APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

เคลวิน แม็คคลาเรน ถูกคู่หมั้นสาวประกาศหมั้นหมายกับชายอื่นทิ้งกลางงาน ทำให้ศักดิ์ศรีของเขาถูกเหยียบย่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยความคั่งแค้น เขาจึงหันไปหาเฌอปราง เด็กสาวที่อุปการะมาด้วยเงื่อนไขที่โหดร้าย เธอต้องยอมเป็นเพียงตัวสำรองในพิธีวิวาห์ที่สร้างขึ้นเพื่อแก้แค้น เฌอปรางรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงหมากในเกม แต่ด้วยบุญคุณที่ยากจะทดแทน เธอจึงจำใจเซ็นสัญญา แม้หัวใจจะปวดร้าวเพียงใด ขอเพียงได้อยู่ใกล้เขาแม้เพียงระยะเวลาหกเดือนก็ยอม "ห้ามรักฉัน" คำพูดที่ทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้ง แต่เธอกลับทำได้เพียงเก็บงำความเจ็บปวดไว้ข้างใน เมื่อถึงวันหมดสัญญา เธอเลือกเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับความลับที่เขาไม่มีวันรู้... ความจริงที่ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ลูกของเขา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“พ่อเลี้ยงคะ... หนูไม่รู้จะช่วยพ่อเลี้ยงยังไง แต่หนูอยากให้พ่อเลี้ยงเข้มแข็งไว้นะคะ”

หล่อนคิดว่าเขาจะแสดงความเจ็บปวดออกมา แต่กลับไม่มีให้เห็นเลย เพราะแววตาของเคลวินตอนนี้มีแต่กองไฟ และมันก็คือไฟแค้นที่น่ากลัว

“ถูกต้อง ฉันเจ็บปวด แต่ในความเจ็บปวดนั้นมันอัดแน่นไปด้วยความแค้น”

“เอ่อ...”

“แล้วฉันก็ต้องการให้เธอช่วย”

หล่อนคิดไม่ออกว่าเคลวินจะให้หล่อนช่วยเหลืออะไร ในเมื่อไม่ได้มีความสามารถอะไรมากนัก

“ถ้าหนูทำได้ หนูยินดีช่วยพ่อเลี้ยงทุกอย่างค่ะ”

หล่อนเห็นริมฝีปากหยักสวยของเคลวินบิดเบี้ยว ก่อนที่เขาจะยิ้มเย้ยหยันออกมา

“เธอช่วยฉันได้แน่นอน เฌอปราง”

“เอ่อ... แล้วพ่อเลี้ยงจะให้หนูช่วยยังไงเหรอคะ”

ไฟร้ายในดวงตาสีน้ำตาลของเคลวินลุกโชนจนน่าหวั่นใจแทนณิชา

“ฉันต้องการจ้างเธอมาแต่งงานด้วย”

“คะ?!”

หล่อนต้องหูฝาดไปแน่ หรือไม่ก็... อาจจะได้ยินผิดไป ไม่มีทางที่เคลวินจะมีความคิดบ้าคลั่งแบบนี้หรอก

“ฉันต้องการแก้แค้นณิชา ด้วยการจ้างเธอมาแต่งงานด้วย”

คราวนี้หล่อนรู้แล้วล่ะว่าตัวเองหูไม่ได้ฝาดเฝื่อน แต่สิ่งที่ได้ยินมันดังออกมาจากปากหยักสวยของเคลวินจริงๆ

ดวงตากลมโตเบิกโพลง กลีบปากอิ่มสีแดงระเรื่อเผยอกว้างด้วยความตื่นตกใจ

“ฉันต้องการทำให้ณิชารู้ว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเลย กับสิ่งที่ณิชาทำลงไป”

“พ่อเลี้ยง... หนู...”

“ฉันรู้ว่าเธอตกใจมาก แต่ฉันมองไม่เห็นใครแล้วที่จะสวมบทบาทเมียของฉันได้แนบเนียนเท่ากับเธอ”

“หนู...”

“ถ้าเป็นเธอ ณิชาจะต้องไม่สงสัย เพราะเธออยู่ในไร่กับฉัน”

หล่อนจะทำยังไงดี...?

“หนูคิดว่า... ทางนี้มันไม่น่าจะทำให้อะไรดีขึ้นได้นะคะพ่อเลี้ยง”

หล่อนพยายามที่จะปฏิเสธอ้อมๆ แต่เคลวินไม่เห็นด้วย เขายังยืนยันคำเดิม

“ทางนี้แหละ ที่มันจะทำให้ณิชารู้ว่า แท้จริงแล้วคนที่จะต้องกระอักออกมาเป็นเลือดไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตัวของณิชาเอง”

น้ำเสียงของเคลวินอัดแน่นไปด้วยความคั่งแค้น จากนั้นเขาก็จ้องหน้าหล่อนและถามหาคำตอบ

“ว่าไงล่ะ เธอตกลงไหม”

“หนู...”

