APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2

หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2

เมื่อขีดจำกัดความอดทนของชายหนุ่มแสนดีหมดลง เขาจึงเลือกที่จะประจันหน้ากับเรย์ หญิงสาวที่คอยปั่นหัวและเล่นกับความรู้สึกของเขามาโดยตลอด ในภาคต่อนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอารมณ์อันคุกรุ่น เขาได้เอ่ยปากเตือนเธออย่างจริงจังว่า หากเธอยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมดื้อรั้นและเลิกเล่นสนุกกับหัวใจของเขาเช่นนี้ เธออาจต้องพบกับบทลงโทษอันแสนเร่าร้อนที่เขาเตรียมไว้จัดการ จนกว่าเธอจะไร้เรี่ยวแรงและไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อต้านเขาได้อีกต่อไป ท่ามกลางโลกของเหล่าหมาป่าที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

10 ปีก่อน ณ สวนสาธารณะ

เรย์ในวัยเก้าขวบ เขาเป็นเด็กชายที่มีดวงตาสีน้ำเงินเช่นเดียวกับแม่ของเขา เด็กน้อยวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ในสนามเด็กเล่นแต่เพื่อน ๆ กลับวิ่งหนีพร้อมท่าทีที่คล้ายกับว่ากลัวเขา เพราะสีดวงตาของเขามันดูประหลาด แต่เด็กน้อยยังคงพยายามเข้าหาเด็กเหล่านั้นอย่างไม่ท้อแท้แม้จะถูกรังเกียจมากเพียงใด

กรุ๊งกริ๊ง ๆ

เสียงกระดิ่งรถไอศกรีมขับผ่านหน้าของเรย์ไป เขาหยุดนิ่งมองเพื่อน ๆ กำลังวิ่งกรูไปที่รถคันนั้น ด้วยความสนใจเขาหันไปมองไอติมซึ่งแปะทับอยู่ระหว่างขนมปังชิ้นใหญ่ด้วยดวงตาลุกวาว

“แม่ครับ ผมอยากกินแบบใส่ขนมปังเหมือนพี่คนนั้น” เรย์วิ่งเข้าไปหาคุณแม่คนสวย ผมของเธอมีสีดำขลับยาวสวยตัดกับผิวขาวเนียน เด็กน้อยทำท่าทางน่าสงสารพร้อมส่งสายตาออดอ้อนมองมาที่เธอ มือเรียวสวยวางลงบนศีรษะของลูกชายอย่างเอ็นดู

“ไปซื้อกัน” เรย์ยิ้มร่าเริงเมื่อคุณแม่ตอบรับ เธอจูงมือลูกชายมาที่รถขายไอศกรีม

“ไอศกรีมวานิลลาใส่ขนมปังค่ะ” หญิงสาวหันไปบอกกับคุณลุงคนขาย เขาสบตากับเธอก็มีท่าทียึกยักก่อนจะรีบตักไอติมส่งให้

"มีอะไรหรือเปล่าคะ" หญิงสาวยื่นเงินให้คุณลุง เห็นสายตาของเขามองจ้องเธอและลูกไม่หยุด คล้ายกำลังให้ความสนใจบางอย่างแต่เป็นสายตาที่ดูสุภาพ ไม่เย้ยหยันเหมือนกับมนุษย์คนอื่น

"ดวงตาของพวกคุณงดงามมาก มันคงพบเจอได้น้อย" พ่อค้ากล่าวชมถึงดวงตาของทั้งคู่

"ขอบคุณ ความพิเศษนี้มีเพียงสามคนบนโลกใบนี้เท่านั้น" โรร่าตอบเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง

"หมายความว่ายังไงเหรอครับ" เรย์ถามด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินคำพูดของแม่

"ดูสิ เรากับแม่เหมือนกันมากแค่ไหน" หญิงสาวนั่งลงข้างลูกของเธอ พร้อมชี้ไปที่ดวงตาสีน้ำเงินดั่งทะเลลึกคู่นั้นของเธอ

