APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หวานใจเฮียมังกร

หวานใจเฮียมังกร

โชคชะตาเล่นตลกส่งผลให้อุบัติเหตุครั้งใหญ่สลับวิญญาณของ 'เฮียมังกร' เจ้าของฟาร์มโคนมหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้รักสนุก ให้ต้องมาอยู่ในร่างของ 'น้ำมนต์' คุณครูสาวผู้อ่อนโยนซึ่งเพิ่งย้ายถิ่นฐานจากเมืองกรุงมาสู่ชนบท การสลับร่างที่ทำให้ชีวิตของทั้งคู่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือนี้ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นๆ ที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจของเพลย์บอยหนุ่มอย่างคาดไม่ถึง ท่ามกลางอุปสรรคมากมายในการปรับตัวและต้องใช้ชีวิตในร่างของอีกฝ่าย ทั้งสองคนจะจับมือกันก้าวผ่านความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ไปได้อย่างไร
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เรื่อง...หวานใจเฮียมังกร

คำโปรย

อุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยแต่กลับพลิกชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อทั้งสองได้สลับร่างกัน

แนะนำตัวละคร

เฮียมังกร (เฮียกร) อายุ 34 ปี

เจ้าของฟาร์มโคนม เขาหล่อ รวย เขาเป็นเพลย์บอย ไม่มีแฟน เน้นซื้อกิน อร่อยไม่ซ้ำจำหน้าไม่ได้ แต่เธอคนนี้จะเข้ามาในชีวิตของเขาในแบบจดจำไปทั้งชีวิตก็ไม่มีวันลืมเลือน

น้ำมนต์ (ครูมนต์) อายุ 25 ปี

คุณครูคนสวยที่เพิ่งย้ายเข้ามาประจำในโรงเรียนชนบท เธอเป็นคนกรุงเทพฯ มาอยู่ชนบทก็ใช้ชีวิตค่อนข้างยากแล้ว แต่ชีวิตของเธอยังยากไม่พอ เมื่อต้องมาสลับร่างกับเจ้าของฟาร์มโคนม

@@@@@@@@@

ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแยก แต่งต่อจากเรื่อง หวานใจคุณพ่อลูกติด ค่ะ

นิยายเซ็ตนี้ มีทั้งหมด 4 เรื่องค่ะ

1.เฮียช้าง = หวานใจคุณพ่อลูกติด

2.เฮียสิงห์ = หวานใจนายสิงหราช

3.เฮียธรณ์ = หวานใจนายเพลย์บอย

4.เฮียมังกร = หวานใจเฮียมังกร

**สามารถแยกอ่านได้ทุกเรื่องไม่งงแน่นอนค่ะ

-------------------

ตอนที่ 1 อุบัติเหตุ / เฮียมังกร

@มังกร

สวัสดีครับ ผมมังกร คนแถวๆนี้มักจะเรียกผมว่าเฮียมังกร อาชีพของผมก็คือเลี้ยงวัวขายนมนั่นแหละครับ ผมทำฟาร์มโคนมมาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ จนถึงตอนนี้ก็ประมาณสิบปีแล้ว สถานะโสด ผมยังไม่มีแฟน วันๆอยู่แต่กับวัวจะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนล่ะครับจริงมั้ย

ผมมีพี่น้องสามคน เป็นผู้ชายล้วน พี่ชายคนโต เฮียช้าง ทำงานอยู่กรุงเทพฯ พี่ชายคนกลาง เฮียสิงห์ เปิดรีสอร์ตและสวนผลไม้อยู่จังหวัดนครนายก ส่วนผมน้องชายคนเล็กสุด ทำฟาร์มอยู่สระบุรี

ชีวิตของผมก็ไม่ได้มีอะไรมาก ดื่มสุราเคล้านารี เมียไม่มีเน้นซื้อกิน ทำงานเหนื่อยๆกลับมาก็นอน คิดถึงคุณแม่ก็ขับรถไปหา ชีวิตวนเวียนอยู่แค่นี้ครับ

“เฮียครับ...เฮีย...” เสียงไอ้เด่นลูกน้องในฟาร์มตะโกนเข้ามาในบ้านเสียงดัง บ้านของผมเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หลังไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็ไม่เล็กเพราะว่าอยู่คนเดียว แม่บ้านไม่มี ภายในบ้านมีห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องครัว ห้องรับแขก ห้องทำงานและห้องน้ำสองห้อง บางครั้งพี่ๆของผมก็มักจะพากันมาเที่ยวแต่ก็ไม่ได้บ่อยมากนัก ส่วนมากคุณแม่กับเฮียช้างจะมาแค่บ้านเฮียสิงห์ที่นครนายก เนื่องจากอยู่ใกล้กว่าส่วนผมก็จะเป็นคนขับรถไปหาเอง

“มึงจะเสียงดังทำไม มีอะไร...”