“ฉันไม่บังคับนะ แต่ฉันต้องการความช่วยเหลือจริงๆ”

เฌอปรางก้มหน้าลงมองมือเล็กของตัวเองที่ประสานกันเอาไว้บนตัก สมองกำลังสับสนอลหม่านราวกับถูกพายุพัดเข้าถล่ม

ถ้าหล่อนปฏิเสธ แล้วเคลวินจะเกลียดหล่อนไหม?

แล้วถ้าหล่อนตอบตกลงล่ะ หล่อนจะทำยังไงกับความรู้สึกของตัวเองที่จะต้องถลำลึกมากยิ่งขึ้น

“ฉันรอคำตอบอยู่นะ เฌอปราง”

หล่อนค่อยๆ ช้อนตาขึ้นสบประสานกับดวงตาสีน้ำตาลสุดสวยของเคลวิน

หล่อนไม่ต้องการทำให้เคลวินผิดหวัง

“ค่ะ หนูตกลงค่ะ”

ริมฝีปากหยักสวยของเคลวินแย้มเผยอเป็นรอยยิ้ม พร้อมกับเสียงขอบคุณที่ดังเล็ดลอดออกมา

“ขอบใจมากนะเฌอปรางที่ให้ความร่วมมือกับฉัน”

“เอ่อ... แล้วหนูต้องทำยังไงบ้างคะพ่อเลี้ยง”

“ไม่มีอะไรยากหรอก เราก็แค่แต่งงานกัน ทำให้ณิชารู้ว่าคนที่เป็นฝ่ายถูกทิ้งน่ะไม่ใช่ฉัน”

“เอ่อ...”

หล่อนก้มหน้าลงมองมือตัวเอง ก่อนจะกลั้นใจถามออกไป

“แล้วเรื่อง... เอ่อ... ห้องนอนล่ะคะ”

เขาเงียบไปเล็กน้อย ก่อนที่น้ำเสียงกระด้างจะดังกังวานออกมาให้ได้ยิน

“คำว่าแต่งงานของฉันคือการแต่งงานจริงๆ และก็ต้องใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ”

หล่อนลืมตัวช้อนตามองเขา พวงแก้มนวลเป็นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ เมื่อนึกถึงเรื่องความสัมพันธ์ทางกายที่อาจจะเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อการแต่งงานเดินทางมาถึง

“ตะ... แต่พ่อเลี้ยงแค่จ้างหนูแต่งงานไม่ใช่เหรอคะ”

“จ้างแต่งงานก็คือฉันจะจ่ายเงินก้อนหนึ่งซึ่งมันมากพอที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตหลังจากที่ไม่มีฉันได้อย่างสบาย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ทางกาย ฉันเป็นผู้ชายเต็มตัว และแน่นอนว่าฉันต้องการมันจากเมียตัวเอง”

หล่อนหน้าแดงจัดยิ่งขึ้น หัวใจเต้นแรงระรัว นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะมีโอกาสมานั่งต่อรองกับเคลวินในเรื่องแบบนี้

“เอ่อ...”

“หรือว่าเธอมีเรื่องขัดข้องล่ะ”

“หนู... เอ่อ... หนูไม่มีอะไรขัดข้องค่ะ”

“ดีมาก งั้นเดี๋ยววันนี้ตอนเย็นมาเซ็นสัญญาจ้างงานนะ ฉันจะร่างเอาไว้รอเธอ”

“สัญญาจ้างงาน?”

ใบหน้าหล่อจัดของเคลวินเปื้อนรอยยิ้มบางๆ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลาย ต่างจากหล่อนอย่างสิ้นเชิง

เขาทำเหมือนกับว่ากำลังเจรจาเรื่องธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ทางกายอย่างนั้นแหละ

เฌอปรางอดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ แต่ก็จำต้องเก็บซ่อนเอาไว้ให้ลึกที่สุด

“ถูกต้อง เราต้องทำสัญญากันเอาไว้ เพราะในอนาคต อาจจะมีคนหนึ่งคนใดผิดสัญญาขึ้น จะได้ไม่ต้องมีปัญหากันไงล่ะ”

“ค่ะ”

หล่อนไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากตอบรับเขาออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

“ขอบใจเธอนะเฌอปรางที่ยอมช่วยเหลือฉัน”

เขาส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“ฉันขอตัวไปร่างสัญญาก่อน แล้วเย็นนี้เจอกันหลังอาหารมื้อค่ำ”

“เอ่อ... ค่ะ พ่อเลี้ยง”

เขาส่งยิ้มให้หล่อนอีกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวเดินจากไปด้วยท่าทางสง่างามตามบุคลิกประจำตัว