"ครับ" เรย์สบตากับคุณแม่พยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะหันไปสนใจไอศกรีมบนมือเรียวสวย

"ผะ...ผมกินได้หรือยังครับ มันจะละลายแล้ว" เด็กน้อยพยายามเอื้อมมือหยิบมันจากมือของแม่

พึ่บ!!! แม่ขยับของกินรสหวานหลบออก เด็กชายตัวน้อยล้มเข้าหาแม่ ปากเล็กจูบลงบนแก้มขาวนวลของเธอ

“แม่แกล้งผม” เด็กน้อยเขินอายที่ตัวเองหอมลงบนแก้มของแม่ หญิงสาวคนสวยฉีกยิ้มหวานให้ลูกชาย จูบลงบนหน้าผากเล็กนั้นอย่างอ่อนโยนก่อนจะยื่นไอติมให้ เด็กน้อยรับไอติมมากัดชิมคำเล็ก ๆ ก่อนที่แม่จะจูงมือเขาเดินเล่น

"แม่ครับ" เรย์มองหน้าแม่ของเขาตลอดทาง เมื่อเห็นใบหน้าที่เคร่งขรึมอีกครั้งก็รู้สึกไม่สบายใจ

"แม่...ไม่มีความสุขงั้นเหรอครับ" เรย์ถามเสียงเรียบมองสบตาของแม่

"ทำไม...ถามแบบนั้นล่ะ" เธอหันมาตอบรับลูกชาย

"แม่ไม่ยิ้ม ผมอยากให้แม่ยิ้มให้ผมเยอะ ๆ ครับ" เด็กน้อยฉีกยิ้มหวานให้กับคุณแม่ ทำเอาคนเป็นแม่อดเอ็นดูความช่างพูดช่างจาของเขาไม่ได้

"แม่จะพยายามจ้ะ" ว่าแล้วเธอก็ส่งยิ้มหวานให้ลูกชายพร้อมลูบหัวน้อย ๆ นั้น

"แม่ยิ้มสวยที่สุดเลย ผมรักแม่นะครับ” ดวงตาสีน้ำเงินที่บริสุทธิ์มองจ้องแม่ของเขาด้วยความภาคภูมิใจ

“แม่ก็รักลูก ๆ จ้ะ” เธอตอบรับเรย์

“แม่ครับผมมีคำถาม...ทำไมเพื่อนไม่อยากเล่นกับผม” เด็กน้อยพูดออกมาเบา ๆ คล้ายกับกำลังน้อยใจ

“แม่เชื่อว่าเด็กดีจะต้องมีเพื่อนเยอะ”

“ครับ งั้นผมจะเป็นเด็กดีตลอดไปเลย ผมจะได้มีเพื่อนเยอะ ๆ” ความสุขเล็ก ๆ ของเด็กน้อย เพียงแค่มีไอศกรีมในมือและคุณแม่ที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ยิ้มได้หน้าบาน

“คุณมาแล้วเหรอ” โรร่าหันไปทักทายเมสันที่เดินก้าวยาวเข้ามาหาทั้งคู่

“เย่ พ่อมาแล้ว” เรย์หันไปมองตามแม่ วิ่งไปกระโดดกอดพ่อในทันที

“ไหนใครบอกอยากถ่ายรูปนะ” เมสันอุ้มลูกชายขึ้นบนแขนแกร่งพร้อมเอ่ยถามลูกชายอย่างรู้ใจ

“ผมครับ ไปกันเลย ๆ” เรย์ดีใจมากชูไอศกรีมขึ้นสูง เขาอมยิ้มเมื่อมองพ่อกับแม่เดินข้าง ๆ กัน

