APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2

หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2

เมื่อขีดจำกัดความอดทนของชายหนุ่มแสนดีหมดลง เขาจึงเลือกที่จะประจันหน้ากับเรย์ หญิงสาวที่คอยปั่นหัวและเล่นกับความรู้สึกของเขามาโดยตลอด ในภาคต่อนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอารมณ์อันคุกรุ่น เขาได้เอ่ยปากเตือนเธออย่างจริงจังว่า หากเธอยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมดื้อรั้นและเลิกเล่นสนุกกับหัวใจของเขาเช่นนี้ เธออาจต้องพบกับบทลงโทษอันแสนเร่าร้อนที่เขาเตรียมไว้จัดการ จนกว่าเธอจะไร้เรี่ยวแรงและไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อต้านเขาได้อีกต่อไป ท่ามกลางโลกของเหล่าหมาป่าที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ค่ำคืนแห่งความอันตราย ผมหวาดกลัวและหวาดระแวงเมื่อได้เผชิญหน้ากับแวมไพร์ตัวเป็น ๆ รูปลักษณ์ของมันน่าขยะแขยง เรียวปากแสยะยิ้มน่ากลัวเชือดเฉือนหมายจะฆ่าชีวิตพวกเราสองพ่อลูก ใจของผมสั่นกลัว เพราะกลัวว่าจะสูญเสียคนในครอบครัวไปอีกคนหนึ่ง ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานจนเข้าไปในกระดูกผมจดจำมันได้ดี ร่างกายของผมอิดโรย พยายามฝืนดวงตาให้เปิดออกชำเลืองมองดูบาดแผลบนตัว เลือดที่ไหลออกมาจากไหล่ด้านซ้ายมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเจ็บเลยในตอนนี้ ก่อนจะเลื่อนสายตามองจ้องแผ่นหลังของพ่อที่กำลังขับรถพาผมหนีออกมาจากแวมไพร์กลุ่มนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเราปลอดภัยแล้ว แต่จู่ ๆ ภาพของพ่อก็กลายเป็นหมอกสีขาว และตัวผมเองก็สลบไปโดยไม่รู้ตัว

บ้านของเรย์

ผมลืมตาตื่นมาบนเตียงด้วยร่างกายที่ยังเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยไปทั้งตัว ในขณะที่ขยับตัวความรู้สึกเจ็บจี๊ดพลันแล่นขึ้นมาที่บริเวณแขนด้านซ้าย เมื่อมองดูมันจึงเห็นว่าถูกพันด้วยผ้าพันแผลไว้เป็นอย่างดี อาการมึนหัวยังคงไม่หายไป

ดวงตาสีน้ำเงินมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ภาพเลือนรางชัดเจนขึ้น ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยสีดำ ในขณะที่แสงพระอาทิตย์กำลังถูกบดบัง หางตาเล็กหันกลับมาสำรวจรอบห้องก็พบว่ามันคือห้องของเขาเอง เหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวอีกครั้ง มันย้ำเตือนถึงอันตราย และทำให้เรย์ร้อนใจรีบดีดตัวลุกจากที่นอน

“เมื่อคืนพวกเราสู้กับแวมไพร์ แล้วนี่มัน...เป็นช่วงดึกของอีกวันแล้วงั้นเหรอ” ผมรีบวิ่งตรงไปที่ห้องของพ่ออย่างไม่ลังเล

“พ่อครับ!” ผมเปิดประตูห้องเข้าไปแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ‘หรือว่าจะอยู่ข้างล่างนะ ที่ห้องครัวงั้นเหรอ’

“พ่ออยู่หรือเปล่า” แม้จะเดินลงมาดูที่ห้องครัวก็ไม่มีวี่แววของพ่ออยู่เลย

“พ่อออกมาเถอะครับ” ผมยังคงวิ่งวนหารอบบ้านเปิดดูห้องนู้นห้องนี้และรับรู้ด้วยตัวเองว่าผมกำลังจะขาดสติ

‘ไปไหนของเขานะ รถก็ยังจอดอยู่นี่นา’

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก แต่ปลายสายไม่มีการตอบรับใด ๆ ทำให้ผมร้อนใจกดโทรหาพ่อซ้ำ ๆ

“ตื่นแล้วงั้นเหรอ” เสียงปริศนาของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากในห้องนั่งเล่น เสียงนั้นทำเอาผมตกใจจนสะดุ้งโหยง น่าแปลกที่มัน...เป็นเสียงที่ผมคุ้นเคย เพียงแต่ไม่ใช่เสียงพ่อของผม!!!

เมื่อผมหมุนตัวไปมองตามเสียงก็ต้องชะงักหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

‘ทำไมถึงเป็นเขาล่ะ เขามาอยู่ในบ้านของผมได้ยังไง!?’

