APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานตีตราแค้น

ซาตานตีตราแค้น

เมื่ออัทธ์ อัฐเสนา หนุ่มลูกครึ่งวัย 32 ปี จับได้ว่ามัดไหม เด็กสาวกำพร้าวัย 19 ปี ลูกสาวลูกหนี้ที่โกงเงินพ่อของเขาไป ส่งเสาวรส พี่สาวคนสนิทมารับบทเจ้าสาวตัวปลอมแทนตัวเธอเพื่อเลี่ยงสัญญาชดใช้หนี้ ความแค้นจึงปะทุขึ้น อัทธ์ตั้งใจดัดสันดานคนโกง ทว่าเสาวรสที่ยอมเสียสละเพื่อทดแทนบุญคุณกลับเริ่มหวั่นไหวกับเสน่ห์ของอัทธ์ ขณะที่มัดไหมซึ่งเป็นเจ้าสาวตัวจริงต้องทนทุกข์และพยายามตัดใจ ทั้งที่เธอกับอัทธ์มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ท่ามกลางความรักต้องห้ามของธีระ ชายหนุ่มผู้กตัญญูต่ออัทธ์ อัทธ์ยังคงเรียกร้องและไม่ยอมปล่อยมัดไหมไป แม้เขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับเสาวรสตามหน้าที่ก็ตาม
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ไอหมอกสีขาวเหมือนควันหนาทึบปกคลุมทั่วอาณาบริเวณไร่มะขามหวาน บดบังแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นจากขอบภูเขา แต่มันไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางรถคันหนึ่งที่กำลังแล่นตรงมายังบ้านสองชั้นซึ่งปลูกอยู่บนเนินหญ้าเตี้ยๆ แต่อย่างใด

ม่านหน้าต่างชั้นสองถูกรวบเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอด คนขับและคนที่นั่งมาด้วยล้วนแต่งกายด้วยชุดสูท ทั้งสองเปิดประตูลงมาและโค้งศีรษะให้กับเสาวรสที่ยืนรออยู่พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบ มัดไหมรู้ในทันทีว่าสองคนนั้นคือคนที่อัทธ์ส่งมา หากว่าไม่ได้เสาวรสช่วยหาทางออกให้ ป่านนี้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคงเป็นหล่อนเอง

เสาวรสขยับไปยังตอนหลังของรถเมื่อคนขับเปิดประตูให้ โดยไม่ลืมที่จะเงยหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่างชั้นสองที่เป็นห้องนอนของมัดไหม พร้อมกับคลี่ยิ้มให้นิดๆ คล้ายกับจะบอกคนที่อยู่บนนั้นว่าไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว ทำเอามัดไหมน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจกับความเสียสละของคนที่ตัวเองรักเหมือนดั่งพี่สาว

หลังจากประตูรถปิดลง คนขับก็พารถแล่นออกไปไกลจากตัวบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หายลับไปกับสายหมอก เหลือไว้เพียงความเงียบงันคล้ายกับว่ารถคันนั้นไม่เคยมาเยือนที่บ้านหลังนี้มาก่อน

เวลาผ่านไปกว่าสี่ชั่วโมงรถยนต์คันนั้นก็แล่นเข้ามาจอดยังหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองกรุง เสาวรสก้าวลงจากรถโดยไม่ต้องสนใจต่อกระเป๋าของตัวเอง เพราะมีคนถือให้อยู่แล้ว หล่อนก้าวตามผู้ชายสองคนนั้นเข้าไปข้างใน แม้จะเตรียมใจมาแล้วแต่ก็ยังอดหวาดหวั่นไม่ได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอัทธ์จริงๆ

“มาแล้วครับนาย”

เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดนอนสีฟ้าลายทางสวมทับด้วยเสื้อคลุมเนื้อดีผูกหลวมๆ ที่เอวหันมา ยกแก้วไวน์ที่อยู่ในมือขึ้นจิบ แล้วใช้สายตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกนมองเสาวรสอย่างเพ่งพินิจ

“เธอชื่ออะไร”

คำถามแรกของเขาดังขึ้น เสาวรสพยายามควบคุมสติให้มั่นคง และไม่แสดงพิรุธใดๆ ออกมาให้อัทธ์ได้เห็น ทั้งๆ ที่ตอนนี้หล่อนตื่นเพริดไปหมด เพราะแม้ผู้ชายตรงหน้านั้นจะหล่อเหลามากเพียงใด แต่สิ่งที่ไม่ด้อยไปกว่ารูปร่างหน้าตาของเขาก็คือความดุดันร้ายกาจที่แผดรัศมีออกมาแรงจนหล่อนสะท้านไปหมด

