APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง สวัสดี คุณชายเย่

สวัสดี คุณชายเย่

8.5 / 10.0
โชคชะตาบังคับให้เธอสวมรอยเป็นเจ้าสาวเพื่อแต่งงานกับมหาเศรษฐีผู้บกพร่องทางร่างกาย ทว่าชีวิตคู่กลับเริ่มต้นด้วยรอยร้าวเมื่อสามีประกาศชัดว่ารังเกียจหญิงที่กำลังอุ้มท้องลูกปริศนาอย่างเธอที่สุด ท่ามกลางความกดดัน เธอกลับตกหลุมรักเขาอย่างสุดหัวใจ แต่สุดท้ายก็ต้องเดินจากไปพร้อมกับความบอบช้ำ กาลเวลาผ่านพ้นไป หญิงสาวหวนคืนมาอีกครั้งพร้อมเด็กชายตัวจิ๋วที่มีหน้าตาเหมือนเขาราวกับฝาแฝด เด็กน้อยผู้กล้าหาญเผชิญหน้ากับบิดาใจร้าย พร้อมตั้งคำถามอย่างท้าทายว่า ใครกันแน่ที่กล้าเรียกเขาว่าเด็กกำพร้าไร้พ่อ

สวัสดี คุณชายเย่ ตอนที่ 1

บทที่ 1

ตอนที่ 1 เสียตัว

ณ กลางคืน

ค่ำคืนที่ฝนตกหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าร้องลั่นอยู่ครืนโครม

เสิ่นเฉียว เดินลากกระเป๋าเดินทาง เดินอย่างไร้จุดมุ่งหมายอยู่กลางสายฝน

“เฉียวเฉียว หลินเจียงไม่ใช่เป็นเพราะถูกลอตเตอรี่ห้าล้านจึงมาขอเธอหย่าหรอกนะ แต่เป็นเพราะเธอไม่ได้ทำหน้าที่ที่ดีพร้อมที่ภรรยาดีดีคนหนึ่งควรจะทำ”

“เสิ่นเฉียว เธออย่าวุ่นวายอีกเลยนะ เรื่องหย่าเป็นเรื่องที่เราคุยกันมาตั้งนานแล้ว ถ้าเธอไม่อยากหย่า เธอยังอยากจะแบ่งมรดกกันอยู่มั้ย?”

ไม่รู้ว่าสิ่งที่ไหลอยู่บนใบหน้าของเสิ่นเฉียว คือน้ำฝนหรือน้ำตากันแน่

ภาพตรงหน้าที่เธอเห็นนั้นค่อยๆเบลอมากขึ้น

มีรถเบนท์ลีย์สีเงินคันหนึ่งขับมุ่งตรงมาหาเธอด้วยความเร็ว เสิ่นเฉียวที่กำลังเสียใจอยู่ไม่ทันได้สังเกตเห็น

จนกระทั่งรถคันนั้นขับใกล้เข้ามาหาเธอ เธอจึงค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมา แต่สมองของเธอนั้นเหมือนได้ตายไปแล้ว เธอหยุดแล้วยืนนิ่งจ้องมองรถคันนั้นที่ขับมาหาเธออย่างมึนงง

เอี๊ยด

รถเบนท์ลีย์สีเงินหักเลี้ยวด้วยความเร็วสูง สามารถเห็นถึงทักษะการขับขี่ของคนขับได้ เป็นเพราะว่าขับรถมาด้วยความเร็วมากเกินไป ไม่ระวังจึงชนเข้ากับรั้วกั้น

เสิ่นเฉียว ยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจของเธอเต้นแรงไม่หยุด

หลังจากที่รถเบนท์ลีย์สีเงินชนเข้ากับรั้วกั้นแล้วมันก็จอดนิ่งอยู่กับที่

เสิ่นเฉียว ยืนเหม่ออยู่กับที่เป็นเวลาหลายวินาที จากนั้นเธอจึงค่อยๆดึงสติกลับมา เธอเอามือมาปาดน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าของเธอออก จากนั้นทิ้งกระเป๋าสัมภาระของเธอลงแล้ววิ่งเข้าไปหารถเบนท์ลีย์สีเงินคันนั้น

เมื่อมองเข้าไปในรถ ข้างในมืดสนิท เสิ่นเฉียวพยายามส่องลอดผ่านกระจกรถมองดูภายใน เธอมองเห็นร่างผู้ชายคนหนึ่งฟุบอยู่บนพวงมาลัยรถ

เสิ่นเฉียว ใช้มือตบกระจกรถแรงๆหลายที “คุณ คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

ไม่ว่าจะพูดยังไง อีกฝ่ายก็เกิดจากการที่เขาพยายามหลบแล้วหักพวงมาลัยรถออกเพื่อไม่ให้ชนเข้ากับตัวเธอ เขาจึงต้องมาชนกับรั้วกั้นเช่นนี้ ถ้าเขาเป็นอะไรไป เธอจะต้องรับผิดชอบ!

