APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม  โทสะของผู้ปกครอง

รักต้องห้าม โทสะของผู้ปกครอง

8.7 / 10.0
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เอวาแอบรักภาคิน ผู้ปกครองที่รับเลี้ยงเธอหลังครอบครัวล้มละลาย แต่เมื่อเธอสารภาพรักในวันเกิดปีที่สิบแปด เขากลับระเบิดโทสะใส่และทำลายของขวัญที่เธอตั้งใจทำให้อย่างไม่ใยดี ซ้ำร้ายเขายังพาคู่หมั้นเข้ามาในบ้าน ทำลายสัญญาใจที่เคยมีให้กันอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนที่เคยเป็นโลกทั้งใบกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเธอที่สุด เอวาจึงตัดสินใจหนีความเจ็บปวดนี้ด้วยการเข้าเรียนที่จุฬาฯ และย้ายไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ เพื่อลบเขาออกไปจากใจให้พ้นจากหัว

รักต้องห้าม โทสะของผู้ปกครอง ตอนที่ 1

สิบปีเต็มที่ฉันแอบรักภาคิน วงศ์วรานนท์ ผู้ปกครองของฉัน

หลังจากครอบครัวของฉันล้มละลาย เขาก็รับฉันไปดูแลและเลี้ยงดูฉันจนโต เขาคือโลกทั้งใบของฉัน

ในวันเกิดอายุสิบแปดปี ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อสารภาพรักกับเขา

แต่ปฏิกิริยาของเขากลับเป็นความเกรี้ยวกราดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาปัดเค้กวันเกิดของฉันตกพื้นแล้วคำรามลั่น “สติแตกไปแล้วเหรอ? ฉันเป็นผู้ปกครองเธอนะ!”

จากนั้นเขาก็ฉีกภาพวาดที่ฉันใช้เวลาวาดเป็นปีเพื่อเป็นคำสารภาพรักของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี

เพียงไม่กี่วันต่อมา เขาก็พาโคลอี้ คู่หมั้นของเขากลับมาบ้าน

ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะรอฉันโต ที่เคยเรียกฉันว่าดวงดาวที่สว่างไสวที่สุดของเขา ได้หายไปแล้ว ความรักที่ร้อนแรงและสิ้นหวังตลอดสิบปีของฉันทำได้เพียงแผดเผาตัวเอง

คนที่ควรจะปกป้องฉันกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายฉันเจ็บปวดที่สุด

ฉันก้มมองจดหมายตอบรับจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในมือ ฉันต้องไปจากที่นี่ ฉันต้องถอนรากถอนโคนเขาออกจากหัวใจ ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม

ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของพ่อ

“พ่อคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เอวาตัดสินใจแล้ว เอวาอยากไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ ค่ะ”

บทที่ 1

วันที่สิบแปดของการตัดใจจากภาคิน วงศ์วรานนท์ เริ่มต้นด้วยการที่เอวาลบรูปภาพบนหน้าจอล็อกของโทรศัพท์

มันเป็นภาพถ่ายทีเผลอที่เธอแอบถ่ายไว้

ภาคินกำลังนั่งอยู่บนโซฟา อาบไล้ด้วยแสงแดดยามบ่าย มีนิตยสารธุรกิจวางอยู่บนตัก เขากำลังมองมาที่เธอ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นบนริมฝีปาก

ตลอดสิบปีเต็ม ตั้งแต่อายุแปดขวบจนถึงสิบแปด ผู้ชายคนนี้คือดวงอาทิตย์ในโลกของเธอ

ความสุข ความโกรธ ความเศร้า โลกทั้งใบของเธอหมุนรอบตัวเขา

แต่ตอนนี้ เธอต้องการจะดับดวงอาทิตย์ดวงนั้นด้วยมือของเธอเอง

หน้าจอดับมืดลง

กลายเป็นสีดำสนิท ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้

นิ้วของเอวาสั่นเล็กน้อยขณะที่เธอวางโทรศัพท์ลงแล้วหยิบแก้วนมบนโต๊ะขึ้นมา มันเย็นชืดหมดแล้ว