“เสาวรสค่ะ”

“ลูกสาวนายมนูญใช่มั้ย”

“ค่ะ”

“ฉันนึกว่าเธอจะเด็กกว่านี้เสียอีก” เขาวิจารณ์เหมือนจับผิด

“เอ่อ...คือ” เสาวรสคิดหาคำอธิบายไม่ถูกยามที่ถูกจ้องด้วยตาคมดุเช่นนั้น

“แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเธอก็มาแล้ว ตอนแรกฉันนึกว่าเธอจะหนีไปเสียอีก”

“รสไม่หนีหรอกค่ะ ยังไงรสก็ต้องรักษาสัญญาของพ่อ เพื่อไร่ เพื่อคนงานของรส”

“ดี๊...ฉันชอบคนมีสัจจะ แต่เกลียดการโกหกที่สุดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้เธอรู้ไว้นะเสาวรส ในฐานะที่เธอจะมาเป็นเมียฉัน อย่าทำในสิ่งที่ฉันไม่ชอบ ถ้าไม่อยากเดือดร้อน”

“ค่ะ รสจะจำไว้” เสาวรสได้แต่รับคำเสียงแผ่ว เพราะหล่อนกำลังทำในสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดอยู่นั่นเอง

“เธอดูว่าง่ายดีนี่เสาวรส ฉันชอบคนแบบนี้ละ ฉันจะให้เวลาเธอปรับตัวให้เข้ากับฉันและคนที่บ้านหลังนี้ก่อน หลังจากนั้นฉันถึงจะจัดงานแต่งงาน เธอโอเคหรือเปล่า”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามฉันมา ฉันจะพาไปรู้จักกับคนในบ้าน”

อัทธ์ก้าวนำไปยังประตูอีกด้านซึ่งเชื่อมไปยังห้องโถงใหญ่ของบ้าน มีคนนั่งรออยู่ในนั้นกว่าสิบคนทั้งหญิงและชาย ส่วนใหญ่แต่งตัวด้วยชุดแบบเดียวกัน มีเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่บนโซฟาที่ดูแตกต่างไปจากคนอื่น ทุกคนหันมามองอัทธ์และเสาวรส เมื่อทั้งสองก้าวเข้ามาในห้อง

เขานั่งลงก่อนบนโซฟาหนานุ่มตัวยาวที่วางอยู่ตรงกลาง พาดแขนไปตามพนักแบบสบายๆ ในมาดเจ้าของบ้าน และบอกให้เสาวรสนั่งลงที่โซฟาตัวที่อยู่ใกล้ๆ ตรงข้ามกับที่ผู้ชายอีกคนนั่งอยู่

“มากันทุกคนแล้วใช่มั้ยธี” อัทธ์หันไปถามผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นคนสำคัญอีกคนของบ้าน แต่คงจะน้อยกว่าเขา เพราะผู้ชายคนนั้นดูเกรงใจอัทธ์เป็นพิเศษ

“ครับพี่อัทธ์”

“งั้นก็ดีแล้ว ที่ฉันเรียกทุกคนมาวันนี้ก็เพื่อแนะนำให้รู้จักกับว่าที่เจ้าสาวของฉัน นี่คือเสาวรส” เขาปรายตาไปทางเสาวรส และหญิงสาวก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้ชายที่อัทธ์เรียกว่า ‘ธี’ ก่อนจะหันไปยิ้มกับคนอื่นๆ ที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้น

“สวัสดีค่ะทุกคน”

“นี่ธีระน้องชายของฉัน ส่วนที่เหลือเป็นคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ทั้งหมด เธออยากได้อะไรก็บอกแม่พิศ แม่พิศเป็นคนเก่าคนแก่และเป็นคนดูแลความเรียบร้อยของบ้าน”

“ค่ะ” เสาวรสรับคำสั้นๆ พร้อมกับยิ้มให้แม่พิศอย่างฝากเนื้อฝากตัว

“ธี เดี๋ยวนายช่วยพาเสาวรสขึ้นไปที่ห้องนะ แล้วก็บอกเวลาอาหารเสียให้เรียบร้อย” อัทธ์หันไปออกคำสั่งกับคนที่ตัวเองบอกว่าเป็นน้องชาย ซึ่งเสาวรสฟังดูไม่เหมือนพี่กับน้องสักเท่าไหร่

“ครับพี่อัทธ์” ธีระรับคำและหันไปทางหญิงสาวที่เป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน “เชิญครับคุณเสาวรส”