“กำนันเขาจะแต่งลูกสาว ฝากผมเอาการ์ดมาให้เฮีย กำนันฝากมาบอกว่าขอโทษที่ไม่ได้เอาการ์ดมาให้ด้วยตัวเองครับ”

“เออ...ไม่เป็นไร ไหนเอามาดูซิ” ผมเปิดดูการ์ด งานจัดขึ้นวันศุกร์หน้าที่จะมาถึงนี้

“ขอบใจมาก ไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวสายๆเฮียเข้าไป”

“ครับ”

ผมอยู่บ้านคนเดียว ไม่มีแม่บ้าน ไม่มีคนทำกับข้าวให้ งานบ้านทุกอย่างผมเป็นคนทำเองทั้งหมด กับข้าวผมก็ทำกินเอง เพราะผมไม่ชอบรสชาติของกับข้าวซื้อ

เมื่อไอ้เด่นลูกน้องของผมเดินออกไปแล้ว ผมก็เริ่มเข้าครัว หุงข้าวทำกับข้าว หมูสไลด์เนื้อนุ่มๆผัดพริกแกงใส่พริกอ่อนและใบยี่หร่าหอมๆลงไปในกระทะ เพิ่มไข่เจียวสักสองฟอง ไม่นานอาหารฝีมือผมก็เสร็จพร้อมทาน...หอมมากเลยครับ

กินข้าวเช้าเสร็จ ผมก็เข้าฟาร์มเหมือนทุกวัน ลูกน้องของผมแต่ละคนก็จะมีหน้าที่เป็นของตัวเอง รีดนม ให้อาหาร อาบน้ำให้วัว ขนขี้วัวไปตากแดดให้แห้งเพื่อทำปุ๋ยคอกแล้วส่งให้กับสวนผลไม้ของเฮียสิงห์พี่ชายของผม ไม่ขายให้คนอื่นครับ ถึงเวลาลูกน้องที่สวนก็จะขับรถมารับเอาไปเอง แต่บางครั้งเฮียสิงห์ก็มารับเอง ส่วนงานบัญชีรายรับรายจ่ายของฟาร์ม ผมเป็นคนทำเองทั้งหมดครับ

“ไอ้กร...เร็วๆหน่อยดิวะ เดี๋ยวอีลูกโป่งก็ตายกันพอดี” เสียงไอ้หมอพนาเพื่อนผมเอง มันเป็นหมอสัตวแพทย์ ส่วนอีลูกโป่งก็คือแม่วัวที่กำลังจะให้กำเนิดลูกวัวครับ

“ก็รีบอยู่เนี่ย...ไปๆ” ผมกับไอ้หมอกลับมาเอาอุปกรณ์ที่บ้านนิดหน่อย จากนั้นก็พากันเข้าฟาร์มไปช่วยอีลูกโป่งทำคลอด ผมกับไอ้หมอช่วยอีแม่ทั้งเบ่งทั้งดึง จนสุดท้ายก็สำเร็จ ออกมาตัวเบ้อเริ่มร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ผมกับไอ้หมอนั่งชื่นชมลูกวัวตัวที่เพิ่งคลอดออกมาใหม่สักพักจากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองต่อ

@น้ำมนต์

สวัสดีค่ะ ฉันน้ำมนต์ ฉันเกิดและโตที่กรุงเทพฯ พอดีว่าโรงเรียนแห่งนี้มีตำแหน่งคุณครูว่างพอดี ฉันก็เลยมา คิดว่าจะมาอยู่สักพักแล้วก็จะย้ายกลับค่ะ ฉันเป็นคุณครูประจำชั้น ป.2 เพิ่งมาทำงานที่นี่ได้แค่อาทิตย์เดียว ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับที่นี่สักเท่าไหร่ คงต้องปรับตัวอีกเยอะ