เธอดื่มรวดเดียว ของเหลวเย็นๆ ไหลผ่านลำคอ แต่ก็ไม่อาจระงับความรู้สึกร้อนรุ่มในอกได้

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกดเบอร์ที่ไม่ได้ติดต่อไปนานแล้ว

สายต่อติดอย่างรวดเร็ว เสียงอ่อนโยนของผู้ชายดังขึ้น

“เอวาเหรอลูก”

“พ่อคะ” เธอเรียก น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย “เอวาได้จดหมายตอบรับแล้วค่ะ จากจุฬาฯ”

พ่อของเธอเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นน้ำเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความยินดีที่ปิดไม่มิด “เยี่ยมไปเลย! เอวา พ่อขอแสดงความยินดีด้วยนะลูก คณะอักษรศาสตร์ใช่ไหม? คณะที่ลูกใฝ่ฝันมาตลอด”

“ค่ะ”

“แล้ว...ลูกตัดสินใจแล้วใช่ไหม? ว่าจะมาอยู่กรุงเทพฯ”

“ตัดสินใจแล้วค่ะ” เอวาพูด พลางกำโทรศัพท์แน่นขึ้น “เอวาอยากมาอยู่กับพ่อ”

เธออยากหนีไปจากที่นี่ อยากหนีไปจากภาคิน

พ่อของเธอเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ในน้ำเสียงของเธอ เขาถอนหายใจเบาๆ “เป็นเพราะภาคินเหรอ? เขาทำให้ลูกลำบากใจอีกแล้วใช่ไหม”

“เปล่าค่ะ” เอวาโกหก พยายามทำเสียงให้ผ่อนคลาย “พี่คินเขากำลังจะหมั้นแล้วค่ะ เอวาจะอยู่ที่บ้านเขาในฐานะเด็กในปกครองต่อไปก็คงไม่เหมาะ มันรู้สึกแปลกๆ ค่ะ อีกอย่าง ตอนนี้เอวาก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงเวลาที่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเองแล้วค่ะ”

ความเงียบอันหนักอึ้งโรยตัวลงมา

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงของพ่อที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจก็ดังผ่านโทรศัพท์มา “เอวาที่น่าสงสารของพ่อ หลายปีมานี้ลูกคงลำบากมากที่ต้องไปอยู่บ้านนั้นเพราะพ่อดูแลลูกไม่ได้...ดีแล้วล่ะที่ลูกจะมา ต่อไปนี้พ่อจะดูแลลูกเองนะ”

เขาพูดเสริม “ธุรกิจของครอบครัวเรากลับมาเข้าที่เข้าทางแล้วนะลูก ลูกไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครอีกต่อไป พ่อเลี้ยงลูกได้”

ความอบอุ่นจากคำพูดของเขาทำให้เอวารู้สึกแสบตา

เธอสูดจมูก กลั้นน้ำตาไว้ “ค่ะ”

หลังจากวางสาย เธอมองตัวเองในกระจก ตาของเธอแดงและบวม

สิบปี เธอใช้เวลาสิบปีเต็มในการรักผู้ชายที่ไม่มีวันเป็นของเธอ

เธอต้องไปจากที่นี่

เธอต้องถอนรากถอนโคนภาคินออกจากหัวใจ ทีละชิ้น ทีละชิ้น ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม

เธอสูดหายใจลึกๆ แล้วเดินออกจากห้องนอน ไฟในห้องทำงานที่ปลายโถงทางเดินยังเปิดอยู่

ภาคินยังคงทำงานอยู่

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินไปที่นั่น กำจดหมายตอบรับจากจุฬาฯ ไว้แน่น เธอต้องบอกเขา

