APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หวงรัก พันธะสวาท

หวงรัก พันธะสวาท

8.0 / 10.0
สิปรางค์ท้าทายกรกันต์ด้วยคำขาด: ความสุขของคุณหรือชีวิตของเธอ? ชายหนุ่มผู้มีทั้งอำนาจและแผลใจไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นคำอาฆาตจริง ยิ่งคืนนี้เขาดื่มเพื่อลืมเธอกลับมาปรากฏตัวในห้องลองชุด ร่างบางที่ซ่อนความลับเอาไว้ทำให้ทุกคำพูดของเขาสั่นเครือเพราะเขารู้ดีว่าเธอท้อง...ลูกของเขาแต่สิปรางค์ไม่หวั่นแม้แขนที่กอดไว้จะอบอุ่น เธอประกาศก้องว่าเขาจะไม่มีวันได้แตะต้องหัวใจหรือลูกของเธอ ทว่าเขาลองท้าทายเธอพรุ่งนี้จะพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ร้ายจริงแค่ไหน ปมปริศนาความสัมพันธ์ต้องห้ามที่อาจเผาไหม้ทั้งสองคน...

หวงรัก พันธะสวาท ตอนที่ 1

พอร์ชเคย์เเมนสีเหลืองวิ่งฉิวเข้าสู่คฤหาสน์หลังงานย่านสุขุมวิท จากนั้นเสียงเบรกเอี๊ยดก็ดังลั่นเมื่อเจ้าตัวจงใจเร่งเครื่องปาดโค้งบริเวณลานน้ำพุ ก่อนที่ตัวรถจะหยุดบริเวณลงหน้าเทอเรชหรูหรา

สิปรางค์ตวัดขาลงจากรถ ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าไปในบ้านหลังงามที่เจ้าตัวไม่ได้กลับมาร่วมเดือน เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังกระทบพื้นหินอ่อนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เมื่อเจ้าตัวเมินสลิปเปอร์คู่งามแล้วเดินกระเเทกกระทั้นตามเเรงอารมณ์เข้าไปหาบิดาผู้ให้กำเนิด

ปัง!

เสียงประตูกระแทกแรงๆ ตามมาด้วยร่างเพรียวระหงยืนจังก้าอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้าสัวใหญ่ แววตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าหกสิบปีเหลือบมองบุตรสาวด้วยความรัก ปากหยักปริยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทหลบฉากออกไป

“ป๊า!!!”

สิปรางค์ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เต็มแรงพลางตวัดช่วงขาเรียวๆ ที่โผล่พ้นชุดเดรสสีดำสนิทขึ้นมาไขว่ห้างด้วยความเคยชิน ก่อนที่สองแขนจะยกขึ้นกอดอกยามที่เจ้าตัวถูกขัดใจ

“โอ๊ะ โอ วันนี้วันอะไรน๊อ...ลูกสาวสาวคนสวยถึงได้กลับบ้านได้”

สิปรางค์ปรายตามองบิดาแล้วสะบัดหน้าหนี ฝ่ายเจ้าสัวเห็นอาการนั้นก็พลันหัวเราะด้วยความเอ็นดู

ร่างสูงใหญ่ผ่อนกายพิงพนักเก้าอี้ ปากกาในมือถูกวางลงช้าๆ จากนั้นจึงตามมาด้วยแว่นสายตาที่สวมมากว่าชั่วโมง

“งอนอะไรป๊าอีกล่ะ คนสวย...”

