APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หมัดรักสังเวียนหัวใจ

หมัดรักสังเวียนหัวใจ

9.7 / 10.0
คำแนะนำของไอริสา นักโภชนาการสาวที่บอกให้กษิดิศลองทานดาร์กช็อกโกแลตเพื่อลดความเครียด กลับนำไปสู่เหตุการณ์ที่เธอไม่เคยคาดคิด เมื่อชายหนุ่มใช้ช็อกโกแลตชิ้นนั้นเป็นข้ออ้างในการมอบรสจูบสุดลึกซึ้ง รสชาติขมปร่าแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่จุดประกายความปรารถนาของทั้งสองให้ลุกโชนขึ้นมา ท่ามกลางความสับสนและแรงดึงดูดทางเคมีที่ยากจะต้านทาน ไอริสาปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสอันแสนเร่าร้อน จนกษิดิศไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป เขาพร้อมจะนำพาเธอเข้าสู่โลกแห่งความรักที่มีเพียงเธอเท่านั้นบนเตียงนอนอันแสนอบอุ่นนี้

หมัดรักสังเวียนหัวใจ ตอนที่ 1

เสียงอื้ออึงของกองเชียร์รอบข้างเริ่มลดน้อยลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นกับนักมวยมุมน้ำเงิน ซึ่งกรรมการกำลังนับเพื่อตัดสินใจจะให้เขาชกต่อไปหรือหยุดเพียงแค่นี้  เขามาที่นี่เพื่อเงินรางวัลจากการชนะและเขาก็ได้มาแล้วก้อนหนึ่ง ขณะที่กำลังจะกลับ เสียงที่ได้ยินก็ทำให้เขาหวนกลับขึ้นมาบนเวทีนี้อีกครั้ง เงินรางวัลของผู้ชนะครั้งนี้มากกว่าก้อนแรกที่ได้หลายเท่าตัวนัก

“นับเจ็ด นับแปด…ยังโอเคไหม สติยังอยู่หรือเปล่า” นี่เป็นคำถามจากกรรมการบนเวที นักมวยผู้ถูกนับแปดเป็นครั้งที่สองส่ายศีรษะแรงๆ เพื่อไล่ความมึนงงกับหมัดฮุกขวาของคู่ต่อสู้เมื่อครู่ เขาจะแพ้ตอนนี้ไม่ได้ แพ้ไม่ได้เด็ดขาด

“ไหว ผมยังไหว” เสียงแหบแห้งเอ่ยตอบกรรมการไป แม้จะฟังดูอู้อี้เพราะกัดฟันยางอยู่ก็ตามที ก่อนจะมองไปยังมุมแดงซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ เขาต้องชนะเท่านั้น เพราะคำว่าชนะมาพร้อมด้วยเงินค่าเดิมพัน ที่เขาต้องใช้เพื่ออนาคตของน้องสาวที่รออยู่ 

“ชก” เมื่อสัญญาณมือจากกรรมการเกิดขึ้น การต่อสู้ครั้งนี้ก็กลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง ผู้ชมรอบข้างต่างส่งเสียงเชียร์นักมวยมุมที่ตนเลือกว่าจะได้รับชัยชนะในครั้งนี้ แต่เสียงนับของกรรมการก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม เมื่อมุมน้ำเงินถูกหมัดเสยเข้าไปเต็มหน้าจนเซถลาไปยืนพิงเชือก

“นับเจ็ด” ในความคิดของมุมน้ำเงิน ทุกอย่างรอบตัวค่อยๆ เลือนหาย เกิดภาพซ้อนจนมองเห็น ไม่ชัดเจน ตอนนี้รู้สึกได้เพียงว่ารอบข้างนั้นมืดไปหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วยังมีแสงไฟเจิดจ้าอยู่รอบๆ เวทีมวย ตัวเขาเองนั้นแม้สายตาจะเบลอแต่ใจก็สู้ไม่ถอย 

“นับแปด” ร่างกายเริ่มโอนเอนแต่ไร้ซึ่งพละกำลังที่จะทรงตัว ขาทั้งสองข้างสั่นเทาด้วยความอ่อนแรง แม้จิตใจอันเข็มแข็งนั้นอยากที่จะสู้ต่อ บอกตัวเองว่าไหวแต่กลับพ่ายแพ้ร่างกายซึ่งกำลังต่อต้าน 

“นับเก้า” เสียงตึงเพราะร่างไร้สติล้มกระแทกพื้นเวทีดังไปทั่วบริเวณ แต่ทว่าเสียงตะโกนโห่ร้องของผู้ชมรอบข้างที่ยังไม่อยากให้เกมการแข่งขันครั้งนี้จบลง กลับกลบเสียงนั้นเสียหมด ก่อนจะตามมา ด้วยแรงยุส่งและคำสบประมาทต่อผู้พ่ายแพ้ 

“ลุกขึ้นสิ ลุกขึ้นสิวะ ไอ้เวรเอ้ย อ่อนฉิบหาย” ผู้ชมข้างเวทีมวยซึ่งอารมณ์ลุกโชนด้วยความไม่พอใจเอ่ยขึ้น คำผรุสวาทนี้ช่างเสียดแทงหัวใจยิ่งนัก

