APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต

ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต

เมื่อเงินหลวงห้าหมื่นตำลึงทองอันตรธานไปจากสำนักคุ้มกันหวางซื่ออย่างไร้ร่องรอย ชะตากรรมของตระกูลหวางจึงตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เพื่อปกป้องทุกคนให้พ้นจากโทษประหาร หวางเย่หลิงจำต้องเสียสละตัวเองก้าวเข้าสู่จวนของอิ๋งชวนโหว ผู้ปกครองแห่งกู้กงผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเย็นชา ในดินแดนที่เต็มไปด้วยการหักหลังและภยันตรายรอบด้าน ท่านโหวผู้ไร้ความปรานีไม่ได้ครอบครองเธอเพียงเพื่อความปรารถนาส่วนตัวเท่านั้น แต่เขายังมีแผนการลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ โดยหวังจะใช้หญิงสาวเป็นเบาะแสสำคัญในการแกะรอยตามหาตัวมารดาที่หายสาบสูญไปในอดีต
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“เดี๋ยว!!!!” เสียงเรียกดังกระหึ่มขึ้นทางเบื้องหลัง ทำให้ร่างผอมสูงของชายชราหันกลับมาตามเสียงเรียกนั้นอีกครั้ง

“ขอรับ...ใต้เท้ามีอะไรอีกอย่างนั้นเหรอ”น้ำเสียงถามออกไปอย่างเหนื่อยอ่อน

อิ๋งชวนโหวนั่งมองใบหน้าชายชราที่เข้ามาอ้อนวอนขอกู้เงินห้าหมื่นตำลึงทองจากเขา ก่อนจะวางสาสน์ลับที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะหันไปทางหวางเจี้ยนเฉิงพร้อมเอ่ยขึ้น

“ข้าจะให้เจ้ากู้เงินห้าหมื่นตำลึงทอง เพื่อช่วยทุกชีวิตของตระกูลหวางให้รอดพ้นจากหายนะอันใหญ่หลวงในครั้งนี้ แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าจะต้องมอบสิ่งมีค่าสามารถนำมาค้ำประกันที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตามความต้องการของข้าทุกประการทั้งหมด”

หวางเจี้ยนเฉิงถึงกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างสุดขีดเมื่อได้ยินอิ๋งชวนโหวกล่าวออกมาเช่นนั้น

“ใต้เท้าจะให้ข้ากู้เงินห้าหมื่นตำลึงทองจริงๆ หรือขอรับ นี่ข้าหูไม่ฝาดไปใช่ไหม..ขะ..ข้า..น้อย...ข้าน้อยพูดอะไรไม่ออกเลยขอรับ”ชายชรากล่าวอย่างตื้นตันใจ

“อย่าเพิ่งดีใจไป เจ้ายังไม่รู้เลยว่าหลักประกันที่ข้าต้องการนั่นคือสิ่งใดทันทีที่บอกออกไป อาจทำให้ไม่ต้องการเงินกู้ห้าหมื่นตำลึงทองจากข้าก็เป็นได้”อิ๋งชวนโหวกล่าวอย่างมีเลศนัย

“ถ้าเช่นนั้นหลักประกันที่ต้องการคือสิ่งใด ใต้เท้าได้โปรดแจ้งให้ล่วงรู้มาได้เลยขอรับ ข้าน้อยจะรีบไปจัดหาให้ครบตามที่ท่านต้องการ”ชายชรากล่าวพร้อมมองใบหน้าหล่อเหลาราวเทพสวรรค์ของโหวหนุ่มเพื่อรอคำตอบจากอีกฝ่าย

อิ๋งชวนโหว แสยะยิ้มเหยียดออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวออกมาเช่นนั้น มือหนาที่กำลังเช็ดดาบยาวอยู่ในขณะนั้นหยุดลง

“หลักประกันที่ข้าต้องการคือสิ่งนี้”กล่าวพลางรับม้วนภาพวาดจากคนสนิทที่กำลังยื่นส่งให้ ก่อนจะรับเอามาไว้ในมือพร้อมคลี่ม้วนภาพดังกล่าวออก และใช้ปลายนิ้วชี้จิ้มลงไปที่ภาพวาดดังกล่าว ซึ่งทำให้อีกฝ่ายถึงกับชะงักงันไปทันที