ดวงตาของคนทั้งคู่สบเข้าด้วยกัน เรย์จ้องมองอีกคนด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะคว้าปืนที่เหน็บไว้ข้างเอวขึ้นจ่อตรงไปที่เขาด้วยมือที่สั่นระริกจากความกลัว

“นายมาอยู่ที่บ้านของฉันได้ยังไง?” คนร่างสูงเดินเข้าหาคนตัวเล็กทั้งที่ยังไม่ตอบอะไร สีหน้าของเขาเรียบนิ่งจนคนตัวเล็กเดาไม่ถูกว่าคนตรงหน้าคิดจะทำอะไรกันแน่

“ยะ...อย่าเข้ามา!!!” เรย์ค่อย ๆ ถอยออกห่างจากผู้ชายตรงหน้า

“ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก” สองมือของเขายกขึ้นคล้ายเป็นการบอกอีกนัยหนึ่งว่าไม่มีอาวุธ พลางมองจ้องไปที่เรย์ด้วยสายตาไม่ประสงค์ร้าย คนตัวเล็กหลบสายตาจากคนตรงหน้า สิ่งเดียวที่เขาสนใจในตอนนี้คือความปลอดภัยของพ่อ

“เรย์...” คนเสียงทุ้มเรียกชื่อคนตัวเล็กออกมาอย่างแผ่วเบา เขายังคงก้าวเท้ายาวตามเรย์ที่ถอยออกห่างจากตัวเขา

“นายมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ตอบมา!” เรย์มองชายเส้นผมสีดำสนิทด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ดวงตาสีน้ำเงินจดจ้องอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ หางตายกสูงหมายเค้นคำตอบจากคนตรงหน้า

“อยากรู้เรื่องพ่อไม่ใช่เหรอ”

“นายรู้อะไร!”

“ตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันจะบอกให้ดี” เรย์มีสายตาที่คาดหวัง คนตัวสูงไม่อยากโกหกเรย์อีกต่อไป เขาคิดเพียงว่าเรย์ควรได้รับรู้ความจริง

“พ่อของนาย...ไม่รอดแล้ว” เพียงคำกล่าวที่นิ่งเรียบ ทำให้เรย์ตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพูดออกมาจนสติแทบหลุดไป

ไม่จริง!!!

ไม่มีทาง!!!

ไอ้หมอนี่!!! มันโกหก!!!

“พูดบ้าอะไรของนายวะ!!!” เรย์สบถใส่หน้าเขา น้ำตาของเรย์เริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาสีครามที่บอบช้ำนั้น ตัวสั่นเครือ สายตาเบือนหนีจากคนตรงหน้า ก่อนจะผลักคนตัวสูงให้หลบแล้ววิ่งตรงไปที่ประตูทางออก แน่นอนว่าเรย์ไม่เชื่อในสิ่งที่ถูกเปล่งออกมาจากปากของเขา

“ไปที่นั่นไม่ได้! อยากถูกฆ่าตายหรือไง!” คนร่างบางขาดสติไปแล้ว ร่างสูงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งตามไป มือหนาคว้ากอดเอวของเรย์ดึงรั้งเข้าหาตัวเขา

ฮึก ฮึก...ฮือ

“ปล่อย!!! อย่ามาจับตัวฉัน อย่ามาขวาง” เรย์ดิ้นและร้องไห้โฮออกมา เขากำลังเสียใจอย่างหนักจนคุมตัวเองไม่อยู่ แต่ด้วยท่าทีของคนร่างสูงที่ไม่ยอมปล่อยเรย์ง่าย ๆ คนตัวเล็กเลยต่อว่าเขาไปอีก

“ปล่อยดิวะ ไอ้เลว! นายเป็นคนของพวกมันสินะลูคัส” คนตัวสูงยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ เรย์ก็กระโดดเหยียบเท้าคนที่กอดจากด้านหลังซ้ำ ๆ ทั้งยังกระทุ้งศอกแหลมเข้าที่หน้าท้องหลายครั้งจนคนตัวสูงต้องยอมปล่อย ทันทีที่ร่างกายหลุดพ้นจากพันธนาการเรย์จึงเร่งฝีเท้าก้าวยาวพยายามคว้าบิดกลอนประตู

“หยุด!!!”

น้ำเสียงที่เย็นชาและดุดันของเขาไม่อาจหยุดการกระทำของเรย์ได้ ดูเหมือนเรย์จะไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกแล้ว และกำลังคลุ้มคลั่ง

“ถ้านายไม่หยุด ฉันจะจูบนาย!!!” ประโยคที่ฟังดูจริงจังดังมาจากข้างหลัง คนร่างสูงจับแขนของคนตัวเล็กกระชากกลับมา

[Talk Lucus]

‘เรย์รู้ว่าผมเป็นแวมไพร์จริงด้วยสินะ แต่ช่างเถอะ เรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้วผมเห็นเรย์ปวดใจ ผมเองก็...ปวดร้าว’

ผมรวบกอดเอวของเรย์ดึงเข้าหาตัวและล็อกไว้แน่นกว่าเดิม เรย์ยังคงดิ้นไม่หยุด เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ดวงตาสีน้ำเงินเศร้าหมอง น้ำตาใสไหลออกมาไม่หยุด

ดวงตาคู่นี้เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจซึ่งในตอนนี้มันไม่เหมือนเคย เรย์กำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง เขากำลังกลัว พร้อมทั้งสายตาที่สื่อว่าเขากำลังโกรธแค้น และรังเกียจผม

