APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา

เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา

เมื่อเธอต้องก้าวเข้าสู่โลกของ 'คุณดิน' มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในฐานะเด็กในปกครองภายใต้ข้อตกลงลับ สิ่งเดียวที่เป็นกฎเหล็กต้องห้ามคือการห้ามมีใจให้กันเด็ดขาด ท่ามกลางความใกล้ชิดที่แสนเย้ายวนและอันตราย เธอพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะควบคุมหัวใจไม่ให้หวั่นไหวไปกับเสน่ห์ของเขา เพื่อรักษาพันธสัญญาระหว่างกันเอาไว้ ทว่ายิ่งนานวัน ความรู้สึกกลับยิ่งยากเกินจะต้านทาน ท้ายที่สุดแล้วเธอจะจัดการอย่างไรเมื่อหัวใจเริ่มทรยศต่อกฎเกณฑ์ และก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนความสัมพันธ์ที่เขาเคยกำหนดไว้ตั้งแต่วัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ลมหายใจถูกพรูออกครั้งแล้วครั้งเล่ายามนึกถึงเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

 ล้อกันเล่นแน่ๆ...

 เธอน่ะหรือจะตั้งครรภ์ ผลตรวจจากแล็บของโรงพยาบาลประจำจังหวัดจะต้องคลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน บ้าจริง โรงพยาบาลตั้งใหญ่ ผิดพลาดขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

 เสียงจอแจของผู้คนที่อยู่ภายในอาคาร เสียงประกาศจากเจ้าพนักงาน เสียงล้อเลื่อนจากวีลแชร์ และอีกสารพัดเสียงที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ กลับไม่ดังเข้าโสตประสาทของ ‘ว่าที่คุณแม่’ เมื่อประสาทการรับรู้ถูกปิดทุกทาง แม้แต่สายตายังพร่ามัวจนมองอะไรได้ไม่ชัดเจน

 “คุณมลุลี วรสุวรรณ เชิญพบแพทย์ค่ะ”

 ไร้การเคลื่อนไหวของเจ้าของชื่อ

 เจ้าพนักงานย้ำ “คุณมลุลี วรสุสรรณ ถึงคิวแล้วค่ะ!”

 ร่างระหงสะดุ้งโหยง รีบยันปลายเท้าลงบนพื้นแล้วหยัดยืนด้วยความเร่งรีบ ปากก็ส่งเสียงอ้อมแอ้ม “ค่ะๆ” แล้วจึงเดินเข้าไปในห้องที่อีกฝ่ายผายมือให้

 มลุลีมาโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากอดรนทนรับมือกับความผิดปกติของร่างกายตัวเองไม่ไหว ประจำเดือนเลื่อนจากเดิม จนตอนนี้ก็ยังไม่มา ผนวกกับปวดท้องโดยไร้สาเหตุ ทานยาแล้วก็ยังไม่ทุเลา เมื่อมาถึงก็ได้รับการตรวจจากคุณหมอ ผลของมันทำให้จิตใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องก้าวเข้าสู่กระบวนการฝากครรภ์อย่างช่วยไม่ได้

 แม่และเด็ก...บนสมุดสีชมพูทำหัวใจดวงน้อยสะดุดกึก

 มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ

 แต่มันเป็นไปแล้ว ผลตรวจบอกว่าเธอตั้งครรภ์ได้ราวๆ สามสัปดาห์ สมุดที่ถืออยู่ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าตนกำลังจะได้เป็นแม่คน ที่ถ้าหากถามถึงความพร้อม...ไม่มีเลย ไม่มีด้านไหนที่มลุลีจะพร้อมมีลูก

 ด้านฐานะอาจจะไม่ใช่ยาจก แต่ลำพังตัวเธอก็ไม่ได้มีเงินเก็บมากพอที่จะเลี้ยงเด็กหนึ่งคน เธอเพิ่งทำงานจริงๆ จังๆ ได้ไม่นาน ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าตั้งตัวได้ ฉะนั้นแล้วอย่างไรก็ไม่นับว่าพร้อม

 ด้านร่างกายเธอคือคนอายุยี่สิบห้า สำหรับคนอื่นวัยนี้พร้อมมีลูกแล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่มีความพร้อมใดๆ อย่างมลุลี นี่มันค่อนข้างเร็วเกินไป ส่วนด้านสภาพจิตใจนับว่าสาหัส เธอไม่อยากท้อง ไม่อยากมีพันธะมาคล้องคอ

 เพราะ ‘เขา’ ก็ไม่อยากมีเหมือนกัน...

