APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ผู้บัญชาการรักซ้อนแค้น

ผู้บัญชาการรักซ้อนแค้น

ตลอดสามปีที่ผ่านมา เจียงหยุนถังเฝ้าดูแลสามีที่บาดเจ็บด้วยความรัก แต่สุดท้ายเธอกลับถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่าเมื่อรักแรกของเขากลับมา เธอจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงสิ้นเนื้อประดาตัว ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือหมอเทวดาผู้มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ทั้งยังเป็นนักแข่งรถระดับโลกและสถาปนิกอัจฉริยะ ในขณะที่อดีตสามีและหญิงชู้ต่างดูถูกว่าชีวิตเธอต้องพังทลายและไม่มีวันหาใครใหม่ได้ ชายผู้เป็นลุงของอดีตสามีซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดกลับก้าวเข้ามา พร้อมประกาศขอแต่งงานกับเธออย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่เคยดูถูกดูแคลนเธออย่างถ้วนหน้า
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

หลังจากเจียงหยุนถังเก็บข้าวของและออกไปแล้ว แม่กู้กับกู้จึหานถึงดึงสติกลับมาได้ พวกเธอมองดูลายเซ็นบนข้อตกลงการหย่าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“นี่เธอจะหย่ากับสิงยวนจริงๆ เหรอเนี่ย?” กู้จึหานพึมพำกับตัวเอง แล้วก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หลังจากพิจารณาข้อตกลงอย่างละเอียดแล้ว เธอก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโหว่า “เหอะ ฉันเดาถูกจริงๆ ด้วยสินะ ที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อเงิน! คิดจะมาเอาส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินตระกูลกู้ไปงั้นเหรอ ช่างไร้ยางอายซะไม่มี!”

ขณะนี้เอง เสียงปลดล็อคประตูก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก กู้สิงยวนกลับมาแล้ว

พวกเธอสองแม่ลูกทำราวกับเห็นคนมาช่วยชีวิตไม่มีผิด รีบปรี่เข้าไปและผลัดกันฟ้องในทันที

“สิงยวน ลูกควรต้องจัดการภรรยาของตัวเองให้หลาบจำเลยนะ! เธอเอาเปรียบตระกูลกู้ถึงขนาดกล้ามาข่มขู่พวกเราถึงที่บ้าน แถมยังใช้เรื่องหย่ามาเป็นข้ออ้างในการรีดไถเงินด้วย!”

“ใช่ เมื่อกี้นี้เธอโยนของใส่หน้าของฉันกับคุณแม่ด้วย เธอไม่ให้เกียรติพวกเราเลย! ฉันคิดว่า พวกเราควรต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่แล้วล่ะ ทำให้ทุกคนได้รู้กันไปเลยว่า เธอเป็นผู้หญิงที่ตระกูลกู้ไม่ต้องการ ถ้าเธอไปพบเจออุปสรรคที่อื่น สักวันหนึ่งเดี๋ยวเธอก็ร้องไห้กลับมาอ้อนวอนพวกเราเองนั่นแหละ!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ กู้สิงยวนกลับขมวดคิ้วแน่นและพูดว่า “ไม่ได้”

ตอนนี้กู้ซื่อ กรุ๊ปกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและติดอันดับหนึ่งในร้อยของโลกอยู่ ถือว่าอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนา หากได้รับการสนับสนุนจากผู้นำตระกูลกู้คนปัจจุบันอย่างกู้เย่ถิงที่เป็นผู้นำทางด้านทหารระดับโลก บริษัทจะต้องก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เขาไม่สามารถปล่อยให้มีข่าวเชิงลบต่างๆ ได้เป็นอันขาด

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นี้เอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา

กู้สิงยวนรับสายด้วยความหงุดหงิด แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่คนในสายพูด ตาเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “นายว่ายังไงนะ? มีเบาะแสของหมอเทวดาไป๋ลู่แล้วงั้นเหรอ? สืบต่อไป ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม ครั้งนี้ฉันจะต้องขอให้เธอมารักษาให้ได้!”

……

ตอนสี่ทุ่ม

ที่เรนโบว์บาร์

“มา พวกเรามาฉลองการกลับมาของพี่ถังกันเถอะ!”

เซี่ยหลิงซิงยกแก้วขึ้นสูง สีหน้าดูมีความสุขจนไม่สามารถเก็บอาการเอาไว้ได้เลย

พวกรุ่นน้องที่นั่งอยู่ข้างเขาพอเห็นเช่นนี้ก็พากันชูแก้วขึ้นมา แล้วก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี

“ยินดีต้อนรับกลับมานะ พี่ถัง!”

“พี่ถังสุดยอดจริงๆ เลย พอปล่อยข่าวออกไป คนพวกนั้นก็รีบหาข่าวหมอเทวดาไป๋ลู่กันราวกับเป็นบ้าคลั่งกันอย่างไรอย่างนั้นแหละ!”