‘ผมรู้สึกชาไปทั้งตัว ผมทนมองดวงตาที่เผยความรู้สึกทรมานของเรย์...ไม่ไหวแล้วล่ะ’

มือหนายกขึ้นจับท้ายทอยคนตัวเล็กโน้มกอดร่างบาง คนร่างเล็กศีรษะแนบซบกับอกกว้างของเขาทำให้ได้ยินเสียงหัวใจเราทั้งคู่ดังประสานกันไปมา

“ฮือ...ฮึก นายทำแบบนี้ทำไมลูคัส!!!” มือเรียวยกขึ้นทุบตีคนตรงหน้า

“ฉันไม่ได้อยากทำ” มือใหญ่ยกขึ้นจับล็อกมือเล็กทั้งสองไว้ด้วยมือเดียว เขาพยายามจะอธิบาย

“นายไม่ต้องแสร้งทำเป็นคนดี นายมันตัวอันตราย อยากฆ่าฉันอีกคนก็เอาเลย ฉันไม่เหลือใครแล้วลูคัส!!!” เรย์พ่นประโยคยาวออกมาด้วยความโมโหและเสียใจ คำพูดของเรย์มันเสียดแทงและกัดกินไปจนถึงขั้วหัวใจของผม

ลูคัสมองเรย์ด้วยสายตาที่เจ็บปวด เขาเองก็รู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยชีวิตพ่อของเรย์ได้

คนตัวสูงจับแขนเล็กทั้งสองข้างไว้ในเกาะกุม วางมือเรียวไว้บนแผงอกกว้างที่เสียงของหัวใจเต้นดังออกมา ยิ่งเขาทำแบบนี้ เรย์กลับยิ่งอึดอัดใจ

“ฉันขอโทษ ๆ ๆ” ลูคัสไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ เขาทำได้เพียงขอโทษเรย์ซ้ำ ๆ

“ฮึก ฮือ ปล่อย!!! อย่ามากอดฉัน อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันเกลียดนายลูคัส ฉันเกลียดนาย!!!” คำพูดของเรย์ทำให้ผมเจ็บลึกภายในใจยิ่งกว่าเดิม ผมกลัวว่าเรย์จะเกลียดผมจริง ๆ ผมกลัวว่าความสัมพันธ์ของพวกเราจะเปลี่ยนแปลงไป

“เกลียดฉันมากเลยเหรอ” คำพูดก่อนหน้านั้นของเรย์ทำให้หัวใจของผมแทบแหลกสลาย ผมไร้เรี่ยวแรงจะเอ่ยคำใดออกมา ทำได้เพียงปล่อยเรย์ให้เป็นอิสระ

แววตาของลูคัสเศร้าหมอง นัยน์ตาสีรัตติกาลยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของเรย์ และหวังจะฟังคำตอบที่ไม่เลวร้ายเกินไป

“เออ ฉันโคตรเกลียดนาย ฉันไม่น่ามีเพื่อนแบบนายเลย ไม่ควรไว้ใจนายตั้งแต่แรก นายมันเห็นแก่ตัว! ไปให้พ้น อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” เรย์พูดประโยคยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงเศร้าที่เจือไปด้วยความโกรธและความผิดหวัง ทั้งยังตะโกนไล่ผมให้ออกไปจากบ้านของเขา

‘ฉันไม่เคยอยากเป็นแค่เพื่อนสำหรับนาย...เรย์’ ประโยคที่ลูคัสเปล่งออกมาได้เพียงความคิด สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ความไว้ใจจากเรย์ที่มีต่อผมมลายหายสิ้นไม่เหลือชิ้นดี

[Talk Ray]

ผมขยะแขยงเขามากกว่าเดิม ทั้งที่เขาทำผิดยังกล้าเสนอหน้ามาให้ผมเห็น และผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องพูดประโยคนี้กับเขา แม้ผมจะโกรธเขามากแค่ไหนแต่ผมก็ไม่กล้าทำร้ายเขา เพราะผมมันอ่อนหัด!

“ไปให้พ้น!!!” เรย์ยังคงพูดออกมาอย่างจริงจังแม้ตัวและเสียงจะสั่นเทาด้วยความโกรธ

ลูคัสถูกเรย์ตะเบ็งเสียงไล่อีกครั้ง เขาจึงเริ่มยอมรับแล้วว่ากำลังถูกรังเกียจ ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไป จากใบหน้าที่คล้ายรู้สึกผิดกลับมีรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ปรากฏอีกครั้ง

“งั้นช่วย...เกลียดฉันให้มากกว่านี้” ทั้งที่พยายามไล่เขา แต่เขากลับกระทำในสิ่งตรงข้าม ลูคัสเขยิบตัวเข้ามาใกล้ผมกว่าเดิม ผมถอยหลังจนติดเข้ากับกำแพงบ้าน เขาเข้ามาใกล้ผมมากเกินไป แขนยาวของเขาทั้งสองข้างวางขนาบซ้ายขวาบนกำแพงปิดกั้นไม่ให้ผมหลบหนีไปได้

“นะ...นายจะทำอะไร” เรย์พูดเสียงสั่น คนตรงหน้าทั้งน่ากลัวและไม่น่าไว้ใจที่สุด คนร่างบางคิดเพียงว่าถ้าอยู่แบบนี้ต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่

พึ่บ เรย์ตัดสินใจมุดลอดตรงหว่างแขนของคนตัวสูง หมุนตัวหลบออกมา ก่อนจะคว้าปืนลั่นไกใส่ลูคัส

ปัง!!!

