APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สวมรอยพลอยโจนรัก

สวมรอยพลอยโจนรัก

เมื่อวิกฤตทางการเงินบีบคั้น หญิงสาวจึงยอมสวมรอยเป็นลูกพี่ลูกน้องเพื่อรับงานลับสุดยอด ซึ่งมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนพรหมจรรย์กับเงินก้อนโต ทว่าความผิดพลาดครั้งใหญ่ทำให้เธอตั้งครรภ์ จนถูกภรรยาของเขาไล่ออกทันที เธอตัดสินใจหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อเลี้ยงลูกเพียงลำพัง แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปและตามหาจนเจอ แม้เธอจะพยายามผลักไสและขู่ฟ้องร้องเพราะไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสถานะของเขาในตอนนี้กลายเป็นหนุ่มโสดที่ไร้พันธะทางกฎหมายแล้ว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“เฮ้ย!เอม แกจะลาออกจริงๆหรือ”

“แกจะลาออกทำไม”

“แกจะไปทำงานอะไร”

เพื่อนสนิทของเอมอุมาทั้งสามคนที่เติบโตมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้นจนกระทั่งเรียนจบวิทยาลัยเลขานุการกระทั่งจะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ต่างอยากได้คำตอบจากเพื่อนสาว แม้จะรู้ว่าเอมอุมามีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเป็นค่ารักษาญาติผู้พี่ที่ประสบอุบัติเหตุ แต่คาดไม่ถึงว่าเพื่อนจะตัดสินใจหยุดเรียนกลางคันอย่างนี้

“พี่อรต้องนอนโรงพยาบาลอีกนานหลายเดือน ค่าใช้จ่ายก็เยอะแยะ แค่ผ่าตัดครั้งแรกฉันแทบจะหมดตัวเลยนะ ที่สำคัญต้องหาเงินมารักษาพี่อรให้หาย และงานที่ฉันทำก็เป็นเหตุผลให้ฉันต้องออกจากการเรียน”

“งานอะไรที่แกจะเรียนหนังสือไปด้วยไม่ได้” มัทนายังงงจัดกับการตัดสินใจของเพื่อน

“นั่นสิ มาทำงานขายออนไลน์กับพวกเราไหมล่ะ” เขมนิจกับมาริสาทำงานขายของออนไลน์ประเภทเครื่องสำอางหลากหลายชนิด รายได้เดือนละหมื่นสองหมื่นพอช่วยลดภาระทางบ้าน

“ฉันต้องใช้เงินเป็นแสนเป็นล้านนะแก” เอมอุมาจาระไนเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้เพื่อนๆฟัง ทุกคนฟังแล้วก็ถอนใจเฮือก เพราะมองไม่เห็นทางจะช่วยเหลือ

“แล้วแกจะทำยังไง งานที่ทำได้ตามวุฒิการศึกษาเลขานุการระดับต้นที่แกมีก็น่าจะได้เดือนละหมื่นสองหมื่นได้กระมัง” มัทนานึกไม่ออกว่าจะหาเงินได้มากกว่าวุฒิที่มีได้อย่างไร

“นังเอมมันสวยนะ สวยมากด้วย ไปแคสติ้งเป็นนางแบบนักแสดงดีไหม” มาริสาเสนอ เพราะมีเพื่อนๆที่สวยน้อยกว่าเอมอุมายังสามารถเป็นดารานางแบบได้

“ไม่ใช่ว่าแคสติ้งวันนี้แล้วจะได้งานทันทีเมื่อไรล่ะ ที่รู้ๆต้องผ่านด่านค่ายโฆษณาค่ายผู้จัดละครกับช่องทีวีต่างๆอีกคงเป็นปีกระมัง” เขมนิจพอจะรู้ว่าการเข้าวงการบันเทิงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

“ฉันเจออีเมล์พี่อรสมัครงานไว้ เขาให้เงินดี” เอมอุมาบอกเพื่อนๆ

“จริงเหรอ/เงินดีขนาดไหน/ที่ไหน” เพื่อนทั้งสามถามขึ้นพร้อมกัน

“นายจ้างทำงานอยู่กับบ้าน” เอมอุมาบอกเพื่อนๆก่อนเดินไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นมาส่งให้คนละขวดและขนมขบเคี้ยวที่เพื่อนๆชอบอีกสามสี่ถุงมาวางให้เลือกกินได้ตามใจชอบ

“เงินเดือนระดับพี่ออนก็ไม่น่าจะเกินสามสี่หมื่น แต่แกวุฒิไม่ถึงปริญญากับไม่มีประสบการณ์เขาจะให้เท่าพี่อรหรือ” มัทนาตั้งข้อสังเกตแล้วคว้าขนมที่ชอบมาเปิดกินตามเพื่อนอีกสองคน

“ทำงานเลขานุการกับแปลงานเขาให้เดือนละห้าถึงหกหมื่นบาท แต่...”

