APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง แสนเถื่อนยอดรัก

แสนเถื่อนยอดรัก

คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อมาเป็นเจ้านาย เขาก็ยังเป็นคนเดิม เป็นตัวแทนพ่อเลี้ยง และน่าเข้าใกล้สำหรับลูกน้อง ผิดก็แต่บุคลิกที่ภูมิฐานขึ้นตามตำแหน่งนั่นแหละ ฉะนั้นเวลามีงานสำคัญ เขามักถูกขอให้มาอยู่เป็นกำลังใจให้น้องลูกเสมอ แม้แต่เหล่าพันธมิตรอย่างทีมงานออแกไนซ์ประจำจังหวัด

อีเว้นท์คืนนี้เป็นงานแต่งงานของเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่ง เป็นคนเชียงใหม่ แต่ได้เจ้าสาวเป็นคนกรุงเทพฯ นั่นก็เพราะว่าทำธุรกิจที่กรุงเทพสลับกับเชียงใหม่ แต่งแบบสากล แต่อยากได้สถานที่แบบล้านนานเสียหน่อย จึงเลือกที่จะมาแต่งที่โรงแรมเหมราชมนตรา คเชนทร์ไม่ได้รู้จักหรอก เพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับใคร เขาทำตัวเหมือนพ่อเลี้ยงของเขานั่นแหละ ติดจะหนักกว่าด้วยซ้ำ คือไม่ชอบยุ่งกับนักธุรกิจคนไหน

ช่วงเวลานี้เจ้าบ่าว เจ้าสาวกำลังแต่งตัว ถูกจัดเอาไว้คนละห้อง แต่งใครแต่งมัน จะนานหน่อยก็เจ้าสาวนี่แหละ เพราะต้องละเอียดละออมากกว่าเจ้าบ่าว แต่ถึงกระนั้นก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง เพื่อความพิถีพิถันในความงดงาม

จวบจนกระทั่งใกล้จะถึงเวลาหนึ่งทุ่มที่งานจะเริ่ม ญาติๆ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างลงไปรอต้อนรับแขกในงานเสียก่อน ส่วนเจ้าสาวนั้นยังแต่งตัวไม่เสร็จดีนัก เพราะเพิ่งจะแต่งหน้าทำผม และเตรียมที่จะใส่ชุด

“เจ้าขา เสร็จหรือยังลูก แขกใกล้จะมาแล้วนะ” เสียงของมารดาฝ่ายเจ้าสาวเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“ยังค่ะแม่ เหลือใส่ชุด แม่ลงไปรับแขกก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูตามลงไป” จันทรภาเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้เอ่ยขึ้นพลาง พลางเตรียมสวมชุด โดยมีช่างแต่งหน้าทำผมช่วย

“แล้วนี่คุณตุลย์เสร็จหรือยังเนี่ย” มารดาถามขึ้นอีก

“ปล่อยให้หนุ่มๆ จัดการตัวเองไปเถอะค่ะ แม่และผู้ใหญ่คนอื่นๆ ลงไปรอด้านล่างเถอะค่ะ”

“จริงๆ ค่ะแม่ เดี๋ยวญาติๆ ฝ่ายเจ้าบ่าวจะไม่เจอนะคะ ทางนี้เดี๋ยวอิงจัดการช่วยยัยเจ้าเองค่ะ” น้ำอิงเพื่อนสนิทของจันทรภา เอ่ยขึ้น

“งั้นฝากน้ำอิงด้วยนะลูก แม่จะลงไปแล้ว”

“ค่ะแม่” น้ำอิงตอบ จากนั้นมารดาของจันทรภาก็ออกไปพร้อมกับญาติฝ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งอยู่ห้องติดกันนั่นแหละ แต่เจ้าบ่าวจะอยู่อีกห้อง อีกชั้น เพราะความที่เป็นหนุ่มอยากมีความเป็นส่วนตัวตามอุปนิสัยของเขานั่นแหละ เขาไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวาย แม้กระทั่งเวลาแต่งหน้าแต่งตัวเตรียมเข้าพิธี จนกว่าจะเรียบร้อยโน่นแหละ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกพี่จะขอตัวกลับนะคะ น่าจะเหลือแค่ใส่ชุดเจ้าสาว” ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองเอ่ยขึ้น

“อุ้ย! จริงสิคะลืมบอกไป พี่กลับเลยก็ได้ค่ะ พี่ตุลย์จ่ายเงินหรือยังคะ” จันทรภาถามขึ้นทันที เพราะหมดหน้าที่ของช่างแล้วเช่นกัน