 สมุดฝากครรภ์ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย ก่อนร่างระหงจะค่อยๆ ก้าวเดินออกจากตัวอาคารเพื่อเดินทางกลับที่พัก

 จิตใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนเผลอชนเข้ากับเด็กตัวเล็กคนหนึ่งที่วิ่งโผล่พรวดมา เป็นเหตุให้ของเล่นในมือเด็กน้อยตกลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น

 “ขอโทษนะคะ” เธอรีบขอโทษขอโพย แล้วจึงยอบกายลงไปที่พื้น

 เด็กคนนั้นก็ไม่รอช้า รีบทรุดตัวลงข้างๆ เพื่อช่วยเก็บของของตน เด็กเล็กยิ้มแป้น “ขอโทษครับพี่สาว โก๋วิ่งไวเอง”

 ในขณะนั้น หางตาก็เห็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการยืนหอบหายใจอยู่ข้างๆ ในมือมีตุ๊กตาและของเล่นสำหรับเด็กเหมือนชิ้นที่ตกพื้น

 “โก๋วิ่งชนพี่คนสวยเหรอ”

 พี่คนสวยระบายยิ้มให้เด็กแฝด ลุกขึ้นยืนพลางส่งของเล่นคืนเจ้าของ “แค่อุบัติเหตุค่ะ ไม่เป็นไร ยังไงเด็กๆ ก็เดินกันดีๆ นะคะ”

 สองเสียงสอดประสานเพื่อรับคำอย่างหนักแน่น มลุลีจึงเดินออกจากบริเวณนี้เพื่อเดินทางกลับ ทว่าก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็เกิดอาการขาตายขึ้นมาดื้อๆ เมื่อสายตาสบเข้ากับคนกลุ่มหนึ่งที่มุ่งหน้ามาทางที่ตนยืนอยู่

 อาจไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว พวกเขาเพียงแค่เดินมาที่เด็กแฝดทั้งสอง

 มลุลีทราบดีว่านั่นไม่ใช่ธุระกงการอะไรของตน แต่สมองก็ไม่สามารถสั่งการให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ เพราะคล้ายจะโดนสะกดด้วยสายตาคู่คมของ ‘ใครบางคน’ ที่อยู่ในกลุ่มนั้น

 สองสายตาสบเข้าหากันอย่างมิอาจหลบเลี่ยงไปได้ เข็มนาฬิกาถูกหยุด โลกทั้งใบของมลุลีพลันนิ่งสนิท หัวใจบีบรัดจนก่อเกิดอาการเจ็บแปลบในทรวง

 กลีบปากล่างถูกขบเม้มจนเป็นเส้นตรง ทันทีที่เรียกสติกลับมาได้เรียวขาสวยก็ก้าวออกไปจากบริเวณนี้ทันที โดยมีสายตาแห่งความสงสัยใคร่รู้เหลียวมองตาม จนกระทั่งแผ่นหลังบอบบางพ้นไปจากครรลองสายตา

 เสียงหวานดังขึ้น “ปาเก๋า ปาโก๋ แม่บอกว่าอย่าวิ่งไงคะ” แม้จะเอ็ดลูก แต่คุณแม่ก็ยังไม่แสดงท่าทีโมโหร้าย ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น “เดี๋ยวล้มก็เจ็บตัวอีก”

 ว่าที่คุณพ่อลูกสองมองดูหลานรักด้วยความเอ็นดู เขากระชับอ้อมกอดลูกสาววัยสิบเดือนแล้วพูดแหย่น้องสาว “ก็ซนเหมือนแม่มัน ไม่กล้าให้น้องอีฟเล่นด้วยหรอกแบบนี้”