เธอหยุดที่ประตูซึ่งแง้มอยู่ เธอเห็นผู้ชายข้างในผ่านช่องว่างนั้น

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาเรียบๆ ท่าทางสง่างามและสีหน้ามุ่งมั่น แสงจากโคมไฟส่องกระทบโครงหน้าคมคายของเขา ทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับไม่ใช่คนจริงดูนุ่มนวลขึ้น แว่นตากรอบทองวางอยู่บนสันจมูกโด่ง เพิ่มความสุภาพอ่อนโยนให้กับท่าทีที่เย็นชาของเขา

นี่คือภาคิน วงศ์วรานนท์ อดีตลูกน้องคนสนิทของพ่อเธอ ชายหนุ่มผู้ปราดเปรื่องที่ยังคงภักดีในตอนที่ธุรกิจของครอบครัวเธอล้มละลาย ตอนที่พ่อแม่ของเธอหย่ากันและแม่ของเธอย้ายไปอยู่ต่างประเทศ พ่อของเธอซึ่งอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุดได้ขอให้ภาคินมาเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของเธอ เขาคือผู้ชายที่เลี้ยงดูเธอมา

ผู้ปกครองของเธอ ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด

และเป็นผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอดสิบปี

“พี่คินคะ” เธอเรียกเบาๆ เสียงของเธอแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

ภาคินเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอ “มีอะไร?”

น้ำเสียงของเขาเย็นชาและห่างเหินเหมือนเคย

หัวใจของเอวาบีบรัด เธอเกือบจะพูดออกไปแล้ว แต่โทรศัพท์ของเขาบนโต๊ะก็ดังขึ้น เป็นเสียงเรียกเข้าที่สดใส

สีหน้าเย็นชาของเขาละลายลงทันทีที่เห็นชื่อผู้โทร ความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนผลิบานในดวงตาของเขา

“โคลอี้” เขาพูด น้ำเสียงของเขาต่ำและนุ่มนวล

นั่นคือคู่หมั้นของเขา โคลอี้ วรโชติ

“สถานที่เหรอ? คุณตัดสินใจได้เลย ผมยังไงก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย” เขาฟังคนที่อยู่อีกฝั่งของสาย มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรักใคร่ “แค่คุณชอบ อย่างอื่นก็ไม่สำคัญแล้ว”

เอวายืนนิ่งอยู่ที่ประตู มือและเท้าของเธอเย็นเฉียบ

จดหมายตอบรับในมือของเธอรู้สึกหนักอึ้งราวกับหนักเป็นพันกิโล

เธอจำวันเกิดอายุสิบแปดของเธอได้เมื่อสองเดือนก่อน เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อมอบภาพวาดที่เธอใช้เวลาวาดเป็นปีให้เขา ชื่อภาพว่า ‘ความลับ’

ในภาพวาด เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินตามหลังผู้ชายคนหนึ่ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรัก

มันคือคำสารภาพรักของเธอ

ปฏิกิริยาของภาคินคือความเกรี้ยวกราดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

เขาปัดของขวัญทั้งหมดลงจากโต๊ะ เค้กกระแทกพื้นดังโครม

“เอวา อัศวเมธา!” เขาคำราม ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ “สติแตกไปแล้วเหรอ? ฉันเป็นผู้ปกครองเธอนะ!”

เธอเถียงกลับอย่างดื้อรั้น น้ำตาไหลอาบแก้ม “แต่เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดนะคะ! พ่อไว้ใจพี่! และวิธีที่พี่ตามใจเอวามาตลอด...มันไม่ใช่แบบที่ผู้ปกครองควรจะปฏิบัติต่อเด็กในปกครอง!”