พวกเรามาถึงร้านถ่ายรูป ในตอนนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการถ่ายภาพครอบครัวครั้งแรก ผมจับมือใหญ่ของพ่อให้กุมมือของคุณแม่ไว้ และไปนั่งอยู่บนตักของพ่อ แต่ทั้งคู่แกล้งผม...เมื่อช่างกล้องกดปุ่มถ่ายภาพ รูปที่ออกมาน่ะกลายเป็นผมที่ถูกพ่อและแม่พร้อมใจกันหอมแก้มผม หน้าตาของผมทั้งตลกปนความตกใจพร้อมรอยยิ้มที่เผยออกมาอย่างสดใส

ข้างกายของผมมีคุณพ่อเมสันและคุณแม่โรร่า พวกเรามีความสุขกันมาก คุณพ่อของผมขยันกว่าใคร ๆ เขาออกไปทำงานและกลับเข้าบ้านพร้อมกับอาหารที่น่ากินเสมอ คุณแม่โรร่าจะอยู่กับผมเสมอ เธอมักจะปลูกดอกกุหลาบสีน้ำเงินอยู่ในสวนหลังบ้าน รอยยิ้มของเธอสดใส เธอใจดีและตามใจผมเสมอ จนผมนึกไปว่าพวกเราจะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป แต่แล้ว...

3 ปีต่อมา

“พ่อครับ! แม่ครับ! ผมกลับมาแล้ว” เรย์ที่เพิ่งลงจากรถรับส่งของโรงเรียน เดินกลับเข้ามาในบ้านร้องหาพ่อแม่ของเขาด้วยความดีใจ แต่ภาพตรงหน้าทำเอาเรย์ต้องตกใจแทบช็อก

“พะ…พ่อ เป็นอะไรครับ ฮือ พ่อ!!!” เด็กน้อยทำตัวไม่ถูก พ่อของเขาได้รับบาดเจ็บ หน้าท้องของเขาถูกแทงด้วยบางสิ่งจนเป็นแผลขนาดใหญ่เหวอะลึก และมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

“เรียกรถพยาบาล” พ่อพูดขึ้นมาอย่างอิดโรย เรย์ตั้งสติได้ก็รีบวิ่งหาโทรศัพท์แล้วกดโทรออก

“ฮะ...ฮัลโหลครับ ช…ช่วยพ่อของผมด้วยครับ ฮือ” เรย์ร้องไห้เสียงสั่นพูดกับเจ้าหน้าที่

โรงพยาบาล

“พ่อครับ ทำไมผมไม่เห็นแม่เลย แม่ไปไหนงั้นเหรอ ทำไมเธอไม่มาเยี่ยมพ่อ” ผมยืนอยู่ข้างเตียงของพ่อที่ได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีและอยู่ในความปลอดภัย เขามองประตูสักพักแล้วแต่ยังไม่เห็นแม่เปิดเข้ามาสักที

‘เวลาสำคัญแบบนี้ทำไมผมไม่เห็นแม่’

“เธอตายแล้ว” ช็อกยิ่งกว่าคือการที่พ่อพูดประโยคนี้ออกมา

“ฮือ พ่อพูดอะไรครับ พ่อโกหกผม แม่จะตายได้ยังไง”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฟังพ่อ” พ่อบีบแขนของผมแน่น ผมร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจโดยไม่สามารถอดกลั้นได้ ผมไม่มีทางยอมรับได้

“ฮืออ พ่อครับ พาผมไปหาแม่ก่อน ไปดูเธอก่อน” พ่อได้แต่ส่ายหัวก่อนจะดึงผมเข้ากอด แม้ตัวเขาจะเจ็บหนัก

“ต่อไปนี้เรย์อยู่กับพ่อ เราจะไม่พูดถึงเธออีก”

“ทำไมล่ะครับ ทำไมล่ะ ผมไม่เข้าใจ ฮือ” เรย์ยังคงโอดครวญร้องไห้หาแม่อยู่เสมอ

พ่อครับ...ช่วยพาผมไปหาแม่ได้หรือเปล่า ฮึก ๆ นะครับ

พ่อโกหกผมใช่ไหม ทำไมไม่พาผมไปล่ะ

ทำไมเราต้องย้ายอีกแล้ว ไม่ต้องย้ายโรงเรียนแล้วได้หรือเปล่า

พ่อครับ!