เจ้าของห้องเพ่งมองคนที่นั่งเชิดหน้าคอแทบเคล็ดแล้วก็อดที่จะเย้าแหย่ไม่ได้ สิปรางค์ผู้แสนเย่อหยิ่งในตอนนี้คงกำลังคิดอะไรในหัวอยู่แน่ๆ

วัดได้จากหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปม ปากอิ่มเม้มแน่นจนเกิดรอย ซ้ำใบหน้ายังหนีอีกหลายองศา วางเดิมพันด้วยทรพย์สินย์ทั้งหมดที่มีได้เลยว่า อีกไม่กี่นาทีต่อไปนี้ พายุลูกย่อมๆ คงเกิดในห้องนี้แน่นอน

“ป๊า!” แววตาขุ่นเคืองนั้นตวัดมามองบิดา ท่ามกลางความไม่พอครุกรุ่นจนอก “ป๊าก็รู้ว่าปรางค์งอนเรื่องอะไร”

“หา!” เจ้าสัวแสร้งเบิกตาโต พลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “นี่ป๊ารู้ใจลูกสาวที่ไม่กลับบ้านเป็นเดือนๆ ด้วยเหรอนี่ โอ้โห...ต้องเก่งขนาดไหนกันนะ”

วาจานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางน้ำเสียงที่ไหลรื่นไม่มีสะดุด พอเห็นปากอิ่มเม้มแน่นมากขึ้น ความสนุกในการต่อปากต่อคำจึงเริ่มขึ้น “งั้นป๊าเดานะ กลับบ้านตอนนี้ อืม...อยากได้อะไรหรือเปล่าคะคนสวย กระเป๋าคอลเล็คชั่นใหม่หรือว่านาฬิการุ่นลิมิเต็ดจากช็อปต่างประเทศเอ่ย...”

“...” สิปรางค์นั่งเงี ยบ รู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกจากทางด้านหลัง

“ไม่ใช่กระเป๋า ไม่ใช่นาฬิกา...” คนเป็นบิดายังแสร้งพึมพำกับตัวเอง สักพักจึงเงยหน้าเอ่ยขึ้นว่า “เอ หรือจะเป็นรถสปอร์ตรุ่นใหม่กันนะ ต้องใช่แน่ๆ เลย ป๊าเห็นเขากำลังฮิตกันนี่นา...”

เจ้าสัวแสร้งทำหน้าซื่อตาใส พร้อมกับแสดงความใจป้ำด้วย ‘การเปย์ลูกสาว’ ดั่งเคย

สิปรางค์ต้องการอะไรท่านก็หาให้ ส่วนหนึ่งก็เพราะความรัก อีกส่วนก็เพราะชดเชยช่วงเวลาที่เคยหายไป แต่ดูเหมือนคราวนี้ข้าวของเงินทองไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่ คนสวยของเจ้าสัวใหญ่ถึงกับปรี๊ดแตก

“ป๊าอย่านอกเรื่องนะ! ป๊าก็รู้ว่าทำไมปรางค์ถึงต้องรีบมาหาป๊าตอนนี้!”

สิปรางค์ส่งเสียงแหลมปรี๊ดจนแสบแก้วหู ใบหน้าติดจะหยิ่งบึ้งตึงจนคนรอบข้างนึกขยาด ทว่าสำหรับคนพ่อ ไม่ว่าจะยังไงสิปรางค์ของท่านก็น่ารักเสมอ แม้แต่เวลานี้ก็ตาม!

“โธ่! คนสวย ป๊าไม่มีญาณวิเศษนะลูก จะได้รู้ว่าลมหอบสาวน้อยของป๊าให้กลับบ้านได้ในตอนกลางเดือนแบบนี้”

คนเป็นพ่อยังเฉไฉไปเรื่อย ขณะที่เก้าอี้ไปมาอย่างอารมณ์ดี มือหนาที่ผ่านการทำงานมาอย่างหนักหน่วงก็ยกปากกาขึ้นเคาะโต๊ะอย่างนึกครึ้มใจ

ท่านชอบเวลาสิปรางค์เหวี่ยงหรือวีน อาจฟังดูเป็นเรื่องแปลก แต่ท่านรู้ว่าบุตรสาวคนสวยที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา การศึกษาและฐานะทางสังคม จะไม่เหวี่ยงวีนคนอื่นแบบไร้เหตุผล จะยกเว้นก็แค่ท่านและ...

“ก็ป๊า...”