เมื่อได้ยินเสียงกึก เสิ่นเฉียวรีบเปิดประตูออก จากนั้นยื่นครึ่งตัวของเธอเข้าไปในรถ “คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย? คุณ…” น้ำเสียงของเธอเหมือนคนกำลังจะร้องไห้

ยังพูดไม่จบ ผู้ชายที่ฟุบอยู่บนพวงมาลัยรถก็ยื่นมือมาจับแขนของเสิ่นเฉียวแล้วดึงเธอเข้ามาในรถ

ปึง!

ประตูรถปิดแล้วถูกล็อกเอาไว้

ร่างของเสิ่นเฉียว ทับอยู่บนขาของผู้ชายคนนั้น มือที่หนาใหญ่ของผู้ชายคนนั้นจับแน่นไปที่บริเวณเอวของเธอเหมือนดั่งโซ่ที่รัดเธอเอาไว้ ทำให้เธอขยับตัวไม่ได้

“ปล่อย ปล่อยฉัน…..”เสิ่นเฉียว เริ่มรับรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับเธอ พูดอย่างตะกุกตะกักใส่เขา

“เธออยากตายหรอ?”

เขากดตัวเธอลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้ม เสียงของเขาราวกับเป็นสาเกที่รสชาติหวานนุ่มไหลผ่านเข้าไปในลำคอ

เสิ่นเฉียว ตะลึงตกใจไปสักพัก เมื่อเธอดึงสติกลับมาได้ เธอจึงรับรู้ได้ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องที่เธอเดินอยู่บนทางม้าลาย เธอรีบส่ายหัวแล้วพูด “ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ว่าเธอจะตั้งใจหรือไม่ แต่เธอเป็นคนมาตรงนี้เอง อย่าโทษฉันก็แล้วกัน….” เมื่อพูดจบ ผู้ชายคนนั้นก็ยกตัวเธอขึ้นมาวางไว้บนขาของตัวเอง

เธอรับรู้ถึงความแข็งแรงของผู้ชายคนนี้ เสิ่นเฉียวเริ่มรู้สึกชาไปที่หัวของเธอ พูดอย่างตะกุกตะกักว่า “คุณคิดจะทำอะไรน่ะ….”

“เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ?”

ผู้ชายก้มตัวลง จูบเธอด้วยริมฝีปากอันบางและเย็นของเขา

เสิ่นเฉียว รู้สึกว่าในสมองของเธอกำลังมีอะไรระเบิดออกมา

จูบของเขาค่อนข้างจะรุนแรงและหยาบ แต่สักพักเขาก็เริ่มจูบได้ดีมากขึ้น

หัวของเสิ่นเฉียว นั้นว่างเปล่า จนกระทั่งเธอรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บ เธอจึงค่อยๆมีสติกลับมา พยายามทุบตีขัดขืนผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอ

ผู้ชายเริ่มเพลิดเพลินและมีอารมณ์มากขึ้น เขาปรับเบาะให้เอนระนาบลงแล้วจับเธอกดไว้ใต้อ้อมแขนของเขา….

ฝนตกหนักทั้งคืน ราวกับว่าฝนกำลังชำระล้างบาปให้กับเมืองนี้

หลังจากคืนอันบ้าคลั่งนี้….

ร่างของคนในรถเริ่มขยับตัว ดวงตาของผู้ชายที่คมลึกแลดูสุขุมค่อยๆลืมตาขึ้น เย่โม่เซินลุกขึ้นมานั่ง

เขายังคงรับรู้ถึงบรรยากาศอันหอมหวานเย้ายวนของผู้หญิงคนนั้นได้ แต่ตอนนี้เหลือเขาเพียงคนเดียว

เธอหนีไปแล้วงั้นหรอ?

แววตาของเย่โม่เซิน นิ่งไปสักพัก สายตาของเขาจับจ้องไปยังเบาะที่นั่งที่เลอะสีแดง แววตาของเขาเริ่มแฝงไปด้วยความเคร่งเครียดบางอย่าง ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง!