“หลิงเอ๋อ!”เสียงเรียกเอ่ยออกมาเบาหวิวเมื่อมองตามปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่าย

“หมายความว่าอย่างไงขอรับใต้เท้า ข้าน้อยไม่เข้าใจ ภาพวาดของสตรีตรงหน้าที่ท่านกำลังชี้อยู่ในขณะนี้คือบุตรีเพียงคนเดียวของข้าน้อยนะขอรับ หลักประกันที่ท่านต้องการคือบุตรีของข้าอย่างนั้นเหรอ!”หวางเจี้ยนเฉิงถามกลับไป

หึหึหึหึ เสียงหัวเราะอยู่ภายในลำคอ แม้จะเบาหากแต่ฟังแล้วขนหัวลุกเกรียวอย่างยิ่งยวด

“เข้าใจไม่ผิดหรอกเจี้ยนเฉิง นอกจากจวนตระกูลหวาง สำนักคุ้มกัน สำนักการสังคีตและตั๋วเงินล่วงหน้าออกโดยทางราชสำนักจำนวนสามหมื่นตำลึงทองที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ รวมไปถึงกิจการทุกอย่างของตระกูลหวางจะต้องนำมามอบให้กับข้าทั้งหมด และถ้าเจ้าอยากได้เงินห้าหมื่นตำลึงทองไปทดแทนเงินที่สูญหายไปภายในสำนักคุ้มกันของเจ้าเอง ก่อนที่เรื่องนี้จะแพร่งพรายออกไปจนล่วงรู้ไปถึงฝ่าบาท หากไม่ต้องการให้ตระกูลหวางของเจ้าต้องได้รับโทษประหารแล้วละก็ บุตรีของเจ้าหวางเย่หลิงคือหนึ่งในหลักประกัน...นาง! คือสิ่งที่ข้าต้องการ”โหวหนุ่มกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำพร้อมเอ่ยขึ้น

“สายข่าวของข้าสืบมาได้ว่า มีคนเห็นบุตรีของเจ้าอยู่ภายในห้องเก็บเงินในสำนักคุ้มกัน ซึ่งเจ้ารับหน้าที่ดูแลนำไปส่งมอบให้กับท้องพระคลังหลวงของราชสำนัก ดูท่าเงินของแผ่นดินที่สูญหายไปในครั้งนี้ บุตรีของเจ้าจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปเสียแล้วนะเจี้ยนเฉิง”อิ๋งชวนโหวบอกอีกฝ่าย

ท่ามกลางอาการตกตะลึงของหวางเจี้ยนเฉิงเมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นถึงรองผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อผ้าของราชสำนักต้าหมิงที่โหดเหี้ยมเต็มไปด้วยความอำมหิตและสืบคดีใดไม่เคยมีคำว่าพลาด

“มะ..ไม่จริง...ปะ..เป็น..เป็นไปไม่ได้ใต้เท้า...ข้าไม่เชื่อ! จะต้องไม่ใช่หลิงเอ๋อบุตรีของข้าอย่างแน่นอน เพราะว่าในวันที่เงินห้าหมื่นตำลึงทองหายไปจากสำนักคุ้มกันของข้า นางกำลังเฝ้าปรนนิบัติข้าอยู่เพราะลื่นหกล้มทำให้ขาข้างซ้ายหัก ช่วงเวลานั้นไม่สามารถเดินไปไหนไม่ได้เลยขอรับ นางเฝ้าข้าทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่นางจะไปปรากฏกายภายในสำนักคุ้มกัน อีกทั้งนางยังไม่เคยเข้าไปสถานที่แห่งนั้นแม้แต่ครั้งเดียว”

คำกล่าวของหวางเจี้ยนเฉิงทำให้อิ๋งชวนโหวเฝ้าครุ่นคิดตเพราะสาสน์ลับที่สายข่าวส่งรายงานมานั้นก็เขียนจุดที่ผิดปกตินี้เกิดขึ้นมาด้วยเช่นกัน

