APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง อาหมอ

อาหมอ

7.9 / 10.0
ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างอาหนุ่มและญ๋า หลานสาวบุญธรรม ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งจนแปรเปลี่ยนเป็นความแนบชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางค่ำคืนที่แสนเปราะบางและการสัมผัสที่เธอไม่เคยพานพบ อาผู้แสนดีกลับต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิด เขาจึงเอ่ยคำขอโทษด้วยความอาทรและห่วงใย เพราะตระหนักดีว่าความไร้เดียงสาของหลานสาวอาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด ทุกการปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักและความกังวลใจที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวในใจคืน

อาหมอ ตอนที่ 1

• ACTION •

“ใกล้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้วสินะ...” 

แม่ของสาวหน้าหวานที่กำลังนั่งพับผ้าจัดกระเป๋าเตรียมส่งเธอไปอยู่บ้านอา พูดดีใจเป็นปลื้มเมื่อรู้ว่าลูกสาวกำลังจะได้เป็นหมอ extern ซึ่งนี่ก็เป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของเธอ กับเส้นทางการเป็นหมอ และ ‘ญะญ๋า’ ก็เป็นความหวังเดียวของคนเป็นพ่อกับแม่

“อีกแค่ปีเดียว ตั้งใจเรียนนะรู้ไหม” คนเป็นพ่อยืนกอดอกพูดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ด้วยท่าทางกวนๆ ตามสไตล์ของเขา

“ค่ะ พ่ออยู่บ้านก็ห้ามดื้อนะ” ญะญ๋าพูดเสียงหวานท่าทางนุ่มนิ่มบอกกับพ่อของเธอ เพราะรู้ว่าเขาชอบก่อกวนผู้เป็นแม่อยู่บ่อยๆ

“พ่อไม่ดื้อหรอก ไม่ต้องห่วง” 

“เดี๋ยววันหยุดพ่อกับแม่ขึ้นไปหาที่กรุงเทพนะ” แม้ว่าเวลานี้เธอจะมีอายุที่มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงลูกสาวน้อยลงเลย เพราะรู้ว่าญะญ๋าเป็นเด็กหัวอ่อน ไม่สู้คน และมักจะถูกเพื่อนเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เด็ก

“อาปืนยังใจดีเหมือนเดิมไหมคะ?” 

“อาปืนเขาใจดีอยู่แล้ว แต่ญ๋าอย่าไปดื้อกับอาเข้าใจไหม ไปอยู่บ้านเขาต้องเป็นเด็กดีนะ” 

“ค่ะแม่..” 

@เพนท์เฮ้าส์หมอปืน

บ้านหรูแสนทันสมัยบนตึกสูง ทำให้เด็กสาวเริ่มเกร็งเมื่อย่างกายเข้ามาที่นี่ เพราะฐานะที่ดูมั่นคงต่างไปจากเมื่อก่อน เหมือนว่าจะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับภาพจำของอาหมอคนใจดีของเธอ 

“ไม่เจอกันสิบปี โตขึ้นเยอะเลยแฮะ” อาหมอคนใจดียิ้มต้อนรับหลานสาวที่เดินทางมาถึง

“ฝากมึงด้วยแล้วกัน ญ๋าไม่ดื้อหรอก เลี้ยงง่าย ...แต่ถ้าดื้อก็ตีได้เลย” คนเป็นพ่อพูดบอกกับเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทอย่างหมอปืน และเขาก็ไว้ใจอย่างมากว่าเธอจะปลอดภัยกว่าการไปเช่าคอนโด หรือห้องพักอยู่คนเดียวในกรุงเทพเมืองหลวงที่แสนอันตรายนี้

“ฝากด้วยนะปืน ญ๋าเป็นเด็กตามคนไม่ค่อยทัน กลัวว่าจะโดนคนที่ทำงานเอาเปรียบ” ฉันโล่งใจขึ้น เมื่อรู้ว่าญะญ๋าจะได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลเดียวกับที่ปืนทำงานอยู่

ซึ่งทั้งฉันสามีและปืนเราสนิทกันมากในช่วงนึง และยังคอยช่วยเหลือกันตลอดเรื่อยมา แม้ไม่ใช่คนในครอบครัวแต่ก็เหมือนเป็นเช่นนั้น...

“พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลญ๋าให้” 

ถึงจะเป็นการรบกวน แต่มันก็เป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ และกล้าฝากลูกสาวไว้กับมัน... “ขอบใจมากเว้ย ไว้กูจะมาเยี่ยมญ๋าบ่อยๆ” 

ตอนที่ฉันเด็กๆ พ่อกับแม่เอาฉันมาฝากไว้กับอาปืนบ่อยๆ เพราะพวกเขาต้องออกไปทำงาน ซึ่งฉันก็ซึมซับการอยากเป็นหมอจากอา บวกกับพ่อและแม่เองก็ต้องการให้ฉันเป็นอย่างนั้น แต่การเป็นหมอไม่ง่ายเลย มันยากกว่าที่คิดไว้ ทั้งเรื่องการเรียนที่หนักและยาวนานกว่าเพื่อนคณะอื่น และการฝึกงานที่โหดคูณสองแบบที่รุ่นพี่บอกไว้ อาของฉันเก่งมากจริงๆ ที่ผ่านช่วงเหนื่อยยากทั้งหมดนั้นมาได้...

“ยังมีหลายเรื่องที่ญ๋ายังไม่เก่ง อาช่วยสอนญ๋าหน่อยนะคะ” คนเรียบร้อยพูดบอกกับคุณอาคนใจดีของเธอ และเขาก็ยังคงเป็นแบบนั้นเสมอ

“ได้ครับ..” 

“งั้นพี่กลับแล้วนะปืน ฝากหลานด้วยนะ” คุณแม่ยังสวยพูดจบก็เดินเข้ามาสวมกอดลูกรักเพื่อบอกลาเธอกลับต่างจังหวัด แก้มใสของลูกสาวถูกหอมฟัดอย่างเอาใจจากผู้เป็นแม่ ส่วนคนเป็นพ่อก็ล่ำลาด้วยการลูบหัวเธอเบาๆ

“พ่อกลับก่อนนะ..” 

“ขับรถกันดีๆ นะครับพี่..” 

“เออ ไว้เจอกัน” 

ห้องนอนญะญ๋า...

“ชอบไหม อาจำได้ว่าญ๋าเคยบอกอาว่าญ๋าชอบสีชมพู อาเลยให้คนจัดห้องสีนี้ไว้ให้” เขาถามกับหลานสาวเมื่อพาเธอเข้ามาเดินชมห้องนอนของเธอ

“ชอบค่ะ ที่นี่ใหญ่เท่าห้องนอนญ๋า ห้าห้องรวมกันได้เลย” เธอพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพรางวาดตามองไปรอบห้องอย่างให้ความสนใจ

ท่าทางเรียบร้อยและนอบน้อมของเธอทำคนที่ได้มองเอ็นดูไม่น้อย “ถ้าขาดเหลืออะไรบอกอาได้นะ เดี๋ยวอาจัดการให้” 

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ขอบคุณอาปืนมากนะคะ” แค่นี้ฉันก็เกรงใจมากแล้ว อาให้อยู่ฟรีไม่เก็บค่าเช่า แถมยังให้ฉันติดรถไปทำงานด้วยจนเรียนจบ ข้าวก็ฟรีที่พักก็ฟรี ฉันไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากเขาอีกแล้วล่ะ

“งั้นญ๋าเก็บของเถอะนะ เดี๋ยวอาออกไปเตรียมมื้อเย็นก่อน” 

“เดี๋ยวญ๋ารีบออกไปช่วยนะคะ” คนเรียบร้อยตะโกนบอกคนที่เดินออกจากห้องไปสุดเสียง ซึ่งน้ำเสียงการตะโกนพูดของเธอยังดูออกว่าเธอเป็นคนนิ่มนวลแค่ไหน

ว่าแล้วเธอก็เร่งมือเก็บของ เพื่อจะออกไปช่วยงานคุณอาของเธอต่อ เพราะการให้เขาเตรียมข้าวเย็นให้เธอทานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับเด็กขี้เกรงใจอย่างเธอแล้วด้วย...

จู่ๆ มือน้อยที่จัดเสื้อผ้าอยู่ก็เกิดสั่นไหวขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ใจดวงน้อยเริ่มสั่นรัวเพราะความเป็นกังวล ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มกาแฟไปเป็นสิบแก้ว อาการที่เป็นอยู่ เธอเผชิญสิ่งนั้นมาอย่างลำพัง และไม่คิดว่ามันจะส่งผลกับการใช้ชีวิตของเธอ จึงปล่อยผ่านทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น แต่อาการที่เป็นก็ยิ่งหนักขึ้นเช่นกัน

“เป็นแบบนี้อีกแล้ว..” 

เธอพยายามไม่สนใจอาการที่เป็น และรีบออกไปหาอาของเธอที่ด้านนอก..

ห้องครัว...