แค่เพียงจะอ้าปากโวยวาย สายตาก็เหลือบไปเห็นใครอีกคน กำลังยืนเงียบๆ อยู่ริมหน้าต่าง ด้วยท่วงท่าราวกับนายแบบในนิตสารอินเตอร์สักเล่ม

สิปรางค์สังเกตเห็นว่าเขาถอนหายใจเล็กน้อยหลังจากที่เธอพูดจบ ก่อนจะหมุนกายกลับเข้ามา

“เฮีย! ออกไปเลยนะ ปรางค์จะคุยกับป๊าสองคน!”

สิปรางค์ร้องบอกด้วยใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากอวบอิ่มยื่นออกมาอย่างน่าขัน เธอไล่เขาแล้ว แต่ร่างสูงกลับนิ่งเฉย มิหนำซ้ำคนที่ถูกเรียกว่า ‘เฮีย’ ยังท้าทายเธอด้วยการถอดสูทตัวนอกออกอย่างอ้อยอิ่งแล้วพาดมันลงกับโซฟาหลุยส์ตัวโปรดของเธอ

พรึ่บ!

เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่ออมเเรง ท่อนขาเเข็งแกร่งตวัดขึ้นไขว่ห้างวางมาดเท่ห์ มือหนาปลดประดุมเสื้อออกอวดแผนอกแกร่งแน่นตึง

“นี่! ปรางค์ไล่เเล้วนะ”

เขาปรายตามองหน้าเธอเเล้วเมินเฉย ร่างสูงเอื้อมไปกดอินเตอร์คอมด้านข้าง ก่อนจะเปล่งเสียงขรึมสั่งการกับแม่บ้านคนสนิท

“นมทิพย์ครับผมขอกาแฟดำให้ผมหนึ่งแก้วครับ อ้อ! แล้วก็ขอน้ำส้มสด ไม่ใส่น้ำตาลด้วยครับ”

“ปรางค์ไม่กิน!” สิปรางค์สวนกลับเสียงแหลมปรี๊ด ขณะที่กรกันต์กลับตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เฮียก็ยังไม่ได้บอกนี่นา...ว่าสั่งมาให้ปรางค์”

“ไอ้.!!!” คราวนี้เธอพูดไม่ออก เพราะความดันกำลังพุ่งปรี๊ดจนแทบทะลุเพดาน สิปรางค์กลั้นใจหันหน้าหนี ก่อนจะพยายามระงับอารมณ์เดือดปุดๆ ของตัวเอง

“จุ๊ๆๆๆ ไม่เอาสิครับ เป็นคนสวยแล้วไม่ทำกริยาแบบนี้นะครับ”

“ไอ้! คนบ้า คนขี้แกล้ง ป๊า...ดูสิคนแบบนี้เหรอที่ป๊ารักนักรักหนา”

สิปรางค์แทบอยากจะกระทืบพื้นให้สมกับความหงุดหงิดที่กำลังก่อตัวเป็นริ้วๆ วันนี้อุตส่าห์ถือฤกษ์ดีเข้าบ้านมาช่วงกลางเดือน ก็คิดว่าลูกรักของป๊าคงไม่อยู่ที่บ้าน...แต่ที่ไหนได้ นั่งเสนอหน้าอยู่นี่!

“ปรางค์! ไม่เอาลูก ยกมือชี้หน้าเฮียแบบนั้นมันไม่น่ารักเลยนะ มาๆ มาให้ป๊ากอดก่อนทีนึง” เจ้าสัวธวัชชัยอ้าแขนรับลูกสาว ทว่าสิปรางค์ในตอนนี้ร้อนใจเกินกว่าจะวิ่งเข้ามากอดท่านดั่งเคย

“ไม่ค่ะ! ป๊าตอบมาก่อน ที่ป๊าให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าหมายความว่ายังไง”

น้ำเสียงห้วนจัดกับลมหายใจหอบเเรงของเธอทำให้คนกลางในห้องแอบกลั้นยิ้ม สิปรางค์ในวัยสามขวบกว่ากับสิปรางในวันนี้ไม่แตกต่างกันมากนัก

เวลาโกรธเธอก็เเรงเหมือนกับพายุ

เวลาดีก็ดีใจหาย ให้เรียกเรียกเฮียคะ เฮียขา...ก็ยอม

แล้วดูตอนนี้สิ ไอ้บ้า...เธอก็กล้าเรียก

“สัมภาษณ์เรื่อง?”

