APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม  โทสะของผู้ปกครอง

รักต้องห้าม โทสะของผู้ปกครอง

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เอวาแอบรักภาคิน ผู้ปกครองที่รับเลี้ยงเธอหลังครอบครัวล้มละลาย แต่เมื่อเธอสารภาพรักในวันเกิดปีที่สิบแปด เขากลับระเบิดโทสะใส่และทำลายของขวัญที่เธอตั้งใจทำให้อย่างไม่ใยดี ซ้ำร้ายเขายังพาคู่หมั้นเข้ามาในบ้าน ทำลายสัญญาใจที่เคยมีให้กันอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนที่เคยเป็นโลกทั้งใบกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเธอที่สุด เอวาจึงตัดสินใจหนีความเจ็บปวดนี้ด้วยการเข้าเรียนที่จุฬาฯ และย้ายไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ เพื่อลบเขาออกไปจากใจให้พ้นจากหัว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

สิบปีเต็มที่ฉันแอบรักภาคิน วงศ์วรานนท์ ผู้ปกครองของฉัน

หลังจากครอบครัวของฉันล้มละลาย เขาก็รับฉันไปดูแลและเลี้ยงดูฉันจนโต เขาคือโลกทั้งใบของฉัน

ในวันเกิดอายุสิบแปดปี ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อสารภาพรักกับเขา

แต่ปฏิกิริยาของเขากลับเป็นความเกรี้ยวกราดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาปัดเค้กวันเกิดของฉันตกพื้นแล้วคำรามลั่น “สติแตกไปแล้วเหรอ? ฉันเป็นผู้ปกครองเธอนะ!”

จากนั้นเขาก็ฉีกภาพวาดที่ฉันใช้เวลาวาดเป็นปีเพื่อเป็นคำสารภาพรักของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี

เพียงไม่กี่วันต่อมา เขาก็พาโคลอี้ คู่หมั้นของเขากลับมาบ้าน

ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะรอฉันโต ที่เคยเรียกฉันว่าดวงดาวที่สว่างไสวที่สุดของเขา ได้หายไปแล้ว ความรักที่ร้อนแรงและสิ้นหวังตลอดสิบปีของฉันทำได้เพียงแผดเผาตัวเอง

คนที่ควรจะปกป้องฉันกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายฉันเจ็บปวดที่สุด

ฉันก้มมองจดหมายตอบรับจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในมือ ฉันต้องไปจากที่นี่ ฉันต้องถอนรากถอนโคนเขาออกจากหัวใจ ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม

ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของพ่อ

“พ่อคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เอวาตัดสินใจแล้ว เอวาอยากไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ ค่ะ”

บทที่ 1

วันที่สิบแปดของการตัดใจจากภาคิน วงศ์วรานนท์ เริ่มต้นด้วยการที่เอวาลบรูปภาพบนหน้าจอล็อกของโทรศัพท์

มันเป็นภาพถ่ายทีเผลอที่เธอแอบถ่ายไว้

ภาคินกำลังนั่งอยู่บนโซฟา อาบไล้ด้วยแสงแดดยามบ่าย มีนิตยสารธุรกิจวางอยู่บนตัก เขากำลังมองมาที่เธอ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นบนริมฝีปาก

ตลอดสิบปีเต็ม ตั้งแต่อายุแปดขวบจนถึงสิบแปด ผู้ชายคนนี้คือดวงอาทิตย์ในโลกของเธอ

ความสุข ความโกรธ ความเศร้า โลกทั้งใบของเธอหมุนรอบตัวเขา

แต่ตอนนี้ เธอต้องการจะดับดวงอาทิตย์ดวงนั้นด้วยมือของเธอเอง

หน้าจอดับมืดลง

กลายเป็นสีดำสนิท ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้

นิ้วของเอวาสั่นเล็กน้อยขณะที่เธอวางโทรศัพท์ลงแล้วหยิบแก้วนมบนโต๊ะขึ้นมา มันเย็นชืดหมดแล้ว

เธอดื่มรวดเดียว ของเหลวเย็นๆ ไหลผ่านลำคอ แต่ก็ไม่อาจระงับความรู้สึกร้อนรุ่มในอกได้

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกดเบอร์ที่ไม่ได้ติดต่อไปนานแล้ว

สายต่อติดอย่างรวดเร็ว เสียงอ่อนโยนของผู้ชายดังขึ้น

“เอวาเหรอลูก”

“พ่อคะ” เธอเรียก น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย “เอวาได้จดหมายตอบรับแล้วค่ะ จากจุฬาฯ”

