APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา

เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา

เมื่อเธอต้องก้าวเข้าสู่โลกของ 'คุณดิน' มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในฐานะเด็กในปกครองภายใต้ข้อตกลงลับ สิ่งเดียวที่เป็นกฎเหล็กต้องห้ามคือการห้ามมีใจให้กันเด็ดขาด ท่ามกลางความใกล้ชิดที่แสนเย้ายวนและอันตราย เธอพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะควบคุมหัวใจไม่ให้หวั่นไหวไปกับเสน่ห์ของเขา เพื่อรักษาพันธสัญญาระหว่างกันเอาไว้ ทว่ายิ่งนานวัน ความรู้สึกกลับยิ่งยากเกินจะต้านทาน ท้ายที่สุดแล้วเธอจะจัดการอย่างไรเมื่อหัวใจเริ่มทรยศต่อกฎเกณฑ์ และก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนความสัมพันธ์ที่เขาเคยกำหนดไว้ตั้งแต่วัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

อายุสิบห้าของมลุลีนั้นใช่ว่าจะผ่านไปได้ง่ายๆ เหมือนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับมีหนามของมันโผล่ขึ้นทุกครั้งที่ก้าวเดิน

 โผล่มาตั้งแต่จำความได้ การรับมือกับ ‘สิ่งนั้น’ จึงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเจ็บส่วนเจ็บ แต่จะเจ็บคนเดียวอยู่ไย

 “พรุ่งนี้มลุลีกับชลิตามาคัดตัวอีกรอบนะ เอาล่ะ กลับบ้านได้”

 สืบเนื่องจากประโยคนั้นของครูนาฏศิลป์ประจำโรงเรียนที่สาวเจ้าศึกษาอยู่ ทำให้ในช่วงห้าโมงกว่า เด็กสาวที่ถูกเลือกให้เป็นสองคนสุดท้ายในการคัดตัวเพื่อร่ายรำในวันงานของทางโรงเรียนไม่ได้กลับบ้านเหมือนคนอื่นเขา แต่กลับมายืนอยู่หลังห้องเก็บของเก่าๆ พร้อมคลื่นอารมณ์ร้อนระอุที่ปะทุขึ้นในใจ

 เด็กสาวห้าชีวิตต่างก็ฟาดฟันกันด้วยสายตาที่คมดั่งใบมืด

 มลุลีอยู่คนเดียว ชลิตามีกันสี่คน

 เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

 “อีมิ้ม มึงถอนตัวไปซะ งานนี้ไม่เหมาะกับมึง”

 เธอแค่นหัวเราะในลำคอ กดสายตามองคู่กรณีตั้งแต่หัว ไล่ไปยังส่วนที่ต่ำที่สุดแล้วจึงลากขึ้นมาอย่างเชื่องช้า “เพราะลูกหาบมึงมันตุ๊บกันหมด มึงเองก็กลัวว่าจะแพ้กูเหมือนกันสินะ ทำไม มึงโกรธจนตัวสั่นเลยเหรอ คนอย่างมึงมันก็มีปัญญาทำได้แค่นั้นแหละอีชา”

 หนึ่งต่อสี่ก็ไม่อาจสั่นคลอนความแกร่งในจิตใจของเด็กสาวได้ เธอชินเสียแล้วกับเรื่องเช่นนี้

 ชลิตาชี้หน้าเธอด้วยความโกรธจัด สายตาที่ใช้มองแข็งกร้าวเหมือนที่แล้วๆ มา “มึงจะถอนตัวดีๆ หรืออยากหน้าแหกก็เลือกมาเลย”

 “พรุ่งนี้ก็รู้ผลอยู่แล้ว มึงจะกลัวทำไมถ้ามึงมีดี มั่นใจว่าเอาชนะกูได้” เธอบิดยิ้มอย่างสังเวช “หรือเพราะมึงไม่มีดีพอจะเอากูลงเลยพาพวกมาเห่าใส่กูแบบนี้”