ธีระลุกขึ้นและผายมือให้เสาวรสเดินตาม โดยมีคนที่ไปรับหล่อนมาจากไร่เป็นคนหิ้วกระเป๋าตามหลังขึ้นไปยังชั้นสอง

ประตูห้องห้องหนึ่งถูกผลักเข้าไป คนที่หิ้วกระเป๋าเอามันไปวางไว้ แล้วทิ้งให้สองหนุ่มสาวอยู่กันตามลำพังในห้องกว้างชวนสบายนั้น

“ห้องนี้เป็นห้องของคุณเสาวรสนะครับ พออยู่ได้มั้ยครับ” ธีระเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและฟังดูเป็นกันเอง ขณะที่เสาวรสกำลังกวาดตามองสำรวจไปรอบๆ ห้อง

“ได้ค่ะ”

“ดูคุณเสาวรสตื่นๆ นะครับ” คราวนี้ธีระไม่แค่พูดแต่ยังยิ้มให้อย่างอบอุ่นด้วย

“ก็นิดหน่อยค่ะ พอดีรสไม่ค่อยได้ไปไหน นอกจากไร่กับมหาวิทยาลัย” เสาวรสกล้าคุยมากขึ้น อาจเป็นเพราะธีระไม่เหมือนพี่ชายของเขา แม้อัทธ์จะไม่ได้ทำอะไรมากแต่ก็สามารถทำให้หล่อนเกร็งไปหมดเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ขณะที่ธีระดูผ่อนคลายและเข้าถึงได้ง่ายกว่า

“ผมนึกว่ากลัวพี่อัทธ์เสียอีก”

“นั่นก็ด้วยค่ะ คุณอัทธ์ออกจะน่ากลัว”

“แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่กลัวพี่อัทธ์นะครับ มีแต่คนอยากอยู่ใกล้ พออยู่ไปนานๆ คุณเสาวรสก็จะรู้เองละครับว่าพี่อัทธ์ไม่ใช่คนน่ากลัวอะไร ออกจะมีเสน่ห์ด้วยซ้ำ”

“รสก็หวังว่ารสจะรู้สึกแบบนั้นค่ะ” เสาวรสพูดกลางๆ อย่างคนที่ไม่ด่วนตัดสินใครหรืออะไรจากคำพูดคนอื่น หากว่าหล่อนต้องเป็นภรรยาของอัทธ์อย่างฝืนพรหมลิขิตไม่ได้จริงๆ หล่อนก็จะเรียนรู้ที่จะรู้สึกดีๆ กับเขา

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนแล้วนะครับ คุณเสาวรสจะได้พักผ่อน”

“เรียกรสว่ารสเฉยๆ ก็พอค่ะ อย่าเรียกชื่อเต็มอย่างนั้นเลย รสไม่ค่อยชิน”

“ก็ได้ครับคุณรส อ้อ...เวลาอาหารของที่นี่ ตอนเช้า 7.30 น. ตอนเย็น 18.30 น. นะครับ ส่วนตอนเที่ยงไม่ได้ระบุเวลาอะไร เพราะส่วนใหญ่พี่อัทธ์กับผมจะหาทานแถวๆ บริษัท ถ้าหากคุณรสอยากทานของว่างก็บอกแม่พิศได้ครับ”

“ขอบคุณคุณธีระมากนะคะ”

“เรียกผมว่าธีเฉยๆ ก็ได้ครับ” ธีระบอกอย่างเป็นกันเองเช่นเดิม

“ค่ะคุณธี ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

ธีระก้าวออกจากห้องเพื่อให้ว่าที่ภรรยาเจ้าของบ้านได้มีเวลาส่วนตัว เสาวรสเดินไปพิงหลังกับประตูพร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆ พลางคิดถึงคนที่เพิ่งออกไปและพี่ชายของเขาอย่างน้อยที่นี่ก็มีอะไรหลายซึ่งตรงข้ามกับที่คิดไว้มาก