“นั่นสิ ได้ยินมาว่ากู้ซื่อ กรุ๊ปเสนอเงินหลายสิบล้านเลยนะ! หากกู้สิงยวนรู้ตัวตนที่แท้จริงของพี่ถังของพวกเราแล้ว เขาจะต้องเสียใจจนอกแตกตายไปเลยแน่ๆ !”

เมื่อเจียงหยุนถังได้ยินชื่อของกู้สิงยวน สีหน้าของเธอก็เย็นชาขึ้นมาทันที

เซี่ยหลิงซิงรู้ตัวว่าเขาเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา เขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “แค่หลักสิบล้านจะสักเท่าไหร่กันเชียว? มีผู้มีอิทธิพลลึกลับคนหนึ่งทุ่มเงินเป็นร้อยล้านเพื่อต้องการสืบเรื่องพี่ถังจากฉัน แถมยังบอกอีกนะว่า เพียงแค่พี่ถังยอมช่วยเหลือ อีกฝ่ายยินดีที่จะจ่ายค่ารักษาให้ถึงสองพันห้าร้อยล้านเลย!”

เจียงหยุนถังจิบไวน์เข้าไปและไม่ได้พูดอะไร

หากสามารถจ่ายในราคาเท่านี้ได้ แสดงว่าอาการของคนไข้ต้องรักษาไม่ง่ายแน่ แล้วก็คงจะมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งด้วย เธอเพิ่งจะกลับมาทำงานแค่ไม่กี่วัน ยังไม่อยากไปข้องเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวาย

เมื่อเห็นว่าเจียงหยุนถังไม่ตอบ เซี่ยหลิงซิงก็ไม่ได้บังคับ แล้วก็เริ่มสนทนาเรื่องอื่นกับพวกรุ่นน้องต่อ

เจียงหยุนถังไม่ได้เข้าร่วมวงสนทนาด้วย เธอเอาแต่นั่งดื่มอย่างเงียบๆ อยู่ด้านข้างเท่านั้น

อาจเป็นเพราะพวกเขาอยู่กันเป็นจำนวนมากก็เลยเป็นจุดสนใจของคนในบาร์ หลังจากผ่านไปได้สักพักก็เลยมีคนจำนวนมากเข้ามาพูดคุยกับพวกเขา

เจียงหยุนถังรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกรบกวน เธอจึงดึงเซี่ยหลิงซิงไปและพูดว่า “ไป ไปเต้นกันเถอะ”

หลังจากถูกกดขี่อยู่ในตระกูลกู้มาเป็นเวลานาน ตอนนี้เจียงหยุนถังต้องการเพียงแค่ได้ระบายความรู้สึกออกมาก็เท่านั้น

ด้วยจังหวะดนตรีร็อคที่ดุเดือด จึงทำให้เธอปล่อยตัวและเมามันส์ไปกับการเต้นอย่างเต็มที่

ชายหญิงที่เต้นกันอย่างเมามันส์อยู่รอบๆ จึงค่อยๆ หยุดเต้นไป แล้วสายตาก็จับจ้องไปยังคนที่รูปร่างสง่างามตรงกลางฟลอร์เต้นแทน

เธอสวมกระโปรงชุดสีดำ รูปร่างดูสวยจนน่าทึ่ง ท่าเต้นของเธอก็ดูทรงพลังและมีเสน่ห์อย่างมาก เธอสวยซะจนคนที่มองไม่อยากจะละสายตาไปจากเธอเลย

“นั่นมัน..… เจียงหยุนถังไม่ใช่เหรอ? ”

ที่ประตูบาร์ กู้สิงยวนมองดูรูปร่างของคนที่กำลังเต้นอย่างเมามันส์ตามอำเภอใจอยู่กลางฟลอร์ แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

วันนี้เขาตั้งใจพากู้จึหานและกลุ่มเพื่อนมาต้อนรับการกลับมาของหนิงซินเยว่โดยเฉพาะ แต่เขากลับไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มาเจอกับเจียงหยุนถังที่นี่

ผู้หญิงที่จืดชืดและน่าเบื่อคนนั้น มีด้านที่น่าทึ่งขนาดนั้นเหมือนกันเหรอเนี่ย?