วันและเวลาเดียวกันที่เกิดเหตุขึ้นมานั้น หวางเย่หลิง กลับปรากฏกายพร้อมกันในช่วงเวลาดังกล่าวเพียงแต่คนละสถานที่ ซึ่งย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน นอกเสียจากว่านางจะมีฝาแฝด แต่เรื่องนี้ก็ต้องตัดประเด็นออกไปเช่นกันเพราะว่าทั่วทั้งเมืองหลวงต่างล่วงรู้ดีว่า หวางเจี้ยนเฉิงมีบุตรีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และกว่าจะมีนางได้อายุก็ปาเข้าไป 35 ปีแล้ว

“เรื่องนั้นจะต้องหาข้อพิสูจน์เพื่อไขความกระจ่างเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในเมื่อเจ้าไม่รายงานให้ทางการล่วงรู้เกี่ยวกับเงินห้าหมื่นตำลึงทองที่หายไปภายในสำนักคุ้มกันของตระกูลหวาง แต่กลับเลือกที่จะหาเงินจำนวนมหาศาลนี้ไปทดแทนเงินที่หายไป เจ้าเสียสติอย่างเห็นได้ชัด ข้าขอถามเจ้าว่าเพราะอะไรจึงต้องหาทางออกเช่นนี้”ท่านโหวหนุ่มถามกลับไปด้วยความสงสัยระคนอยากรู้

คำถามดังกล่าวทำให้หวางเจี้ยนเฉิงไม่รีรอที่จะคิดใคร่ครวญก่อนพูดออกไป แต่เขากลับบอกอีกฝ่ายทันที

“นั่นก็เพราะข้าล่วงรู้โทษทัณฑ์ที่จะต้องได้รับจากฝ่าบาทเป็นอย่างดี ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลหวางของข้าขอรับ เงินห้าหมื่นตำลึงทองสูญหายไปภายในสำนักคุ้มกันของตัวเอง แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดเชื่อว่าข้าคือผู้บริสุทธิ์ ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยคิดคดและเบียดบังทรัพย์สินของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งเป็นของแผ่นดินด้วยแล้ว ข้ายิ่งคอยเฝ้าระวังและช่วยดูแลรักษาเป็นอย่างดี จึงเลือกที่จะหาเงินมาทดแทนและพยายามสืบค้นหาเงินที่สูญหายไปเพื่อนำกลับมาคืนให้ได้”หวางเจี้ยนเฉิงพูดพลางก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะหนังสือของอิ๋งชวนโหวพร้อมเอ่ยขึ้น

“ข้าน้อยไม่ต้องการให้ตระกูลหวางนับหลายร้อยชีวิตต้องมาถูกประหารเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ตระกูลหวางต้องได้รับโทษประหารทั้งตระกูลเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย บุตรีของข้าควรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้หาใช่นักโทษที่จะต้องถูกประหาร นางควรจะได้ออกเรือนไปกับชายที่มีฐานะคู่ควรและมีความรู้ที่สามารถดูแลนางได้ นางคือแก้วตาดวงใจของข้าทั้งหมดไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากจะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าน้อยก็จะทำให้นางมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปให้ได้”

คำกล่าวของหวางเจี้ยนเฉิงทำให้อิ๋งชวนโหวเหลือบสายตามองใบหน้าชายชราที่กำลังยืนมองเขาอยู่ในขณะนั้นเช่นกัน ความรู้สึกส่วนลึกบอกว่าทุกสิ่งที่ได้ยินนั้นกลั่นออกมาจากหัวใจของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริง หากแต่เพียงครู่รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของท่านโหวหนุ่ม

“พูดได้ดี เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าไขคดีเรื่องนี้อย่างเป็นความลับและส่งหน่วยองครักษ์เสื้อแพรตามสืบคดีให้อย่างเงียบๆ เพื่อไขความกระจ่างเรื่องเงินห้าหมื่นตำลึงทองที่สูญหายไปอย่างเป็นปริศนา ในขณะเดียวกันเพื่อพิสูจน์ว่าบุตรีของเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง และเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าเบี้ยวหนี้ที่เกิดขึ้นครั้งนี้กับข้า นางจะต้องถูกส่งตัวมาพำนักอยู่ที่จวนของข้า จนกว่าเรื่องนี้จะกระจ่างออกมา”อิ๋งชวนโหวกล่าวช้าๆ เน้นๆ หนักๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำและแฝงความเย็นชาก่อนจะกล่าวสำทับ