 ขณะก้าวเดินไปยังลิฟต์ วรัสยาอดจะเบ้ปากใส่ญาติผู้พี่ไม่ได้ “ยุอัสให้ทำหมันเถอะมั้ง ไม่ต้องมีถึงสี่หรอก”

 คนโดนพาดพิงระบายยิ้มให้เพื่อนที่พ่วงตำแหน่งน้องสาวสามี เธอไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่รู้สึกว่าความปรารถนาของปราชญาธิปที่อยากมีลูกสี่คนนั้นมันจะเกิดขึ้นจริง อย่างตอนนี้ที่ลูกคนแรกเพิ่งอายุได้สิบเดือน พ่อเจ้าประคุณเขาก็ส่งคนที่สองมาอยู่ในท้องเธอเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อสามเดือนที่แล้ว

 ทำให้นอกจากรติรสที่อายุครรภ์สี่เดือน ก็มีเธอที่ต้องใส่ชุดคลุมท้อง ซึ่งหากพัณณ์พิศอยู่ด้วยในตอนนี้ก็จะมีคนท้องถึงสาม

 ปราชญาธิปแค่นหัวเราะ ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับน้องสาวเพราะเขารู้ดีว่าอย่างไรตนเองก็ได้มีลูกสี่คนสมใจหวังอย่างแน่นอน ก็ขยันออกปานนี้

 ระหว่างอยู่ในลิฟต์ คุณแม่ลูกสามก็เอ่ยขึ้นอีก “แต่ลูกยายก้านน่าห่วงอยู่นะ ผู้หญิงด้วย เลือดแม่คงแรงน่าดู”

 ประโยคนั้นเรียกรอยยิ้มจากคนฟังได้อย่างดี

 ที่ทุกคนต้องพากันมาโรงพยาบาลก็เพราะเหตุนี้ กุสุมาลย์คลอดลูกสาวคนแรก คนสนิทจึงพากันมาเยี่ยมกันให้ควั่ก รวมถึงทางกลุ่มแก๊งสะใภ้และครอบครัว ที่พอรวมตัวกันแล้วก็กลายเป็นกลุ่มคนขนาดย่อมเลยทีเดียว ดีที่ธนบดีติดงานของพรรค ผนวกกับพัณณ์พิศมีอาการแพ้ท้องอ่อนๆ จึงพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ไม่อย่างนั้นจะเข้าลิฟต์ทีเดียวครบทุกคนได้หรือไม่ก็มิอาจล่วงรู้

 ครอบครัวของวรัสยาก็ห้าคนเข้าไปแล้ว ด้านพ่อคนที่สองของหนุ่มๆ อีกสี่ชีวิต ที่ลูกคนหนึ่งผู้เป็นพ่ออุ้มไม่ยอมปล่อย ใครจะมาวอแวยายหนูอีฟที่เป็นดั่งเจ้าหญิงของเขาไม่ได้เลย อีกชีวิตอยู่ในท้องของอัสมา ไหนยังครอบครัวของอรัณย์อีกสาม แต่สามที่ว่านั่น หนึ่งในนั้นก็อยู่ในท้องของภรรยาคนสวยของเจ้าตัว

 คนที่มีแค่ตัวคนเดียวเห็นจะมีแต่เขา...ดิฐากร

 อัสมายิ้มกว้างกว่าเก่า “คุณเฉื่อยเจองานหินเลยนะ เหมือนมีน้องก้านเพิ่มมาอีกคน จะรับมือยังไงไหว”

 ขณะที่ประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นที่ต้องการ เสียงทุ้มนุ่มหูก็ดังขึ้น “แต่ถ้ามีแบบอัสอีกคน คุณโปรดรับมือไหวนะ”

 แก้มนวลซับสี รีบเดินลิ่วๆ ออกจากลิฟต์ โดยมีคุณสามีนักหยอดเดินอุ้มลูกตามไปติดๆ

 จีรกิตติ์และวรัสยาก็พาลูกๆ เดินไปยังห้องพักฟื้นของลูกสาวผอ. โรงพยาบาล หัวเราะคิกคักอะไรกันไปเรื่อยตามประสาครอบครัวอารมณ์ดี