 “สำคัญตัวจังนะ กูแค่ไม่อยากลดตัวไปแข่งกับคนอย่างมึง”

 “คนอย่างกูแล้วมันทำไม”

 ชลิตาก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว สองมือยกขึ้นมากอดไว้ที่อก เหยียดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างที่เธอเคยทำกับอีกฝ่าย ริมฝีปากบางบิดเป็นรอยยิ้มหยัน นัยน์ตาประกายเพียงความเกลียดชัง

 เจ้าหล่อนย่ำยีศักดิ์ศรีของมลุลีด้วยการใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากมน “มันต่ำ ต่ำเหมือนแม่ของมึง”

 เธอสะบัดมือของคนตรงหน้าออก จ้องมองอย่างอาฆาต

 สาวน้อยหัวเดียวกระเทียมลีบตวาดลั่น “อีชา!”

 “ทำไม โกรธเหรอ” ชลิตาถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “แค่พูดความจริงทำมาเป็นรับไม่ได้ ข้อร้องเหอะ มึงก็รู้อยู่เต็มอกว่าแม่มึงมันเป็นแค่กะหรี่ชั้นต่ำ”

 “หุบปากของมึงไปเลยนะ”

 เจ้าหล่อนยิ่งได้ใจเมื่อเห็นมลุลีเริ่มเป็นหมาบ้า “มึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อมึงคือใคร เพราะแม่มึงมันเป็นอีตัว ผ่านผู้ชายมาเป็นร้อยเป็นพัน เผลอๆ มึงมีพ่อเป็นพันคนด้วยซ้ำ”

 การได้ด่าให้มลุลีจนมุม เป็นเรื่องที่เธอพึงพอใจที่สุดในชีวิต

 แต่แล้วมลุลีก็ทำเรื่องเหนือความคาดหมาย...มันยิ้ม...ยิ้ม?

 “ไม่รู้ว่าพันคนที่ว่าจะรวมพ่อมึงอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า”

 คนฟังเบิกตาโต กำมือแน่น “อีมิ้ม!”

 “มันก็ไม่แน่หรอกนะ พ่อมึงอาจจะเป็นลูกค้าแม่กูด้วยก็ได้ และบางทีกูก็อาจจะเป็นพี่น้องกับมึง ไหน เรียกกูว่าพี่มิ้มให้ชื่นใจ- อั๊ก!”

 พูดยังไม่ทันจบประโยคดี ฝ่าเท้าที่มีรองเท้านักเรียนห่อหุ้มอยู่ก็ถูกยกขึ้น ชลิตาถีบเข้าที่หน้าท้องของเธออย่างเต็มแรง จนกระทั่งร่างแน่งน้อยล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าที่พื้น

 เธอรู้...รู้ เปิดก่อนได้เปรียบ เธอพลาดที่เอาแต่พล่ามจนโดนมันถีบ เมื่อร่างบอบบางล้มลง คู่ปรับตลอดกาลก็รีบปรี่มาคร่อมตัว ทว่ามลุลีมิอาจยอมรับต่อความเสียเปรียบได้จึงยกเท้าขึ้นเพื่อถีบชลิตาจนอีกฝ่ายมีสภาพไม่ต่างกัน แต่สลัดเจ้าหล่อนได้ไม่ถึงนาที ลูกหาบทั้งสามอย่างนิรมน สุสิริ และพลานิชก็ตามมาสมทบ โดยที่คนหลังนั้นถือว่าแรงควายกว่าใคร ก่อนที่ชลิตาจะตั้งตัวได้แล้วกลับมาร่วมวง

 ผลัดกันตบ ผลัดกันจิก ไม่มีใครยอมใคร ได้แผลอย่างเท่าเทียมกันทุกฝ่าย

 มลุลีฝ่าแรงคนทั้งสี่จนลุกขึ้นมาได้ หลังมีสภาพยับเยินเหมือนเพิ่งฟัดกับหมาข้างถนน เธอปรี่ไปหาตัวต้นเรื่องอย่างชลิตา ยื่นมือไปกระชากหัวอย่างไม่ออมแรง พอดีกับที่โดนใครสักคนดึงผมจนใบหน้าเชิดขึ้น