“ข้าจะไม่กำหนดระยะเวลาในการคืนเงินจำนวนมหาศาลนี้กับเจ้า เงินห้าหมื่นตำลึงทองของข้าที่มอบให้ สามารถนำไปจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นของเจ้าในครั้งนี้ได้จนหมด โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ข้า เพราะดอกเบี้ยนั้นได้จ่ายมาแล้วล่วงหน้าซึ่งก็คือบุตรีของเจ้า ในขณะเดียวกันหากหน่วยองครักษ์เสื้อแพรได้ทำการสืบค้นเงินห้าหมื่นตำลึงทองที่หายไปจากสำนักคุ้มกันของเจ้ากลับคืนมาได้ เงินจำนวนเหล่านั้นที่ตามกลับมาได้ก็ถือเป็นการใช้หนี้คืนให้แก่ข้าแล้ว เจ้าก็รับบุตรีคืนกลับไปเป็นอันจบสิ้นสัญญาเงินกู้ห้าหมื่นตำลึงทองต่อกัน”

กรอดดดด!!!! เสียงกรามขบเข้าหากันจนแน่น บ่งบอกได้ถึงภาวะอารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด

“นี่ข้าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วหรือนี่ ใต้เท้ากำลังบีบให้ข้ามอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินห้าหมื่นตำลึงทองอยู่นะขอรับ จะไม่เป็นการทำร้ายจิตใจกันมากไปอย่างนั้นเหรอที่กระทำแบบนี้กับบุตรีของข้า หลิงเอ๋อเพิ่งจะอายุ 17 เท่านั้น นางยังไม่รู้จักอะไรเลยว่าความน่ากลัวของผู้คนเป็นอย่างไง ท่านจะไม่ใจร้ายมากไปหรือขอรับ”หวางเจี้ยนเฉิงกล่าวด้วยความอัดอั้นตันใจ

ปัง!!! มือใหญ่ทุบลงบนโต๊ะเสียงดังกระหึ่ม

“อย่าริอ่านมาสั่งสอนข้า! เลือกเอาว่าจะยอมมอบบุตรีของเจ้ามาให้กับข้าหรือจะกลับไปมือเปล่า! และรอคอยโทษประหารทั้งตระกูลต่อไป เชื่อเถอะว่าชีวิตของตระกูลหวางจะอยู่ได้ไม่เกินสามวัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป”บุรุษรูปงามราวเทพสวรรค์คำรามลั่น ใบหน้าเริ่มถมึงทึงเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยวาจาเช่นนั้น

ชายชราได้แต่ยืนนิ่งเงียบไม่ปริปากกล่าวคำใดๆ ออกมา หากแต่ภายในใจนั้นเล่ามีแต่ความคับแค้นใจอย่างยิ่งยวด ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมโดยรอบโดยมิรู้ว่าเป็นเวลานานเพียงใด

“ว่าอย่างไงเจี้ยนเฉิง ถ้ายังตัดสินใจอะไรไม่ได้ก็กลับไปเสียเถอะ...ข้าเสียเวลาให้กับเจ้ามามากเกินพอแล้ว”โหวหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ถ้อยคำของอิ๋งชวนโหว ทำให้หวางเจี้ยนเฉิงแทบจะไม่มีทางออกให้เลือกอีกต่อไปได้เลย ชายชราหลับตาลงเมื่อคิดถึงใบหน้าบุตรีเพียงคนเดียว

“พ่อขอโทษหลิงเอ๋อ”ชายชรารำพึงชื่อของบุตรีเพียงคนเดียวของเขาก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป

“ตกลงขอรับ”คำตอบชัดเจนหากแต่แฝงเร้นด้วยความเศร้าและเสียใจเป็นที่สุด

ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มเหยียดเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยประโยคดังกล่าวออกมา