 อรัณย์ก็ไม่น้อยหน้า เดินกุมมือรติรสพลางกระซิบกระซาบอะไรกันสักอย่างด้วยท่าทีรักใคร่

 เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องพัก ก็พบกับพี่ใหญ่เช่นชยางกูรที่นั่งอยู่ข้างเตียง โดยที่บนเตียงนั้นเป็นคุณแม่ป้ายแดงและลูกสาวคนแรกของพวกเขา

 ภายในห้องพักฟื้นไม่ได้มีเพียงคนมาใหม่เท่านั้น แต่ผอ. โรงพยาบาลซึ่งได้เป็นคุณตาของหลานคนที่สอง ต่อจากหลานคนแรกที่เกิดจากกินรีก็อยู่ที่นี่ รวมไปถึงคุณนายขวัญเรือนและลูกชายคนเล็กที่รีบมารับขวัญหลานสาว

 เด็กแฝดและน้องสาวของพวกเขารีบนำของเล่นที่ตั้งใจซื้อมาฝากน้องไปให้ในทันทีที่มาถึง ผู้คนต่างพูดคุยและแสดงความยินดีกับการมีอยู่ของ ‘ยายหนูกี้’ ลูกสาวคนแรกของช่างก้านกับพ่อเฉื่อย

 วรัสยาเป็นคนขี้เล่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเห็นคุณพ่อมือใหม่เหมือนจะมีน้ำตาคลอหน่วยจึงอดแหย่ไม่ได้ “พี่เฉื่อยเหมือนจะร้องเลย ไม่รู้ว่าดีใจที่ได้ลูกสาวหรือกำลังร้องเพราะกลัวรับมือกับยายก้านจูเนียร์ไม่ได้กันแน่”

 แม้แต่นายแพทย์เรวัชกับคุณนายขวัญเรือนยังกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้ เพราะพวกท่านเห็นพ้องต้องกันกับวรัสยาว่าหลานสาวคนนี้จะต้องมีเชื้อแม่แกแรงแน่ๆ คนอื่นๆ ก็พลอยหัวเราะไปด้วย

 ตำรวจหนุ่มเสริม “ถ้าเฮียเป็นคนเลี้ยงก็คงเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักๆ คนหนึ่งแหละครับพี่กาด แต่ถ้าเจ๊เลี้ยง”

 คุณแม่ป้ายแดงปั้นหน้างอใส่น้องชาย “หา! เจ๊เลี้ยงแล้วมันจะทำไมล่ะผู้หมวด”

 เป็นคุณนายขวัญเรือนที่โพล่งขึ้น “ยังจะถาม เอาเป็นว่าให้เฉื่อยเป็นคนเลี้ยงลูกน่ะดีแล้ว จะได้เป็นผู้เป็นคน ถ้าลูกเลี้ยงเองม้ากลัวหลานม้าเป็นลิงเป็นค่างมาก”

 “ป๊า ม้าว่าหนู”

 บิดายิ้มกริ่ม กล่าวอย่างเป็นกลาง “ที่ม้าพูดมาก็มีเหตุผล”

 ชยางกูรที่เห็นภรรยาเริ่มหน้างอก็ยกมือไปลูบศีรษะอย่างนึกเอ็นดู “ไม่เป็นไร ลูกเหมือนก้านก็ไม่เป็นไร”

 เจ้าหล่อนถึงได้ยิ้มออก

 “แต่อย่าเหมือนมากก็พอ”

 เสียงหัวเราะเข้ามาครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่

 บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ มองไปทางไหนก็เจอแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยิ่งในสายตาของผู้จัดการร่ำเมรัยด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ ที่ได้มองดูพวกมาดเยอะที่ครั้งหนึ่งต่างก็ส่ายหน้าให้กับคำว่า ‘เมีย’ ทว่าบัดนี้ทุกคนดันมีสาวสวยอยู่ข้างกายพร้อมกับลูกน้อยที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตคู่

 แม้แต่ไอ้เพื่อนตัวดีที่เอาแต่พล่ามว่ารติรสเป็นน้องสาวเพื่อน ตอนนี้ก็ติดอยู่ในโลกสีชมพูจนบางทีอดจะนึกหมั่นไส้ไม่ได้