 ความเจ็บแล่นเข้ากลางใจ แต่ความคับแค้นสั่งให้กัดฟันสู้

 ชลิตาเองก็เจ็บที่โดนดึงผม เจ้าหล่อนอยากหลุดพ้นจากพันธนาการนี้จึงยื่นมือไปข้างหน้า หวังใช้เล็บจิกเนื้อหนังที่เป็นส่วนใบหน้าของมลุลี ซึ่งเธอก็ทำได้ แต่หลังจากเจ้าตัวรับรู้ว่าได้แผลจนเสียเลือด ก็ปล่อยมือออกจากผม แล้วเสยหมัดไปอย่างไม่สนใจจุดไหนเป็นพิเศษ แค่อยากให้มันเจ็บเหมือนที่ตัวเองเจ็บ

 ได้ผล ชลิตายกมือมากุมดวงตาของตน “อีมิ้ม! มึงต่อยกู”

 มลุลีไม่พูดพร่ำทำเพลง หันมาจิกหัว แลกหมัด ฟัดจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยกับคนทั้งสาม ได้กันไปหลายแผล ไม่มีใครไม่เจ็บตัว มีแค่ใครเจ็บมากเจ็บน้อยเท่านั้น

 “เฮ้ย! ทำไรกัน!”

 เสียงเข้มเจือด้วยคลื่นอารมณ์ตกใจระคนโมโหดังขึ้น นักการภารโรงวัยห้าสิบกว่าก้าวเดินมายังห้าสาวคอซอง ที่พอรับรู้ถึงการมาของเขาก็รีบผละออกจากกันอย่างร้อนรน

 สภาพของแต่ละคนไม่เหลือดี ผมที่เมื่อเช้าถูกเปียไว้อย่างดีบัดนี้ไม่มีทรงเดิมหลงเหลืออยู่ มันฟูฟ่องจนยุ่งไปทั้งห้าหัว เสื้อผ้าทั้งยับทั้งเลอะไปด้วยคราบฝุ่น บางคนก็ได้เลือด บางคนเนื้อตัวช้ำเป็นจุดๆ

 เป็นนักเรียนดีๆ ไม่ชอบ อยากเป็นนักมวยกันเสียอย่างนั้น

 เขาอดจะถอนหายใจไม่ได้ “อีกแล้วรึ”

 ชลิตาโพล่งขึ้น “มันมาทำหนูก่อน”

 สาวน้อยผู้ตัวคนเดียวตวัดตามองผู้พูดที่ให้การเท็จ เธอโดนถีบจนจุกไปทั้งท้อง แม่นี่ยังกล้าจะรับบทเหยื่อ

 “ที่นี่โรงเรียนนะ ไม่ใช่ค่ายมวยที่จะมาเตะต่อยตบตีอะไรกันแบบนี้ มันไม่งามนะไอ้หนู”

 ทั้งห้าอ้อมแอ้มตอบ “...ค่ะ”

 “ครั้งนี้ลุงคงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ ไป ไปห้องพักครู”