“ถ้าเช่นนั้นอีกสามวันข้างหน้า เงินห้าหมื่นตำลึงทองจะถูกส่งไปยังท้องพระคลังหลวงในนามสำนักคุ้มกันตระกูลหวางข้าจะส่งหน่วยองครักษ์เสื้อแพร คอยคุ้มกันช่วยเจ้าอีกแรง และบุตรีของเจ้าก็ให้ส่งมาที่จวนของข้าพร้อมด้วยเลยในวันนั้น”

สิ้นเสียงของอิ๋งชวนโหว ชายชราแทบจะยืนไม่อยู่เมื่อได้ยินระยะเวลาที่จะต้องส่งมอบบุตรีเพียงคนเดียวในอีกสามวัน ข้างหน้าที่จะถึงนี้

“อะ..เออ..ข้าน้อยจะขอมาเยี่ยมหลิงเอ๋อได้ไหมขอรับ นางยังไม่เคยห่างจากอกพ่อแม่เลย”

“ไม่ได้! ไม่ห่างก็ต้องห่างแล้ว ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะรักษาอีกหลายร้อยชีวิตของตระกูลหวางเอาไว้ ข้าไม่เอานางไปขายตามหอนางโลมที่ไหนหรอกนะ แต่ถ้าหากเจ้าเบี้ยวหนี้ของข้าแน่นอนว่านางจะต้องถูกส่งตัวไปที่หอนางโลม แต่ถ้าการสืบคดีเงินห้าหมื่นตำลึงทองที่สูญหายไปผลออกมาว่าเจ้าและบุตรีมีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมกันสร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมา แน่นอนว่านางจะต้องถูกส่งเข้าไปยังคุกตงฉางของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรแทนการเข้าไปอยู่ในหอนางโลม และข้าหวังว่าสถานการณ์เช่นนั้นอย่าได้เกิดขึ้นก็แล้วกัน”

โหวหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ เล่นเอาคนฟังถึงกับยืนไม่อยู่เมื่อล่วงรู้ว่าหากไม่สามารถตามเงินห้าหมื่นตำลึงทองกลับมาได้ บุตรีอันเป็นที่รักยิ่งของเขาจะต้องกลายสภาพเป็นหญิงนางโลมอย่างแน่นอน หรือต้องถูกส่งตัวไปรับการทรมานที่คุกตงฉางหากไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่หายไป

คุกตงฉาง ช่างน่าหวาดหวั่นเป็นยิ่งนักซึ่งกล่าวขานกันว่าเป็นสถานที่กระทำทรมานบรรดานักโทษอย่างน่าสะพรึงกลัว เมื่อเข้าไปแล้วไม่เคยมีผู้ใดได้ก้าวออกมาเลยสักคน ด้วยเพราะถูกทรมานจนตายในคุกทั้งสิ้น

“แล้วช่วงที่ใต้เท้านำบุตรีของข้าไปพำนักที่จวนด้วยเช่นนั้น นางจะอยู่ในสถานะอะไรขอรับ”ชายชราเอ่ยถามกลับไปด้วยความอยากรู้

อิ๋งชวนโหวหรี่ตามองชายตรงหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าสวยงามของเด็กสาวแรกรุ่น หากแต่แฝงเร้นเสน่ห์ยั่วยวนเร้าใจอย่างน่าประหลาดปรากฏขึ้นในความทรงจำขึ้นมาทันที

“เป็นผู้หญิงของอิ๋งชวนโหว”คำกล่าวของเขาสั้นๆ แต่ก็อธิบายความหมายในตัวเป็นที่เรียบร้อย

หวางเจี้ยนเฉิงรู้สึกหดหู่ใจกับสิ่งที่ได้ยินอย่างบอกไม่ถูก ชีวิตของบุตรีเพียงคนเดียวที่ตั้งใจจะมอบแต่สิ่งดีๆ ให้แก่นางมลายจนหมดสิ้น นางกลับต้องถูกส่งเข้าจวนขุนนางใหญ่ในฐานะผู้หญิงของอิ๋งชวนโหว หรือก็คือนางบำเรอนั่นเอง ชายชราได้แต่พยักหน้าขึ้นลงติดต่อกัน

