APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ

หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ

7.9 / 10.0
ความผิดพลาดในห้องฉุกเฉินกลายเป็นตราบาปที่ศัลยแพทย์หนุ่มโยนใส่เธออย่างเลือดเย็น เขาปักใจเชื่อว่าสายโทรเข้าของเธอคือต้นเหตุที่ทำลายสมาธิ จนทำให้เขาไม่สามารถยื้อชีวิตคนไข้เอาไว้ได้ ชายหนุ่มจมอยู่กับความโกรธแค้นและคำต่อว่ารุนแรง โดยไม่เคยล่วงรู้เลยว่าในนาทีเดียวกันนั้น หญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าเห็นแก่ตัวก็กำลังเผชิญหน้ากับความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงในชีวิตเช่นกัน และเธอก็ต้องการเขาเคียงข้างในวินาทีที่หัวใจสลายที่สุดไม่ต่างกัน

หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ ตอนที่ 1

“ครูปิ่นคร้าบ ครูปิ่นช่วยด้วยออมสินล้มหัวมีแต่เลือดเลยครับ” ไออุ่นเด็กชายวัยเก้าขวบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องเรียนในเวลาสิบห้านาฬิกา

“อะไรนะไออุ่น ค่อยๆ พูดแล้วนั่นทำไมเสื้อมีแต่เลือด”

“ออมสินครับครู ออมสินล้มหัวมีแต่เลือดเต็มเลย” เด็กชายตอบพร้อมกับหอบเหนื่อย

“แล้วล้มอยู่ที่ไหน ไออุ่นพาครูไปหน่อย”

“สนามฟุตบอลครับครู”

ปิ่นปินัทธ์ครูสาววัยยี่สิบห้าปีรีบวางการบ้านที่กำลังตรวจอยู่แล้ววิ่งตามเด็กชายไออุ่นไปยังบริเวณสนามฟุตบอลซึ่งตอนนี้เด็กๆ เด็กกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่

“หลบหน่อย ครูปิ่นมาแล้ว”ไออุ่นตะโกนบอกเพื่อน

เมื่อเด็กๆ กระจายตัวกันออกแล้วปิ่นปินัทธ์ก็เห็นว่าตอนนี้เด็กชายออมสินนักเรียนห้องของเธอนั่งอยู่บนพื้นและกำลังร้องไห้ เสื้อสีขาวเปื้อนเลือดเต็มไปหมด

“ออมสินเจ็บตรงไหน เอามือออกก่อนนะขอครูดูหน่อย”

“มันมีแต่เลือดเลยครับครู ผมกลัวผมเจ็บ” เด็กชายร้องไห้จนตัวโยน

“เอาล่ะเด็กๆ ไม่ต้องตกใจนะเดี๋ยวครูจะพาออมสินไปหาหมอพวกเธอก็เตรียมตัวกลับบ้านได้แล้ว ฝากบอกครูที่อยู่หน้าโรงเรียนด้วยว่าถ้าแม่ของออมสินมารับให้ตามไปที่โรงพยาบาล” ปิ่นปินัทธ์สั่งนักเรียนที่กำลังยืนมุงดูอยู่

“ข้าวฟ่างหนูไปหยิบกระเป๋าและกุญแจรถของครูมาให้หน่อยได้ไหมเดี๋ยวครูจะไปรอที่รถ” เธอสั่งนักเรียนที่เคยใช้งานประจำให้ไปเอาของเพราะข้าวฟ่างจะรู้ว่าเธอเก็บไว้ตรงไหนบ้าง

“ค่ะครูปิ่น”

“ข้าวฟ่างอย่าวิ่งนะเดี๋ยวจะหกล้มอีกคน”

เมื่อสั่งข้าวฟ่างแล้วปิ่นปินัทธ์ก็หันมามองออมสินที่ยังคงร้องไห้อยู่

“ใครมีผ้าเช็ดหน้าบ้างครูขอยืมหน่อย”

“ผมมีครับ” เด็กนักเรียนชายตัวผอมส่งผ้าเช็ดหน้าสีตุ่นๆ ของตนเองให้ครู

“มีผื่นที่มันสะอาดกว่านี้ไหม”

“ใช้ของหนูก็ได้ค่ะครู” เด็กหญิงคนหนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้าที่ไม่ได้ขาวมากแต่มันก็ยังดีกว่าผืนเมื่อครูให้กับคุณครูสาว

“ขอบใจนะชมพู่ เอาล่ะออมสินเอามือออกเดี๋ยวครูจะกดแผลให้”

“ผมกลัวครับครู เลือดมันจะหมดตัวไหม”

“ไม่หมดตัวหรอกเชื่อครู เอามือออกนะ” ครูสาวค่อยๆ เอามือลูกศิษย์ออกจากนั้นใช้ผ้าเช็ดหน้ากดไปตรงบาดแผล

“เจ็บมากไหม”

“เจ็บครับ”

“เดี๋ยวครูจะพาไปหาหมอนะ ออมสินเดินไหวไหม”

“ผมไม่หาหมอได้ไหมครับครู ผมอยากกลับบ้านอยากไปหาแม่ ไปหายาย”