 สิ้นประโยค ทุกคนต่างก็ใส่เกียร์หมาออกตัววิ่งชนิดไม่เห็นฝุ่น

 ลมหายใจถูกพ่นออกอีกครั้ง “เด็กหนอเด็ก กว่าจะโตจะได้กันคนละกี่แผลกันหนอ”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอไร้ราคี
9.0
เพื่อความอยู่รอด ทัดดาวจึงตัดสินใจมาทำงานเป็นสาวใช้ไกลถึงประเทศสเปน แม้ชีวิตจะยากลำบากแต่เธอก็ไม่เคยยอมแพ้ จนกระทั่งได้พบกับอีเกร์ มาทาดอร์ผู้มีอิทธิพลล้นมือ ซึ่งบีบบังคับให้เธอต้องตกอยู่ในสถานะนางบำเรอข้างกายอย่างลับๆ ทว่าเมื่อความลับนี้ถูกเปิดเผยออกไป เขากลับตัดรอนเธออย่างไม่ใยดี ทำให้ทัดดาวต้องหอบลูกในท้องหนีไปพร้อมความช้ำใจ ทว่าการจากไปของเธอทำให้อีเกร์แทบคลั่งด้วยความทรมาน เขาจึงเริ่มออกตามหาภรรยาและลูกน้อยเพื่อขอโอกาสไถ่โทษ ท่ามกลางเสียงดูถูกจากสังคมรอบข้างที่ตราหน้าความรักต่างชนชั้นในครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง กามเทพคุกคามรัก
8.3
ดีแลนจำใจเดินทางไปยังสกายล์ฮอลล์ คลับหรูระดับพรีเมียมของณรงค์ซึ่งเป็นเพื่อนเก่า เพื่อเจรจาดีลธุรกิจพลังงานทางเลือกร่วมกับอดัม เทียร่า นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งผู้รักความสนุกสนาน แม้ว่าดีแลนจะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกลิ่นควันและหญิงสาวคอยปรนนิบัติ แต่เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบปะครั้งนี้ได้ ทางด้านอดัมที่มองว่าคู่ค้าของตนเคร่งเครียดกับชีวิตมากเกินไป จึงตัดสินใจจัดเตรียมหญิงบริการไว้ต้อนรับเพื่อหวังให้เขาได้ผ่อนคลาย ทว่าดีแลนที่เพิ่งเสียเวลาไปกับการหลงทางและไม่ชินกับการต้องขับรถด้วยตัวเอง กลับแสดงท่าทีที่แสนเย็นชาและพยายามปลีกตัวออกห่างจากบรรดาสาวๆ เหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัด
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักเจ้าบ่าวอสูร
8.2
วิลเลี่ยม เนลสัน ทายาทมหาเศรษฐีผู้มีดีกรีเป็นถึงนายตำรวจ ต้องเผชิญมรสุมชีวิตจนถูกสั่งพักงานเพราะข่าวคาวเรื่องผู้หญิง เขาใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาจนสร้างความรำคาญใจให้แก่ จอมขวัญ เพื่อนบ้านสาวชาวไทยที่แสนจะเกลียดชังเขา ทว่าเมื่อเธอตกที่นั่งลำบากจากวิกฤตหนี้สินก้อนโต วิลเลี่ยมจึงสบช่องยื่นข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อช่วยปิดบัญชีหนี้สินทั้งหมด แลกกับการที่เธอต้องยอมมาสวมบทบาทเป็นคนรักกำมะลอเพื่อตบตาคุณย่าที่กำลังเร่งรัดอยากอุ้มเหลน แต่ทว่าแผนการหลอกลวงครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความปรารถนาส่วนตัวอันเร่าร้อน เมื่อเขาตั้งใจจะเปลี่ยนสถานะแฟนปลอมๆ ให้กลายเป็นความสัมพันธ์บนเตียงที่ตราตรึงใจเธอตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรัก [ The Vice Love ]
9.5
จากค่ำคืนที่ไม่คาดฝันนำไปสู่ความขัดแย้ง เมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไบรอัลพยายามเสนอเงินเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ทว่าต้องดาวกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะไม่อยากให้เขาตีราคาเธอเป็นเพียงผู้หญิงขายบริการ เธอปรารถนาเพียงให้เรื่องราวทั้งหมดจบลงและแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตตามเดิม แต่คนที่ไม่เคยยอมเสียเปรียบใครอย่างไบรอัลกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาพยายามยัดเยียดสถานะต่าง ๆ เพื่อลบล้างความรู้สึกผิดในใจ ท้ายที่สุดเมื่อหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ ชายหนุ่มจึงยื่นคำขาดให้เธอเข้ามาอยู่ในฐานะผู้หญิงของเขาแทนการชดเชยด้วยเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินทองเงินตราค่าชดใช้แทนเงินตรา
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