ฉันทำงานบ้านไม่ค่อยเป็นเลยโดยเฉพาะกับข้าว ทำเป็นแต่ง่ายๆเช่นไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม นอกนั้นไม่ต้องถาม มาอยู่ชนบทแบบนี้สำหรับฉันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ในเมื่อมีตำแหน่งให้ลงก็ต้องมาค่ะ

ฉันมีรถเก๋งคันเล็กมาด้วยหนึ่งคัน พักอยู่ที่บ้านพักครู บ้านพักครูที่ไม่มีครูอยู่เลยค่ะ เพราะคุณครูที่นี่ส่วนมากจะเป็นคนพื้นที่จะอยู่บ้านส่วนตัวกันหมดค่ะ

“น้องมนต์ วันศุกร์หน้ากำนันเขาแต่งลูกสาวไปงานด้วยกันนะ” คุณครูหลิว คุณครูประจำชั้น ป.1 เดินมาชวนฉันไปงานแต่ง คุณครูหลิวไม่ใช่คนพื้นที่เหมือนฉันนี่แหละค่ะ อายุของเธอมากกว่าฉันนิดหน่อยมีสามีเป็นตำรวจ เธอพักอยู่กับสามีของเธอค่ะ

“ไปได้เหรอคะ”

“ไปกับพี่ไง สามีพี่เข้าเวรพี่ไม่มีเพื่อน ไปด้วยกันนะ จัดที่หอประชุมโรงเรียนเรานี่เอง”

“ค่ะ” เลิกงานแล้วก็ไม่รู้จะไปไหนธุระก็ไม่มี ฉันจึงตกลงไปร่วมงานแต่งด้วย อีกอย่างงานนี้ก็จัดขึ้นในโรงเรียน เห็นว่าเช่ายืมสถานที่ถ้าปฏิเสธก็คงไม่ดีมั้ง

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

@งานแต่ง

งานกินเลี้ยงจัดขึ้นที่หอประชุมของโรงเรียนช่วงเย็น มีหลังคา กันแดด กันฝน แถมพื้นที่ยังกว้างขวางจุคนได้เป็นร้อย

“สวัสดีครับ เชิญด้านในเลยครับ / สวัสดีค่ะ เชิญด้านในเลยค่ะ” เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวยืนต้อนรับแขกอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าด้านหน้างาน เจ้าสาวสวมชุดสีขาวสวยหรูเห็นแล้วอยากใส่บ้างจัง แต่เนื้อคู่ของฉันไม่รู้ไปหลบอยู่ส่วนไหนของโลก ป่านนี้ยังไม่ปรากฏตัวอีก

“นั่งตรงไหนดีคะ พี่หลิว”

“ตรงนี้แล้วกัน ไกลลำโพงหน่อยเดี๋ยวคุยกันไม่ได้ยิน” ฉันกับพี่หลิวพากันนั่งลง บรรยากาศโดยรอบน่าสนุกดี เสียงเพลงดังกระหึ่งลั่นหอประชุม เวทีจัดได้สวยงามโดยช่างจัดงานมืออาชีพ นั่งลงไม่นานอาหารก็ค่อยๆทยอยนำมาเสิร์ฟ

“น้องมนต์” พี่หลิวหันมาสะกิดฉัน

“คะ”

“เห็นผู้ชายคนนั้นมั้ย”

“คนไหนคะ”

“สวมเสื้อสีแดงหน้าตาดีๆคนนั้นน่ะ”

“อ๋อค่ะ ทำไมเหรอคะ”

“เขาชื่อมังกร เป็นเจ้าของฟาร์มอยู่ด้านหลังหมู่บ้านนี่เอง”

“หล่อดีนะคะ น่าจะมีเมียแล้ว”

“โนๆค่ะ เขายังไม่มีใคร”

“พูดแบบนี้จะติดต่อให้มนต์เหรอคะ”

“เปล่าค่ะ พี่จะบอกว่าอยู่ให้ห่างๆเขาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เจ้าชู้ตัวพ่อเลยค่ะ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“มีผู้หญิงอยากลองของเยอะค่ะ ก็เขาทั้งหล่อ ทั้งรวยใครจะไม่ชอบล่ะจริงมั้ย สุดท้ายน้ำตาเช็ดหัวเข่ากลับไปทุกราย”

“น่ากลัวจังเลยนะคะ”