เย่โม่เซิน โทรศัพท์ไปหาผู้ช่วยเซียวซู่ พูดกำชับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “รีบค้นหาตำแหน่งของฉันทันที จากนั้นตรวจสอบให้ชัดเจนว่าผู้หญิงที่เจอเมื่อคืนคือใคร ”

เมื่อพูดจบ เขาไม่รอให้ผู้ช่วยเข้าใจในคำสั่ง เขาก็วางสายลง

เสิ่นเฉียว หนีออกมากลางดึก เธอฝ่าฝนที่ตกหนัก เดินทางกลับบ้านพ่อแม่ของเธอด้วยความอึดอัดลำบากใจ

แต่งงานมาหลายปี เธอไม่เคยร่วมหลับนอนกับสามีตัวเอง แต่ในวันนี้เธอกลับไปหลับนอนกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน ดังนั้นเสิ่นเฉียว รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก

เมื่อตื่นมาแล้วรู้สึกตัว เธอจึงรีบหนีออกมา

“เฉียวเฉียว”

คุณแม่เสิ่นเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้ามา ยกเอาน้ำขิงถ้วยหนึ่งมาให้เธอ

“ขอบคุณนะ แม่”

“ลูกกับหลินเจียง เลิกกันอย่างเด็ดขาดแล้วใช่มั้ย?”

เมื่อพูดถึงหลินเจียง เสิ่นเฉียวก็ก้มหน้าลง มือของเธอประคองจับถ้วยชาขิงเอาไว้ สักพักก็ยกขึ้นมาดื่ม เธอไม่อยากจะพูดถึงมัน

“หย่าไปแล้วก็ดี ยังไงซะพ่อของลูกก็จัดการเรื่องการแต่งงานใหม่ให้ลูกแล้ว”

เมื่อพูดจบ หัวใจของเสิ่นเฉียวก็เต้นแรง รีบเงยหน้าขึ้น “แม่?”

“ถึงแม้ว่าผู้ชายจะมีปัญหาที่ขาของเขา แต่ลูกเองก็เป็นผู้หญิงที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วเช่นกัน ลูกก็อย่าไปรังเกียจเขาก็แล้วกัน ”

เสิ่นเฉียว: “แม่ แม่พูดเรื่องอะไรอ่ะ?”

คุณแม่เสิ่นยืนขึ้นมา สีหน้าของเธอค่อนข้างไม่พอใจ “ฤกษ์งานแต่งถูกกำหนดให้จัดหลังจากนี้หนึ่งเดือน ถึงลูกจะไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง”

“หนูกับหลินเจียง พึ่งจะหย่ากันคืนนี้ แม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง?” หัวใจของเสิ่นเฉียว ชาไปหมด

“แม่พูดอย่างเปิดอกเลยนะ จริงๆแล้วงานแต่งนี้ต้องเป็นของน้องสาวเธอ แต่ลูกหย่ากับสามีแล้ว ลูกก็แต่งแทนน้องสาวเถอะนะ”

เมื่อพูดจบ คุณแม่เสิ่นก็ถอนหายใจออกมาหนึ่งทีแล้วจ้องมองไปที่เธอ “ฝ่ายชายขามีปัญหา เฉียวเฉียว ลูกสาวสองคนของตระกูลเสิ่นจะเสียอนาคตไปทั้งคู่ไม่ได้”

เสิ่นเฉียว รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจของเธอ มือของเสิ่นเฉียวที่กำลังถือแก้วน้ำขิงนั้นสั่น เธอพูด “แม่ แต่หนูก็เป็นลูกสาวแท้ๆของแม่นะ….”

“โย่วโย่ว ก็เป็นน้องสาวแท้ๆของลูกนะ ลูกยอมให้น้องไปลำบากหรอ?”

“แล้วหนูล่ะ?”

“ยังไงก็แล้วแต่ เรื่องนี้ก็ต้องเป็นไปตามนี้แหละ หลังจากนี้หนึ่งเดือน ลูกต้องแต่งงานเข้าไปอยู่ตระกูลเย่! ถ้าหากว่าลูกสาวของตระกูลเสิ่นเสียอนาคตไปทั้งสองคน แม่กับพ่อคงทนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้”

วันแต่งงานมาถึง น้องสาวของเสิ่นเฉียว นามว่าเสิ่นโย่วมาหาเธอ

“พี่ หนูขอโทษนะ หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ แต่แม่เป็นคน….”

