APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

โชคชะตาของชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเขยสอยตึกผู้ไร้ค่าและโดนเหยียดหยามราวกับขยะพลันเปลี่ยนไปตลอดกาล หลังรอดชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งใหญ่ เขากลับได้รับสืบทอดมรดกอันลี้ลับของบรรพบุรุษตระกูลเฉินมาโดยไม่คาดฝัน พลังพิเศษนี้ได้ปลุกพรสวรรค์และเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นหมอเทวดาผู้มีวิชาการแพทย์ล้ำเลิศเกินจินตนาการ จากชีวิตที่เคยตกต่ำและมืดมนอย่างไร้หนทาง เขากำลังจะก้าวขึ้นมาสร้างตำนานบทใหม่ในฐานะสุดยอดหมอผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามที่สุดในยุค
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 หยุดร้องไห้ได้แล้ว

โจรหนุ่มกระหน่ำแทงมีดสั้นในมือลงไปที่ท้องน้อยของฉีเล่ยครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ฉีเล่ยก็อาศัยเรี่ยวแรงสุดท้ายที่มี คว้าข้อมือข้างซ้ายของโจรหนุ่มที่กำจี้หยกไว้ พร้อมกับออกแรงง้างฝ่ามือของมันอย่างแรง

และในที่สุด เขาก็สามารถช่วงชิงจี้หยกออกมาจากมือของโจรหนุ่มได้ จากนั้น โจรหนุ่มก็ได้วิ่งหนีไปในทันที!

หลังจากได้สติ เฉินอวี้หลัวก็รีบวิ่งเข้าไปดูฉีเล่ยที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นทันที เวลานี้ ชายหนุ่มดูเหมือนจะหมดเรี่ยวหมดแรง พร้อมกับใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างปิดแบบแผลที่ท้องของตนไว้ และกำลังรอให้ใครสักคนมาช่วยห้ามเลือดให้กับเขา

ในระหว่างนั้น ฉีเล่ยรู้สึกคล้ายกับว่า ร่างของตนเองเปลี่ยนเป็นเบาหวิววราวกับปุยนุ่น และกำลังล่องลอยไปมาอยู่กลางอากาศ

“อย่าตายนะ! นายต้องไม่เป็นอะไร? ฉันยังไม่อนุญาตให้นายตาย!”

เสียงร้องห่มร้องไห้ บวกกับเสียงร้องตะโกนของเฉินอวี้หลัวดังเข้ามาในโสตประสาทของฉีเล่ย น้ำตาของหญิงสาวไหลนองหน้า

เวลาผ่านมานานมากกว่าแปดปี นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้เห็นฉีเล่ยทำอะไรเช่นนี้ แม้ว่าภายในใจของเธอจะยังคงโกรธแค้นฉีเล่ยอยู่ แต่เมื่อเห็นเขากำลังจะตายไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เฉินอวี้หลัวก็อดไม่ได้ที่จะร้องห่มร้องไห้ออกมา และรู้สึกเจ็บปวดคล้ายกับว่าหัวใจจะแหลกสลาย

ฉีเล่ยไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากเพียงแค่ยิ้มให้กับเฉินอวี้หลัวเท่านั้น!

ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉีเล่ยรู้สึกว่า ตนเองได้ยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย และเป็นอิสระที่สุด!

‘เถ้าแก่เฉิน! ครั้งก่อนคุณสละชีวิตเพื่อช่วยผม แต่ครั้งนี้ ผมได้สละชีวิตของตัวเอง เพื่อช่วยชีวิตของลูกสาวคุณแล้ว..’

‘หนี้ชีวิตที่ผมติดค้างคุณ ผมได้ชดใช้คืนให้จนหมดแล้ว..’

‘เวลานี้.. ผมเป็นอิสระแล้ว!’

หลังจากนั้น ฉีเล่ยก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ

ไม่มีผู้ใดได้เห็นว่า เวลานี้วิญญาณของฉีเล่ยได้ล่องลอยออกจากร่าง ที่กำลังนอนกองอยู่กับพื้นอย่างช้าๆ และค่อยๆล่องลอยขึ้นไปในอากาศ สูงขึ้น และสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันนั้น จี้หยกที่เขากำอยู่ในมือก็ค่อยๆ เปล่งแสงสีทองจางๆออกมา!