“แต่อะไร...” เพื่อนๆถามเป็นเสียงเดียวกัน

“เอ้อ...ไม่มีอะไร ถ้าเขารับฉันเข้าทำงานในนามพี่อรฉันจะขอเขาเพิ่มเป็นแปดหมื่นหรือหนึ่งแสน” คำพูดของเอมอุมาสร้างความประหลาดใจให้เพื่อนๆเกิดอาการปากอ้าตาค้าง

“เฮ้ย...หุบปาก เดี๋ยวยุงก็บินเข้าไปวางไข่หรอก” มาริสาตบปากเขมนิจที่อ้ากว้างกว่าใคร

“เขามีแต่แมลงวันบินย่ะ ยุงกับแมลงที่ไหนจะบินมาในนี้ บ้านติดมุ้งรวดยะ” เขมนิจค้อนใส่เพื่อน

“อาจจะหลงเข้ามาก็ได้” มาริสาไม่ยอมแพ้

“ถ้าแกสองคนจะคุยเรื่องยุงกับแมลงวันก็เชิญข้างนอก มีเยอะ” มัทนาตัดบทแล้วหันมาถามเอมอุมาต่อ

“ตัวเลขที่แกพูดนั่นมันเยอะนะ จะไปทำอะไรให้เขาถึงจะคุ้มเงินค่าจ้างแบบนั้น”

“นังเอมมันมีความสามารถด้านภาษามากกว่าพวกเรา งานแปลภาษานี่จุดขายได้ของมันเลยละ” เขมนิจที่อ่อนภาษามากกว่าเพื่อนๆเชื่อว่า ภาษาอังกฤษ ภาษา ภาษาจีน อิตาเลียน อาหรับ ที่เอมอุมาเลือกเรียนและเรียนได้คะแนะเป็นที่หนึ่งจะเป็นใบเบิกทางให้เพื่อนสาวได้งานและเงินเดือนตามที่ต้องการ

“เออ...ใช่...นังเอมมันเก่งภาษามากกว่าใคร ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันขยันเรียนภาษาตั้งมากมายไว้เพื่ออะไร งานดี เงินเดือนดี ก็น่าจะได้จากเรื่องเก่งภาษาของมันนี่แหละ” มาริสาสนับสนุน

“เฮ้ย...” มันทนานึกขึ้นได้ “แต่แกสมัครในนามพี่อร แล้วใบรับรองการเรียนการทำงานหรือภาษาต่างๆทำไงล่ะ หรือจะปลอมเอกสาร” มองหน้าเพื่อนสาว

“ไม่หรอก พี่อรเรียนภาษาอังกฤษกับภาษาจีนอย่างที่พวกเราเรียนอยู่แล้ว วันสัมภาษณ์งานฉันจะบอกเขาว่าเรียนภาษาเพิ่มมาอีกเท่านั้น” เอมอุมาเตรียมเรื่องเอกสารใบรับรองการเรียนภาษาเพิ่มเอาไว้แล้ว โดยเปลี่ยนจากชื่อตัวเองเป็นชื่อพินทุอรที่อาจจะเข้าข่ายการปลอมแปลงเอกสาร แต่งานนี้เป็นงานพิเศษที่เจ้าของงานแจ้งว่า...ต้องการการปฏิบัติได้จริงมากกว่าเอกสาร...เอมอุมาจึงไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

“แต่ฉันยังสงสัยว่าแกจะทำอย่างไรให้เขาเชื่อว่า...แกเป็นพี่อร รูปร่างหน้าตาก็ต่างกันเยอะ” มาริสาสงสัย

“ฉันติดรูปตัวเองไปแทน” เอมอุมาบอกสิ่งที่ทำ

“หน้าอ่อนๆใสๆอย่างแกเนี่ยนะ เขาจะเชื่อหรือว่าแกอายุยี่สิบสี่ยี่สิบห้า เป็นฉันไม่เชื่อหรอก” มาริสาส่ายหน้ายืนยันคำพูด