“ยิ่งกว่าที่คิดค่ะ ทานอาหารกันดีกว่า อย่าไปสนใจคนแบบนั้นเลย” ในขณะที่นั่งรับประทานอาหารกันอยู่นั้น ฉันเกิดรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาเนื่องจากดื่มน้ำเยอะไปหน่อย

“พี่หลิว มนต์ขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”

“ให้พี่ไปเป็นเพื่อนมั้ย”

“ไม่เป็นไรค่ะ” สถานที่คุ้นเคย ห้องน้ำก็คุ้นเคย เพราะจัดขึ้นในรั้วโรงเรียน ทำธุระส่วนตัวเสร็จแวะส่องกระจกนิดหน่อยก่อนที่จะเปิดประตูเดินออกมา

“อ้าวฝนตก...เมื่อกี้ยังไม่ตกเลยนี่” บ่นเบาๆอยู่ในลำคอคนเดียว ซึ่งหอประชุมตรงที่จัดงานกับห้องน้ำค่อนข้างห่างกัน และแล้วฉันจึงเริ่มออกวิ่งผ่าเม็ดฝนเข้าหอประชุม แต่ระหว่างทาง...

“ปัก! ว๊าย!! ตุบ!” ฉันรู้สึกเหมือนว่าน่าจะวิ่งชนใครสักคน เป็นเพราะความหลับหูหลับตาวิ่งของฉันเองแท้ๆ ทันใดนั้นฉันล้มลงไปกับพื้นหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ริมฝีปากประกบเข้ากับอะไรสักอย่างมันนุ่มๆ รู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดเกิดขึ้นกับร่างกายของฉันพอสมควร เมื่อฉันเริ่มตั้งสติได้จึงค่อยๆลืมตาขึ้น

