม่เก็บค่าเช่า แถมยังให้ฉันติดรถไปทำงานด้วยจนเรียนจบ ข้าวก็ฟรีที่พักก็ฟรี ฉันไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากเขาอีกแล้วล่ะ

“งั้นญ๋าเก็บของเถอะนะ เดี๋ยวอาออกไปเตรียมมื้อเย็นก่อน” 

“เดี๋ยวญ๋ารีบออกไปช่วยนะคะ” คนเรียบร้อยตะโกนบอกคนที่เดินออกจากห้องไปสุดเสียง ซึ่งน้ำเสียงการตะโกนพูดของเธอยังดูออกว่าเธอเป็นคนนิ่มนวลแค่ไหน

ว่าแล้วเธอก็เร่งมือเก็บของ เพื่อจะออกไปช่วยงานคุณอาของเธอต่อ เพราะการให้เขาเตรียมข้าวเย็นให้เธอทานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับเด็กขี้เกรงใจอย่างเธอแล้วด้วย...

จู่ๆ มือน้อยที่จัดเสื้อผ้าอยู่ก็เกิดสั่นไหวขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ใจดวงน้อยเริ่มสั่นรัวเพราะความเป็นกังวล ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มกาแฟไปเป็นสิบแก้ว อาการที่เป็นอยู่ เธอเผชิญสิ่งนั้นมาอย่างลำพัง และไม่คิดว่ามันจะส่งผลกับการใช้ชีวิตของเธอ จึงปล่อยผ่านทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น แต่อาการที่เป็นก็ยิ่งหนักขึ้นเช่นกัน

“เป็นแบบนี้อีกแล้ว..” 

เธอพยายามไม่สนใจอาการที่เป็น และรีบออกไปหาอาของเธอที่ด้านนอก..

ห้องครัว...

“อามีอะไรให้ญ๋าช่วยไหมคะ?” 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอาทำเอง” มันเป็นงานที่เขาถนัดและชอบทำ จึงไม่คิดว่าเป็นความลำบากแต่อย่างใด

“งั้นเดี๋ยวญ๋าช่วยจัดจานนะคะ” 

“ได้ครับ..” คุณอาสุดหล่อพูดตอบรับคำขอหลานสาว และปล่อยให้เธอทำงานชิ้นสำคัญนั้น 

มือน้อยที่กำลังถือถ้วยตักแกงสั่นจนอีกคนสังเกตเห็นได้ “ทำไมมือสั่นแบบนั้นล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” 

“เอ่อ.. ปกติค่ะอา มันเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ” เธอตอบเขากลับไปด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ ก่อนถือถ้วยไปวางลงที่โต๊ะทานข้าวอย่างระวัง แม้ในเวลานั้นจะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ถูกจังหวะ แต่เธอก็ยังทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไร

ซึ่งคนเป็นหมออย่างเขาก็พอดูออกว่านั่นไม่ใช่อาการปกติของร่างกายมนุษย์ที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรเธอมากไปกว่านั้น เพราะการห่างเหินกันนานถึงสิบปี ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้สนิทกันเหมือนเคย และคงต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันใหม่สักระยะ

“เป็นไงบ้าง อาทำกับข้าวพอใช้ได้ไหม” 

“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ” อาหารมื้ออร่อยทำให้เธอผ่อนคลายและอาการที่เป็นอยู่ก็ดีขึ้น

ผมจำได้ว่าจะได้ยินแบบนั้นทุกครั้งที่ทำกับข้าวให้เธอทาน ซึ่งไม่รู้ว่ามันอร่อยจริงหรือว่าเธอหิวมากกันแน่ ญะญ๋าถึงตั้งใจกินจนไม่เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับผมเลย

“ตื่นเต้นหรือเปล่า พรุ่งนี้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้ว” 

“ตื่นเต้นค่ะ” เธอพูดคำนั้นออกไปโดยไม่รู้ว่าสีหน้าของตัวเองนั้นมีความเป็นกังวลอยู่มาก

“มีอะไรไม่เข้าใจ ถามอาได้เลยนะ...” 