“จ่ายเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“งั้นขอบคุณมากๆ เลยค่ะเหลือใส่ชุด เจ้าขากับเพื่อนแต่งกันเองได้ค่ะ”

“โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ” ว่าแล้วช่างแต่งหน้าก็เก็บกระเป๋าเครื่องสำอางทั้งหมด แล้วออกไปทันที เหลือไว้แต่จันทรภากับน้ำอิง

ตี๊ดๆ เสียงคล้ายกับนาฬิกาปลุกมือถือดังขึ้น ทำให้น้ำอิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

“อุ้ยเอ่อ นาฬิกาปลุก ใกล้จะได้เวลาแล้ว เร็วๆ เจ้าขา จะได้ลงไปรับแขก”

“อ้าวเหรอ รอก่อนๆ แล้วจะได้ไปบอกพี่ตุลย์”

“เอ่อ เอางี้ เจ้าขาแต่งตัวรอนะไปก่อน นานอ่ะดูแล้ว เดี๋ยวเราไปเรียกคุณตุลย์เอง น่าจะอยู่กับผู้ช่วยแหละ”

“โอเคๆ ถ้าเสร็จแล้วก็ให้พี่ตุลย์ลงไปก่อนเลยนะ ผู้ชายอ่ะเสร็จเร็วกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว”

“จ้ะ” ว่าแล้วน้ำอิงก็ออกไปจากห้องทันที โดยให้จันทรภาอยู่แต่งตัวคนเดียว เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่ง แต่งเองคนเดียวได้ ขั้นตอนอื่นๆ เสร็จสิ้นหมดแล้ว

ช่วงเวลาเดียวกัน จากห้องสวีตที่จันทรภาและบิดามารดาของเธอเปิดเอาไว้เพื่อแต่งตัวนั้น ถัดขึ้นไปชั้นบนก็เป็นห้องแต่งตัวของเจ้าบ่าว

ซึ่งเป็นห้องสวีทเช่นกัน แยกกันจองเพื่อใช้ในการแต่งตัวแบบผู้ชายอย่างที่บอก แต่คีย์การ์ดมีสองอัน ให้จันทรภาเก็บไว้หนึ่งอัน เผื่ออยากจะเข้ามาเรียกเจ้าบ่าวในห้องนี้ ส่วนอีกอันเจ้าบ่าวเป็นคนเก็บเอาไว้

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! น้ำอิงเดินมาถึงห้องก็เคาะประตูทันที และยืนรออยู่สักครู่ประตูก็เปิดเข้าไปช้าๆ พร้อมกับเลขาของเจ้าบ่าวโผล่มา

“อ้าวคุณน้ำอิง เชิญครับ มีอะไรหรือเปล่า” เลขาหนุ่มบอกพลางมองหน้าและการแต่งตัวของเพื่อเจ้าสาวคนนี้ สวยและเซ็กซี่มากเลยทีเดียว

“มาตามคุณตุลย์น่ะ เสร็จหรือยังคะ”

“อยู่อีกห้องหนึ่งครับ ยังไม่เสร็จเท่าไหร่ ถึงผู้ชายจะแต่งตัวเร็วแต่ก็ลำบากเหมือนกันนะครับ เพราะเป็นชุดทักสิโด้”

“งั้นอิงเข้าไปหาคุณตุลย์ได้ไหมคะ ยัยเจ้าขาฝากมาน่ะ”

“ได้ครับ เชิญ เปิดประตูก็ทะลุเข้าไปได้เลยครับ” ว่าแล้วเลขาหนุ่มก็เปิดทางให้น้ำอิงเดินไปจนถึงประตูบานหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องทะลุนั้นเอง โดยที่เลขาหนุ่มไม่ได้ตามเข้าไป พอเข้ามาปุ๊บน้ำอิงก็เห็นว่าเจ้าบ่าวหรือที่เธอเรียกว่าพี่ตุลย์ หรือตุลยเทพ เพิ่งจะใส่กางเกงแต่ยังไม่ได้สวมเสื้อเลย

“อุ้ยเอ่อ คุณตุลย์” น้ำอิงอุทานด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเม้มปากด้วยความประหม่าเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังจะใส่เสื้อ

“ขอโทษทีค่ะ ยัยเจ้าขาให้มาบอกว่า ถ้าคุณตุลย์เสร็จแล้วก็ลงไปก่อนได้เลยค่ะ” สิ้นคำของเธอ ตุลยเทพก็หันมามองพลางยิ้มนิดๆ