ร่างสันทัดหันหลังกลับค่อยๆ ก้าวเดินออกไปจากห้องหนังสือของท่านโหวหนุ่ม ด้วยความเศร้ามากกว่าอาการดีใจที่สามารถหาเงินห้าหมื่นตำลึงทองนำส่งท้องพระคลังหลวงที่ใกล้จะถึงวันส่งมอบได้แล้วในอีกสามวันข้างหน้า หลังจากต้องแจ้งเลื่อนการนำส่งมอบออกไปเพราะอาการบาดเจ็บของตัวเองซึ่งไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาแม้แต่น้อย

ตรงกันข้ามแม้จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ในครั้งนี้ได้ แต่กลับเสียบุตรีเพียงคนเดียวไปให้กับบุรุษที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความโหดเหี้ยมและอำมหิตจนเลื่องลือไปทั่วต้าหมิง

และนั่นหมายความว่าหากไม่สามารถติดตามเงินที่สูญหายไปกลับคืนมาได้ แก้วตาดวงใจของเขาจะต้องกลายสภาพเป็นนางโลม ชายชรากำลังส่งลูกสาวสุดที่รักให้พบกับชีวิตที่อยู่ในเงื้อมมือของจอมอำหมิตจางหยุนฟ่าน โดยที่นางยังไม่ล่วงรู้ชะตากรรมของตัวเองเสียด้วยซ้ำ

ดวงตายาวรีสีนิลกาฬมองตามหลังร่างชายชราที่กำลังเดินคอตกออกไปจากห้องหนังสือ ภาพเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อนผุดพรายขึ้นในความทรงจำของอิ๋งชวนโหว เมื่อครั้งได้พบกับสตรีสาวใบหน้าสวยเฉี่ยวเป็นครั้งแรก ความงามของนางต้องตาต้องใจท่านโหวหนุ่มรูปงามอย่างยิ่งยวด แต่นางกลับไม่สนใจขุนนางหนุ่มผู้มีอำนาจสั่งเป็นสั่งตายแม้แต่น้อย กลับตรงกันข้ามนางฝีปากกล้าอย่างยิ่งยวด มิหนำซ้ำยังประเคนลูกตบจนใบหน้าของโหวหนุ่มชาไปด้านหนึ่งเลยทีเดียว