“เรื่องที่บอกว่าปรางค์จะหมั้น!”

เธอยืนเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง แม้จะเจอสายตาห้ามปรามจากคนทั้งสอง แต่เรื่องแบบนี้ใครเล่าจะทนไหว ต่อให้เอาอิฐมาถ่วงเธอก็นั่งไม่ลง!

“อ๋อ...” คราวนี้เจ้าสัวธวัชชัยลากเสียงยาวเหยียด คล้ายกับเพิ่งนึกว่าได้ว่าข่าวอะไรหลุดรอดออกไปในเช้าช่วงเช้าที่ผ่านมา

“นึกว่าเรื่องอะไร?”

ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนนั้นเล่นเอาสิปรางค์ปร๊ดแตกเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับการที่ถูกบิดาหาคู่ให้ แต่ครั้งนี้เธอรู้สึกว่าบิดาล้ำเส้นเกินไป

สองเท้าจึงย่ำตรงมาหาบิดาทันที

สิปรางค์เท้ามือลงกับโต๊ะ พร้อมเอ่ยถามต้องน้ำเสียงเดือดดาลสุดๆ “ป๊า...ตกลงป๊าจะบังคับปรางค์ให้ได้เลยใช่ไหม”

“สวยซะเปล่าแต่พูดจาไม่มีหางเสียง คะ ขา...ก็ไม่เคยได้ยิน”

เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยดังแว่วกระทบหูของคนสวย คราวนี้เหมือนเธอจะฉุนขาด สองเท้าบนส้นสูงจึงก้าวฉับๆ หมายจะไปเอาเรื่องเขา

“เฮีย! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะปรางค์ไม่ชอบ”

“ไม่!” กรกันต์ส่ายหน้านิ่ง พร้อมกับสำทับอีกระรอก “ถ้าเฮียเป็นป๊า เฮียจะให้ปรางค์เข้ามุม แล้วให้อ่านหนังสือมารยาทผู้ดีอีกสิบรอบ เผื่อปรางค์จะนึกว่าออกว่า ควรพูดกับผู้ใหญ่ยังไง”

“ไอ้!” สิปรางค์พูดไม่ออก เธอกำมือแน่น ก่อนจะหลับตาปี๋แล้วตั้งใจส่งเสียงกรี๊ดร้องดังลั่นบ้านเหมือนเคยในยามที่ถูกขัดใจ

ทว่าทุกอย่างยังไม่ทันได้เกิดขึ้น เพียงแค่เธอขยับเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างนอบน้อม และทันทีที่ได้รับอนุญาต บานประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ

“น้ำส้มค่ะ คุณชะ...คุณหนู!”

เมื่อเข้ามาแล้วพบว่าใครยืนอยู่กลางห้อง นมทิพย์ก็ร้องเรียงคนที่เลี้ยงมากับมือด้วยสุ้มเสียงดีใจเกินจะกล่าว ก่อนจะขยับร่างอวบๆ ไปสวมกอดคนที่แสนคิดถึงอย่างรวดเร็ว

กระทั่งทุกคนในห้องต้องใจหายไปตามๆ เมื่อหญิงชราวัยแตะเลขเจ็ดกับน้ำหนัดเฉียดเจ็ดสิบนิดๆ วิ่งปร๋อราวกับเด็กสาววัยยี่สิบ

“คุณหนู....ทูนหัวของนม”

มือไม้เหี่ยวย่นแปะป่ายไปตามเรือนร่างงามระหงอย่างเเสนหวงแหน ก่อนจับเธอพลิกหมุนไปมาอย่างที่ทำเป็นประจำ และทันทีที่ได้รับอ้อมกอดของ อารมณ์ร้อนๆ ของเธอก็เย็นลงสนิทใจ