พ่อของเธอเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นน้ำเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความยินดีที่ปิดไม่มิด “เยี่ยมไปเลย! เอวา พ่อขอแสดงความยินดีด้วยนะลูก คณะอักษรศาสตร์ใช่ไหม? คณะที่ลูกใฝ่ฝันมาตลอด”

“ค่ะ”

“แล้ว...ลูกตัดสินใจแล้วใช่ไหม? ว่าจะมาอยู่กรุงเทพฯ”

“ตัดสินใจแล้วค่ะ” เอวาพูด พลางกำโทรศัพท์แน่นขึ้น “เอวาอยากมาอยู่กับพ่อ”

เธออยากหนีไปจากที่นี่ อยากหนีไปจากภาคิน

พ่อของเธอเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ในน้ำเสียงของเธอ เขาถอนหายใจเบาๆ “เป็นเพราะภาคินเหรอ? เขาทำให้ลูกลำบากใจอีกแล้วใช่ไหม”

“เปล่าค่ะ” เอวาโกหก พยายามทำเสียงให้ผ่อนคลาย “พี่คินเขากำลังจะหมั้นแล้วค่ะ เอวาจะอยู่ที่บ้านเขาในฐานะเด็กในปกครองต่อไปก็คงไม่เหมาะ มันรู้สึกแปลกๆ ค่ะ อีกอย่าง ตอนนี้เอวาก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงเวลาที่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเองแล้วค่ะ”

ความเงียบอันหนักอึ้งโรยตัวลงมา

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงของพ่อที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจก็ดังผ่านโทรศัพท์มา “เอวาที่น่าสงสารของพ่อ หลายปีมานี้ลูกคงลำบากมากที่ต้องไปอยู่บ้านนั้นเพราะพ่อดูแลลูกไม่ได้...ดีแล้วล่ะที่ลูกจะมา ต่อไปนี้พ่อจะดูแลลูกเองนะ”

เขาพูดเสริม “ธุรกิจของครอบครัวเรากลับมาเข้าที่เข้าทางแล้วนะลูก ลูกไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครอีกต่อไป พ่อเลี้ยงลูกได้”

ความอบอุ่นจากคำพูดของเขาทำให้เอวารู้สึกแสบตา

เธอสูดจมูก กลั้นน้ำตาไว้ “ค่ะ”

หลังจากวางสาย เธอมองตัวเองในกระจก ตาของเธอแดงและบวม

สิบปี เธอใช้เวลาสิบปีเต็มในการรักผู้ชายที่ไม่มีวันเป็นของเธอ

เธอต้องไปจากที่นี่

เธอต้องถอนรากถอนโคนภาคินออกจากหัวใจ ทีละชิ้น ทีละชิ้น ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม

เธอสูดหายใจลึกๆ แล้วเดินออกจากห้องนอน ไฟในห้องทำงานที่ปลายโถงทางเดินยังเปิดอยู่

ภาคินยังคงทำงานอยู่

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินไปที่นั่น กำจดหมายตอบรับจากจุฬาฯ ไว้แน่น เธอต้องบอกเขา

เธอหยุดที่ประตูซึ่งแง้มอยู่ เธอเห็นผู้ชายข้างในผ่านช่องว่างนั้น

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาเรียบๆ ท่าทางสง่างามและสีหน้ามุ่งมั่น แสงจากโคมไฟส่องกระทบโครงหน้าคมคายของเขา ทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับไม่ใช่คนจริงดูนุ่มนวลขึ้น แว่นตากรอบทองวางอยู่บนสันจมูกโด่ง เพิ่มความสุภาพอ่อนโยนให้กับท่าทีที่เย็นชาของเขา

นี่คือภาคิน วงศ์วรานนท์ อดีตลูกน้องคนสนิทของพ่อเธอ ชายหนุ่มผู้ปราดเปรื่องที่ยังคงภักดีในตอนที่ธุรกิจของครอบครัวเธอล้มละลาย ตอนที่พ่อแม่ของเธอหย่ากันและแม่ของเธอย้ายไปอยู่ต่างประเทศ พ่อของเธอซึ่งอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุดได้ขอให้ภาคินมาเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของเธอ เขาคือผู้ชายที่เลี้ยงดูเธอมา

ผู้ปกครองของเธอ ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด

และเป็นผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอดสิบปี

“พี่คินคะ” เธอเรียกเบาๆ เสียงของเธอแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

ภาคินเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอ “มีอะไร?”