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักจอมโจร
9.7
ความดื้อรั้นของฝนทิพย์ทำให้เธอตกเป็นพยานปากเอกในเหตุการณ์โจรกรรมของกลุ่มเซบาสเตียน จนถูกจับตัวยัดท้ายรถเพื่อปิดปากอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ลูกน้องจะทำงานพลาดที่นำตัวเธอมา แต่เซบาสเตียนก็ขู่ฆ่าเธอทิ้งเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามและดัดนิสัยดื้อรั้น ท่ามกลางความตึงเครียดบนเฮลิคอปเตอร์ที่มุ่งหน้าสู่เกาะลึกลับ ฝนทิพย์ต้องงัดทุกความเพียรพยายามและสติที่มีเพื่อเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของจอมโจรหนุ่มผู้แสนเย็นชา ทว่าในสถานการณ์วิกฤตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนี้ โชคชะตากลับกำลังจะแปรเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นสายใยความผูกพันที่เธอไม่เคยคาดฝันถึงมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง Love race โค้งรักอันตราย
8.4
เมื่อ รณภูมิ นักแข่งรถหนุ่มสุดฮอต ได้เห็นแผ่นหลังอันนวลเนียนของ แพรธิมา เขาก็ตระหนักทันทีว่าหัวใจดวงนี้ถูกช่วงชิงไป จนต้องเดินหน้าเปิดเกมรุกจีบเธออย่างเร่าร้อน ทว่าเส้นทางรักที่เต็มไปด้วยความเสน่หาของทั้งคู่กลับต้องสะดุดลง เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้พวกเขาต้องกลายมาเป็นคู่แข่งในสนามความเร็วเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์เปี้ยนเพียงหนึ่งเดียว แม้ว่าสัมผัสอันลึกซึ้งจากรณภูมิจะทำให้แพรธิมาต้องตกอยู่ในห้วงความเคลิบเคลิ้มจนยากจะถอนตัวขึ้นมา แต่ด้วยภาระหน้าที่ในการแข่งขันก็บีบคั้นให้เธอต้องตัดสินใจเลือกอย่างยากลำบาก ระหว่างความรักที่แสนวาบหวิวใจ หรือชัยชนะอันทรงเกียรติที่ต้องเดิมพันด้วยความเร็วในศึกรักครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
โชคชะตานำพาให้ มีนา จอมโจรสาวฝีมือฉกาจต้องมาเผชิญหน้ากับ เมฆา ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หนุ่มตงฉินผู้รักความถูกต้อง แม้ว่าในอดีตเธอจะเคยสร้างรอยแผลด้วยการบุกปล้นบ้านของเขาจนกลายเป็นความผิดติดตัว แต่ทว่าความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดกลับค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งที่ยากจะตัดใจ ท่ามกลางอุปสรรคของสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว นายตำรวจหนุ่มพร้อมที่จะทลายทุกกำแพงเพื่อพิสูจน์ว่าอานุภาพแห่งรักแท้นั้นไร้ขอบเขต เขาพร้อมปรับเปลี่ยนตัวเองและเฝ้ารอโอกาสที่จะได้เข้าไปดูแลและปกป้องหัวใจของหัวขโมยสาวคนนี้ในฐานะคู่ชีวิตที่ซื่อสัตย์ตลอดไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม
8.2
หลินซานซานเป็นเด็กกำพร้าที่โชคดีได้รับความเมตตาจากประมุขตระกูลหลินชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ นางเฝ้าแอบรักพี่ชายบุญธรรมมาโดยตลอด ทว่าความหวังพังทลายลงเมื่อเขากำลังจะแต่งงานกับฮูหยินคนใหม่ตามสมรสพระราชทาน แม้ซานซานจะพยายามยอมรับพี่สะใภ้เลอโฉมผู้นี้ แต่ความลับสุดช็อกก็เปิดเผยขึ้นเมื่อแท้จริงแล้วสะใภ้คนนี้คือ จางอี้ซวน แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรที่ปลอมตัวมา เขาบีบบังคับให้นางปิดปากเงียบแลกกับสัญญาหย่าร้างภายในหนึ่งปี หากนางคิดตลบแตลง ตระกูลหลินทั้งหมดอาจต้องเผชิญกับความพินาศย่อยยับด้วยมือของจริง ๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม
9.7