อาจเพราะท่านเลี้ยงเธอมาเหมือนลูก สิปรางค์จึงรักและเคารพท่านไม่ต่างกัน

“คุณหนูสบายดีนะคะ”

ได้ยินแบบนั้นสิปรางค์จึงหันไปมองลูกรักของป๊าแล้วแอบเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมายิ้มสดใสให้คนที่เลี้ยงเธอมา

“ปรางค์สบายดีค่ะนม แล้วนมล่ะคะ...แอบกินขนมหวานจนน้ำตาลขึ้นหรือเปล่า”

เธอถามกลับอย่างรู้ทัน เพราะเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม่นมของเธอมีนัดตรวจตามปกติ ถึงแม้เดือนนี้สิปรางค์จะติดธุระสำคัญจึงไม่สามารถพาท่านไปหาหมอได้ แต่ข่าวคราวของคนที่เธอรักก็มีให้ทราบอยู่เป็นระยะๆ และคราวนี้น้ำตาลในเลือดของป้ากุลก็พุ่งสูงจนน่าเป็นห่วง

“แหม! คุณหนูก็ คนแก่มันก็ขึ้นๆ ลงๆ เนอะ”

น้ำเสียงของคนสูงวัยตอบกลับแบบอ้อมแอ้ม กระนั้นกลับไม่กล้าสบตาทูนหัวของตัวเอง

“นมคะ ปรางค์รู้นะว่าป้ากุลแอบกินขนมมีกะทิ ปรางค์บอกแล้วใช่ไหมคะว่ากะทิทานเยอะๆ ไม่ดีต่อสุขภาพ...”

จากนั้นเสียงหวานๆ ที่ติดเหวี่ยงนิดๆ ก็ร่ายยาวไปอีกเกือบสิบประโยค เล่นเอาคนแก่ที่แอบกินขนมในยามดึกหน้าจ๋อยไปหลายนาที และกว่าสิปรางค์จะรู้ตัวว่าพูดมากไปก็ตอนที่ได้ยินผู้ชายทั้งสองในห้องหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆ กัน

อ่านต่อ

สารบัญ หวงรัก พันธะสวาท

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงเสน่หา
6.5
ความร้ายกาจคือเกราะคุ้มกันของเธอในวันที่ครอบครัวสั่นคลอน แต่เมื่อชายคนนอกก้าวเข้ามาแย่งชิงความรักจากทุกคนในบ้าน เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องมรดกและกดเขาให้เป็นเพียงผู้อาศัย ทว่าเมื่อล่วงรู้ว่าเขาแอบมีใจให้ แผนการแก้แค้นจึงเริ่มขึ้น เธอใช้เสน่ห์เป็นเหยื่อล่อ สร้างกับดักลวงให้เขาหลงรักเพื่อหวังเหยียบย่ำความรู้สึกให้เจ็บปวดแสนสาหัส ทว่าในเกมรักครั้งนี้ ผู้คุมเกมกลับไม่รู้ตัวเลยว่าใยเสน่หาที่ถักทอกำลังพันธนาการหัวใจเธอเอง จนกลายเป็นผู้ตกหลุมพรางที่ไม่อาจถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานสุดที่รัก
8.6
การถูกทรยศจากคนที่ไว้ใจที่สุดคือบาดแผลฉกรรจ์ เมื่อพบว่าคนรักลอบคบชู้กับเพื่อนรักของตน หญิงสาวผู้เคยทุ่มเทกลับไม่ฟูมฟาย เธอเลือกกลบฝังความปวดร้าวไว้เบื้องหลังความเยือกเย็น การสวมบทบาทเป็นคนไม่รู้ถึงความสัมพันธ์อันโสมมกลายเป็นกลหมากสำคัญในการทวงคืนคุณค่าของตนเอง เธอเฝ้ารอคอยจังหวะที่สมบูรณ์แบบเพื่อเป็นฝ่ายสะบั้นรักและเหยียบย่ำความจองหองของเขาให้แหลกสลาย เป้าหมายสูงสุดคือการตอกย้ำให้ชายผู้ทรยศได้ลิ้มรสความสูญเสียอย่างแสนสาหัส และต้องทนทุกข์กับความจริงที่ว่าเขาได้โยนอัญมณีล้ำค่าทิ้งไปเพื่อแลกกับก้อนกรวดไร้ราคา
ภาพปกนิยายเรื่อง ความลับที่ไม่เป็นความลับ
9.4
โลกของฉีโย่วพังทลายเมื่อถูกคนรักและเพื่อนสนิทหักหลัง เธอจึงออกไปดื่มเพื่อเยียวยาจิตใจ ค่ำคืนที่ขาดสติชักนำให้เธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายแปลกหน้า หญิงสาวแอบหนีมาในตอนเช้าโดยคิดว่าทุกอย่างจะจบลง ทว่าความจริงกลับโหดร้าย เมื่อผู้ชายคนนั้นคือเหยาซี เจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของเธอเอง การคลายเศร้าชั่วคราวกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาใหญ่ที่ลากเธอเข้าสู่วังวนความวุ่นวาย เธอพยายามหนีจากความสัมพันธ์นี้ แต่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งถูกผูกมัด จนสูญเสียความสงบสุขในชีวิตไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เคยเสียใจที่เคยรักกัน
7.8
ชีวิตวิวาห์ที่เคยเปี่ยมสุขพลันพลิกผันเป็นฝันร้าย เมื่อหญิงสาวล่วงรู้ความจริงว่าสามีที่เธอรักสุดหัวใจกลับซุกซ่อนความรู้สึกเกินเลยที่มีต่อน้องสาวสายเลือดเดียวกัน ความสัมพันธ์อันงดงามจึงพังทลายลง เขาเริ่มตีตัวออกห่าง เย็นชา และมักหาข้ออ้างไม่ยอมกลับบ้าน ปล่อยให้เธอต้องจมปลักกับความอ้างว้างในเรือนหอที่ว่างเปล่า แม้อดีตจะเคยรักกันมาก ทว่าความลับอันเจ็บปวดและช่องว่างที่ขยายกว้างขึ้นทุกวันกำลังกัดกินหัวใจของเธออย่างหนักหน่วง บีบคั้นให้เธอต้องตั้งคำถามว่า การทนรั้งชีวิตคู่ที่หลอกลวงนี้ยังคงมีความหมายใดหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
7.9
ถังจือเปิดใจถึงความรู้สึกอันสับสนต่อสวีเชิง โดยย้ำชัดว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเพศและไม่นึกพิศวาสเรื่องบนเตียง ทว่าความผิดพลาดที่เมืองตุนซึ่งเกิดจากความเมามาย กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกที่มอบความเจ็บปวดรวดร้าวให้เขายิ่งกว่ารอยแผลใด คำสารภาพที่มาพร้อมหยาดน้ำตานี้ ทำให้สวีเชิงทำได้เพียงกระชับอ้อมกอดและลูบแก้มปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน แม้ใจของสวีเชิงจะอัดแน่นด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหาคำตอบ แต่เขาก็เลือกรับฟังความจริงนั้นเงียบๆ พร้อมตระหนักว่าความผูกพันนี้ถลำลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง หลงใหล NC25+
8.3
ชีวิตของพลอยรัตน์ต้องพลิกผันเมื่อความเชื่อใจถูกทำลาย แฟนหนุ่มที่เธอรักกลับวางยาและส่งมอบเธอให้สุภวิทย์ ชายผู้กุมอำนาจล้นมือ หลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อน เธอตื่นมาพบความจริงว่ามหาเศรษฐีผู้นี้คือคนที่เฝ้าปรารถนาเธอมาตลอดในเงามืด หญิงสาวต้องติดอยู่กลางความขัดแย้งระหว่างอดีตคนรักที่เห็นเธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง และชายผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะกักขังเธอไว้ด้วยความหลงใหล เธอจำต้องหาทางรอดจากเกมแห่งอำนาจและการควบคุมที่ซับซ้อน ท่ามกลางความรักที่มืดหม่นและแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่รุนแรงเกินต้านทาน
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์