“ฉันแต่งหน้าให้ดูมีอายุมากขึ้น” เอมอุมาสารภาพ

“เออ...ก็มันเพิ่งเรียนจบคลาสการแต่งหน้ามาก่อนพี่อรประสบอุบัติเดือนหนึ่งไง ทำไมจะทำไม่ได้ เสียดายที่ยังไม่ได้...แต่งหน้าเจ้าสาว...งานพิเศษที่มันวาดฝันไว้ ฉันยังจองคิวมันไว้เลยนะ” เขมนิจที่รู้ข่าวว่าเพื่อนสาวไปเรียนแต่งหน้าเจ้าสาวบอกจองไว้ตั้งแต่เอมอุมายังเรียนไม่จบคลาสเสียด้วยซ้ำ

“แกจองยังไง เจ้าบ่าวก็ยังหาไม่ได้” มาริสาว่า

“ฉันก็ให้นังเอมล็อกวันจากวันที่ฉันประกาศแต่งงานไว้ไงล่ะ ไม่เห็นจะยาก” เขมนิจหัวเราะชอบใจที่มาริสากับมัทนาส่งค้อนมาให้วงใหญ่

“เข้าใจละ แกจะใช้วิชาแต่งหน้าอำพรางตัว แต่แกทำงานอยู่กับเขาทุกวัน สักวันตัวจริงของแกก็ต้องโผล่ออกมา ถ้าเขาจับได้ว่าแกไม่ใช่พี่อร จะเป็นยังไง” มัทนาเริ่มไม่สบายใจ

“ฉันตั้งใจจะทำงานกับเขาแค่ช่วงเวลาที่พี่อรนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้นแหละ ไม่น่าจะเกินสามเดือน” เอมอุมาคำนวณเวลาไว้แล้ว

“เออๆ...ถ้าแกไม่ได้งานนี้ ฉันจะบอกพ่อให้ คนเก่งอย่างแกสตาร์ทเงินเดือนสองหมื่นตำแหน่งผู้ช่วยเลขาประธานบริษัทก็คงได้สบายๆ” มัทนาเสนองานที่บริษัทบิดาให้เอมอุมาไว้ก่อน

“ขอบใจ ฉันส่งงานแปลไปให้เขาดูแล้ว อีกไม่กี่วันก็ คงจะได้คำตอบ”

“ขอให้แกได้งานนี้นะ” เขมนิจอวยพร ตรงเข้ากอดเพื่อนรักที่เป็นเพื่อนกันมานานหลายปี

“แกต้องโทรบอกพวกเราด้วยนะ” มาริสาเข้ากอดเพื่อนอีกคน และตามด้วยมัทนาก่อนจะลาจากแยกย้ายกันกลับบ้าน

“ฉันไปนะ ดูแลตัวเองด้วย หลังเลิกเรียนพวกเราจะแวะมาหาแกอีก”