ลูกกระสุนถูกปล่อยออกไป แต่เพราะความเร็วของลูคัสทำให้เขาหลบมันได้อย่างหวุดหวิด มือหนาปัดปืนบนมือคนตัวเล็กตกลงพื้น เรย์วิ่งคว้าหยิบปืนขึ้นมาได้ แต่คนร่างสูงก็จับล็อกแขนทั้งสองของคนตัวเล็กเข้ากับกำแพง เรย์พยายามสู้แรงของลูคัสแต่ยังคงติดอยู่ในการควบคุมของเขา

“แรงเยอะดีนะเรย์ ดื้ออีกสิฉันชอบ” เสียงดุเข้มหนักแน่นของลูคัสพร้อมกับแรงกดที่แขนผม ทำเอาเรย์รู้สึกอึดอัด

“พูดบ้าอะไรของนาย ฉันไม่ตลก!!!”

“ฉันก็ไม่ตลก คนเลวแบบฉันก็เหมาะกับการทำเรื่องเลว ๆ อยู่แล้วนี่”

“...”

“ต่อจากนี้นายจะมีฉันอยู่ในใจตลอดเวลา” คนร่างบางสบตากับเจ้าของนัยน์ตาสีรัตติกาล ดวงตาเล็กสั่นระริกเพราะคำพูดของคนตรงหน้าบอกเขาเป็นนัยแล้วว่าต้องการที่จะทำอะไรบางอย่าง

เพียงชั่วพริบตาคนร่างสูงโน้มใบหน้าหล่อเข้าหาคนร่างเล็กที่แขนทั้งสองยังคงถูกตรึงเข้ากับกำแพง แม้จะอยากขัดขืนแต่ร่างกายกลับไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

‘คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะเลิกเกลียดนายงั้นเหรอ’

สัมผัสเย็นเยือกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่บริเวณมุมปากของคนตัวเล็ก เรย์พยายามเอียงใบหน้าหลบไม่ให้โดนริมฝีปากแต่คนร่างสูงกดร่างของเรย์ไว้แน่นจนคนตัวเล็กขยับออกไม่ได้

“ไม่ต้องเลิกเกลียดหรอก เกลียดฉันให้มากกว่านี้คือสิ่งที่ฉันต้องการ” ลูคัสยกริมฝีปากขึ้น น้ำเสียงเย็นชาถูกเปล่งกระซิบข้างใบหูเล็ก เขาตอบกลับคล้ายว่าอ่านใจของเรย์ได้ พร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์เชือดเฉือนคล้ายจะสังหารเหยื่อก่อนโน้มตัวเข้าหาคนร่างบางอีกครั้ง เรย์ยังคงพยายามหลบสัมผัสจากริมฝีปากหนาเม้มปากไว้สนิทไม่ยอมได้คนร่างสูงได้สัมผัสมัน คนร่างสูงยังไม่หยุดลงมือ เขาเลื่อนตำแหน่งกดริมฝีปากหนาลงบนแก้มขาวเนียนของเรย์อย่างหื่นกระหาย

มันทั้งเย็น ทั้งอึดอัด ผมสู้แรงของเขาไม่ได้เลย เขาไม่ยอมผ่อนแรง ริมฝีปากที่เย็นเฉียบกลับเลื่อนลงมาสัมผัสที่ลำคอของผม ทั้งยังกัดและขบเม้มซ้ำ ๆ หลายจุดจนผมเจ็บ

‘ถ้าผมไม่รีบลงมือ เขาต้องทำมากกว่านี้แน่’

“เจ็บ ปล่อยนะเว้ย!” เรย์ดิ้นไม่หยุดพร้อมทั้งทั้งโวยวายเสียงดัง ขาเรียวยาวพยายามถีบเข้าหาคนข้างหน้าจนคนตัวเล็กหลุดออกมาจากเกาะกุมของเขาได้

[Talk Lucus]

เรย์รังเกียจผมมากจริง ๆ สินะ ถ้าหาก...ผมเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยทำให้เขาเสียใจ เขาจะปฏิเสธผมหรือเปล่า

ถึงอย่างนั้นผมก็ทำได้แค่เพียงความคิด ผมยอมรับว่าผมเคยคิดทำร้ายเรย์ แต่มันก็ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ผมรู้สึกไม่อยากสูญเสียเรย์ไป ถ้าผมเลือกได้ ผมก็ไม่อยากที่จะไปจากเรย์ ผมอยากปกป้อง ผมอยากเป็นเพียงคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมอบความสุขให้กับเรย์อย่างที่ใจอยากจะทำ

แต่ความจริงแล้ว...ผมเป็นตัวอันตราย ผมไม่อาจเข้าใกล้ใครได้ผมรู้ตัวดี ทุกอย่างมันผิดที่ผมเอง ความรักจากคนอย่างผม มันผิดที่ผิดเวลา และเรย์คงไม่ต้องการ

‘สุดท้าย...ผมก็เป็นแค่คนที่ไม่เคยได้หัวใจของเขา’

ปัง ปัง ปัง!