วิญญาณที่ล่องลอยออกจากร่างของฉีเล่ยนั้น เวลานี้ได้ถูกแสงสีทองสุกสว่างนั้นดึงดูดเอาไว้ และไม่นานนักแสงสีทองนั้นก็ได้อันตรธานหายไป 

เวลานี้ วิญญาณของฉีเล่ยได้ยืนอยู่บนอากาศ และด้านหน้าของเขานั้น ก็มีชายชราผมขาวผู้หนึ่งยืนนิ่งอยู่

“คุณ.. คุณเป็นใครเหรอครับ? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ฉีเล่ยร้องถามออกมาด้วยสีหน้า และแววตาตื่นตระหนก

“ข้าคือดวงจิตของบรรพชนตระกูลเฉินที่สิงสถิตอยู่ในจี้หยก ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของตระกูลเฉิน..”

“ฉีเล่ย.. เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของเจ้าที่มีต่อตระกูลเฉินของข้า อีกทั้งเจ้าเองก็แต่งเข้าเป็นบุตรเขยตระกูลเฉินแล้ว จึงเสมือนทายาทคนหนึ่งของตระกูลเฉินเช่นกัน..”

ชายชราผมขาวโพลนจ้องมองฉีเล่ย พร้อมกับยิ้มให้เขาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยต่อว่า..

“เพื่อเป็นการตอบแทนความทุกข์กายทุกข์ใจตลอดระยะเวลาแปดปีที่เจ้าได้รับ ข้าจะมอบทักษะทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศให้แก่เจ้า และจะขอให้เจ้าช่วยนำพาตระกูลเฉินของข้า ให้กลับมายิ่งใหญ่ และสง่างามดังเช่นอดีตอีกครั้ง..”

“แต่เจ้าจะต้องจำให้ขึ้นใจว่า ทักษะวิชาที่ข้าถ่ายทอดให้กับเจ้านั้น หาใช่เพียงเพื่อช่วยกู้ศักดิ์ศรีตระกูลเฉิน แต่ยังเพื่อช่วยเหลือ และสร้างประโยชน์ให้กับโลกใบนี้อีกด้วย!”

หลังจากที่ชายชราผมขาวพูดจบแล้ว ร่างของเขาก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างเจิดจ้า พุ่งเข้าสู่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของฉีเล่ยทันที

ฉีเล่ยรู้สึกราวกับว่าศรีษะของเขานั้นกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง จากนั้น ภาพตรงหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นมืดสนิทขึ้นในทันที

……….

สามชั่วโมงต่อไป ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองหนานหยาง..

เฉินอวี้หลัวสวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่นอกห้อง และกำลังจ้องมองไปทางร่างของฉีเล่ย ที่กำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียง

แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไป แต่ในมือของฉีเล่ยก็ยังคงกำจี้หยกนั้นไว้แน่น กระทั่งแพทย์ที่ทำการรักษาพยายามจะแกะจี้หยกออกจากมือของเขา ก็ยังไม่สามารถทำได้

เฉินอวี้หลัวรู้สึกว้าวุ่นใจเป็นอย่างมาก ระหว่างที่พักกลางวัน เธอจึงได้พยายามเดินออกไปนอกโรงพยาบาล เพื่อหาซื้อของให้จิตใจสงบ

แต่กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพราะจิตใจของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับชายหนุ่มที่เธอโกรธแค้น และเฝ้าข่มเหงรังแกเขามาตลอดระยะเวลาแปดปีว่า จะตายอย่างน่าเวทนาหรือไม่?

เพราะเหตุใดเธอถึงได้รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง แล้วก็โศกเศร้าขนาดนี้ เมื่อคิดว่าเขาจะต้องตายไปจริงๆ?

เฉินอวี้หลัวได้แต่ได้แต่สูดลมหายใจเข้า เพื่อให้ความรู้สึกว้าวุ่นสับสนต่างๆ ภายในใจสงบลง แล้วจึงเดินกลับไปที่ห้องตรวจของตนเอง

พยาบาลสาวที่เดินผ่านมาพอดี จึงได้เดินเข้าไปกระซิบถามเฉินอวี้หลัวว่า “คุณหมอคะ นี่สามีของคุณเป็นคนเก็บเศษขยะจริงๆเหรอคะ?”

แม้เพื่อนๆที่ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน จะรู้ว่าเฉินอวี้หลัวแต่งงานแล้ว แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าสามีของเธอเป็นใคร และทำงานทำการอะไร?

ฉะนั้น เมื่อทุกคนได้รู้ว่า สามีของเฉินอวี้หลัวนั้น แท้จริงเป็นเพียงแค่คนเก็บเศษขยะตามท้องถนน เพื่อนร่วมงานต่างก็พากันตกอกตกใจไม่น้อย

หลังจากที่เฉินอวี้หลัวเดินจากไปได้ไม่นานนัก ฉีเล่ยก็เริ่มรู้สึกตัว คิ้วทั้งสองบนใบหน้าซีดขาวของเขาขมวดเข้าหากันแน่น หลังจากรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นตามบาดแผล

แต่แล้วจู่ๆ ฉีเล่ยก็ลุกขึ้นนั่งอย่างกะทันหัน พร้อมกับลืมตาขึ้นในทันที แต่แล้วแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าก็สว่างวาบขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างของเขา

ฉีเล่ยหายใจหอบเล็กน้อย ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้น และกดลงไปบนจุดฝังเข็มสองสามแห่งกลางศรีษะของตนเอง ก่อนจะค่อยๆลูบไล้ไปมา จากนั้นอาการวิงเวียนศรีษะรุนแรงของเขาก็หายเป็นปลิดทิ้งทันที

ภาพของชายชราผมขาวโพลน และภาพการแพทย์ที่ล้ำลึกพลันปรากฏขึ้นในห้วงมโนของฉีเล่ย เขาเริ่มรู้สึกว่า เรื่องราวที่คล้ายกับความฝันก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาจริงๆ

ฉีเล่ยเข้าใจได้ทันทีว่า นับแต่นี้ต่อไป เขาและสกุลเฉินจะไม่สามารถแยกขาดจากกันได้อีกแล้ว การปกป้องสกุลเฉินเป็นความปรารถนาสุดท้ายของบรรพชนตระกูลเฉิน และได้กลายมาเป็นภารกิจของเขาเช่นกัน!

ดวงจิตนั้นได้บรรจุความทรงจำ และทักษะทั้งหมดตลอดชีวิตของบรรพชนสกุลเฉินท่านนั้นไว้ ฉีเล่ยรู้สึกราวกับว่า เขากำลังเฝ้ามองบรรพชนสกุลเฉินท่านนั้น กำลังค่อยๆฝึกฝนไต่เต้าขึ้นไปทีละขั้น จากจุดที่อ่อนแอสุด ค่อยๆเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่ง จนกระทั่งไปถึงจุดสูงสุดได้

ฉีเล่ยสัมผัสได้ว่า สภาพจิตใจของเขาในเวลานี้ แตกต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง!

เขารับรู้ได้ว่า บาดแผลที่ถูกแทงบริเวณท้องน้อยนั้น ค่อยๆได้รับการรักษาจากวิชาการแพทย์ที่ลี้ลับอยู่อย่างเงียบๆ พร้อมๆกับการที่เขาค่อยๆซึมซับมรดกของบรรพชนสกุลเฉินเข้าไปในร่างด้วย

ไม่เพียงแค่จิตใจเท่านั้นที่เปลี่ยนไป เวลานี้ ฉีเล่ยยังสัมผัสได้ถึงร่างกายของตนที่เริ่มเปลี่ยนไป และแตกต่างจากเดิมมาก เวลานี้ เขารู้สึกว่าร่างกายของตนเองนั้นไม่เพียงแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก แต่ดูเหมือนจะสง่างามขึ้นด้วย

ฉีเล่ยก้าวลงจากเตียงรักษาคนไข้ และเดินออกไปจากห้องด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคง..

‘สิ่งใดที่บรรพชนสกุลเฉินสามารถทำได้ เวลานี้ฉันเองก็สามารถทำได้เหมือนกัน!’

“หลีกทาง! หลีกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!”

ในระหว่างนั้น เสียงร้องตะโกนก็ดังมาจากด้านหลังของฉีเล่ย ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่วิ่งตึงตัง พร้อมกับเปลคนไข้ที่ถูกเข็นเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ฉีเล่ยซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ กับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาล ซึ่งกำลังช่วยกันเข็นเปลผู้ป่วยเข้ามานั้น จึงได้แต่หันไปดู พร้อมกับหรี่ตามองอย่างลืมตัว

ดวงไฟสีแดงหน้าห้องฉุกเฉินสว่างขึ้น ทั้งหัวหน้าแพทย์ และหมออีกหลายๆคนในแผนกต่างๆของโรงพยาบาล ต่างก็พากันมายืนล้อมร่างของชายวัยกลางคน ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมที่กำลังยืนอยู่ข้างผู้ป่วยในเปล และใบหน้าของคนอื่นๆ ต่างก็บ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด

ฉีเล่ยเองที่ยังคงอยู่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล ได้แต่ยืนฟังบุคลากรทางการแพทย์สนทนากัน และในที่สุดก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ผู้ป่วยที่เพิ่งถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินเวลานี้ ก็คืออาวุโสหวู่ เป็นพ่อของผู้ที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดในเมืองหนานหยาง ซึ่งก็คือหวู่เฉินเทียนนั่นเอง และก่อนหน้านี้ครึ่งชั่วโมง ชายชราก็ได้เป็นลมหมดสติไปโดยไม่รู้สาเหตุ..