“ไม่หาหมอได้ยังไงเลือดออกเยอะขนาดนี้ เมื่อกี้บอกว่ากลัวเลือดจะหมดตัวไม่ใช่เหรอไปโรงพยาบาลกับครูก่อน เดี๋ยวครูจะโทรบอกแม่ให้เอง”

“ครับครู”

ปิ่นปินัทธ์พาลูกศิษย์เดินมายังรถของตนเอง ก็พอดีกับข้าวฟ่างถือกระเป๋าและกุญแจรถมาให้

“ขอบใจมากนะข้าวฟ่างหนูก็เตรียมกลับบ้านได้แล้ว”

“หนูขอไปกับคุณครูได้มั๊ยคะ”

“จะไปได้ยังไงล่ะเดี๋ยวแม่ข้าวฟ่างก็มารับแล้ว”

“แต่หนูกลัวออมสินจะตาย”

“ไม่ตายหรอกข้าวฟ่างแค่นี้เองหนู ไปเตรียมกระเป๋ามารอแม่เถอะเดี๋ยวสี่โมงแม่ก็จะมารับแล้ว”

“ค่ะครู”

ระหว่างขับรถมาโรงพยาบาลเด็กชายก็ร้องไห้งอแงจนเธอไม่แทบจะไม่มีสมาธิขับรถ

“ออมสินหยุดร้องก่อนถ้ายังร้องแบบนี้ ครูจะไม่พาไปโรงพยาบาลแล้วเลือดจะไหลหมดตัวนะ”

“ผมเจ็บ ผมกลัวครับครูปิ่น”

“ไม่ต้องกลัวครับ เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ ออมสินเป็นคนเก่งไม่ร้องนะครับ” ปิ่นปินัทธ์ขับรถไปด้วยปลอบลูกศิษย์ไปด้วย ตอนนี้รถติดมากเธอใช้เวลาสิบห้านาทีก็พากันก็มาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้โรงเรียนมากที่สุด

หญิงสาวจอดรถบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินก็มีเจ้าหน้าที่เข็นรถมารอมารอรับ

“เด็กเป็นอะไรครับครู” เจ้าหน้าที่แผนกรับส่งผู้ป่วยจำได้ว่าเธอคือครูที่ประจำอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งเคยพาเด็กมารักษาที่นี่อยู่บ่อยๆ

“เด็กหัวแตกค่ะ” ปิ่นปินัทธ์บอกแล้วรีบลงจากรถมาช่วยพาลูกศิษย์ของตนเองไปนั่งบนรถเข็น

"ออมสินเข้าไปข้างในก่อนนะครับเดี๋ยวครูเอารถไปจอดแล้วจะตามไปนะ”

“ผมกลัว”

“ไม่ต้องกลัวครับพี่เวรแปลเขาใจดี”

“ไปกับพี่นะครับ เข้าไปหาหมอกันนะ”

“ฝากด้วยนะคะฉันขอเอารถไปเก็บแล้วจะโทรแจ้งผู้ปกครอง เด็กมีประกันโรงเรียนนะคะ ชื่อตามเสื้อที่เขาใส่ค่ะ”

หญิงสาวขับรถไปจอดยังบริเวณด้านหน้าซึ่งโชคดีว่ามันยังมีที่ว่างเหลืออยู่ หลังจากจอดรถแล้วหญิงสาวก็โทรศัพท์ไปบอกแม่ของเด็กชายออมสิน

“คุณแม่น้องออมสินใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ คุณครูมีอะไรหรือเปล่าคะ แม่กำลังจะไปรับออมสินหรือว่าคนอื่นเขากลับหมดแล้ว”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ ครูปิ่นจะโทรมาบอกเรื่องออมสิน”

“ออมสินทำไมคะ”

“คือออมสินเขาหกล้มหัวแตกค่ะ ตอนนี้ครูพามาโรงพยาบาลแล้วค่ะ”

“อะไรนะคะครู” มารดาของออมสินตกใจและเป็นห่วงมาก

“คุณแม่ใจเย็นๆ นะคะตอนนี้ออมสินถึงโรงพยาบาลแล้วครูจะโทรมาบอกให้คุณแม่มารับออมสินที่นี่ค่ะ คุณแม่ขับรถดีๆ นะคะไม่ต้องรีบ”

“แล้วออมสินเป็นอะไรมากไหม เขาสลบหรือเปล่า”

“ไม่หรอกค่ะ ออมสินยังพูดได้คุยได้เพียงแต่ร้องไห้เพราะกลัวเลือดนิดหน่อยค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ”

“ลูกชายของแม่ไม่ได้เป็นอะไรมากจริงๆ ใช่ไหมคะครูปิ่น”

“ไม่หรอกค่ะเขาแค่มีเลือดออกครูดูแล้วแผลไม่ได้ลึกอะไร คุณแม่ไม่ต้องตกใจนะคะ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวแม่จะรีบไปเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะครูที่โทรบอก”