เรย์ตั้งสติได้ ตัดสินใจลั่นไกใส่ลูคัส เมื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง ลูคัสก็หายตัวไปแล้ว

“โธ่เว้ยลูคัส ฉันเกลียดนาย ขยะแขยงนาย!!!” เสียงของเรย์ตะโกนร้องลั่นบ้าน รีบเดินไปที่อ่างน้ำ ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและสัมผัสจากลูคัส เรย์รีบล้างสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกทันที ร่างเล็กทรุดตัวลงข้างอ่างน้ำ นั่งชันเข่าฟุบหน้าลงก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

ลูคัสโดนกระสุนเงินของเรย์ ถ้าไม่เจ็บหนัก ก็คงตายไปในที่สุด เรย์ยังคงแสดงความอ่อนไหวและแอบสงสารเขา โทษตัวเองอยู่ภายในใจกับความอ่อนแอของตน

บ้านที่เงียบสงัดมีเพียงเสียงร้องไห้ของเรย์ และรอยหยดเลือดเปื้อนบนพื้นบ้านส่งกลิ่นคาวคลุ้ง เรย์พึมพำร้องเรียกหาพ่อ ใบหน้ากลับมาเจือด้วยน้ำตาอีกครั้ง

พ่อครับ พ่ออยู่ที่ไหน~

ฮึก ฮึก~

ฮือ~

บ้านของเจค

ตื้ด ตื้ด~ เจคกดโทรออกหาเรย์หลายต่อหลายครั้ง

“ทำไมเรย์ไม่รับสายเราเลยวะ” ผมรอเรย์ตอบกลับมาทั้งวันแต่เรย์กลับหายเงียบไป ไม่อ่านข้อความ ไม่รับโทรศัพท์ เขากำลังทำให้ผมกระวนกระวายจนหงุดหงิด คนร่างสูงเดินวนไปวนมารอบห้อง

ปึง! เจคเปิดประตูออกมาจากห้องเสียงดังกระทบกำแพง

เพียงปลายนิ้วคว้าจับกุญแจรถที่แขวนไว้ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากห้องอาหารซึ่งเป็นเสียงของคาร่า

“มึงจะไปไหน”

“มึงอย่าไปเลยเจค พวกกูขอร้อง” ธามพูดอ้อนวอนเจค พร้อมสีหน้าที่คาดหวังว่าเจคจะไม่ทิ้งพวกเขาไป

ผมสบตากับเพื่อนทั้งสอง ผมเข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ดี พวกเราเพิ่งสูญเสียรูดี้ไปทำให้พวกเขาทั้งคู่รู้สึกหวาดระแวง และไม่ปลอดภัย ซึ่งผมเองก็เป็นเหมือนหัวหน้าของพวกเขา ตอนนี้คาร่าเองก็บาดเจ็บ และทุกคนต่างเสียใจกับการจากไปของรูดี้ แต่ว่าผม...ก็เป็นห่วงเรย์เหมือนกัน

“โธ่เว้ย!!!” เจคปล่อยหมัดใส่กำแพง เลือดไหลซิบออกมา ตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้อีกแล้ว

19.00น.

ติ๊ง!

“ครับ” ข้อความสั้น ๆ ที่ถูกตอบกลับจากเรย์

ครืด~ ผมรีบกดโทรหาเรย์ทันที

“ฮัลโหลครับ” เรย์พยายามทำเสียงให้เป็นปกติแม้เมื่อเปล่งออกมาแล้วจะฟังดูเศร้ามากก็ตาม

“เรย์หายไปไหนมา ทำไมเพิ่งตอบพี่”

“ผมแค่ไม่สบาย พรุ่งนี้ไม่ต้องมารับหรอกครับ ยังไงผมก็จะลาหยุดอยู่แล้ว”

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า เสียงเหมือน...ร้องไห้” เสียงของเรย์ไม่สดใสเหมือนทุกครั้ง ทำให้เจคสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

“อื้ม แค่นี้ก่อนนะครับ” เรย์กดตัดสายไป นี่เป็นครั้งแรกที่เรย์มีท่าทีแปลกไป

‘ต้องเกิดอะไรขึ้นกับเขาแน่’ เจคใช้ความคิด ความกังวลกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขา

ครืด ครืด ครืด~

ผมรีบวางสายจากพี่เจค และปล่อยให้โทรศัพท์โทรออกหาพ่ออัตโนมัติหลายร้อยสาย ไม่มีสักครั้งเลยที่พ่อจะกดรับมัน

“พ่อ รีบกลับมานะครับ ฮึก ฮึก”

“พ่อ ผมรออยู่นะ”

“พ่อ ทำไมไม่รับสายผมเลย”

“ฮึกก พ่อครับ”

“พ่อ ผมจะไม่แกล้งพ่อแล้ว”

“ผมจะไม่ดื้อแล้ว”

“พ่อครับ โกรธอะไรผมอยู่หรือเปล่า กดรับสายเถอะนะครับ”