“ถ้ายังจะเอาแต่ร้องไห้ แล้วถามถึงแต่โรร่าก็ไม่ต้องมาคุยกับฉัน”

ผมไม่มีสิทธิ์พูดถึงแม่อย่างนั้นเหรอ บอกผมสิ

“เธอ...ไม่ได้รักลูก”

หมายความว่ายังไง แม่บอกว่าแม่รักผม ๆ ฮืออ พ่อโกหก ๆ ๆ

“ไปสงบสติซะ อ่อนแอต่อไปเธอก็ไม่กลับมา”

แล้วถ้าผมเข้มแข็ง เธอจะกลับมางั้นเหรอ ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจที ฮือ

“เลิกพูดถึงเธอซะ นี่คือคำสั่ง จำไว้!”

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พ่อของผมเก็บภาพถ่ายครอบครัวไปซ่อนไว้ทั้งหมด ไม่มีภาพไหนที่มีใบหน้าของแม่อีก และไม่มีครั้งไหนที่ผมพูดถึงเธอ หรือแสดงความอ่อนแอ...แล้วผมจะไม่ถูกพ่อดุด่า ยิ่งพ่อตั้งใจทำแบบนี้ ผมยิ่งเชื่อปักใจว่าแม่ของผมยังไม่ตาย แม้ตอนนี้มันจะผ่านมาเนิ่นนานแต่ผมก็ยังเชื่อว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

ณ ห้องเก็บของ

“เข้ามาทำอะไร ออกไปซะ” พ่อของผมกระชากดึงตัวของผมให้ออกไปจากห้องเก็บของ

“พ่อครับ ผมขอเวลาก่อน ผมแค่ขอดูหน้าเธอ ผมสัญญาผมจะไม่เข้ามาในห้องนี้อีก”

“ดูพอหรือยัง” เมสันหยิบรูปถ่ายของแม่ไปจากมือของผม เขาหยิบไฟแช็กขึ้นมา ดวงตาของผมเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“พ่อจะทำอะไร หยุดนะครับ!”

“ออกไป!” เขาผลักให้ผมออกมาจากบ้านหลังนั้นอย่างแรง จนผมล้มลงแต่ก็ยังพยายามคลานไปเกาะขาของพ่อ

“ไม่ พ่ออย่าทำแบบนี้ ผมขอร้อง ฮือ ผมแค่อยากเก็บความทรงจำของแม่ไว้ พ่ออย่าทำลายมันนะครับ” ผมจำได้ดี ในตอนนั้นผมร้องไห้แทบขาดใจ แต่เสียงของผมยังคงส่งไปไม่ถึงพ่ออยู่ทุกที ตั้งแต่เสียแม่ไป พ่อของผมเขาก็เปลี่ยนไปมาก

เขาราดน้ำมันท่วมห้องนั้น จุดไฟแช็กเผาภาพที่อยู่บนมือโยนภาพใบนั้นเข้าไปด้านในห้องที่มีความทรงจำของผมทุกอย่าง ภาพถ่ายครอบครัวเป็นรูปถ่ายเดียวที่ผมมี รูปถ่ายเดียวที่ผมไม่สามารถเก็บมันเอาไว้ได้ มันค่อย ๆ ไหม้สลายหายไปต่อหน้าต่อตาของผม ก่อนจะปิดประตูลง เพลิงไหม้ก็ท่วมบ้านเก็บของหลังเล็กอย่างรวดเร็ว

“แม่ครับบบ!” วินาทีที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต นั่นคือช่วงเวลาที่ผมไม่สามารถกล่าวลาคนที่รัก ผมไม่สามารถรักษาสิ่งที่รักได้ ผมอ่อนแอและทำได้เพียงร้องไห้คร่ำครวญอยู่ที่ตรงนั้นไม่ไปไหน มองดูความทรงจำเหล่านั้นพังทลายลงตรงหน้า