 เพราะคนเยอะเกิน ไหนยังมีแต่คนมีคู่ ดิฐากรที่รับขวัญหลานเสร็จเรียบร้อยจึงเลือกที่จะปลีกตัวออกมาด้านนอก

 ขายาวก้าวไปนั่งพักยังบริเวณสวนหย่อมที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ สายลมพัดปะทะผิวกายพอให้รู้สึกดี แต่ก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะพัดเพื่อพาปมที่หัวคิ้วให้คลายออก

 ฝ่ามือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขายาวเพื่อหยิบสมาร์ตโฟนออกมา แล้วจึงแตะไปที่แอปพลิเคชันสีเขียวเพื่อทำการสอบถามอะไรบางอย่าง ด้วยปฏิกิริยาของเธอยามเจอหน้าเขานั้นมันผิดปกตินัก

 คุณดิน: เป็นอะไรรึ ทำไมต้องมาโรงพยาบาล

 รออยู่เกือบสิบนาทีกว่าข้อความของเขาจะถูกอ่าน

 มิ้ม: เปล่าค่ะ สบายดี

 คุณดิน: คนสบายดีที่ไหนจะมาโรงพยาบาล

 มิ้ม: ปวดหัสค่ะ

 ไม่ว่าจะตอนไหน มลุลีก็นิ้วเบียดไม่เปลี่ยน

 คุณดิน: มากไหม

 เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบ คิ้วเข้มก็มุ่นหนักกว่าเก่า แค่พิมพ์ไม่กี่คำให้เขาคลายกังวลมันยากนักหรือ

 คุณดิน: ไม่เห็นบอกเลยว่าไม่ค่อยสบาย ถ้าบอกจะได้พามา

 คุณดิน: แล้วกลับยังไง ขี่รถไหวเหรอ ฉันเสร็จธุระแล้วล่ะถ้าเธอจะกลับพร้อมกันก็ได้

 มิ้ม: ไม่เป็นไรค่ะ

 คุณดิน: อย่ารั้น เกิดเป็นลมเป็นแล้งไปจะทำยังไง

 มิ้ม: เปล่ารั้นค่ะ

 เธอมันโคตรหัวรั้นเลยต่างหากยายมิ้ม!

 คุณดิน: เพราะนิสัยแบบนี้ไง ฉันถึงไม่ชอบเธอ

 มิ้ม: ไม่ต้องย้ำค่ะ รู้แล้วว่าไม่รัก

 คุณดิน: รู้ก็ดี

 มิ้ม: แต่มิ้มก็ไม่ได้รักผู้จัดการเหมือนกัน

 ทีอย่างนี้แล้วพิมพ์ไม่ผิดสักคำ

 ว่าแต่ว่าอวดดีเสียจริงนะ แล้วหมาตัวไหนมันเพิ่ง ‘บอกรัก’ เขากัน ใช่หมาที่ชื่อ มลุลี หรือเปล่า?

 ปากดี

 เห่าเก่ง

 ใครจะชอบ...

⋆ ˚。⋆୨୧˚ ˚୨୧⋆。˚ ⋆

นิยายชุด ‘เธอ...’ ที่เกี่ยวข้องกัน

➊ เธอ...ที่ไม่น่าไปหลงรัก (จัด X ผักกาด)

↬Status :: จบแล้ว

➋ เธอ...ที่ไม่โปรดปราน (โปรด X อัสมา)

↬Status :: จบแล้ว

➌ เธอ...ที่ไม่เข้าตา (เฉื่อย X ก้าน)

↬Status :: จบแล้ว

➍ เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก (อาร์ม X ตี้)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

➎ เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา (ดิน X มิ้ม)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