เสิ่นเฉียว จ้องมองไปที่เธออย่างไม่กะพริบตา “ขอโทษงั้นหรอ? งั้นเธอยินดีจะมาใส่ชุดแต่งงานแล้วแต่งเองมั้ย?”

“พี่ หนู……”เสิ่นโย่วกำหมัดในมือแน่นแล้วกัดฟัน สุดท้ายเธอก็คลายหมัดออกแล้วพูด “หนูมีแฟนแล้ว แต่พี่พึ่งจะหย่าไปนี่…..”

เสิ่นเฉียว ก้มหน้าลง “ใช่สิ ฉันหย่าแล้ว….ดูแลพ่อแม่ให้ดีดีเถอะ เพื่องานแต่งนี้แล้ว พ่อแม่พยายามทำทุกอย่างขนาดนี้ ทำทุกอย่างให้ฉันยอมตกลงให้ได้”

แต่งงานกับคนที่ขามีปัญหา ทำให้เธอรู้ว่าเธอจะต้องดูแลเขาไปตลอดชีวิต ถ้านี่คือโชคชะตาฟ้าลิขิตของเธอ เธอก็จะยอมรับมัน

จริงๆแล้ว เรื่องนี้ควรจะต้องเกิดขึ้นกับเสิ่นโย่ว แต่เธอเสิ่นเฉียวคนนี้โดนสามีหักหลังจนต้องเลิกกัน จากนั้นเดินทางกลับบ้านพ่อแม่ เดิมทีเคยคิดว่าจะได้รับคำปลอบโยนใดใดจากพวกเขา

แต่นึกไม่ถึงว่า สุดท้ายสิ่งที่เธอได้รับจะเป็นเช่นนี้ เธอกลับโดนบังคับให้แต่งงานเข้าตระกูลเย่แทนตัวน้องสาวของเธอ

เป็นเพราะอีกฝ่ายขามีปัญหา พ่อแม่ไม่อยากทำลายชีวิตของเสิ่นโย่ว

แล้วตัวเธอเองล่ะ? เป็นเพราะว่าเธอเคยหย่าจึงต้องมาเจอเรื่องแย่ๆเช่นนี้งั้นหรอ?

น่าตลกสิ้นดี! แต่พวกเขาก็คือพ่อแม่แท้ๆของเธอที่เกิดเธอมา เลี้ยงดูเธอมา เธอจึงทำได้เพียงตอบรับพวกเขา

ตระกูลเย่ได้เตรียมงานแต่งไว้อย่างอลังการ เธอเคยมีประสบการณ์แต่งงานที่ล้มเหลวมาครั้งหนึ่ง เป็นเพราะเสิ่นเฉียวต้องมาแต่งงานแทนเสิ่นโย่ว ก่อนจะมาเข้าร่วมงานแต่งสามีภรรยาตระกูลเสิ่น ก็ได้ทำการสอนเรื่องต่างๆให้กับเธอ

ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้จักเธอ แต่เสิ่นเฉียว ก็รู้สึกผิดและรู้สึกไม่มั่นใจ ดังนั้นเธอจึงก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ในงาน เธอพยายามไม่ให้ตัวเองเป็นที่สนใจ

โชคดีตรงที่เจ้าบ่าวนั่งอยู่บนรถเข็น อีกทั้งเขาทำให้บรรยากาศของงานแต่งนั้นแลดูจืดชืด ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงจ้องมองสนใจตัวเขามากกว่าเธอ

ถึงแม้ว่างานแต่งงานจะจัดอย่างใหญ่โตอลังการ แต่ก็ยังมีความเรียบง่าย เป็นเพราะว่าเย่โม่เซินไม่ยกแก้วเหล้าขึ้นมาชน ผู้คนในงานจึงเกรงและไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับเขา

เมื่อจบพิธีงานแต่ง เสิ่นเฉียวก็ถูกส่งตัวไปที่ห้องพักใหม่

คนรับใช้เก่าแก่สูงวัยยืนอยู่หน้าเธอแล้วพูดกำชับ “คุณนายน้อยสอง ถึงแม้ว่าคุณชายสองของพวกเราจะมีปัญหาที่ขา แต่ยังไงเขาก็คือคุณชายสอง ของตระกูลเย่ หลังจากที่คุณนายน้อยสองได้แต่งเข้ามาในบ้านนี้ก็ต้องดูแลคุณชายสอง ของพวกเราให้ดีที่สุด”