“นับสิบ” เมื่อกรรมการนับสิบนั่นหมายถึงยุติการแข่งขัน ผู้ชนะชูมืออย่างมีชัยท่ามกลางเสียงชื่นชม ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างรายล้อมเข้ามาเอ่ยคำยินดี เพราะนั่นหมายถึงพวกเขาชนะพนันในครั้งนี้เช่นกัน ในขณะที่ผู้แพ้นอนราบกับพื้นไร้ซึ่งผู้คนมาสนใจ นานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้จนกระทั่งสายตาของผู้ชนะที่กำลังเดินลงจากเวทีเหลือบไปเห็นภาพนั้นเข้า 

“ทำไมเขายังนอนอยู่ตรงนั้น” เสียงทุ้มเอ่ยถามกับคนที่พาเขามาชกที่นี่ หลังได้ปล่อยหมัด เขาก็รู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่าที่คิด 

“คงอายที่แพ้ ก็เลยไม่อยากลุกมั้ง” ผู้ได้รับชัยชนะขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจในคำตอบที่ได้ยิน เพราะคู่ชกเขานอนแน่นิ่งเกินไป ก่อนจะก้าวลงจากเวทีจึงเดินเข้าไปหาเพื่อดูอาการ เนื่องจากเอะใจบางอย่าง

“คุณ คุณ!” มือหนาที่แข็งกระด้างจากการชกมวยยื่นไปเขย่าร่างที่นอนฟุบอยู่กับพื้นเวทีแต่ก็ไร้ซึ่งการตอบสนอง เมื่อพลิกตัวให้หงายขึ้นกลับเห็นเลือดสดๆ ไหลออกมาจากจมูกและอีกมากที่ซึมอยู่กับพื้นเวที น้อยคนจะสนใจนักมวยผู้พ่ายแพ้ แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ถือว่าโชคดีที่ร่างของผู้ไร้สติยังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

“เรย์…กลับกันเถอะค่ะ มากิง่วง เหนื่อยมากด้วย” เสียงๆ หนึ่งเอ่ยขึ้น นั่นคือเสียงของมากิซึ่งเธอนั่งอยู่ข้างๆ เขา ก่อนเกิดเรื่องวุ่นๆ หญิงสาวเห็นว่ากษิดิศเครียดเรื่องที่พ่อพึ่งเสียอย่างกะทันหันจึงชวนมาเที่ยวพักผ่อนซึ่งก็ไม่ได้ไปไหนไกลจากตัวเมืองมากนัก และบังเอิญใกล้ๆ กันนั้นกำลังจัดงานคล้ายงานวัดและมีเวทีมวยให้คนกล้าขึ้นประลองฝีมือ ซึ่งค่าตอบแทนของผู้ชนะในค่ำคืนนี้ก็มากโข มากิรู้ว่ากษิดิศชื่นชอบการชกมวย เขามีฝีมือแต่กลับไม่เคยได้ขึ้นชกจริงๆ สักครั้ง ยามใดที่ชายหนุ่มเครียดเขาก็มักจะออกแรงด้วยการชกมวยกับคู่ต่อสู้จริงๆ ไม่ใช่กระสอบทรายหรือเป้าล่อ

การขึ้นชกครั้งนี้กษิดิศเพิ่มเงินรางวัลให้อีกเท่าตัวแต่กลับไม่มีใครขึ้นชกกับเขา กระทั่งชายคนหนึ่งเดินออกมาและบอกว่าเขาจะขึ้นชกเพื่อเงินรางวัลนั่น มวยคู่ดุดันจึงเริ่มขึ้นยิ่งเงินรางวัลของผู้ชนะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดผู้ชม การพนันเสี่ยงโชคว่าฝ่ายใครจะชนะในค่ำคืนนี้ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อได้คู่ชกครบเสียงระฆังข้างเวทีจึงดังขึ้นกษิดิศปล่อยอาวุธแบบไม่ยั้งมือ กระทั่งทุกอย่างมาจบที่หน้าห้องฉุกเฉินแบบนี้ 

“มากิกลับไปก่อน ผมขอรอดูอาการเขาสักพัก” 

“อะไรกันคะ แค่คุณพาเขามาส่งโรงพยาบาล ไม่ปล่อยให้ตายคาเวทีมวยนั่น แค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”น้ำเสียงไม่พอใจของมากิดังขึ้น เธอชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด 

“มากิ!” น้ำเสียงดุดันและแววตาที่แข็งกร้าวของกษิดิศยามสบตาเธอ ทำให้มากิหน้าเสียทันที กษิดิศไม่เคยทำแบบนี้กับเธอมาก่อน แต่ในเวลานี้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเขาไม่เหมือนคนที่เธอเคยรู้จัก

“เอ่อ…งั้นมากิกลับก่อนดีกว่า ไว้พรุ่งนี้มากิจะมาหาเรย์ใหม่นะคะ” มากิยอมถอย น้ำเสียงของเธอฟังดูอ่อนลงมาก 