➏ เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก (ใบ X เอื้อ)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอไร้ราคี
9.0
เพื่อความอยู่รอด ทัดดาวจึงตัดสินใจมาทำงานเป็นสาวใช้ไกลถึงประเทศสเปน แม้ชีวิตจะยากลำบากแต่เธอก็ไม่เคยยอมแพ้ จนกระทั่งได้พบกับอีเกร์ มาทาดอร์ผู้มีอิทธิพลล้นมือ ซึ่งบีบบังคับให้เธอต้องตกอยู่ในสถานะนางบำเรอข้างกายอย่างลับๆ ทว่าเมื่อความลับนี้ถูกเปิดเผยออกไป เขากลับตัดรอนเธออย่างไม่ใยดี ทำให้ทัดดาวต้องหอบลูกในท้องหนีไปพร้อมความช้ำใจ ทว่าการจากไปของเธอทำให้อีเกร์แทบคลั่งด้วยความทรมาน เขาจึงเริ่มออกตามหาภรรยาและลูกน้อยเพื่อขอโอกาสไถ่โทษ ท่ามกลางเสียงดูถูกจากสังคมรอบข้างที่ตราหน้าความรักต่างชนชั้นในครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง กามเทพคุกคามรัก
8.3
ดีแลนจำใจเดินทางไปยังสกายล์ฮอลล์ คลับหรูระดับพรีเมียมของณรงค์ซึ่งเป็นเพื่อนเก่า เพื่อเจรจาดีลธุรกิจพลังงานทางเลือกร่วมกับอดัม เทียร่า นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งผู้รักความสนุกสนาน แม้ว่าดีแลนจะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกลิ่นควันและหญิงสาวคอยปรนนิบัติ แต่เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบปะครั้งนี้ได้ ทางด้านอดัมที่มองว่าคู่ค้าของตนเคร่งเครียดกับชีวิตมากเกินไป จึงตัดสินใจจัดเตรียมหญิงบริการไว้ต้อนรับเพื่อหวังให้เขาได้ผ่อนคลาย ทว่าดีแลนที่เพิ่งเสียเวลาไปกับการหลงทางและไม่ชินกับการต้องขับรถด้วยตัวเอง กลับแสดงท่าทีที่แสนเย็นชาและพยายามปลีกตัวออกห่างจากบรรดาสาวๆ เหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัด
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักเจ้าบ่าวอสูร
8.2
วิลเลี่ยม เนลสัน ทายาทมหาเศรษฐีผู้มีดีกรีเป็นถึงนายตำรวจ ต้องเผชิญมรสุมชีวิตจนถูกสั่งพักงานเพราะข่าวคาวเรื่องผู้หญิง เขาใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาจนสร้างความรำคาญใจให้แก่ จอมขวัญ เพื่อนบ้านสาวชาวไทยที่แสนจะเกลียดชังเขา ทว่าเมื่อเธอตกที่นั่งลำบากจากวิกฤตหนี้สินก้อนโต วิลเลี่ยมจึงสบช่องยื่นข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อช่วยปิดบัญชีหนี้สินทั้งหมด แลกกับการที่เธอต้องยอมมาสวมบทบาทเป็นคนรักกำมะลอเพื่อตบตาคุณย่าที่กำลังเร่งรัดอยากอุ้มเหลน แต่ทว่าแผนการหลอกลวงครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความปรารถนาส่วนตัวอันเร่าร้อน เมื่อเขาตั้งใจจะเปลี่ยนสถานะแฟนปลอมๆ ให้กลายเป็นความสัมพันธ์บนเตียงที่ตราตรึงใจเธอตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรัก [ The Vice Love ]
9.5
จากค่ำคืนที่ไม่คาดฝันนำไปสู่ความขัดแย้ง เมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไบรอัลพยายามเสนอเงินเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ทว่าต้องดาวกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะไม่อยากให้เขาตีราคาเธอเป็นเพียงผู้หญิงขายบริการ เธอปรารถนาเพียงให้เรื่องราวทั้งหมดจบลงและแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตตามเดิม แต่คนที่ไม่เคยยอมเสียเปรียบใครอย่างไบรอัลกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาพยายามยัดเยียดสถานะต่าง ๆ เพื่อลบล้างความรู้สึกผิดในใจ ท้ายที่สุดเมื่อหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ ชายหนุ่มจึงยื่นคำขาดให้เธอเข้ามาอยู่ในฐานะผู้หญิงของเขาแทนการชดเชยด้วยเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินตราค่าชดใช้แทนเงินตรา
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