ผมเคยคิดว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ผมสัญญากับแม่แล้วว่าผมจะเป็นเด็กดีของแม่ตลอดไป ผมยังไม่ได้ทำมันเลยนะครับ ถ้าผมมีโอกาสเจอแม่อีกครั้ง ผมจะกอดเธอ ผมจะบอกรักเธอ ผมอยากได้ยินเสียงของเธอ...แม้จะเป็นเพียงห้วงความฝันผมก็ดีใจ

“พ่อขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ เราทั้งคู่...ลืมเธอไปเถอะนะ ไปใช้ชีวิตใหม่ พ่อสัญญาจะไม่มีวันทิ้งเรย์ไป” พ่อโน้มตัวเข้ากอดผม พร้อมพูดประโยคหนึ่ง ผมโกรธพ่อมาก แต่เพราะน้ำเสียงของพ่อกำลังสั่นเครือ ผมเลยรู้ว่า...แท้จริงแล้วพ่อเองก็เสียใจ

“มะ...แม่ครับ ฮึก ฮึก” ผมคิดถึงแม่มากเลยนะครับ ผมอยากจะกอด อยากจะเจอแม่อีกสักครั้ง ผมในตอนนี้...เหนื่อยมากเลยครับแม่ ช่วยอยู่ข้าง ๆ ผมก่อนได้หรือเปล่า ได้โปรด...อย่าทิ้งผมไป