“พ่อ...ผมคิดถึงพ่อ”

“ไหนบอกจะไม่ทำให้ผมเป็นห่วงไง ฮึก ฮือ”

“ไหนพ่อบอกว่า...จะไม่ทิ้งผมไปอีกคนไง”

“สัญญากันแล้วนี่ครับ”

“พ่อต้องกลับมาหาผมนะ”

“พ่อ...พ่อ...พ่อครับ”

“แม่ครับ ฮือ” เรย์เศร้าเสียใจ ปมในใจของเขากำลังถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง เขากำลังเคว้งคว้างจนเผลอเรียกหาแม่

เรย์นอนหน้าแนบหมอน คำพูดเปล่งเป็นน้ำเสียงที่สั่นเครือกลั่นออกมาจากความรู้สึก ในก้นบึ้งของจิตใจ น้ำตาไหลลงหมอนจนเปียกชื้นพลางมองจ้องโทรศัพท์ และภาวนาให้พ่อกดรับสาย กระทั่งดวงตาปิดลงอย่างไม่รู้ตัวด้วยความเหนื่อยล้าไปทั้งใจ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักหัวใจทมิฬ
9.5
สิงโตยืนจังก้าน่ากลัวดักรอหญิงสาวอยู่ที่ข้างรั้วประตูบ้านหลังใหญ่ ใบหน้าของเขาดูดุร้าย สายตาดวงเข้มแดงก่ำมันอาจลุกเป็นไฟเผาผลาญร่างอวบอั๋นนั่นได้ถ้าขืนเขามองนานๆ แค้นใจยิ่งนัก เธอกล้าดีอย่างไรไปหาและขอร้องให้น้ำผึ้งทำแบบนั้น ชายหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่นจนเกิดเป็นสันตามแนวคาง ยามได้เห็นใบหน้าระรื่นระริกระรี้ของเธอ “มารยา!!... เลว เห็นแก่ตัวที่สุด” เสียงเข้มเปล่งออกมาทำให้หญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาเปิดประตูรั้วบ้านหยุดชะงัก “พิ พี่...โต !!” พรพรรณสะดุ้งตกใจ เสียงสั่นๆ เปรยถามชายหนุ่ม เธอหมดสภาพไร้ความดีงามติดตัว ยามไปพบเจอน้ำผึ้ง นึกแล้วก็น่าใจหาย เธอกลายเป็นผู้หญิงร้ายกาจในสายตาของน้ำผึ้ง ทำเรื่องเลวร้ายแต่กลับมีหน้าไปขอร้องให้หญิงสาวเดินออกไปจากชีวิตสิงโต เสียงอันดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอต้องรีบห่อตัว ร่างบางสั่นเล็กน้อย “ใช่!! ฉันเอง” คนตัวโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ตาดวงเข้มดุดันจ้องมองเธอไม่วางตา รวมทั้งใบหน้าของเขาถมึงทึงน่ากลัวเหลือเกิน “พิ...พี่โต มาหาพรมีอะไรหรือเปล่าคะ?” เปรยเสียงสั่นเอ่ยถามเขา กลัวสายตาของคนร่างโตเหลือเกิน แต่เธอก็ทำใจกล้า ทำเป็นไม่เกรงกลัว เธอต้องเข้มแข็ง “หึ หึ... มีหน้ามาถามฉันนะ ร้ายกาจที่สุด...” “พี่โตพูดเรื่องอะไรคะ?” “เธอรู้อยู่แก่ใจยังมีหน้ามาถามฉันนะ พรพรรณ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดดักหน้าของเธอไว้ ไม่ให้หญิงสาวเข้าบ้านไปได้ง่ายๆ “หลีกค่ะ… พรจะเข้าบ้าน” พรพรรณยกมือขึ้นผลักคนร่างหนาให้หลีกทางให้ แต่ก็ไม่ทำให้คนร่างโตขยับเขยื้อนเลย เขายังยืนจ้องหน้าของเธออยู่ “เธอนี่ร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ คงอยากได้มากสินะ ผัวน่ะ ถึงสั่นระริกๆ ไปสั่งคนนั่นคนนี้ให้เดินออกไปจากฉัน” สิงโตเปล่งเสียงกระซิบลอดออกมาตามไรฟัน เขาเอ่ยวาจาเหยียดหยัน มุมปากหนากระตุกยิ้มเยือกเย็น “พี่โต...มันจะมากไปแล้วนะ” พรพรรณเปล่งเสียงอันสั่นเครือ ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เธอแหงนใบหน้าอันขาวซีดมองคนตัวโต “เธอนี่จิตใจทำด้วยอะไร ?” “แล้วใครล่ะที่ทำให้พรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพี่โตเหรอ... คนเห็นแก่ตัว เลวที่สุด” พรพรรณเปรยเสียงไหวหวั่นกระซิบ “เธอนี่กล้านะ ถ้าฉันไม่เมาคงกินเธอไม่ลงแน่…” “แต่พรก็เป็นเมียพี่โตแล้ว เมียที่ท้องด้วย ลูกของพี่โตอยู่ในนี้ไง” พรพรรณแหงนมองคนที่ตัวสูงกว่าเธอมาก แล้วก้มหน้าลงชี้นิ้วไปตรงท้องที่ยังโหนกนูน สื่อให้เขารับรู้ไว้ว่าสามเดือนแล้ว “เธอแน่ใจหรือว่าไอ้เด็กในท้องของเธอน่ะ มันเป็นลูกของฉัน” สิงโตเอ่ยเสียงเยาะเย้ย “คนทุเรศ ถึงพรจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ พรก็ไม่ได้มั่วนะ หลีกไป…” มือบางยกขึ้นผลักคนร่างหนาที่ยังกักเธอไว้ “เธอกล้าดีอย่างไรไปขอร้องน้ำผึ้งแบบนั้น” สิงโตอยากจะหักคอคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นกางออกคล้ายๆ จะจับลำคอระหงนั้นขย้ำบีบให้แหลกคามือ แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก “พรทำไปเพราะลูก พรผิดด้วยเหรอคะ?” “ลูกของเธอคนเดียว ไอ้มารหัวขนในนั้นมันไม่ใช่ลูกฉัน” คนร่างสูงก้มมองหน้าท้องโตเล็กน้อย เปล่งออกมาด้วยความแค้น พร้อมทั้งกางมือออกทั้งสองข้างหวังจะบีบขย้ำลำคอระหงนั่น “เอาสิคะ... การที่พรไปขอร้องน้ำผึ้งมันทำให้พี่โตเป็นบ้าก็เอาสิคะ ฆ่าพรเลย บีบสิคะ บีบเลย... เลวที่สุด” เธอยืดขยับลำคอให้ชายหนุ่ม ท้าทายเขาตรงหน้า ใบหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มนวลก็แหงนมองหน้าของคนเห็นแก่ตัว “เธออย่าท้าทายฉันนะพรพรรณ” สิงโตแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มือยกขึ้นชี้หน้าหญิงสาว “พรไม่ได้ท้า... บีบเลยค่ะ จะได้หายแค้นไง” หญิงสาวตัวสั่นเทา ยามได้เห็นแววตาเข้มส่องแสงประกายสีแดงก่ำพิโรธมายังเธอ “หึหึ!! เธอได้ตายสมใจแน่ ฉันจะทำให้เธอตายทั้งเป็น มานี่!! นางมารร้าย” สิงโตเหลืออด เขากระชากร่างอวบอั๋นนั่นเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด จนทำให้ใบหน้าของหญิงสาวกระทบอกแกร่ง “โอ๊ยย!!...พรเจ็บนะ คนบ้า” สาวร่างอวบพยายามดิ้นให้ออกจากการรัดกุมของชายหนุ่ม เธอแหงนใบหน้ามองเขา ส่วนชายหนุ่มก็ก้มมองเธออยู่เช่นกัน สองสายตาจ้องมองกัน “หยุดดิ้น!! และไปกับฉันเดี๋ยวนี้” สิงโตฉุดกระชากลากดึงหญิงสาวให้เดินตามเขาไปยังรถที่จอดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนใหญ่ “กรี๊ดดด!! ปล่อยพรนะ” พรพรรณทั้งรั้งทั้งทุบตีข้อมือใหญ่ที่จับกุมข้อมือของเธอ “หยุดกรี๊ดสักที ถ้าเธอมีปากเสียงกับฉัน เธอได้ตายเป็นศพไม่สวยแน่” สิงโตเปลี่ยนจากการฉุดกระชาก เขาใช้แขนอันทรงพลังโอบกอดรอบช่วงอกอิ่ม กึ่งอุ้มกึ่งลากหญิงสาวพาเดินข้ามถนนใหญ่ มือใหญ่อีกข้างก็ประกบปิดเรียวปากของเธอไว้ ไม่ยอมให้เสียงกรี๊ดร้องของเธอเล็ดลอดออกมาให้ใครต่อใครได้ยิน
ภาพปกนิยายเรื่อง พิชญ์รัก
9.2
...เหตุเพราะน้องชายตัวดี ไปมีความสัมพันธ์ต้องห้าม กับศัตรู หัวเด็ดตีนขาด “เธอ” ก็ไม่มีวันยอมให้น้องชายลงเอยกับลูกสาวของตระกูลที่เคยดูถูกเธออย่างไม่มีดี . ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ หากไม่เพราะ “เขา” ทายาทหนุ่มเสเพลของบ้านนั้น ที่ซ้อนแผนเอาคืนเธอ ทำเอางานนี้ เจ้าหล่อนจะต้องเลือกว่าจะยอมให้น้องชายได้ลงเอยในเรื่องความสัมพันธ์ หรือจะจนมุมไปกับจอมวางแผนที่ตนก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว.... เขาช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น และต้องการเอาชนะเธอมาตั้งแต่ต้น โดยมี “เรือนร่าง” เธอเป็นเดิมพัน +++++++++++++++++++++++++++++++ “ปล่อยฉันไปนะ นี่คุณเล่นบ้าอะไร?” “เล่นบ้าอะไรงั้นเหรอ... ก็เล่นผัวเมียกันยังไงล่ะ” “คนบ้า! มันใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้มั้ย ปล่อยฉันไปนะ!” “เล่นผัวเมียกันจริงๆ มีลูกด้วยกันจริงๆ สักคนสองคน” “คนบ้า เล่นไปคนเดียวเถอะ” “มีลูกกับผม คุณจะได้รู้... ความรู้สึกที่โดนพรากลูกพรากแม่มันเป็นยังไง” “เลว! นรกขุมไหนส่งคุณมาเกิดกัน คนบ้า!” สิ้นเสียงเล็ก จูบร้อนแรงถูกบดขยี้ลงมาอย่างร้ายกาจ เชลยในอ้อมกอดไม่อาจขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ตัวดีว่า จุมพิตนี้หาใช่เกิดจากความรัก หากเขาต้องการแค่เพียงลงทัณฑ์เธอ... “คุณ... ไม่นะ พราวไม่อยากท้อง!” หญิงสาวบ่ายหน้าหนีจนหลุดพ้นพันธนาการจุมพิตร้าย ก่อนวอนขอ... “ไม่ทันแล้วครับ คุณต้องท้องและรับรู้ความเจ็บปวดว่าการถูกพรากลูกมันเป็นยังไง” “คนเลว... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ถ้าปล่อย... ก็ยังไม่หายแค้นน่ะสิครับ” ถ้อยคำนั้นแสนธรรมดา หากเจือแววเยือกเย็นพร่าผลาญใจ ส่งให้เชลยสาวในอ้อมกอดรู้สึกหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้....
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้อนรักวิศวะร้าย (Kyle & Queen)
8.7
เมื่อ ‘ควีน’ ตกหลุมรัก ‘ไคล์’ เพื่อนสนิทของพี่ชายตั้งแต่แรกเจอ เธอจึงไม่คิดจะยอมแพ้แม้จะรู้ว่าเขามีใจให้เพื่อนผู้หญิงอีกคนในกลุ่มวิศวะมาโดยตลอด ในเมื่อรักของเขาเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียวที่ไม่มีวันสมหวัง ควีนจึงตั้งมั่นที่จะเดินหน้าจีบเขาอย่างสุดกำลัง เพื่อเปลี่ยนสถานะจากเพียงแค่น้องสาวของเพื่อนไปสู่การเป็นคนรักตัวจริง เธอพร้อมพิสูจน์ให้ไคล์เห็นว่า ความรักอันมั่นคงของเธอนั้นมีค่ามากกว่าการจมปลักอยู่กับคนที่ไม่เคยมีใจให้ และต่อให้เขาจะร้ายกาจใส่เธอแค่ไหน ควีนก็มั่นใจว่าจะใช้วิธีอ้อนจนคว้าหัวใจของเขามาครองได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักเพลิงรัญจวน
8.8
วิชญ์ พ่อหม้ายหนุ่มผู้เก็บงำความรู้สึกแอบรักลูกสาวของเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เธอยังเด็ก เมื่อสบโอกาสเขาจึงพร้อมใช้ทุกกลเม็ดเด็ดพรายเพื่อครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของเธอ ขณะที่ จิรดา บัณฑิตจบใหม่ในวัยยี่สิบสองปีที่กำลังเริ่มต้นชีวิตทำงาน ต้องเดินทางไปฝึกงานภายใต้การดูแลของเพื่อนสนิทผู้เป็นพ่อ โดยที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่า การก้าวเข้าสู่บ้านหลังนี้คือการเดินเข้าสู่กับดักเสน่หาที่ชายหนุ่มผู้อาบน้ำร้อนมาก่อนตั้งใจขุดล่อไว้เพื่อกักขังและตีตราจองเธอไว้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้ายเริ่มรัก
8.3
ความเกลียดชังอันแรงกล้าที่ฝังลึกในใจชายหนุ่ม ทำให้เขาเลือกที่จะประกาศสงครามความแค้นกับปิ่นและมารดาอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเดียวคือการทำลายล้างความสุขทุกอย่างในชีวิตของเธอให้หมดสิ้นไป คำข่มขู่ที่แฝงไปด้วยความโกรธแค้นนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการจองเวรที่เขาเตรียมการไว้ ปิ่นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับและเผชิญหน้ากับพายุความเกลียดชังที่โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อเขาตั้งมั่นว่าจะบดขยี้ชีวิตของเธอให้จมดิ่งอยู่กับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส และฝากรอยแผลเป็นแห่งความแค้นครั้งนี้ไว้ในใจของเธอไปจนวันตาย
ภาพปกนิยายเรื่อง Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์
8.3
เมื่อความผิดหวังซ้ำซากสร้างบาดแผลลึกในใจจนยากจะเยียวยา ประตูแห่งความรักจึงเกือบถูกปิดตายลงอย่างถาวร ทว่าความรู้สึกที่มีต่อใครคนหนึ่งกลับไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา แต่มันกลับยิ่งฝังรากลึกอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่มีวันลบเลือน แม้ว่าวันเวลาจะล่วงเลยและชีวิตต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้า แต่ความผูกพันและรักแท้นั้นจะยังคงสถิตอยู่ตราบนิรันดร์โดยไม่มีวันลืมเลือน