“ตอนอาเป็น extern ยากไหมคะ” ในบรรดาเพื่อนรุ่นเดียวกัน ฉันคงจะเป็น extern ที่โง่ที่สุด ถึงจะอ่านหนังสือเยอะแค่ไหนก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ แม้จะอยากเป็นหมอแต่มันก็มีความกลัวอยู่ในใจ

“ไม่ต้องกลัวนะ... ตอนที่อาเป็น extern อาสร้างปัญหาทุกวันเลยล่ะ แต่เพราะปัญหาพวกนั้นอาเลยเป็นหมอที่เก่งเหมือนตอนนี้ไง” 

ประสบการและความผิดพลาดของผม มันทำให้ผมกลายเป็นหมอที่ทั้งคนไข้และหมอด้วยกันต่างก็ยอมรับ ยิ่งผมผิดพลาดมากเท่าไหร่ ผมยิ่งตั้งใจทำให้มันดีขึ้นมากเท่านั้น

“นั่นสิคะ ใครก็ผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ใช่ไหมคะ?” 

“ใช่ครับ.. แต่ต้องเรียนรู้กับสิ่งที่ผิดพลาดด้วยนะ ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด” 

“ค่ะ” 

จ๊วบๆ!

“ยังดูดนิ้วอยู่อีกเหรอ?” 

“มันติดน่ะค่ะ เห็นนิ้วเรอะเป็นไม่ได้ ฮ่าๆ” นิสัยที่ทำมันอย่างเคยชิน เธอเลิกทำมันไม่ได้เมื่อได้เห็นคราบเรอะที่นิ้ว

น่าแปลกที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ แต่แววตาที่ผมได้มองกลับรู้สึกถึงความเศร้าลึกๆ ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องกังวลอะไรอยู่

“มีอะไรปรึกษาอาได้เลยนะ อายินดีรับฟังทุกเรื่อง” 

เขาทำได้เพียงเท่านั้น เพราะไม่อยากเค้นถามให้เธอรู้สึกอึดอัด เพราะทั้งคู่ยังต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันอีกนาน

หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน และตื่นมารับมือกับการทำงานในวันพรุ่งนี้

ห้องนอนญะญ๋า...

เหมือนว่าเวลายิ่งดึก ความรู้สึกของเธอจะยิ่งดิ่งลึกจนสัมผัสได้อย่างชัดเจน ถึงความหวาดวิตก และร่างกายที่ผิดปกติของเธอ

“แฮ่ก แฮ่ก ฮึก!” 

ฉันรู้สึกเหมือนว่า อาการที่ฉันเป็นจะเกิดขึ้นอีกแล้ว มันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ และไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้มันเกิดอาการนี้ขึ้น และสิ่งที่เป็นอยู่มันก็ทำให้ฉันกลัว

ห้องนอนหมอปืน...

ก๊อกๆ!

“ฮึก อาคะ~” 

แก๊ก!

“มี...” 

ฟุบ!

เขาเอ่ยถามเธอยังไม่ทันจบ คนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าห้องพุ่งเข้าสวมกอดชายร่างสูงร้อยแปดสิบห้าด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูออกมา เนื้อตัวสั่นและท่าทางวิตกของเธอนั้นทำให้คุณหมอตาสว่างขึ้นจากความง่วงซึม

“ช่วยด้วยคะ ญ๋าหายใจไม่ออก ฮึก” 

“ญ๋า~ ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ นะ” 

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏] 