“อี๋!! ลุกออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เดี๋ยวนะ! ทำไมเสียงของฉันถึงได้แปลกๆไป ฉันรีบลุกขึ้นมองหน้าคนตรงข้ามนั่นมันฉันนี่! ฉันหันซ้ายหันขวาเจอเข้ากับกระจกรถยนต์...เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันในกระจกเป็นผู้ชายล่ะ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง
9.7
หลี่เมิ่งเหยาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหญิงวัยสิบสองปี ในช่วงเวลาวิกฤตที่แม่ของเธอซึ่งเป็นอนุภรรยาผู้อ่อนต่อโลก ถูกใส่ร้ายว่าเป็นต้นเหตุให้ผู้อื่นแท้งลูกจนต้องโทษเนรเทศออกจากจวนตระกูลหลี่ ทว่าการเดินทางสู่ดินแดนลี้ภัยครั้งนี้ไม่ได้สิ้นหวังอย่างที่คิด เมื่อเมิ่งเหยามาพร้อมกับกำไลหยกอเวจี อาวุธวิเศษที่ติดตัวเธอมาจากความตาย แม้ตระกูลหลี่จะพยายามกำจัดพวกเธอเพื่อเอาใจขุมกำลังที่ทรงอำนาจ แต่การตื่นขึ้นของเมิ่งเหยาพร้อมพลังวิเศษลึกลับได้เปลี่ยนโชคชะตาทั้งหมดไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กสาวที่เคยอ่อนแอและยอมคน บัดนี้เธอพร้อมเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของการถูกทอดทิ้งด้วยพลังอันแข็งแกร่งที่ใครก็ยากจะหยั่งถึง
ภาพปกนิยายเรื่อง เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ
6.5
เยี่ยเม่ย มือสังหารสาวระดับแนวหน้าต้องเผชิญชะตากรรมพลิกผันเมื่อพาหนะดิ่งลงสู่วังน้ำวน ณ ดินแดนสามเหลี่ยมอาถรรพ์ ทว่าเธอกลับรอดชีวิตและฟื้นขึ้นในยุคโบราณที่ไร้การจารึก ที่นั่นเธอได้พบเป่ยเฉินเสียเยี่ยน องค์ชายสี่ผู้ถูกขนานนามว่าเป็นปีศาจร้ายกระหายเลือด การพานพบครั้งนี้ซ่อนเร้นเงื่อนงำสำคัญที่เชื่อมโยงกับความทรงจำซึ่งขาดหายไป หญิงสาวต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังการข้ามมิติ พร้อมไขปริศนาว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอนั้นเกี่ยวพันเช่นไรกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำต้องก้าวเข้าสู่ตำแหน่งพระสนมอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ตระหนักดีว่าตนเองไร้ความงามสะดุดตาและไม่เหมาะสมกับฮ่องเต้จูหมิงผู้มีอายุ ทว่านางกลับกลายเป็นหญิงผู้ครองหัวใจของทั้งองค์จักรพรรดิ องค์ชาย รวมถึงแม่ทัพเฉินต้าเหว่ย สหายสนิทผู้มีความจงรักภักดี แม้ว่าสถานะใหม่นี้จะแปรเปลี่ยนเป็นอุปสรรคขวางกั้นความเสน่หาระหว่างนางและต้าเหว่ย แต่ความรักอันมั่นคงเด็ดเดี่ยวประดุจขุนเขาที่เขาเพียรยืนยัน ก็ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจอันอ่อนล้าของนางให้เปี่ยมด้วยความหวังท่ามกลางความขัดแย้งในรั้ววังและชะตาชีวิตที่ฟ้ากำหนด
ภาพปกนิยายเรื่อง เรือนรักเรือนนิรมิต (เรือนคุณหลวง)
9.8
หลังประสบอุบัติเหตุตกท่อระบายน้ำ นิราวดีกลับลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ ‘แม่นุช’ บนเรือนไทยโบราณ ย้อนเวลากลับมาสู่ยุคอดีตอย่างไม่คาดฝัน ทันทีที่ฟื้นเธอก็ต้องตกใจเมื่อถูกชายแปลกหน้าจุมพิต แต่ลึกๆ ในใจกลับสัมผัสถึงสายใยบางอย่างที่คล้ายกับรักแท้ เมื่อโชคชะตาขีดเส้นให้เธอต้องมาทำหน้าที่เป็นเมียขัดตาทัพในเรือนหอแห่งนี้ หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะละทิ้งชีวิตในโลกปัจจุบัน แล้วหันมาทุ่มเทหัวใจเพื่อละลายน้ำแข็งในใจของคุณหลวงผู้แสนเย็นชา แม้ในตอนนี้เขาจะยังไม่มีใจและไม่ยอมเปิดรับเธอเข้าไป แต่เธอก็ตระหนักดีและตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนฐานะตนเองให้กลายเป็นภรรยาที่เขาจะรักอย่างแท้จริงตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านพี่ได้โปรดไว้ไมตรีต่อตัวข้า
7.9
เมื่อโชคชะตานำพาสู่การแต่งงานที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก โจวหลิวหยางจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับกูหลี่เอ๋อร์เพื่อทำตามความประสงค์สุดท้ายของมารดา แม้ว่าหญิงสาวจะมอบความรักและภักดีต่อเขามาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทว่าหัวใจของชายหนุ่มกลับมีสตรีอื่นที่เขาเฝ้าคิดถึงและไม่อาจลืมเลือนได้ เรื่องราวความรักที่สวนทางกันระหว่างหนึ่งคนที่รักอย่างมั่นคงกับอีกคนที่ยังติดอยู่ในความทรงจำจะดำเนินไปอย่างไร ร่วมติดตามความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อนในนิยายโรแมนติกแฟนตาซีเบาสมอง ภาคต่อรุ่นลูกจากซีรีส์ฮองเฮาไม่ได้ร้าย ที่สามารถอ่านแยกได้อย่างอิสระ
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าเก็บภรรยาได้ที่ชายหาด (ภาคต่อ สามีข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง)
8.6
ไห่เฉิง อดีตจอมมารผู้บอบช้ำจากความรักที่ล้มเหลวซ้ำเล่านับแสนชาติ ตัดสินใจทำลายดวงจิตมารของตนเพื่อหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานอันยาวนาน เขาได้วอนขอต่อมหาเทพเพื่อไปจุติใหม่เป็นมนุษย์ธรรมดา โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือการละทิ้งความทรงจำอันแสนเจ็บปวดในอดีตไปจนสิ้น อดีตประมุขมารปรารถนาเพียงโอกาสที่จะได้สร้างครอบครัวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และได้พบเจอกับรักแท้ที่สมหวังบนโลกมนุษย์ พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานให้ตนเองได้ครองคู่กับความรักที่มีแต่ความสุขเช่นนี้ไปทุกภพทุกชาติชั่วนิรันดร์