“เสร็จเหรอ ยัง” เขาตอบอย่างมีนัย

“แล้วเจ้าขาล่ะแต่งตัวเสร็จหรือยัง” เขาถามขึ้นอีก

“ยังค่ะ แต่แต่งเองได้ เลยให้อิงมาเรียกคุณตุลย์น่ะ” น้ำอิงบอกเสียงหวานพลางมองมือเขาที่กำลังติดกระดุม

“ไม่ต้องลงไปพร้อมกันก็ได้ ใครเสร็จก่อนก็ลงไปก่อนเดี๋ยวแขกรอ”

ชายหนุ่มตอบพลางก้มลงมองที่กระดุมเสื้อของตัวเอง สลับกับปลายตามองน้ำอิง

“เอ่อ รบกวนน้ำอิงเรียกเจ้านันเข้ามาหาผมหน่อย”

“ได้ค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินกลับไปยังประตูบานเดิม แล้วเรียกเลขาชายเข้ามาหาตุลยเทพทันที

“ครับคุณตุลย์”

“ลงไปดูงานข้างล่างช่วยคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ฉันแต่งตัวเองได้ ถ้าเสร็จแล้วจะลงไป” ตุลยเทพบอกเสียงเรียบ

“ให้ผมไปบอกคุณเจ้าขาไหมครับ”

“ไม่เป็นไรคะ เจ้าขาก็ให้มาบอกนั่นแหละคะ ว่าถ้าเรียบร้อยแล้วก็ให้ลงไปก่อน แต่งตัวเท่านี้ไม่ลำบากใครหรอก อีกอย่างแขกคงทยอยกันมาแล้ว มัวแต่รอกันอยู่ ก็จะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าภาพน่ะสิคะ” น้ำอิงอธิบาย

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ อย่านานนะครับคุณตุลย์”

“ไม่นานหรอกสักครึ่งชั่วโมงก็น่าจะเรียบร้อย” เขาตอบพลางเหลือบมองน้ำอิงเล็กน้อย

“โอเคครับ” เมื่อรับคำเสร็จนันทนัชก็ออกไปทันที กระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูด้านนอก นั่นแปลว่าเลขาหนุ่มได้ออกแล้ว เท่านั้นแหละตุลยเทพก็เดินเข้ามาหาน้ำอิงแล้วกระชากเข้าไปกอด หญิงสาวได้แต่โอนอ่อนไปตามแรงและเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างเว้าวอน ชนิดที่ไม่เอ่ยอะไร ปากร้อนสุดช่ำชองก็ประกบจูบและบดขี้อย่างดูดดื่มร้อนแรง เรียกได้ว่าทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“อืม พี่ตุลย์ น้ำอิงแค่มาตามนะคะ ไม่ได้จะทำอะไรแบบนี้” หญิงสาวทำทีเป็นทัดทานน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ก็ยอมให้เขารุกเร้าด้วยจูบสะท้าน

“น้ำอิงสวย เซ็กซี่ขยี้ใจพี่จนทนไม่ไหว” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกระเส่า มือไม้อยู่ไม่สุข