น้ำเสียงของเขาเย็นชาและห่างเหินเหมือนเคย

หัวใจของเอวาบีบรัด เธอเกือบจะพูดออกไปแล้ว แต่โทรศัพท์ของเขาบนโต๊ะก็ดังขึ้น เป็นเสียงเรียกเข้าที่สดใส

สีหน้าเย็นชาของเขาละลายลงทันทีที่เห็นชื่อผู้โทร ความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนผลิบานในดวงตาของเขา

“โคลอี้” เขาพูด น้ำเสียงของเขาต่ำและนุ่มนวล

นั่นคือคู่หมั้นของเขา โคลอี้ วรโชติ

“สถานที่เหรอ? คุณตัดสินใจได้เลย ผมยังไงก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย” เขาฟังคนที่อยู่อีกฝั่งของสาย มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรักใคร่ “แค่คุณชอบ อย่างอื่นก็ไม่สำคัญแล้ว”

เอวายืนนิ่งอยู่ที่ประตู มือและเท้าของเธอเย็นเฉียบ

จดหมายตอบรับในมือของเธอรู้สึกหนักอึ้งราวกับหนักเป็นพันกิโล

เธอจำวันเกิดอายุสิบแปดของเธอได้เมื่อสองเดือนก่อน เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อมอบภาพวาดที่เธอใช้เวลาวาดเป็นปีให้เขา ชื่อภาพว่า ‘ความลับ’

ในภาพวาด เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินตามหลังผู้ชายคนหนึ่ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรัก

มันคือคำสารภาพรักของเธอ

ปฏิกิริยาของภาคินคือความเกรี้ยวกราดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

เขาปัดของขวัญทั้งหมดลงจากโต๊ะ เค้กกระแทกพื้นดังโครม

“เอวา อัศวเมธา!” เขาคำราม ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ “สติแตกไปแล้วเหรอ? ฉันเป็นผู้ปกครองเธอนะ!”

เธอเถียงกลับอย่างดื้อรั้น น้ำตาไหลอาบแก้ม “แต่เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดนะคะ! พ่อไว้ใจพี่! และวิธีที่พี่ตามใจเอวามาตลอด...มันไม่ใช่แบบที่ผู้ปกครองควรจะปฏิบัติต่อเด็กในปกครอง!”

เขาหัวเราะเยาะ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโหดร้าย “แยกไม่ออกหรือไงระหว่างความรักแบบครอบครัวกับความรักแบบหนุ่มสาว? ที่เรียนมานี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสินะ”

พูดจบ เขาก็ฉีกภาพวาดของเธอ ‘ความลับ’ ของเธอ จนไม่เหลือชิ้นดี

เขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งเธอไว้ตามลำพังท่ามกลางซากปรักหักพังของวันเกิดของเธอ

เธอร้องไห้และเก็บชิ้นส่วนต่างๆ ขึ้นมา ค่อยๆ ติดมันกลับเข้าด้วยกัน แต่ภาพวาดนั้นก็เหมือนกับหัวใจของเธอที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น

ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังไม่ยอมแพ้

เธอคิดว่าตราบใดที่เธอดีพอ ตราบใดที่เธอเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเขาได้ เขาจะมองเห็นเธอ

แต่หลังจากที่เธอเรียนจบ เขาก็พาโคลอี้ วรโชติกลับมาบ้าน

เขาแนะนำเธอด้วยรอยยิ้ม “เอวา นี่โคลอี้ คู่หมั้นของพี่”