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข่มรักเมียแต่ง
8.6
ชีวิตคู่ที่ควรจะเริ่มต้นด้วยความสุขกลับกลายเป็นฝันร้ายตั้งแต่คืนวันแต่งงาน เมื่อสามีที่ตีตราเป็นเจ้าของร่างกายเธอกลับไม่ได้มอบความรักให้เลยแม้แต่น้อย วันเวลาผ่านไปด้วยความทรมานจากการถูกเขาคอยจับผิดและสาดส่องถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ใยดี แม้เธอจะมีฐานะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เขากลับใช้ความระแวงเป็นกรงขังคอยทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของเธออย่างไร้ความปรานี ตอกย้ำให้รู้ว่าเธอไม่มีวันหลุดพ้นจากความเกลียดชังนี้ได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักพญามังกร
8.7
เมื่อความปลอดภัยของครอบครัวถูกคุกคาม สรัญรัตน์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมทอดกายให้ หยางโจวหมิง มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาแห่งเกาะฮ่องกง ชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ในมือ ท่ามกลางความกดดันและความสูญเสียศักดิ์ศรี หญิงสาวจำต้องเปลื้องชุดกี่เพ้าออกช้าๆ ต่อหน้าเขาด้วยหยาดน้ำตา ขณะที่พญามังกรหนุ่มจ้องมองร่างงามด้วยความปรารถนาอันแฝงไปด้วยความเหยียดหยาม แม้หัวใจของเธอจะบอบช้ำและเจ็บปวดเพียงใด ทว่าสรัญรัตน์ก็ไม่อาจดิ้นรนให้พ้นจากโซ่ตรวนเสน่หาที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อตีตราและครอบครองตัวเธอได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง ความลับของเมียสาว
9.4
เปิดประตูสู่เรื่องราวเบื้องหลังของเหล่าภรรยาผ่านคอลเลกชันเรื่องสั้นสุดเร่าร้อน ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับความต้องการส่วนลึกในใจซึ่งถูกซ่อนเร้นไว้ไม่ให้ใครรู้ ร่วมสำรวจการเติมเต็มสีสันชีวิตคู่ที่แสนตื่นเต้นท้าทาย ทั้งความปรารถนาส่วนตัวที่แอบซ่อนไว้เงียบๆ หรือแม้กระทั่งเกมรักสุดซับซ้อนที่สามีตัวดีเป็นคนวางแผนและสนับสนุนให้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง มาร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตของเมียสาวแต่ละคนว่า แรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านและจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ในครั้งนี้ จะนำพาชีวิตรักของพวกเธอไปสู่บทสรุปสุดท้ายในรูปแบบไหนในรูปแบบใด
ภาพปกนิยายเรื่อง จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง
7.9
ห้าปีเต็มที่ฉันยอมซ่อนตัวในฐานะคนรักลับๆ เพื่อรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับคู่หมั้นผู้ล่วงลับซึ่งเป็นพี่ชายของเขา แต่เมื่อพันธนาการนั้นสิ้นสุดลง เขากลับตอบแทนความภักดีด้วยความเย็นชา โดยสั่งให้ฉันเป็นคนจัดเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง ความเจ็บปวดครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฉันตัดสินใจก้าวออกจากเงามืดเพื่อทวงคืนชีวิตและกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง สาปรักรัตติกาล
9.6
ฌาน ชายหนุ่มลูกครึ่งร่างสูงใหญ่ผู้มีสายเลือดแวมไพร์แฝงเร้น ได้เลือกใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในเมืองไทยมานานกว่าสามปีเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง ทว่าความลับที่เขาเฝ้าระวังกลับต้องสั่นคลอนเมื่อโชคชะตานำพาให้มาพบกับ ยิหวา อดีตผู้สื่อข่าวสาวที่เพิ่งว่างงานจากประเด็นขัดแย้งกับดาราดัง ด้วยสัญชาตญาณการสืบค้นที่ฝังลึกในตัวเธอ ทำให้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยและพยายามสร้างระยะห่างเพื่อปกป้องเธอ แต่ยิ่งเขาพยายามหลีกหนีมากเท่าใด ความรู้สึกปรารถนาและโหยหาในตัวหญิงสาวกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนยากจะต้านทาน ท่ามกลางความลับแห่งรัตติกาลที่รอวันเปิดเผย
ภาพปกนิยายเรื่อง น้องสาวร้อนรัก
9.2
เมื่อสาวข้างบ้านสุดฮอตปรากฏตัวอย่างไร้เสื้อผ้าที่ปลายเตียง ชายหนุ่มก็ไม่อาจควบคุมความต้องการของตัวเองได้อีกต่อไป แม้จะรู้ดีว่าเธอคือน้องสาวของเพื่อนสนิทที่เขาไม่ควรแตะต้อง แต่ความเซ็กซี่เย้ายวนและสัมผัสอันร้อนแรงของเธอกลับปลุกเร้าอารมณ์ดิบในกายจนเกินจะต้านทาน เพียงแค่โดนเธอสัมผัส ความปรารถนาก็ลุกโชนจนยากจะห้ามใจ จนเขาต้องดึงเธอเข้ามาร่วมเตียงเพื่อลิ้มลองความเร่าร้อนที่แสนเผ็ดร้อนในค่ำคืนที่แสนยาวนาน