น้ำใสๆ ไหลคลอสองหน่วยตาของเฌอปราง เมื่อเหลือหล่อนอยู่เพียงลำพังภายในสนามหญ้าหลังบ้าน

แสงจากดวงตะวันในวันนี้ไม่ได้สวยงามเหมือนเช่นทุกวันอีกแล้ว

หล่อนไม่ได้รังเกียจที่จะเป็นภรรยาของเคลวิน แต่สิ่งที่ทำให้หล่อนเสียใจ คือการได้เป็นภรรยาจ้างที่ต้องจากไปเมื่อสัญญาจ้างงานสิ้นสุดลง

หากเลือกได้ หล่อนต้องการที่จะอยู่กับเขาในฐานะเดิม เด็กในอุปการะแบบนี้ไปชั่วชีวิต เพราะมันทำให้หล่อนสามารถมองเขา เห็นเขาได้ทุกวันเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา

มือเล็กยกขึ้นป้ายน้ำอุ่นๆ ที่ไหลออกมาจากดวงตา กลีบปากอิ่มสั่นสะท้านเมื่อก้อนสะอื้นเล็ดลอดผ่านออกไป

แต่หล่อนไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก ในเมื่อมันคือความต้องการของเคลวิน ผู้ชายที่เปรียบประดุจเจ้าของลมหายใจ

แกรก...

เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังแว่วมาในหู ทำให้เฌอปรางต้องรีบจัดการกับหยาดน้ำตาบนแก้มนวล และเมื่อแน่ใจว่ามันแห้งดีแล้ว จึงหันไปมองยังต้นเสียง

“พี่นัท”

ดนัทธ์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปี เขาคือลูกชายของหัวหน้าคนงานในไร่ชาของเคลวิน

ดนัทธ์ได้ทุนจากเคลวินให้ไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ และก็เพิ่งกลับมาอยู่ที่ไร่ชาได้เกือบๆ สองปีแล้ว

“พี่ไม่นึกว่าจะเจอน้องปรางที่นี่”

ดนัทธ์เดินมานั่งบนเก้าอี้ไม้สีขาวตัวเดิมที่เคลวินเพิ่งลุกจากไป เขาเป็นผู้ชายผิวขาว ปากแดง และมีหน้าตาหล่อเหลาถอดแบบมาจากหนุ่มเกาหลีไม่มีผิด

“เอ่อ... พี่นัทมาเดินเล่นเหรอคะ”

“เปล่าหรอก พี่มาตามหาพ่อเลี้ยงน่ะ พอดีตอนเช้าจะมีคนเข้ามาเก็บใบชาน่ะ”

เด็กสาวฝืนยิ้มสดใส แต่กระนั้นคู่สนทนาก็เหมือนจะสังเกตเห็นความเศร้าในดวงตาของหล่อน

“พ่อเลี้ยงน่าจะอยู่ในบ้านนะคะ”

“อืม ว่าแต่น้องปรางเถอะ เป็นอะไรไป ทำไมวันนี้หน้าดูเครียดๆ ชอบกล”

“ปะ... เปล่าค่ะ”

“ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ ปรึกษาพี่ได้นะ พี่ยินดีรับฟังน้องปรางเสมอครับ”

หล่อนเสหลบสายตาที่แสดงความรู้สึกชัดเจนของดนัทธ์ลงมองมือเล็กของตัวเอง

“ขอบคุณพี่นัทค่ะ แต่ปราง... ไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ”

“โอเคครับ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวเที่ยงๆ พี่จะแวะมาขอน้องปรางกินข้าวด้วยสักมื้อ”

“เอ่อ... ได้ค่ะ”

ดนัทธ์ฉีกยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“พี่ถือว่าน้องปรางรับปากแล้วนะครับ ห้ามเบี้ยวพี่ล่ะ”

“ปรางไม่เบี้ยวพี่นัทหรอกค่ะ”

เฌอปรางฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นโบกลาตอบดนัทธ์ที่กำลังเดินจากไป