นั่นคือช่วงเวลาที่เธอรู้

มันจบลงแล้วจริงๆ

ความรักที่ร้อนแรงและสิ้นหวังตลอดสิบปีที่ผ่านมาของเธอมีแต่จะแผดเผาตัวเอง

ตอนนี้ เธอต้องเป็นคนดับไฟกองนั้นเอง

เธอต้องถอนเขาออกจากหัวใจให้ได้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หาสัญญารัก
9.7
เมื่อวิกฤตหนี้สินบีบบังคับจนไร้ทางเลือก หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งจึงจำใจต้องยอมรับข้อเสนออันแสนโหดร้ายจากเจ้าหนี้ผู้มีอำนาจล้นฟ้า เพื่อชดใช้พันธนาการทางการเงินทั้งหมด เธอต้องแลกด้วยร่างกายและศักดิ์ศรีภายใต้การควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จของเขา ในสังคมเมืองยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการหักหลังและเกมผลประโยชน์ ข้อตกลงที่ก่อตัวขึ้นจากความเกลียดชังและความปรารถนาอันเร่าร้อนนี้ จะนำพาทั้งสองคนก้าวเข้าสู่เส้นทางความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและยากจะคาดเดาตอนจบ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะเลเถื่อน
7.8
ความเกลียดชังที่สุมทรวงทำให้ ณคุณ เลือกที่จะลงทัณฑ์หญิงสาวที่ตนแสนชังอย่างโหดร้ายทารุณ โดยไม่สนเลยว่าเธอจะบอบช้ำจากความป่าเถื่อนของเขามากเพียงใด เขายังคงตราหน้าว่าเธอคือแม่มดใจร้ายที่สมควรได้รับความเจ็บปวดเพื่อชดใช้ความผิด ชายหนุ่มวางแผนกักขังเธอไว้ในบ่วงสัมพันธ์ทางกายที่ไร้ซึ่งความรัก โดยมีจุดประสงค์เดียวคือต้องการให้เธอตั้งครรภ์ทายาทของเขา และทันทีที่เด็กคลอดออกมาจนหมดประโยชน์ เธอก็จะถูกเขี่ยทิ้งและเนรเทศออกไปจากชีวิตของเขาอย่างเหี้ยมโหด ท่ามกลางไฟแค้นอันร้อนแรงที่ไม่มีวันมอดดับลง
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีที่ (ไม่) รัก
9.4
จากคู่ปรับที่เกลียดชังกันเข้ากระดูกดำ กลับต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาอย่างไม่เต็มใจ ทำให้บ้านที่ควรจะสงบสุขแปรเปลี่ยนเป็นสนามรบอันดุเดือด ทว่าจุดพลิกผันของความสัมพันธ์ครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในสถานบันเทิงยามค่ำคืน เมื่ออุบัติเหตุไม่คาดฝันทำให้น่านได้เห็นจิดาภาในสภาพไร้เสื้อผ้าติดกาย จากชายหนุ่มที่เคยพ่นแต่วาจาดูถูกเหยียดหยาม เขากลับตกตะลึงจนพูดไม่ออก สายตาที่เคยมองด้วยความรังเกียจแปรเปลี่ยนเป็นความกระหายอยากอันร้อนแรง น่านเริ่มจู่โจมและรุกคืบเข้าหาเธออย่างคุกคามจนหญิงสาวตั้งรับไม่ทัน สัญชาตญาณดิบที่ซ่อนเร้นถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในค่ำคืนที่ความลับใต้ร่มผ้าถูกเปิดเผย เปลี่ยนสามีสุดร้ายกาจให้กลายเป็นอีกคน
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงร้ายพ่ายรัก
9.6
ความรักของหนึ่งเริ่มเผชิญกับรอยร้าวครั้งใหญ่ เมื่อเธอพยายามติดต่อเพลิงแต่กลับได้รับเพียงความเฉยชา และเมื่อเดินทางไปหาเขาที่ห้องก็ต้องตกใจที่รหัสผ่านถูกเปลี่ยนโดยไม่มีการบอกล่วงหน้า เพลิงไม่เพียงแต่ตัดสายโทรศัพท์อย่างไร้เยื่อใย แต่ยังเอ่ยปากไล่เธอให้กลับไปอย่างไม่ไยดี ปล่อยให้หนึ่งต้องยืนเคว้งคว้างอยู่หน้าห้องด้วยความเสียใจและสับสนกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ท่าทีที่แสนห่างเหินและบทสนทนาอันแสนสั้นนี้กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังสั่นคลอนจนยากจะประสานให้กลับมางดงามได้ดังเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักร้ายนายมาเฟีย | พายุ x ชะเอม
9.6
เมื่อพายุ มาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความรู้สึกเอ่ยปากตัดสัมพันธ์อย่างไม่ใยดี พร้อมสั่งห้ามไม่ให้ชะเอมเข้ามาข้องแวะในชีวิตเขาอีก ทว่าหญิงสาวกลับตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้ว่าผู้ชายแบบเขาก็ห่างไกลจากสเปกที่เธอจะนึกรักเช่นกัน แต่ทว่าภายใต้ท่าทีดื้อรั้นที่พยายามเข้าหาเขานั้น แท้จริงแล้วเธอกลับมีเหตุผลจำเป็นบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งบีบคั้นให้เธอไม่มีทางเลือก และต้องยอมทนเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับมาเฟียสุดอันตรายคนนี้ในเกมความสัมพันธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง คาสโนว่าร้อยรัก
8.6
เมื่อเรียวหนุ่มรักอิสระในวัยใกล้สามสิบได้พบกับแป้งหอม หญิงสาวธรรมดาผู้มีดวงตามุ่งมั่นและหัวใจที่แข็งแกร่ง โลกทั้งใบของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทว่าเมื่อถึงคราวที่เธอต้องการจะก้าวเดินจากเขาไป ชายหนุ่มผู้ไม่อาจยอมสูญเสียเธอไปได้จึงตัดสินใจใช้ความต้องการส่วนตัวของตนเองเป็นพันธนาการเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้ข้างกาย แม้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงรอบด้าน แต่สำหรับเขาแล้ว การได้ครอบครองหัวใจของเธอคือการลงทุนครั้งสำคัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต