APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานตีตราแค้น

ซาตานตีตราแค้น

9.0 / 10.0
เมื่ออัทธ์ อัฐเสนา หนุ่มลูกครึ่งวัย 32 ปี จับได้ว่ามัดไหม เด็กสาวกำพร้าวัย 19 ปี ลูกสาวลูกหนี้ที่โกงเงินพ่อของเขาไป ส่งเสาวรส พี่สาวคนสนิทมารับบทเจ้าสาวตัวปลอมแทนตัวเธอเพื่อเลี่ยงสัญญาชดใช้หนี้ ความแค้นจึงปะทุขึ้น อัทธ์ตั้งใจดัดสันดานคนโกง ทว่าเสาวรสที่ยอมเสียสละเพื่อทดแทนบุญคุณกลับเริ่มหวั่นไหวกับเสน่ห์ของอัทธ์ ขณะที่มัดไหมซึ่งเป็นเจ้าสาวตัวจริงต้องทนทุกข์และพยายามตัดใจ ทั้งที่เธอกับอัทธ์มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ท่ามกลางความรักต้องห้ามของธีระ ชายหนุ่มผู้กตัญญูต่ออัทธ์ อัทธ์ยังคงเรียกร้องและไม่ยอมปล่อยมัดไหมไป แม้เขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับเสาวรสตามหน้าที่ก็ตาม

ซาตานตีตราแค้น ตอนที่ 1

1

ดั่งเปลวเทียนต้องลม

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารดังแว่วออกมาจากบ้านไม้สักสภาพกลางเก่ากลางใหม่ รูปทรงที่เป็นแบบเฉพาะนั้นบ่งบอกว่าครั้งหนึ่งเจ้าของบ้านหลังนี้เคยมีฐานะที่ร่ำรวยมาก่อน ก่อนที่มันจะทรุดโทรมลงตามเวลาและฐานะของผู้เป็นเจ้าของซึ่งระยะหลังประสบปัญหาหนี้สินอย่างหนัก

หลังจากผู้เป็นบิดาเสียชีวิตลงเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ตอนนี้ชีวิตของเด็กสาววัยสิบเก้าอย่าง ‘มัดไหม’ ก็ไม่ต่างอะไรกับเรือน้อยที่กำลังลอยเคว้งอยู่กลางพายุอันเชี่ยวกราดในทะเล เพราะไม่มีอะไรหรือใครเป็นเสาหลักให้ยึดเหนี่ยวอีกต่อไปแล้ว

พรุ่งนี้เจ้าหนี้ของพ่อจะมารับตัวหล่อนไปอยู่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว หลังจากที่พ่อไม่สามารถชดใช้หนี้สินหลายล้านให้กับเจ้าหนี้ได้ หล่อนนึกอยากมีปีกแล้วบินหนีได้เหมือนนก แต่หากหล่อนคิดจะบิดพลิ้วหรือหนีไปเช่นนั้น ไร่แห่งนี้ก็จะถูกยึด ซ้ำตัวหล่อนเองยังต้องถูกฟ้องร้องในฐานะทายาทคนเดียวของพ่อ

“ผมเป็นทนายของคุณอัทธ์ อัฐเสนา มาติดตามเรื่องสัญญาระหว่างคุณอัทธ์กับคุณมนูญ ตามที่ได้มีการทำสัญญาระบุเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าหลังจากที่คุณมนูญเสียชีวิต คุณมนูญจะให้ลูกสาวไปอยู่กับคุณอัทธ์และแต่งงานกับคุณอัทธ์ ดังนั้นผมจึงมาแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่า อีกสามวันคุณอัทธ์จะให้คนมารับตัวลูกสาวของคุณมนูญไปอยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวแต่งงานนะครับ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม”

นั่นคือถ้อยคำประกาศิตที่ทนายของเจ้าหนี้มาบอกไว้เมื่อหลายวันก่อน ไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าฟาดลงกลางดวงใจน้อยๆ ที่กำลังอยู่ในภาวะมืดมน ความฝันที่เคยวาดไว้ซึ่งใกล้จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ก็คือการได้ใส่ชุดนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝัน คงไม่มีวันจะเป็นจริงแล้ว การแต่งงานกับเจ้าหนี้ใจร้ายมันจะต่างอะไรกับการต้องตกนรกทั้งเป็น

น้ำตาหยดใสๆ อาบลงสองแก้มไม่ขาดสายจนหมอนเปียกชุ่ม เสียงสะอื้นจนตัวโยนที่บ่งบอกความอ้างว้างเจ็บปวดนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจคนฟังเหลือคณา จนคนที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกทั้งสามคนต้องผลักประตูเข้ามาปลอบโยน

“ร้องไห้อีกแล้วเหรอคะคุณมัด” สาวิตรีคนเก่าแก่และเป็นคนสนิทของมารดาของมัดไหมถาม พลางเอื้อมมือไปกอดร่างบางซึ่งลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นครอบครัวของสาวิตรีเข้ามาในห้องอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

“มัดจะทำยังไงดีคะป้าสา ลุงโรจน์ พี่รส”

“ใจเย็นๆ นะคะคุณมัด ค่อยๆ คิดหาทางออกกัน” สาวิตรีเอ่ยปลอบและลูบศีรษะของสาวน้อยเบาๆ

“มันไม่มีทางใดแล้วละค่ะป้าสา พรุ่งนี้คนของคุณอัทธ์ก็จะมารับมัดแล้ว ถ้ามัดไม่ไปเขาก็จะยึดไร่ของเรา แล้วทุกคนที่นี่จะอยู่กันยังไง” มัดไหมส่ายหน้าอย่างท้อแท้ เสียงสะอื้นที่พยายามจะกลั้นเอาไว้หลุดออกมาอีกหนึ่งคำรบ ร่างเล็กโยกโยนราวกับลูกนกน้อยเปียกฝนก็ไม่ปาน

“แต่คุณมัดยังต้องเรียนหนังสือนะคะ” เสาวรสลูกสาวของสาวิตรีเอ่ยขึ้นอย่างเวทนาเด็กสาวที่ตัวเองทำหน้าที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก จึงรักมัดไหมเหมือนน้องสาวแท้ๆ คนหนึ่ง หล่อนเองเพิ่งจะจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่ง โดยมนูญพ่อของมัดไหมเป็นคนส่งเสีย ทำให้หล่อนรู้ว่าการเรียนนั้นสำคัญมากแค่ไหน

“มันจบแล้วค่ะพี่รส มัดคงไม่ได้เรียนแล้ว”

“คุณมัดต้องได้เรียนค่ะ ส่วนเรื่องแต่งงานใช้หนี้พี่จะทำแทนเอง” เสาวรสบอกอย่างเด็ดเดี่ยว หล่อนตัดสินใจแล้วว่าจะทำมันเพื่อตอบแทนบุญคุณของครอบครัวมัดไหม

“พี่รส!” มัดไหมอุทานออกมาอย่างตกใจ เช่นเดียวกับพ่อแม่ของเสาวรสที่ต่างก็หันไปมองเสาวรสเป็นตาเดียวกันเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“มันเป็นทางออกเดียวที่จะทำให้คุณมัดไม่ต้องไปค่ะ พ่อกับแม่อย่าว่ารสเลยนะจ๊ะ รสคิดดีแล้ว” เสาวรสขอความเห็นใจจากผู้เป็นบุพการีให้เห็นด้วยกับการตัดสินใจของตน

“ไม่ได้นะคะพี่รส มันไม่ใช่เรื่องที่พี่รสจะต้องมารับผิดชอบเลย” มัดไหมเอ่ยคัดค้าน แม้ตัวเองจะต้องทนทุกข์กับความรู้สึกของการถูกบังคับมากแค่ไหน แต่หล่อนก็จะไม่ยอมให้ใครต้องมารับหน้าที่แทน

“แต่ลุงเห็นด้วยกับยัยรสนะครับคุณมัด อย่างน้อยยัยรสก็จะได้ดูแลคุณมัดด้วย ตอนที่คุณมัดไปเรียนในกรุงเทพฯ”

“มัดเห็นแก่ตัวขนาดนั้นไม่ได้หรอกค่ะลุงโรจน์”

“ครอบครัวของคุณมัดมีบุญคุณกับครอบครัวของลุง เพราะฉะนั้นนี่เป็นโอกาสที่เราจะได้ตอบแทน อย่าปฏิเสธเลยครับคุณมัด มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” สาโรจน์ยืนยันเจตนารมณ์ของครอบครัวตัวเอง และสาวิตรีกับเสาวรสต่างก็พยักหน้าสนับสนุน

“พี่จะพยายามถ่วงเวลาเอาไว้ค่ะคุณมัด พี่จะไม่แต่งงานกับคุณอัทธ์จนกว่าคุณมัดจะเรียนจบ และหลังจากนั้นเราค่อยคิดกันอีกทีว่าจะทำยังไง”

“แล้วถ้าคุณอัทธ์จับได้ล่ะคะพี่รส” มัดไหมเริ่มคลายใจเมื่อเสาวรสพูดเช่นนั้น แต่ก็ยังมีอีกปัญหาที่เด็กสาวอย่างหล่อนยังต้องกังวล