อ่านต่อ

สารบัญ หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง อยากเป็นบอส
7.3
ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วกระดานสนทนาของมัธยมเซิ่งหัว สร้างความตกตะลึงให้ทุกคน เมื่อเจี่ยนหยุ่นน่าว รุ่นพี่นักเปียโนอัจฉริยะความภาคภูมิใจของสถาบัน ต้องเผชิญโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เขาพลัดตกบันไดจนมือได้รับบาดเจ็บสาหัส มือคู่นี้คือสิ่งเดียวที่ใช้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเสียงดนตรี อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง อาการบาดเจ็บที่รุนแรงอาจทำลายเส้นทางความฝันและอนาคตอันรุ่งโรจน์ในวงการดนตรีไปตลอดกาล เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคอันหนักอึ้งเพื่อกอบกู้ชีวิตนักเปียโนอาชีพกลับคืนมา
ภาพปกนิยายเรื่อง ยินดีที่ได้พบคุณในชาตินี้
8.8
ชีวิตคู่ที่ควรเปี่ยมสุขกลับกลายเป็นขุมนรก เมื่อสามีปฏิบัติต่อเธอราวกับสิ่งของไร้ราคา เขาเชิดชูเพียงหญิงที่ตนหลงรัก ขณะที่ภรรยาต้องทนรับการเหยียดหยาม ความโหดร้ายทวีรุนแรงขึ้นเมื่อเธอถูกบีบคั้นให้พรากจากลูกในครรภ์ถึงสามครา ทุกครั้งที่ผู้หญิงของเขาพบเจอกับความเดือดร้อน เธอจะถูกโยนความผิดและตกเป็นเป้าระบายโทสะเสมอ การต้องรับโทษทัณฑ์ในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อ ผนวกกับการถูกทำลายความหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้สลักรอยบอบช้ำลึกลงในจิตวิญญาณ จนกลายเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ไม่อาจเยียวยาได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง อำนาจและทรัพย์สมบัติ
9.5
ชายหนุ่มรอดพ้นความตายจากการถูกหักหลังโดยอดีตคู่หมั้นด้วยความกล้าหาญของสตรีแปลกหน้า ครึ่งทศวรรษผ่านไป เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะผู้ครอบครองความมั่งคั่งและอิทธิพล การหวนคืนหนนี้มีเป้าหมายเพื่อชดใช้หนี้ชีวิต ทว่าเขาต้องเผชิญความจริงอันน่าตื่นตะลึง เมื่อพบว่าหญิงสาวผู้มีพระคุณได้อุ้มชูเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งเกิดจากสายเลือดของเขาเอง เมื่อตระหนักว่าบุญคุณนี้ไม่อาจตอบแทนด้วยทรัพย์สิน เขาจึงปฏิญาณว่าจะทุ่มเทชีวิตและใช้อำนาจที่มีเพื่อเป็นเกราะกำบัง คอยปกป้องและมอบความสุขให้แก่สองแม่ลูกอย่างสุดหัวใจตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง แฝดจอมจุ้น เมียจ๋าอย่าหนีนะ
9.5
อดีตเมื่อหกปีก่อนยังคงฝังลึกในใจ หลังจากถูกจัดฉากจนตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวไร้ทางเลือกนอกจากต้องอุ้มท้องหนีไปดิ้นรนในต่างประเทศเพียงลำพัง ทว่าความลำบากได้หล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งขึ้น บัดนี้เธอกลับมาพร้อมเพลิงแค้นที่แผดเผา เป้าหมายคือทวงคืนความถูกต้องจากชายผู้เป็นต้นเหตุของความพินาศและกวาดล้างทุกคนที่เคยใส่ร้าย เธอเตรียมพร้อมบดขยี้พวกมันให้แหลกสลาย ชดใช้ความเจ็บปวดที่เธอแบกรับมานาน โดยตั้งปณิธานว่าจะไม่ปรานีหรือปล่อยให้ศัตรูมีโอกาสลุกขึ้นมาต่อกรได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าทำนาให้รวยเป็นมาเฟีย
9.3
หลังทะลุมิติ ซ่งอิงปรารถนาเพียงวิถีเกษตรกรและมุ่งมั่นที่จะครองตัวเป็นโสด ทว่าขวดหยกวิเศษที่ติดตัวมากลับมอบมิติลับและอิทธิฤทธิ์ในการสยบปีศาจให้แก่เธอ ผืนนาจึงกลายเป็นที่พำนักของสิ่งมีชีวิตพิศวง ทั้งภูตโสมที่อุปการะเป็นบุตร ปีศาจกบ ลาที่หัวเราะได้ และไก่ที่โบยบินบนฟ้า หญิงสาวกอบโกยความมั่งคั่งพร้อมสะสมบุญจากการปราบมารเพื่อมุ่งสู่การเป็นเซียนในภพหน้า แต่ชีวิตอันแสนสงบก็พังทลาย เมื่อสามีในนามซึ่งเชื่อกันว่าสิ้นชีพไปแล้ว กลับปรากฏตัวอีกครั้งด้วยยศบรรดาศักดิ์เป็นถึงขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์