“ขอบใจจ้ะ” เอมอุมาออกมาส่งเพื่อนถึงประตูรั้ว

หลังจากนั้นเอมอุมาได้พบเพื่อนทั้งสามอีกไม่กี่ครั้งก็ต้องจัดกระเป๋าเดินทางไปบ้านผู้ว่าจ้างโดยไม่ได้บอกเพื่อนทั้งสาม ตั้งใจว่าจะไลน์หรือโทรบอกเพื่อนทุกคนทีหลังว่า...ได้งานทำแล้ว...แต่คงไม่มีรายละเอียดของการทำงานบอกเล่าให้เพื่อนๆฟัง เนื่องจากงานที่เธอจะทำมีบางสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยแก่บุคคลที่สาม และเพื่อนๆทุกคนต้องคัดค้านในสิ่งที่ตนตัดสินใจ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เผลอมีชู้จนติดใจ
8.7
อริสา หญิงสาวผู้เพียบพร้อมในบทบาทคุณแม่ กลับต้องก้าวเข้าสู่เส้นทางลับหลังเผลอใจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายอื่นที่ไม่ใช่สามีของตน สัมผัสแปลกใหม่และเร่าร้อนที่ได้รับทำให้เธอเริ่มเสพติดการนอกใจจนยากจะถอนตัว จากความผิดพลาดเพียงหนึ่งครั้งแปรเปลี่ยนเป็นจุดเริ่มต้นของการแอบนัดพบกับชายชู้หน้าใหม่ไม่ซ้ำหน้า โดยที่สามีไม่เคยระแคะระคาย ยิ่งเวลาผ่านไปอริสาก็ยิ่งจมดิ่งสู่โลกแห่งกามารมณ์อันแสนตื่นเต้นท้าทาย จนไม่สามารถหยุดยั้งพฤติกรรมนี้ได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง สวาทลวงดวงใจไร้รัก
8.6
จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางกายที่ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่มาจากแผนการร้ายที่เธอไม่ได้เป็นผู้ก่อ ทำให้เขาผู้มีหัวใจเย็นชาและไร้ความรู้สึกมอบเพียงความเกลียดชังและการตราหน้าว่าเธอเป็นหญิงไร้ค่า ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกยัดเยียดความผิดที่ไม่ได้ทำ เธอจำเป็นต้องฝืนใจตัวเองให้ด้านชาและยอมอดทนต่อความโหดร้ายทั้งหมดเพื่อทดแทนบุญคุณที่ค้ำคอ โดยหวังเพียงว่าความทรมานในฐานะจำเลยรักของเขาจะสิ้นสุดลงในวันหนึ่งวันหนึ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กในโอวาท
9.5
พชร หรือ คิง ชายหนุ่มผู้รักศักดิ์ศรีและเชื่อมั่นว่าไม่มีใครสามารถบงการชีวิตเขาได้ ทว่าเขากลับต้องเผชิญหน้ากับ ภาค พิเภก ชายผู้ทรงอิทธิพลที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและโหดเหี้ยมอย่างคาดไม่ถึง แม้ว่าคิงจะเคยประกาศกร้าวด้วยความเกลียดชังว่าจะไม่ขอข้องแวะกับภาคอีกตลอดชีวิต แต่โชคชะตากลับบีบคั้นให้เขาต้องยอมจำนนและกลายมาเป็นคนในโอวาทของชายผู้นี้อย่างไม่มีทางเลือก ท่ามกลางอันตรายและความขัดแย้งรอบตัว คิงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่เพื่อค้นหาความจริงว่า เหตุใดชีวิตของเขาถึงต้องมาสยบอยู่ภายใต้อำนาจมืดของภาคอย่างเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย
9.2
ชีวิตอันสงบสุขของเลอาต้องสั่นคลอนเมื่อเธอเจอหนังสือนิยายวายปริศนาหน้าบ้าน ซึ่งบันทึกเรื่องราวอนาคตว่าตัวเธอจะต้องจบชีวิตลง และแฟนหนุ่มคนสำคัญจะกลายเป็นนายเอกในความสัมพันธ์แบบสามคน เพื่อปกป้องคนรักจากชายหนุ่มสองคนที่จะเข้ามาแย่งชิงและเพื่อเอาชีวิตรอดจากโชคชะตาอันเลวร้าย เลอาจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงเรื่องราวทั้งหมด ท่ามกลางวิกฤตจากฆาตกรลึกลับที่คอยจ้องเอาชีวิตเธออยู่ตลอดเวลา เธอจะสามารถขัดขวางเส้นทางรักน้ำเน่านี้และรอดพ้นจากความตายได้หรือไม่ ในเมื่อเหล่าพระเอกในนิยายยังคงตามตื๊อแฟนหนุ่มของเธออย่างไม่ยอมลดละ
ภาพปกนิยายเรื่อง หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
ภาพปกนิยายเรื่อง ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
โชคชะตานำพาให้ มีนา จอมโจรสาวฝีมือฉกาจต้องมาเผชิญหน้ากับ เมฆา ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หนุ่มตงฉินผู้รักความถูกต้อง แม้ว่าในอดีตเธอจะเคยสร้างรอยแผลด้วยการบุกปล้นบ้านของเขาจนกลายเป็นความผิดติดตัว แต่ทว่าความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดกลับค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งที่ยากจะตัดใจ ท่ามกลางอุปสรรคของสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว นายตำรวจหนุ่มพร้อมที่จะทลายทุกกำแพงเพื่อพิสูจน์ว่าอานุภาพแห่งรักแท้นั้นไร้ขอบเขต เขาพร้อมปรับเปลี่ยนตัวเองและเฝ้ารอโอกาสที่จะได้เข้าไปดูแลและปกป้องหัวใจของหัวขโมยสาวคนนี้ในฐานะคู่ชีวิตที่ซื่อสัตย์ตลอดไปตลอดกาล