“อย่าลืมสิคะว่าคุณอัทธ์ไม่เคยเห็นคุณมัด และพวกเราก็ไม่เคยมีใครเห็นคุณอัทธ์ ได้ยินแต่ชื่อเท่านั้น คุณมัดทำใจให้สบายนะคะ เตรียมตัวไปเรียนก็พอ แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯ ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะพี่รส ขอบคุณลุงโรจน์ ขอบคุณป้าสาค่ะ” มัดไหมยกมือขึ้นไหว้ทั้งสามคนด้วยความซาบซึ้งใจโดยที่คราบน้ำตายังเปื้อนแก้ม

“คราวนี้ก็นอนได้แล้วนะคะคุณมัด ไม่ร้องแล้วนะคะคนดีของป้า” สาวิตรีกอดปลอบโยนลูกสาวของผู้มีพระคุณอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง

“ค่ะ มัดสัญญาว่าจะไม่ร้องไห้อีก”

มัดไหมรับปากกับทุกคนแล้วล้มตัวลงนอน แม้จะไม่สบายใจเท่าใดนักกับทางออกเช่นนั้น แต่มันก็เป็นทางออกเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้

อ่านต่อ

สารบัญ ซาตานตีตราแค้น

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
เมื่อห้าปีก่อน ซางหว่านยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเผยจี๋ จนส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่คิดอยากมีลูก แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับภรรยามาทำหน้าที่อุ้มบุญเพื่อกำเนิดทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข้อเสนออันแสนเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักไสให้ซางหว่านตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และเลือกที่จะเดินจากชีวิตของเขาไปอย่างถาวรโดยไม่มีวันย้อนกลับมาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง เกมพิชิตใจหลังแต่งงาน
8.2
ซูลี่ หญิงสาวเจ้าเสน่ห์ที่ซ่อนตัวตนจริงไว้ใต้หน้ากากแห่งการเสแสร้ง พยายามใช้เสน่ห์และคำพูดหวานหูเพื่อมัดใจ โม่สิงหย่วน นักธุรกิจหนุ่มผู้แสนเย็นชา แต่เขากลับไม่เคยสนใจกลอุบายของเธอเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อถึงวันที่ซูลี่ถอดใจและหยุดวิ่งตามเขา เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อโม่สิงหย่วนเป็นฝ่ายทนไม่ได้เสียเอง ชายหนุ่มผู้เคยสุขุมเยือกเย็นถึงกับยอมละทิ้งความหยิ่งยโสเพื่อโอบกอดเธอไว้ พร้อมเสนอชดเชยทุกอย่างในชีวิตเพียงเพื่อให้ได้ความสนใจจากเธอกลับคืนมา ความรักครั้งนี้ทำให้มหาเศรษฐีผู้เคยควบคุมได้ทุกสิ่งต้องสูญเสียการควบคุมตัวเองไปโดยสิ้นเชิง
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจเมียน้อย
8.5
เมื่อหนี้บุญคุณกลายเป็นกรงขังอันแสนเจ็บปวด หญิงสาวคนหนึ่งจำต้องยอมสละพรหมจรรย์อันมีค่าเพื่อชดใช้หนี้สินให้แก่ผู้มีพระคุณ ทว่าโชคชะตาไม่ได้ปรานีเธอเพียงเท่านั้น เมื่อพันธนาการครั้งที่สองบีบคั้นให้เธอต้องเผลอมอบหัวใจในความสัมพันธ์ที่ไร้ตัวตน ท่ามกลางเสียงตราหน้าจากสังคมในฐานะเมียน้อยที่สร้างบาดแผลลึกในใจ เธอต้องเผชิญหน้ากับความรักที่ถลำลึกและการต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งที่ยากจะหาทางออก
ภาพปกนิยายเรื่อง ให้รักโอบกอด Let love embrace
8.1
มัทนาตัดสินใจยกเลิกงานหมั้นอย่างกะทันหันในคืนก่อนวันวิวาห์ หลังเธอได้ล่วงรู้ความลับบางอย่างของแอนดี้ เธอจึงเลือกหลบไปรักษาแผลใจ ณ เกาะอันห่างไกล และที่นั่นทำให้เธอได้พบกับกรรฐา นายหัวหนุ่มมาดกวนผู้มีปมในอดีตไม่ต่างกัน ความสนิทสนมทำให้หัวใจของทั้งสองเริ่มสั่นคลอนและแปรเปลี่ยนเป็นความรักอย่างรวดเร็ว ทว่าความสงบสุขกลับหมดไปเมื่อแอนดี้ส่งเอศรา นักสืบเอกชนฝีมือดีออกตามล่าตัวจนเจอเธอที่เกาะอัณยา มัทนาต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนรักที่ตามรังควาน พร้อมทั้งความลับเก่าก่อนที่หวนกลับมาท้าทายรักครั้งใหม่นี้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์