เขาหัวเราะเยาะ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโหดร้าย “แยกไม่ออกหรือไงระหว่างความรักแบบครอบครัวกับความรักแบบหนุ่มสาว? ที่เรียนมานี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสินะ”

พูดจบ เขาก็ฉีกภาพวาดของเธอ ‘ความลับ’ ของเธอ จนไม่เหลือชิ้นดี

เขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งเธอไว้ตามลำพังท่ามกลางซากปรักหักพังของวันเกิดของเธอ

เธอร้องไห้และเก็บชิ้นส่วนต่างๆ ขึ้นมา ค่อยๆ ติดมันกลับเข้าด้วยกัน แต่ภาพวาดนั้นก็เหมือนกับหัวใจของเธอที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น

ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังไม่ยอมแพ้

เธอคิดว่าตราบใดที่เธอดีพอ ตราบใดที่เธอเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเขาได้ เขาจะมองเห็นเธอ

แต่หลังจากที่เธอเรียนจบ เขาก็พาโคลอี้ วรโชติกลับมาบ้าน

เขาแนะนำเธอด้วยรอยยิ้ม “เอวา นี่โคลอี้ คู่หมั้นของพี่”

นั่นคือช่วงเวลาที่เธอรู้

มันจบลงแล้วจริงๆ

ความรักที่ร้อนแรงและสิ้นหวังตลอดสิบปีที่ผ่านมาของเธอมีแต่จะแผดเผาตัวเอง

ตอนนี้ เธอต้องเป็นคนดับไฟกองนั้นเอง

เธอต้องถอนเขาออกจากหัวใจให้ได้

อ่านต่อ

สารบัญ รักต้องห้าม โทสะของผู้ปกครอง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงไม่ปล่อยให้ชีวิตพังทลายเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไม่อาจแก้ไข เธอต้องเผชิญตราบาปที่ไม่ได้ก่อจากการกระทำของชายสารเลวที่ทำให้เธอตั้งท้อง จนถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่จริงเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่โดนรังแกอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมความเสียใจที่อดีตไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอ จนต้องพบจุดจบอันแสนทรมานใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
เมื่อหญิงสาวผู้หลงใหลในสิ่งของล้ำค่าและอัญมณีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ต้องมาเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีหนุ่มสายเปย์ที่พร้อมประเคนของขวัญเลอค่าให้เธออย่างไม่มีวันหมดสิ้น แม้เธอจะพยายามหาทางหลีกหนีและปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ที่เขามอบให้มากเท่าไหร่ ชายหนุ่มกลับยิ่งรุกคืบด้วยการขนสมบัติมากมายมาเอาชนะใจเธอราวกับรถสิบล้อ ยิ่งเธอถอยห่าง เขาก็ยิ่งใช้ความร่ำรวยเข้าหาและเปย์หนักขึ้นทุกที แล้วหัวใจของคนแพ้ทางของสวยงามอย่างเธอ จะต้านทานเสน่ห์อันเหลือร้ายและบ่วงรักของจอมทุ่มคนนี้ได้นานเท่านี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
การเดินทางอันแสนเรียบง่ายของจางฟางซินกลับกลายเป็นฝันร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อรถม้าของเธอถูกกลุ่มคนลึกลับลอบโจมตีจนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ท่ามกลางบาดแผลฉกรรจ์และความทรมานเจียนตายที่ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพื่อหยิบมีดสั้นเล่มเดียวที่มีหวังจะใช้ปกป้องชีวิตตนเอง แต่แล้วเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าผู้ถือกระบี่อาบเลือดจ่อประชิดตัว กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดคละคลุ้งทำเอาเรี่ยวแรงของเธอสูญสิ้นไปจนหมดสิ้น ทว่าในความหวาดกลัวนั้น ใบหน้าของเพชฌฆาตหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อพล็อตนิยายเดิมถูกคนเกิดใหม่แก้ไขจนพังยับเยิน หญิงสาวที่ทะลุมิติมาเข้าร่างของภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหนีออกจากจวน เพื่อออกเดินทางท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวสุดกวน ทว่าชีวิตใหม่ในโลกแฟนตาซีครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและเรื่องราวสุดแปลกประหลาดอย่างคาดไม่ถึง เธอต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้เคล็ดวิชาน้ำเต้าหู้สังหารศัตรูอย่างพิสดาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางตัวดีที่เรียกร้องจะกินแต่หมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางอันตรายและความวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาในโลกใบ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์