“อามีอะไรให้ญ๋าช่วยไหมคะ?” 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอาทำเอง” มันเป็นงานที่เขาถนัดและชอบทำ จึงไม่คิดว่าเป็นความลำบากแต่อย่างใด

“งั้นเดี๋ยวญ๋าช่วยจัดจานนะคะ” 

“ได้ครับ..” คุณอาสุดหล่อพูดตอบรับคำขอหลานสาว และปล่อยให้เธอทำงานชิ้นสำคัญนั้น 

มือน้อยที่กำลังถือถ้วยตักแกงสั่นจนอีกคนสังเกตเห็นได้ “ทำไมมือสั่นแบบนั้นล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” 

“เอ่อ.. ปกติค่ะอา มันเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ” เธอตอบเขากลับไปด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ ก่อนถือถ้วยไปวางลงที่โต๊ะทานข้าวอย่างระวัง แม้ในเวลานั้นจะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ถูกจังหวะ แต่เธอก็ยังทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไร

ซึ่งคนเป็นหมออย่างเขาก็พอดูออกว่านั่นไม่ใช่อาการปกติของร่างกายมนุษย์ที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรเธอมากไปกว่านั้น เพราะการห่างเหินกันนานถึงสิบปี ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้สนิทกันเหมือนเคย และคงต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันใหม่สักระยะ

“เป็นไงบ้าง อาทำกับข้าวพอใช้ได้ไหม” 

“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ” อาหารมื้ออร่อยทำให้เธอผ่อนคลายและอาการที่เป็นอยู่ก็ดีขึ้น

ผมจำได้ว่าจะได้ยินแบบนั้นทุกครั้งที่ทำกับข้าวให้เธอทาน ซึ่งไม่รู้ว่ามันอร่อยจริงหรือว่าเธอหิวมากกันแน่ ญะญ๋าถึงตั้งใจกินจนไม่เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับผมเลย

“ตื่นเต้นหรือเปล่า พรุ่งนี้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้ว” 

“ตื่นเต้นค่ะ” เธอพูดคำนั้นออกไปโดยไม่รู้ว่าสีหน้าของตัวเองนั้นมีความเป็นกังวลอยู่มาก

“มีอะไรไม่เข้าใจ ถามอาได้เลยนะ...” 

“ตอนอาเป็น extern ยากไหมคะ” ในบรรดาเพื่อนรุ่นเดียวกัน ฉันคงจะเป็น extern ที่โง่ที่สุด ถึงจะอ่านหนังสือเยอะแค่ไหนก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ แม้จะอยากเป็นหมอแต่มันก็มีความกลัวอยู่ในใจ

“ไม่ต้องกลัวนะ... ตอนที่อาเป็น extern อาสร้างปัญหาทุกวันเลยล่ะ แต่เพราะปัญหาพวกนั้นอาเลยเป็นหมอที่เก่งเหมือนตอนนี้ไง” 

ประสบการและความผิดพลาดของผม มันทำให้ผมกลายเป็นหมอที่ทั้งคนไข้และหมอด้วยกันต่างก็ยอมรับ ยิ่งผมผิดพลาดมากเท่าไหร่ ผมยิ่งตั้งใจทำให้มันดีขึ้นมากเท่านั้น

“นั่นสิคะ ใครก็ผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ใช่ไหมคะ?” 

“ใช่ครับ.. แต่ต้องเรียนรู้กับสิ่งที่ผิดพลาดด้วยนะ ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด” 

“ค่ะ” 

จ๊วบๆ!

“ยังดูดนิ้วอยู่อีกเหรอ?” 

“มันติดน่ะค่ะ เห็นนิ้วเรอะเป็นไม่ได้ ฮ่าๆ” นิสัยที่ทำมันอย่างเคยชิน เธอเลิกทำมันไม่ได้เมื่อได้เห็นคราบเรอะที่นิ้ว

น่าแปลกที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ แต่แววตาที่ผมได้มองกลับรู้สึกถึงความเศร้าลึกๆ ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องกังวลอะไรอยู่

“มีอะไรปรึกษาอาได้เลยนะ อายินดีรับฟังทุกเรื่อง” 

เขาทำได้เพียงเท่านั้น เพราะไม่อยากเค้นถามให้เธอรู้สึกอึดอัด เพราะทั้งคู่ยังต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันอีกนาน

หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน และตื่นมารับมือกับการทำงานในวันพรุ่งนี้

ห้องนอนญะญ๋า...

เหมือนว่าเวลายิ่งดึก ความรู้สึกของเธอจะยิ่งดิ่งลึกจนสัมผัสได้อย่างชัดเจน ถึงความหวาดวิตก และร่างกายที่ผิดปกติของเธอ

“แฮ่ก แฮ่ก ฮึก!” 

ฉันรู้สึกเหมือนว่า อาการที่ฉันเป็นจะเกิดขึ้นอีกแล้ว มันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ และไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้มันเกิดอาการนี้ขึ้น และสิ่งที่เป็นอยู่มันก็ทำให้ฉันกลัว

ห้องนอนหมอปืน...

ก๊อกๆ!

“ฮึก อาคะ~” 

แก๊ก!

“มี...” 

ฟุบ!

เขาเอ่ยถามเธอยังไม่ทันจบ คนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าห้องพุ่งเข้าสวมกอดชายร่างสูงร้อยแปดสิบห้าด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูออกมา เนื้อตัวสั่นและท่าทางวิตกของเธอนั้นทำให้คุณหมอตาสว่างขึ้นจากความง่วงซึม

“ช่วยด้วยคะ ญ๋าหายใจไม่ออก ฮึก” 

“ญ๋า~ ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ นะ” 

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏] 

อ่านต่อ

สารบัญ อาหมอ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
เพื่อกอบกู้ฐานะของครอบครัวที่กำลังเผชิญวิกฤตล้มละลายและหนี้สินล้นพ้นตัว พิชญา เด็กสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องจำยอมเซ็นสัญญาแสนอัปยศ ตกเป็นของเล่นชั่วคราวคอยรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของ ปรเมศวร์ มหาเศรษฐีค้าเพชรผู้ทรงอิทธิพล สำหรับเขาแล้ว เธอเป็นเพียงสินค้าไร้ค่าที่ไม่มีสิทธิ์คิดฝันจะก้าวขึ้นมาเป็นแม่ของลูก พิชญาต้องอดทนต่อความเย็นชาและความโหดร้ายสารพัดในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาจนกว่าจะเรียนจบ ทว่าเธอกลับพบความจริงอันน่าหวาดกลัวว่า ชายหนุ่มที่สังคมต่างชื่นชมแท้จริงคืออสูรกร้ายไร้หัวใจ และตราบใดที่เขายังไม่รู้จักพอ เธอคงไม่มีวันได้รับอิสรภาพกลับคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง แซ่บสยิว
7.8
เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดไว้ด้วยสัญญาคลุมถุงชนตั้งแต่เด็ก ชายหนุ่มและหญิงสาวจึงต้องเผชิญหน้ากับสถานะคู่หมั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนเติบใหญ่ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางโลกปัจจุบันกลับปลุกเร้าความรู้สึกอันร้อนแรงให้ปะทุขึ้นอย่างไม่คาดคิด พันธะผูกพันในอดีตที่เคยเป็นเพียงข้อตกลงกำลังจะถูกทดสอบด้วยความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ทั้งคู่จะต้องร่วมกันค้นหาคำตอบว่า จะจัดการกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้และก้าวผ่านพันธนาการที่ผูกมัดพวกเขาไว้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยายเรื่อง น้องเมีย
9.3
หลังค่ำคืนอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง ชติรสพยายามปกปิดร่างกายจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มผู้จำใจต้องลาจากเพื่อรักษาคำมั่นสัญญา แม้ในใจจะเปี่ยมด้วยความเสน่หา ข้อตกลงลับระหว่างสองคนระบุว่าเธอต้องยอมเป็นตัวแทนของลิก้าผู้เป็นพี่สาว แลกกับการที่เขาต้องตัดขาดและเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวของเธออย่างเด็ดขาด ชติรสยอมใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องคนที่รัก พร้อมเอ่ยปากข่มขู่ว่าหากเขาตระบัดสัตย์เธอจะไม่ละเว้นแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแรงดึงดูดทางกายและความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ใน
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
เมื่อแอลตัน หนุ่มหล่อชาวฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้รักชีวิตโสดและมีปมในอดีต ต้องมาเจอกับสายป่าน สาวสวยสุดแซ่บวัย 20 ปีที่มีความป่วนและไม่ยอมคน ความคิดที่ไม่ยอมผูกมัดกับใครของเขาจึงเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก การเผชิญหน้าระหว่างเพลย์บอยหนุ่มผู้รักอิสระกับสาวน้อยจอมแสบที่พร้อมท้าชนทุกสถานการณ์ นำไปสู่ภารกิจปราบเสือร้ายให้ยอมจำนน ท่ามกลางความวุ่นวายที่ชวนลุ้นว่าความรักของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมใจอสูร
8.5
เมื่ออัครามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาในชีวิต เขาจึงเอ่ยปากขับไสและดูแคลนรวิษาอย่างไม่ใยดี ทว่าพอหญิงสาวเลือกที่จะเงียบเพื่อพาตัวเองหลบหนีจากความเจ็บปวด ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนใจใช้กำลังเหนี่ยวรั้งเธอไว้พร้อมพูดจาเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้รวิษาจะพยายามยกเรื่องคนรักใหม่ของเขาขึ้นมาอ้างเพื่อขออิสรภาพ แต่อัคราก็ไม่นำพา เขาสบโอกาสในตอนที่ไม่มีใครอยู่ฉุดกระชากเธอไปยังเตียงนอนเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน บังคับจูบอย่างเร่าร้อนรุนแรงโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่ทำได้เพียงดิ้นรนในอ้อมแขนอันแน่นหนาภายในห้องที่ปิดตาย
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์