จากอดีตวีรสตรีผู้ยอมพลีชีพเพื่อแผ่นดินสยาม ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในดินแดนจีนโบราณท่ามกลางโชคชะตาที่ผันผวน แม้ปัจจุบันนางจะเติบโตเป็นหญิงงามเลิศเลอค่าหาใครเปรียบยาก ทว่าภายใต้รูปลักษณ์อันแสนอ่อนหวานไร้เดียงสานั้น กลับซุกซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่และคมดาบอันแหลมคมเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะบุปผาซ่อนคมจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของนางในต่างโลกอีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง มาเฟีย&เมียเชลย (ภาคต่อ มาเฟีย&เมียอุ้มบุญ)
9.4
เพราะความผิดที่ไม่ได้ก่อ ทำให้ ไลลา ต้องมาชดใช้กรรมแทนพ่อและพี่ชาย ด้วยการถูกบังคับให้กลายมาเป็น ‘เมียเชลย’ ของมาเฟียหนุ่ม ผู้มีรูปลักษณ์แสนดิบเถื่อน ไร้หัวใจ อย่าง ราฟาเอล มาร์เซียอาโน่ รองหัวหน้าแก๊งเลโอปาสคาล แห่งคารัสซีเลีย ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า หากเธออยากเป็นอิสระ ก็ต้องมีลูกให้เขา แล้วจากนั้นเธอจะไปไหนก็ไป ไลลากัดฟันทน ทำตามหน้าที่อย่างไม่มีทางเลือก เธอได้แต่สัญญากับตัวเองว่า จะไม่ยอมให้หัวใจตัวเอง พ่ายแพ้ให้กับเขาเด็ดขาด เธอต้องไม่รักเขา เหมือนที่เขาเคยประกาศไว้ว่า อย่าคิดหวังเป็นเมียเขา เพราะเธอเป็นได้แค่ เมียเชลย ที่เขาไม่มีวันรัก ! /// “คุณเอาตัวฉันมาทำไม” ไลลาถามเสียงแผ่ว เรื่องที่ได้ยินทำให้เธอไม่อยากเชื่อ แต่ท่าทางของคนพูดทำให้เธอจำต้องเชื่อเขา “เธอต้องอยู่เป็นเชลย จนกว่านายอังตวนจะหาทางชดใช้ความเสียหายได้ทั้งหมด หรืออังเดรยอมกลับมารับโทษ ให้พูดตรงๆ คือมาอยู่ขัดดอกยังไงล่ะ” สิ่งที่ได้ยินทำเอาไลลาหัวใจหล่นไปกองกับพื้น ไม่คิดว่าพี่ชายจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ จนทำให้พ่อและเธอต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย “แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง” หญิงสาวกลั้นใจถามออกไป “คุณปู่ของฉัน ท่านต้องการให้ฉันมีทายาท ท่านยื่นข้อเสนอให้พ่อของเธอว่า ภายในหนึ่งปีนี้หากเธอมีลูกให้ฉันได้ ก็จะยกหนี้ทั้งหมดให้” ราฟาเอลบอกข้อเสนอของคนเป็นปู่ให้เธอรับรู้ “ถ้า... ถ้าฉันยอมรับข้อเสนอ หนี้ของพ่อฉันจะได้รับการชดใช้ใช่ไหมคะ” เธอถามเขาเสียงเจือสะอื้น อีกฝ่ายพยักหน้ารับ “ใช่ ขอแค่เธอยอมทำตามเงื่อนไข เธอจะชดใช้หนี้แทนพ่อเธอได้” “แล้วความผิดของพี่อังเดรล่ะค่ะ ฉันจะชดใช้ให้แทนได้ไหม” ไลลาถามอย่างมีความหวัง “เธอนี่ได้คืบจะเอาศอก ถ้าเธอมีลูกให้ฉัน ค่อยมาพูดเรื่องนี้กัน” ราฟาเอลบอกเสียงเข้ม เขากระตุกยิ้มหยัน เมื่อเห็นสายตาผิดหวังของหญิงสาว “ฉัน... ฉันยอมรับข้อเสนอค่ะ” ไลลากลั้นใจพูดออกไป ก้มหน้าหลบสายตาของเขา มือน้อยกำแน่นข่มกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เธอไม่มีทางเลือกอื่น อนาคตความฝันพังพินาศลงไปแล้ว เมื่อต้องเอาร่างกายของตัวเองชดใช้ความผิดแทนพี่ชาย “เข้าใจอะไรง่ายๆ ก็ดีแล้ว” ราฟาเอลเชยคางหญิงสาวขึ้นมา ก่อนจะก้มลงไปแตะริมฝีปากจุมพิตเรียวปากอิ่มอย่างดุดัน ไลลาตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ก่อนจะตั้งสติได้แล้วเบือนหน้าหนีเขา มือยกผลักแผงอกหนาให้ออกห่าง “นี่คุณทำอะไร” “หึ ก็ทดสอบคุณภาพยังไงล่ะ ซื้อผ้ายังต้องดูเนื้อ นี่เลือกแม่พันธุ์ทำลูก มันต้องทดสอบคุณภาพสักหน่อยสิ” ถ้อยคำหยาบหยามนั้น ทำเอาคนฟังน้ำตาคลอ ศักดิ์ศรีถูกเขาเหยียบย่ำลงไปอย่างไร้ทางสู้ หญิงสาวได้แต่ฝืนข่มกลั้นความอดสูนั้นไว้ หนึ่งปีเท่านั้นเธอต้องอดทน เธอต้องทำเพื่อพ่อและพี่ชาย “จำเอาไว้ว่า อย่าคิดหวังจะเป็นเมียฉัน เพราะเธอเป็นได้แค่ เมียเชลย !”