หนิงซินเยว่ที่ควงแขนกู้สิงยวนอยู่ สังเกตเห็นว่าพอเขาเห็นเจียงหยุนถัง กล้ามเนื้อหลังก็เกร็งขึ้นมาอย่างชัดเจน เธอจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้ำพริก
9.7
สภาพของอาเรียตอนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ผมสีทองที่เคยงดงามกลับชุ่มโชกด้วยเลือดและหลุดลุ่ยจากเงื้อมมืออันรุนแรงของเคน เขาเค้นให้เธอสารภาพบาป แต่ร่างบอบช้ำไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะลิ้นถูกตัดขาดแถมยังถูกทรมานซ้ำด้วยเกลือจนปวดร้าวแทบขาดใจ นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดทุกสายตาบัดนี้บวมช้ำและไร้ซึ่งประกายความหวัง อาเรียหมดโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำสำนึกผิด เธอทำได้เพียงหลับตายอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีสุดท้ายบนลานประหาร หญิงสาวแสนดีที่เคยถูกเธอรังแกได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่นางมารร้ายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง วายุไฟ
9.4
โลกที่ต่างกันสุดขั้วกำลังบรรจบกัน เมื่อวายุ นายแบบหนุ่มรูปงามผู้ใช้ชีวิตเปล่งประกายบนรันเวย์ ได้พบกับณธีร์ ข้าราชการหนุ่มผู้เคร่งขรึม ภายใต้ความเจิดจรัส วายุซ่อนความปรารถนาในการตามหาชายในอุดมคติมาเนิ่นนาน และข้าราชการอนาคตไกลคนนี้คือคนที่เขาเฝ้ารอ เสน่ห์อันร้อนแรงดั่งเปลวไฟของเขาต้องเผชิญกับกำแพงแห่งความแตกต่างทั้งหน้าที่การงานและนิสัยส่วนตัว ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า แรงปรารถนาในใจของเขาจะหลอมละลายความเย็นชาและเปลี่ยนความหวังให้กลายเป็นความจริงได้สำเร็จหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณนักลอบสังหารสาวข้ามภพมาสถิตในร่างคุณหนูใหญ่ที่สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว นางตัดสินใจผันตัวเป็นแพทย์ผู้เก่งกาจและรับงานมืดบางคราวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าชีวิตเรียบง่ายกลับถูกทำลาย เมื่อราชสำนักมีบัญชาให้นางวิวาห์กับจวิ้นอ๋องผู้มีดวงตาสีม่วงประหลาด บุรุษผู้นี้มักถูกเหยียดหยามและตั้งข้อสงสัยเรื่องชาติกำเนิด ในสายตาคนทั่วไป การแต่งงานนี้คือการลงทัณฑ์ แต่สำหรับอดีตนักฆ่า นางกลับมองเห็นเสน่ห์เร้นลับในตัวว่าที่สวามี การจับคู่ที่ดูเลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า พลิกผันชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อสิ่งตอบแทนคือความรักจากคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียว หลังแต่งงานเขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างท่วมท้นจนลูกชายตัวน้อยแทบกลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าใครจะคัดค้านเขาก็ไม่เคยใส่ใจและยังคงตามใจภรรยาขั้นสุดยอด แม้เธอต้องการจะยึดครองหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีประเคนให้โดยไม่เสียดาย ท่ามกลางความวุ่นวายใดๆ ที่ถาโถมเข้ามา หนิงซียังคงเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาเสมอ เพราะความสุขของเธอคือทุกสิ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวที่เจ็ดของประธาน
7.7
วิกฤตการเงินบีบให้หญิงสาวต้องแต่งงานเพื่อแลกเงินกอบกู้ธุรกิจตระกูล สามีของเธอคือผู้บริหารที่ถูกลือว่าจิตใจไม่ปกติและเคยหย่าร้างมาแล้วถึงหกหน ท่ามกลางความกดดัน เธอปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา หญิงสาวใช้ไหวพริบและความสุขุมเป็นเกราะป้องกัน เพื่อไม่ให้เดินซ้ำรอยความล้มเหลวของอดีตภรรยาทั้งหลาย เป้าหมายของเธอไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่คือการพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงมีพลังมากพอที่จะปัดเป่าความเกลียดชังและเยียวยารอยร้าวในจิตใจของเขาให้กลับมาสมบูรณ์
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันก็เคยเชื่อในความรัก
7.4
ความศรัทธาในรักของชะเอมต้องพังทลายลงอย่างย่อยยับ เมื่อธาวิน ชายที่เธอทุ่มเทมอบความปรารถนาดีให้ด้วยความจริงใจ กลับซุกซ่อนแผนร้ายที่เตรียมการมาอย่างแยบยลเอาไว้ แทนที่เขาจะตอบแทนหัวใจบริสุทธิ์ด้วยความซื่อสัตย์ เขากลับเลือกใช้กลลวงสารพัดรูปแบบเพื่อบ่อนทำลายชีวิตเธออย่างเลือดเย็น ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาจงใจสร้าง ชายที่เธอเคยไว้วางใจที่สุดคือผู้ที่ฉุดรั้งเธอให้ร่วงหล่นสู่ขุมนรกแห่งความทรมานอย่างไร้ความปรานี จนไม่เหลือเศษเสี้ยวของความเชื่อมั่นใดๆ