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักหัวใจทมิฬ
9.5
สิงโตยืนจังก้าน่ากลัวดักรอหญิงสาวอยู่ที่ข้างรั้วประตูบ้านหลังใหญ่ ใบหน้าของเขาดูดุร้าย สายตาดวงเข้มแดงก่ำมันอาจลุกเป็นไฟเผาผลาญร่างอวบอั๋นนั่นได้ถ้าขืนเขามองนานๆ แค้นใจยิ่งนัก เธอกล้าดีอย่างไรไปหาและขอร้องให้น้ำผึ้งทำแบบนั้น ชายหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่นจนเกิดเป็นสันตามแนวคาง ยามได้เห็นใบหน้าระรื่นระริกระรี้ของเธอ “มารยา!!... เลว เห็นแก่ตัวที่สุด” เสียงเข้มเปล่งออกมาทำให้หญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาเปิดประตูรั้วบ้านหยุดชะงัก “พิ พี่...โต !!” พรพรรณสะดุ้งตกใจ เสียงสั่นๆ เปรยถามชายหนุ่ม เธอหมดสภาพไร้ความดีงามติดตัว ยามไปพบเจอน้ำผึ้ง นึกแล้วก็น่าใจหาย เธอกลายเป็นผู้หญิงร้ายกาจในสายตาของน้ำผึ้ง ทำเรื่องเลวร้ายแต่กลับมีหน้าไปขอร้องให้หญิงสาวเดินออกไปจากชีวิตสิงโต เสียงอันดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอต้องรีบห่อตัว ร่างบางสั่นเล็กน้อย “ใช่!! ฉันเอง” คนตัวโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ตาดวงเข้มดุดันจ้องมองเธอไม่วางตา รวมทั้งใบหน้าของเขาถมึงทึงน่ากลัวเหลือเกิน “พิ...พี่โต มาหาพรมีอะไรหรือเปล่าคะ?” เปรยเสียงสั่นเอ่ยถามเขา กลัวสายตาของคนร่างโตเหลือเกิน แต่เธอก็ทำใจกล้า ทำเป็นไม่เกรงกลัว เธอต้องเข้มแข็ง “หึ หึ... มีหน้ามาถามฉันนะ ร้ายกาจที่สุด...” “พี่โตพูดเรื่องอะไรคะ?” “เธอรู้อยู่แก่ใจยังมีหน้ามาถามฉันนะ พรพรรณ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดดักหน้าของเธอไว้ ไม่ให้หญิงสาวเข้าบ้านไปได้ง่ายๆ “หลีกค่ะ… พรจะเข้าบ้าน” พรพรรณยกมือขึ้นผลักคนร่างหนาให้หลีกทางให้ แต่ก็ไม่ทำให้คนร่างโตขยับเขยื้อนเลย เขายังยืนจ้องหน้าของเธออยู่ “เธอนี่ร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ คงอยากได้มากสินะ ผัวน่ะ ถึงสั่นระริกๆ ไปสั่งคนนั่นคนนี้ให้เดินออกไปจากฉัน” สิงโตเปล่งเสียงกระซิบลอดออกมาตามไรฟัน เขาเอ่ยวาจาเหยียดหยัน มุมปากหนากระตุกยิ้มเยือกเย็น “พี่โต...มันจะมากไปแล้วนะ” พรพรรณเปล่งเสียงอันสั่นเครือ ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เธอแหงนใบหน้าอันขาวซีดมองคนตัวโต “เธอนี่จิตใจทำด้วยอะไร ?” “แล้วใครล่ะที่ทำให้พรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพี่โตเหรอ... คนเห็นแก่ตัว เลวที่สุด” พรพรรณเปรยเสียงไหวหวั่นกระซิบ “เธอนี่กล้านะ ถ้าฉันไม่เมาคงกินเธอไม่ลงแน่…” “แต่พรก็เป็นเมียพี่โตแล้ว เมียที่ท้องด้วย ลูกของพี่โตอยู่ในนี้ไง” พรพรรณแหงนมองคนที่ตัวสูงกว่าเธอมาก แล้วก้มหน้าลงชี้นิ้วไปตรงท้องที่ยังโหนกนูน สื่อให้เขารับรู้ไว้ว่าสามเดือนแล้ว “เธอแน่ใจหรือว่าไอ้เด็กในท้องของเธอน่ะ มันเป็นลูกของฉัน” สิงโตเอ่ยเสียงเยาะเย้ย “คนทุเรศ ถึงพรจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ พรก็ไม่ได้มั่วนะ หลีกไป…” มือบางยกขึ้นผลักคนร่างหนาที่ยังกักเธอไว้ “เธอกล้าดีอย่างไรไปขอร้องน้ำผึ้งแบบนั้น” สิงโตอยากจะหักคอคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นกางออกคล้ายๆ จะจับลำคอระหงนั้นขย้ำบีบให้แหลกคามือ แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก “พรทำไปเพราะลูก พรผิดด้วยเหรอคะ?” “ลูกของเธอคนเดียว