“พี่ตุลย์กำลังจะแต่งงานนะ อืม อย่า ปล่อยอิง”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อมาราตีต้องกลายเป็นตัวประกันสาวที่ถูกส่งตัวมาสลับตัวกับพี่สาวเพื่อหลอกลวง ชีคอัฟฟานแห่งซาล ทว่าแผนการตบตานี้กลับไม่ได้ผลเมื่อสายตาอันเฉียบคมของชีคหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสามารถจับผิดและเปิดโปงความจริงได้อย่างรวดเร็ว ความจริงที่ถูกเปิดเผยสร้างความโกรธแค้นให้แก่เขาอย่างมากที่โดนตระกูลของเธอคิดคดทรยศและมองเขาเป็นคนโง่ มาราตีตกตะลึงที่ความลับแตกอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดและกระแสความปรารถนาที่คุกรุ่น เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเผชิญหน้ากับความดุดันและอำนาจมืดของชีคเถื่อนผู้พร้อมจะแผดเผาทำลายหัวใจของเธอให้ย่อยยับคามือ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนเพลิงปรารถนา (ภาคต่อรักร้อนเพลิงริษยา)
8.0
กัญติญาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อถูกรัฐศาสตร์กักขังและลงทัณฑ์ด้วยความป่าเถื่อน ชายหนุ่มผู้ถูกครอบงำด้วยเพลิงแค้นและความหึงหวงใช้กำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอน ทั้งยังใช้ความปลอดภัยในชีวิตของบิดาและเคนจิโร่มาเป็นเครื่องมือข่มขู่ขัดขวางไม่ให้เธอหนีไปไหน แม้ร่างกายและจิตใจของกัญติญาจะบอบช้ำเจ็บปวดจนแทบแหลกสลาย แต่เธอกลับต้องกัดฟันยอมจำนนและอดทนต่อสู้กับมรสุมชีวิตครั้งนี้ ขณะเดียวกันในส่วนลึกของหัวใจรัฐศาสตร์เองก็เริ่มสับสน เมื่อความหวงแหนและปรารถนาในตัวเธอนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะถอน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์ราคี
8.3
มัสลินต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่เมื่อเธอถูกชายแปลกหน้าลักพาตัวไปย่ำยีศักดิ์ศรีจนตั้งครรภ์ ท่ามกลางความสับสนและบอบช้ำ เธอพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมตนเองต้องเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้ายเช่นนี้ จนกระทั่งได้พบความจริงอันน่าเจ็บปวดว่าเธอเป็นเพียงเหยื่อในเกมชำระแค้น เพราะเธอคือเจ้าสาวของภานุ ชายผู้ก่อคดีทำร้ายพี่ชายของลักพาตัวเธอจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ความแค้นที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อถูกส่งต่อมาทำลายชีวิตเธอจนพังทลาย เมื่อเขาจงใจใช้เธอเป็นเครื่องมือระบายความเกลียดชังเพื่อแก้แค้นศัตรูให้สาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
เมื่อนักธุรกิจสาวสุดสตรองอย่างซูเมิ่งต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูตระกูลขุนนางที่ไร้คนใยดี ซ้ำยังถูกบังคับให้แต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลอริเพื่อเป็นตัวประกันทางการเมือง แม้จะถูกสามีหมางเมินและทอดทิ้ง แต่นางกลับพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการใช้ความรู้ด้านการค้าเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ทว่าในระหว่างที่ความขัดแย้งดำเนินไป ท่านแม่ทัพผู้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลับเริ่มเปลี่ยนท่าที เขาใช้กลอุบายบีบบังคับให้นางคอยดูแลปรนนิบัติด้วยขนมหวานแสนอร่อยเพื่อระงับอารมณ์ฉุนเฉียว นำไปสู่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์แสนอลวนที่ทั้งสองต้องเผชิญ
ภาพปกนิยายเรื่อง กรงรักราชาโจร
9.1
เมื่อความแค้นของพ่อและพี่ชายตกเป็นตราบาปที่เธอไม่ได้ก่อ จัสซีเนียจึงถูกลักพาตัวมาเป็นเชลยเพื่อรับโทษทัณฑ์แทนครอบครัว โดยผู้คุมแค้นในครั้งนี้คือ จาห์มาล์ ราชาโจรผู้ไร้ความปรานี เขาคุมขังเธอไว้ท่ามกลางทะเลทรายที่ห่างไกลความช่วยเหลือ และใช้แรงอาฆาตผสมปนเปกับไฟราคะแผดเผาทำลายหัวใจของเธออย่างทารุณ แม้หญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขอความเห็นใจสักเพียงใด แต่จอมโจรผู้เย็นชากลับเพิกเฉยต่อหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดนั้น เขายังคงยัดเยียดบทเรียนอันแสนป่าเถื่อนเพื่อบดขยี้พรหมจรรย์ของเธออย่างไร้ค่า บังคับให้เธอต้องชดใช้หนี้แค้นที่ตัวเองไม่ได้ก่ออย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
การเดินทางอันแสนเรียบง่ายของจางฟางซินกลับกลายเป็นฝันร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อรถม้าของเธอถูกกลุ่มคนลึกลับลอบโจมตีจนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ท่ามกลางบาดแผลฉกรรจ์และความทรมานเจียนตายที่ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพื่อหยิบมีดสั้นเล่มเดียวที่มีหวังจะใช้ปกป้องชีวิตตนเอง แต่แล้วเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าผู้ถือกระบี่อาบเลือดจ่อประชิดตัว กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดคละคลุ้งทำเอาเรี่ยวแรงของเธอสูญสิ้นไปจนหมดสิ้น ทว่าในความหวาดกลัวนั้น ใบหน้าของเพชฌฆาตหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