ตั้งแต่คืนนั้นที่เธอเดินตากฝนกลับมาถึงบ้าน จากนั้นแม่ของเธอก็บอกกับเธอว่าเธอต้องแต่งงานเข้าตระกูลเย่แทนเสิ่นโย่ว วันถัดมาเธอก็ไข้ขึ้นสูง จากนั้นใช้เวลาหลายวันกว่าไข้จะลดหายไป

หลังจากนั้นเป็นต้นมา อาการป่วยของเธอก็เป็นเป็นหายหายอยู่เสมอ ไม่หายดีสักที จนมาถึงวันนี้ก่อนที่เธอจะสวมใส่ชุดแต่งงานนั้น เธอก็ยังคงกินยาแก้หวัดอยู่

เธอรู้สึกง่วงมาก เมื่อฟังคนรับใช้พูดจบ เธอพยักหน้าแล้วพูด “ฉันรู้แล้ว ฉันขอพักผ่อนหน่อยได้มั้ย?”

เธอรู้สึกง่วงจนทนไม่ไหว

แววตาของคนรับใช้เก่าแก่มองเธอด้วยความรังเกียจทันที พูดนินทาเธอแล้วเดินจากไป

เมื่อคนรับใช้ออกไป เสิ่นเฉียวก็ล้มตัวนอนลงโดยที่ไม่สนใจชุดเจ้าสาวที่สวมใส่อยู่บนตัวเลย

ตอนที่เธอกำลังนอนหลับอยู่นั้น เธอรู้สึกราวกับว่ามีแววตาอันแหลมคมกำลังจ้องมองมาที่ใบหน้าของเธอ ช่างรู้สึกประหลาดเหลือเกิน

อ่านต่อ

สารบัญ สวัสดี คุณชายเย่

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยอมรับหน้าที่อุ้มบุญให้แก่ชายปริศนาตามข้อตกลง แต่แล้วเธอกลับต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นในวัยเด็กเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นด้วยความห่างเหินและเย็นชา ทว่าวันเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความรู้สึกจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก่อนถึงกำหนดคลอดเพียงไม่นาน สามีกลับยื่นใบหย่าให้จนเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าในท้ายที่สุด เขากลับเผยความจริงที่เก็บงำไว้ว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเดชต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเขาจับพลัดจับผลูเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำมาซึ่งความสัมพันธ์สุดซับซ้อนที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์อันยากจะถอนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ความรักและความปรารถนาโคจรมาพบกัน ชายหนุ่มต้องเผชิญหน้าและรับมือกับความผูกพันอันหลากหลายที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว ในโลกที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดเย้ายวนใจที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีสุข
8.2
ครูสาวธรรมดาผู้มีความสามารถได้มีโอกาสใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาเนิ่นนาน ค่ำคืนอันลึกซึ้งทิ้งไว้เพียงความหวั่นไหวและข้อสงสัยว่าเขาจะจัดการความสัมพันธ์นี้อย่างไร จะยอมรับเธอเป็นคนรักหรือไม่ ในงานเลี้ยงสำคัญ เธอพยายามจนโดดเด่นเป็นที่จับตามอง ท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่รายล้อมเขา เธอตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างเด็ดเดี่ยวว่าพร้อมเคียงข้างเขาโดยไม่หวังทรัพย์สิน ทว่าความจริงใจกลับถูกตอบโต้ด้วยความเย็นชา เมื่อเขาตั้งคำถามกลับมาว่าคนอย่างเธอคู่ควรกับตำแหน่งคนรักของเขาแล้วจริงๆ หรือ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันรอเธอตลอด
7.1
หญิงสาวที่ตั้งครรภ์แปดเดือนต้องพบความจริงอันโหดร้ายจากปากคู่ชีวิต ความสัมพันธ์สามปีพังทลายเมื่อเขาเอ่ยถ้อยคำไร้เยื่อใยผ่านโทรศัพท์ ชายหนุ่มปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทารกอย่างสิ้นเชิง พร้อมกล่าวอย่างเย็นชาว่าหากเธอประสงค์จะกระโดดตึกจบชีวิตก็ทำได้ตามสบาย เพราะเขาไม่เคยต้องการสายเลือดคนนี้ การดึงดันอุ้มท้องต่อไปเป็นความดื้อรั้นของเธอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ถ้อยคำบาดลึกนี้ผลักไสให้เธอต้องแบกรับความทุกข์ทรมาน ถูกทิ้งให้เผชิญชะตากรรมลำพังพร้อมจิตใจที่แตกสลาย
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์