ไอ้มารหัวขนในนั้นมันไม่ใช่ลูกฉัน” คนร่างสูงก้มมองหน้าท้องโตเล็กน้อย เปล่งออกมาด้วยความแค้น พร้อมทั้งกางมือออกทั้งสองข้างหวังจะบีบขย้ำลำคอระหงนั่น “เอาสิคะ... การที่พรไปขอร้องน้ำผึ้งมันทำให้พี่โตเป็นบ้าก็เอาสิคะ ฆ่าพรเลย บีบสิคะ บีบเลย... เลวที่สุด” เธอยืดขยับลำคอให้ชายหนุ่ม ท้าทายเขาตรงหน้า ใบหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มนวลก็แหงนมองหน้าของคนเห็นแก่ตัว “เธออย่าท้าทายฉันนะพรพรรณ” สิงโตแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มือยกขึ้นชี้หน้าหญิงสาว “พรไม่ได้ท้า... บีบเลยค่ะ จะได้หายแค้นไง” หญิงสาวตัวสั่นเทา ยามได้เห็นแววตาเข้มส่องแสงประกายสีแดงก่ำพิโรธมายังเธอ “หึหึ!! เธอได้ตายสมใจแน่ ฉันจะทำให้เธอตายทั้งเป็น มานี่!! นางมารร้าย” สิงโตเหลืออด เขากระชากร่างอวบอั๋นนั่นเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด จนทำให้ใบหน้าของหญิงสาวกระทบอกแกร่ง “โอ๊ยย!!...พรเจ็บนะ คนบ้า” สาวร่างอวบพยายามดิ้นให้ออกจากการรัดกุมของชายหนุ่ม เธอแหงนใบหน้ามองเขา ส่วนชายหนุ่มก็ก้มมองเธออยู่เช่นกัน สองสายตาจ้องมองกัน “หยุดดิ้น!! และไปกับฉันเดี๋ยวนี้” สิงโตฉุดกระชากลากดึงหญิงสาวให้เดินตามเขาไปยังรถที่จอดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนใหญ่ “กรี๊ดดด!! ปล่อยพรนะ” พรพรรณทั้งรั้งทั้งทุบตีข้อมือใหญ่ที่จับกุมข้อมือของเธอ “หยุดกรี๊ดสักที ถ้าเธอมีปากเสียงกับฉัน เธอได้ตายเป็นศพไม่สวยแน่” สิงโตเปลี่ยนจากการฉุดกระชาก เขาใช้แขนอันทรงพลังโอบกอดรอบช่วงอกอิ่ม กึ่งอุ้มกึ่งลากหญิงสาวพาเดินข้ามถนนใหญ่ มือใหญ่อีกข้างก็ประกบปิดเรียวปากของเธอไว้ ไม่ยอมให้เสียงกรี๊ดร้องของเธอเล็ดลอดออกมาให้ใครต่อใครได้ยิน
ภาพปกนิยายเรื่อง พิชญ์รัก
9.2
...เหตุเพราะน้องชายตัวดี ไปมีความสัมพันธ์ต้องห้าม กับศัตรู หัวเด็ดตีนขาด “เธอ” ก็ไม่มีวันยอมให้น้องชายลงเอยกับลูกสาวของตระกูลที่เคยดูถูกเธออย่างไม่มีดี . ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ หากไม่เพราะ “เขา” ทายาทหนุ่มเสเพลของบ้านนั้น ที่ซ้อนแผนเอาคืนเธอ ทำเอางานนี้ เจ้าหล่อนจะต้องเลือกว่าจะยอมให้น้องชายได้ลงเอยในเรื่องความสัมพันธ์ หรือจะจนมุมไปกับจอมวางแผนที่ตนก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว.... เขาช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น และต้องการเอาชนะเธอมาตั้งแต่ต้น โดยมี “เรือนร่าง” เธอเป็นเดิมพัน +++++++++++++++++++++++++++++++ “ปล่อยฉันไปนะ นี่คุณเล่นบ้าอะไร?” “เล่นบ้าอะไรงั้นเหรอ... ก็เล่นผัวเมียกันยังไงล่ะ” “คนบ้า! มันใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้มั้ย ปล่อยฉันไปนะ!” “เล่นผัวเมียกันจริงๆ มีลูกด้วยกันจริงๆ สักคนสองคน” “คนบ้า เล่นไปคนเดียวเถอะ” “มีลูกกับผม คุณจะได้รู้... ความรู้สึกที่โดนพรากลูกพรากแม่มันเป็นยังไง” “เลว! นรกขุมไหนส่งคุณมาเกิดกัน คนบ้า!” สิ้นเสียงเล็ก จูบร้อนแรงถูกบดขยี้ลงมาอย่างร้ายกาจ เชลยในอ้อมกอดไม่อาจขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ตัวดีว่า จุมพิตนี้หาใช่เกิดจากความรัก หากเขาต้องการแค่เพียงลงทัณฑ์เธอ... “คุณ... ไม่นะ พราวไม่อยากท้อง!” หญิงสาวบ่ายหน้าหนีจนหลุดพ้นพันธนาการจุมพิตร้าย ก่อนวอนขอ... “ไม่ทันแล้วครับ คุณต้องท้องและรับรู้ความเจ็บปวดว่าการถูกพรากลูกมันเป็นยังไง” “คนเลว... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ถ้าปล่อย... ก็ยังไม่หายแค้นน่ะสิครับ” ถ้อยคำนั้นแสนธรรมดา หากเจือแววเยือกเย็นพร่าผลาญใจ ส่งให้เชลยสาวในอ้อมกอดรู้สึกหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้....