“ไม่ต้อง ผมอยากอยู่คนเดียว” คำตอบแบบไร้เยื้อใยของกษิดิศทำให้มากิคิ้วขมวด และคิดว่าที่เขาพูดแบบนี้ออกมาก็คงเพราะกำลังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ความน้อยอกน้อยใจก็ทำให้นางแบบสาวพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไป 

“อยากอยู่คนเดียว หมายความว่ายังไง เรย์จะเลิกกับมากิอย่างนั้นเหรอหรือจะโทษว่านี่เป็นความผิดของมากิที่ชวนคุณไปชกมวยที่นั่นจนทำให้ผู้ชายคนนั้นเข้าไอซียูแบบนี้” 

“มากิ ตอนนี้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะมาคุยเรื่องแบบนี้กับคุณนะ ผมอยากอยู่คนเดียว!” ชายหนุ่มเน้นประโยคหลังชัดเจน หลายวันมานี้เขาต้องพบเจอกับการสูญเสียและในวันนี้เขามัวแต่ทำอะไรอยู่ เขาทำอะไรลงไป

อ่านต่อ

สารบัญ หมัดรักสังเวียนหัวใจ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
เมื่อสามพี่น้องแห่งตระกูลชอว์น ซาตานผู้ทรงอิทธิพล ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของสามสาวจนเกิดเป็นบ่วงรักที่ยากจะถอนตัว เคน พี่ใหญ่ผู้เย็นชาตราหน้า หลิวหลิว หัวขโมยสาวที่แอบรักเขาตั้งแต่แรกพบว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่า ด้าน คิ้วท์ พี่รองจอมเจ้าแผนการก็มุ่งมั่นที่จะปราบพยศ เมษา สาวสวยสุดหยิ่งผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ขณะที่ เค น้องเล็กสุดร้ายกาจใช้ความรักสร้างกรงขังเพื่อกักขัง มดแดง ไว้กับตนเองเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตราย ความรุนแรง และไฟปรารถนา พวกเธอจำต้องยอมจำนนในชะตากรรม ก่อนที่ความใกล้ชิดจะแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งโดยไม่ทันทีละมืดมน
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาอนาคตอย่าหนีไปไหน
8.9
อุบัติเหตุเล็กๆ บนท้องถนนนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหญิงสาวเผลอเดินชนเด็กชายแปลกหน้า ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบลงแค่คำขอโทษ เด็กน้อยคนนั้นกลับคว้าตัวเธอไว้แน่นและยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องตกตะลึง เขาเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบด้วยการมาเป็นมารดาของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสน เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงได้ปักใจเลือกเธอ ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธอย่างไร พันธนาการนี้ก็ค่อยๆ ดึงดูดเธอเข้าสู่วังวนแห่งความผูกพัน จนไม่อาจก้าวหนีจากความสัมพันธ์นี้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อชีวิตอันแสนจืดชืดทำให้หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มมองหาความตื่นเต้นใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารการกินทั่วไป ความปรารถนาลึกๆ ในใจจึงนำพาเธอให้มาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ดคนหนึ่ง จนเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว เธอไม่ได้เป็นคนมักมากในกามารมณ์ แต่เพียงแค่อยากลิ้มลองรสชาติชีวิตและสัมผัสแปลกใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม เตรียมพบกับเรื่องราวความรักยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกปนความแสบสัน เมื่อหัวใจของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่ความอิ่มท้อง แต่กลับเรียกร้องอยากลองลิ้มชิมรสชาติอื่นที่น่าเย้ายวนใจยิ่งกว่า
ภาพปกนิยายเรื่อง รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าพร้อมทำลายล้างทุกอุปสรรค ต้องโคจรมาพบกับหญิงสาวผู้อ่อนโยนเปรียบเสมือนลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ในเงื้อมมือของเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมสยบต่อการตัดสินใจของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะเลือกทำลายเธอให้มอดไหม้หรือจะยอมปล่อยตัวเธอไป ทว่าทุกการสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้นั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจของเธอจะต้านทานได้ ในสงครามแห่งความรักและความใคร่ครั้งนี้ หญิงสาวจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางบ่วงไฟพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง น้องเมีย
9.3
หลังค่ำคืนอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง ชติรสพยายามปกปิดร่างกายจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มผู้จำใจต้องลาจากเพื่อรักษาคำมั่นสัญญา แม้ในใจจะเปี่ยมด้วยความเสน่หา ข้อตกลงลับระหว่างสองคนระบุว่าเธอต้องยอมเป็นตัวแทนของลิก้าผู้เป็นพี่สาว แลกกับการที่เขาต้องตัดขาดและเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวของเธออย่างเด็ดขาด ชติรสยอมใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องคนที่รัก พร้อมเอ่ยปากข่มขู่ว่าหากเขาตระบัดสัตย์เธอจะไม่ละเว้นแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแรงดึงดูดทางกายและความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ใน
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์