ทำไมหล่อนจะไม่รู้ล่ะว่าดนัทธ์คิดอะไรอยู่ แต่หล่อนไม่อาจจะตอบรับความรู้สึกของเขาได้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อยากเป็นบอส
7.3
ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วกระดานสนทนาของมัธยมเซิ่งหัว สร้างความตกตะลึงให้ทุกคน เมื่อเจี่ยนหยุ่นน่าว รุ่นพี่นักเปียโนอัจฉริยะความภาคภูมิใจของสถาบัน ต้องเผชิญโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เขาพลัดตกบันไดจนมือได้รับบาดเจ็บสาหัส มือคู่นี้คือสิ่งเดียวที่ใช้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเสียงดนตรี อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง อาการบาดเจ็บที่รุนแรงอาจทำลายเส้นทางความฝันและอนาคตอันรุ่งโรจน์ในวงการดนตรีไปตลอดกาล เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคอันหนักอึ้งเพื่อกอบกู้ชีวิตนักเปียโนอาชีพกลับคืนมา
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากท้องฟ้า
6.7
เวลาสามปีที่อยู่ร่วมชายคากัน เธอต้องทนฟังเรื่องที่เขามีหญิงอื่นเคียงข้างเสมอ แม้ความจริงจะประจักษ์ชัดแต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความร้าวราน ปิดปากเงียบและทำตัวราวกับคนตาบอดเพื่อประคองความสัมพันธ์อันเปราะบางไม่ให้ขาดสะบั้น ความจริงที่กรีดแทงใจคือเธอเป็นได้เพียงคู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่เคยได้รับเกียรติในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้จะผูกพันลึกซึ้งเพียงใด แต่เมื่อวันลาจากมาถึง เธอต้องพบกับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าเลิกรา นั่นเพราะสถานะของทั้งสองไม่เคยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ยินดีที่ได้พบคุณในชาตินี้
8.8
ชีวิตคู่ที่ควรเปี่ยมสุขกลับกลายเป็นขุมนรก เมื่อสามีปฏิบัติต่อเธอราวกับสิ่งของไร้ราคา เขาเชิดชูเพียงหญิงที่ตนหลงรัก ขณะที่ภรรยาต้องทนรับการเหยียดหยาม ความโหดร้ายทวีรุนแรงขึ้นเมื่อเธอถูกบีบคั้นให้พรากจากลูกในครรภ์ถึงสามครา ทุกครั้งที่ผู้หญิงของเขาพบเจอกับความเดือดร้อน เธอจะถูกโยนความผิดและตกเป็นเป้าระบายโทสะเสมอ การต้องรับโทษทัณฑ์ในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อ ผนวกกับการถูกทำลายความหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้สลักรอยบอบช้ำลึกลงในจิตวิญญาณ จนกลายเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ไม่อาจเยียวยาได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอบคุณบาดแผลทั่วกายที่นายมอบให้
9.3
ชีวิตของหญิงสาวต้องพังทลายเมื่อถูกลุงของสามีย่ำยีศักดิ์ศรีอย่างทารุณต่อหน้าต่อตาคนรักของเธอเอง เขาไม่ได้ทำเพียงเพราะตัณหาชั่ววูบ แต่จงใจผลักไสเธอให้ตกลงสู่ขุมนรกบนดิน ชายผู้นี้เชื่ออย่างบิดเบี้ยวว่าเธอคือหญิงแพศยา จึงตั้งตนเป็นผู้พิพากษามอบบทลงโทษเพื่อรีดเร้นความทรมานอย่างแสนสาหัส ร่องรอยความบอบช้ำที่ถูกกรีดลึกลงไปกลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันรักษาหาย เธอต้องทนแบกรับข้อกล่าวหาและเปลวไฟแห่งความเกลียดชังที่พร้อมแผดเผาทุกลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักเก่าของฉัน รักใหม่ของเขา
7.8
ชีวิตของหยกต้องตกอยู่ในฝันร้ายเมื่อก้าวสู่โลกของชนชั้นสูงที่มั่งคั่งและหลงตัวเอง สังคมนี้ซ่อนเร้นเจตนาเลวร้ายที่แฝงมากับรอยยิ้มจอมปลอม เธอต้องเผชิญการคุกคามจากผู้มีอิทธิพลที่มองข้ามคุณค่าความเป็นคน สถานการณ์ดิ่งลงเหวเมื่อเธอถูกใช้กำลังเหวี่ยงลงบนโซฟาอย่างป่าเถื่อนโดยเศรษฐีจองหอง การถูกต้อนให้ทนรับความใกล้ชิดที่ไม่ได้สมยอมสร้างความรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างรุนแรง หยกต้องแบกรับความกดดันแสนอึดอัดจากการกดขี่ของกลุ่มคนใจดำที่ปราศจากความเมตตาอย่างสิ้นเชิง
ภาพปกนิยายเรื่อง ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า พลิกผันชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อสิ่งตอบแทนคือความรักจากคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียว หลังแต่งงานเขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างท่วมท้นจนลูกชายตัวน้อยแทบกลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าใครจะคัดค้านเขาก็ไม่เคยใส่ใจและยังคงตามใจภรรยาขั้นสุดยอด แม้เธอต้องการจะยึดครองหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีประเคนให้โดยไม่เสียดาย ท่ามกลางความวุ่นวายใดๆ ที่ถาโถมเข้ามา หนิงซียังคงเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาเสมอ เพราะความสุขของเธอคือทุกสิ่ง