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้อนรักวิศวะร้าย (Kyle & Queen)
8.7
เมื่อ ‘ควีน’ ตกหลุมรัก ‘ไคล์’ เพื่อนสนิทของพี่ชายตั้งแต่แรกเจอ เธอจึงไม่คิดจะยอมแพ้แม้จะรู้ว่าเขามีใจให้เพื่อนผู้หญิงอีกคนในกลุ่มวิศวะมาโดยตลอด ในเมื่อรักของเขาเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียวที่ไม่มีวันสมหวัง ควีนจึงตั้งมั่นที่จะเดินหน้าจีบเขาอย่างสุดกำลัง เพื่อเปลี่ยนสถานะจากเพียงแค่น้องสาวของเพื่อนไปสู่การเป็นคนรักตัวจริง เธอพร้อมพิสูจน์ให้ไคล์เห็นว่า ความรักอันมั่นคงของเธอนั้นมีค่ามากกว่าการจมปลักอยู่กับคนที่ไม่เคยมีใจให้ และต่อให้เขาจะร้ายกาจใส่เธอแค่ไหน ควีนก็มั่นใจว่าจะใช้วิธีอ้อนจนคว้าหัวใจของเขามาครองได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักเพลิงรัญจวน
8.8
วิชญ์ พ่อหม้ายหนุ่มผู้เก็บงำความรู้สึกแอบรักลูกสาวของเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เธอยังเด็ก เมื่อสบโอกาสเขาจึงพร้อมใช้ทุกกลเม็ดเด็ดพรายเพื่อครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของเธอ ขณะที่ จิรดา บัณฑิตจบใหม่ในวัยยี่สิบสองปีที่กำลังเริ่มต้นชีวิตทำงาน ต้องเดินทางไปฝึกงานภายใต้การดูแลของเพื่อนสนิทผู้เป็นพ่อ โดยที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่า การก้าวเข้าสู่บ้านหลังนี้คือการเดินเข้าสู่กับดักเสน่หาที่ชายหนุ่มผู้อาบน้ำร้อนมาก่อนตั้งใจขุดล่อไว้เพื่อกักขังและตีตราจองเธอไว้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้ายเริ่มรัก
8.3
ความเกลียดชังอันแรงกล้าที่ฝังลึกในใจชายหนุ่ม ทำให้เขาเลือกที่จะประกาศสงครามความแค้นกับปิ่นและมารดาอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเดียวคือการทำลายล้างความสุขทุกอย่างในชีวิตของเธอให้หมดสิ้นไป คำข่มขู่ที่แฝงไปด้วยความโกรธแค้นนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการจองเวรที่เขาเตรียมการไว้ ปิ่นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับและเผชิญหน้ากับพายุความเกลียดชังที่โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อเขาตั้งมั่นว่าจะบดขยี้ชีวิตของเธอให้จมดิ่งอยู่กับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส และฝากรอยแผลเป็นแห่งความแค้นครั้งนี้ไว้ในใจของเธอไปจนวันตาย
ภาพปกนิยายเรื่อง Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์
8.3
เมื่อความผิดหวังซ้ำซากสร้างบาดแผลลึกในใจจนยากจะเยียวยา ประตูแห่งความรักจึงเกือบถูกปิดตายลงอย่างถาวร ทว่าความรู้สึกที่มีต่อใครคนหนึ่งกลับไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา แต่มันกลับยิ่งฝังรากลึกอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่มีวันลบเลือน แม้ว่าวันเวลาจะล่วงเลยและชีวิตต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้า แต่ความผูกพันและรักแท้นั้นจะยังคงสถิตอยู่ตราบนิรันดร์โดยไม่มีวันลืมเลือน