อ่านต่อ

สารบัญ อาหมอ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาอนาคตอย่าหนีไปไหน
8.9
อุบัติเหตุเล็กๆ บนท้องถนนนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหญิงสาวเผลอเดินชนเด็กชายแปลกหน้า ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบลงแค่คำขอโทษ เด็กน้อยคนนั้นกลับคว้าตัวเธอไว้แน่นและยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องตกตะลึง เขาเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบด้วยการมาเป็นมารดาของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสน เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงได้ปักใจเลือกเธอ ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธอย่างไร พันธนาการนี้ก็ค่อยๆ ดึงดูดเธอเข้าสู่วังวนแห่งความผูกพัน จนไม่อาจก้าวหนีจากความสัมพันธ์นี้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง หนีอดตายแต่ได้ระบบสุดเทพ!
7.5
ชายหนุ่มผู้หนึ่งต้องเผชิญกับความโหดร้ายของความหิวโหยจนแทบสิ้นใจ ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดเมื่อเขาปลุกระบบสุดยอดระดับเทพที่มอบพลังมหาศาลได้สำเร็จ จากคนที่อ่อนแอที่สุดกลับกลายเป็นผู้ถือครองความสามารถที่เหนือล้ำ ทว่าหนทางรอดพ้นย่อมเต็มไปด้วยขวากหนาม เขาต้องควบคุมพลังวิเศษนี้เพื่อต่อกรกับศัตรูที่คอยจ้องทำร้าย ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด เขาจะใช้ระบบสุดเทพพลิกชะตาจากผู้ที่เคยหนีตายเพราะความอดอยาก ให้กลายเป็นผู้ที่ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเหนือผู้ใด
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียหวานของประธาน
9.3
หญิงสาวตัดสินใจรับข้อเสนอสุดเสี่ยงด้วยการสวมรอยเป็นตัวแทนเข้าพิธีวิวาห์กับนักธุรกิจหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือ เพื่อแลกกับการรักษาบ้านพักเด็กกำพร้าเอาไว้ การก้าวเข้ามาในฐานะภรรยาจอมปลอม ทำให้เธอต้องแบกรับความกดดันอย่างหนักหน่วง ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยความหวาดระแวงว่าความลับจะถูกจับได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการหลอกลวงค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความผูกพันอันซับซ้อน ทว่าความลับไม่อาจปิดบังได้ตลอดไป เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ชายหนุ่มจะจัดการกับภรรยาตัวแทนคนนี้อย่างไร และความรักที่สร้างบนความลวงตาจะมีตอนจบเช่นไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เคยรักคุณที่สุด
7.8
ชีวิตของคุณเจี่ยนต้องพบมรสุมครั้งใหญ่เมื่อถูกสังคมใส่ร้ายอย่างรุนแรง เธอถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงหน้าเงินที่ทำลายครอบครัวคนอื่นเพราะไปรักชายที่อายุมากกว่า ข้อกล่าวหานี้สร้างความเข้าใจผิดและผลักเธอลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง โลกทั้งใบพังครืน เธอต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวจนได้เรียนรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการหันกลับมารักตัวเอง ท่ามกลางอคติที่ถาโถม หญิงสาวต้องรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับคำลวง การต่อสู้ทวงคืนความบริสุทธิ์และกอบกู้ศักดิ์ศรีจึงเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายจนสายเกินแก้
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาของศัตรู
7.6
ซูเจี๋ยนวาดฝันถึงการก้าวเข้าสู่ดินแดนสุขาวดีอันแสนงดงามและสงบสุขหลังความตาย แต่เมื่อสติสัมปชัญญะฟื้นคืนมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำลายความคาดหวังนั้นลงอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นสรวงสวรรค์ตามอุดมคติ เขากลับพบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางความขาวโพลนที่จืดชืดและว่างเปล่าจนน่าใจหาย ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจ เพราะสภาพแวดล้อมที่อ้างว้างนี้ดูห่างไกลจากคำว่าสวรรค์ ทว่ากลับคล้ายคลึงกับสภาพของโรงพยาบาลอย่างน่าประหลาด ความเป็นจริงที่ผิดเพี้ยนไปจากจินตนาการทำให้เขาตกอยู่ในความสับสนอย่างหนัก
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์