ชายวัยกลางคนหน้าสี่เหลี่ยมที่ทุกคนต่างก็พากันรุมล้อมอยู่ในเวลานี้ ก็คือเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหนานหยาง ที่ชื่อว่าหวู่เฉินเทียนนั่นเอง!

“คุณหวู่ครับ ไม่ต้องกังวลใจไปครับ! มีคุณหมอหลิวดูแลรักษาให้แบบนี้ รับรองได้ว่าไม่มีอันตรายแน่นอนครับ!”

คนที่กำลังปลอบประโลมหวู่เฉินเทียน ให้คลายความกระวนกระวายร้อนใจอยู่นี้ ก็คือรองประธานหวังนั่นเอง

เวลานี้ประธานของโรงพยาบาลไม่อยู่ เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นภายในโรงพยาบาลเช่นนี้ ในฐานะที่เป็นรองประธานของโรงพยาบาล แน่นอนว่าเขาย่อมต้องออกมารับหน้าแทน

หวู่เฉินเทียนเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป..

…………

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปราวยี่สิบนาทีได้ ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก คุณหมอหลิวเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง และเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก

“คุณหมอหลิว พ่อของผมเป็นยังไงบ้าง?” หวู่เฉินเทียนพุ่งเข้าไปจับมือคุณหมอหลิวไว้ พร้อมกับร้องถามด้วยสีหน้า และน้ำเสียงกระวนกระวายใจอย่างมาก

“คุณหวู่ครับ.. ผม.. ขอโทษด้วย คือพวกเรา.. พวกเราได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว!”

แต่ยังไม่ทันที่คุณหมอหลิวจะพูดจบประโยคดี หวู่เฉินเทียนก็ได้ผลักร่างของหมอหลิวออก แล้ววิ่งตรงเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที!

รองประธานหวังได้แต่ส่ายหน้าไปมา เขาเกือบจะเข่าทรุด และล้มลงไปกองกับพื้น นั่นเพราะหากทางโรงพยาบาลไม่สามารถช่วยชีวิตอาวุโสหวู่ได้ เขาคงจะไม่สามารถแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่จะตามมาได้

ไม่ใช่เพียงเพราะว่าหวู่เฉินเทียนเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหนานหยางเท่านั้น แต่ฐานะของอาวุโสหวู่นั้น ใช่ว่าจะมีใครยอมให้เป็นอะไรไปได้ง่ายๆ

“รองประธานครับ ผม.. ผมได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก่อนที่อาวุโสหวู่จะมาถึงโรงพยาบาล ท่าน.. ท่านได้สิ้นลมไปก่อนหน้านั้นแล้ว..” คุณหมอหลิวระล่ำระลักอธิบายให้รองประธาน ที่ยืนหน้าซีดเผือดฟังทันที

“พ่อ…” เสียงกรีดร้องด้วยความเสียอกเสียใจ ดังออกมาจากห้องฉุกเฉิน

หวู่เฉินเทียนคุกเข่าลงข้างเตียงของอาวุโสหวู่ พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาเสียงดังอย่างไม่อายใคร

รองประธานหวังเองก็ได้แต่ยืนส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจ เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี หลังจากหันไปมองหน้าหมอหลิว ทั้งคู่ก็ถอนหายใจใส่กันอีกครั้ง

“เอาล่ะ! หยุดร้องไห้ได้แล้ว ขืนคุณยังเอาแต่ร้องไห้อยู่แบบนี้ ชายชราตรงหน้าคงจะต้องตายจริงๆแน่!”

ฉีเล่ยเดินเข้ามาเข้าไปยืนข้างเตียงผู้ป่วย พร้อมกับใช้ปลายนิ้วสัมผัสข้อมือของชายชราที่กำลังนอนแน่นิ่ง ในขณะเดียวกันก็ร้องบอกหวู่เฉินเทียนให้หยุดร้องไห้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนรักโซ่สวาท
8.8
กัญชพรต้องหอบความช้ำชอกใจเดินจากนวินวรรษมาอย่างจำยอม แม้เธอจะพยายามลบเลือนเขาไปจากความทรงจำมากเพียงใดก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ ยิ่งเมื่อได้รับรู้ว่าในท้องกำลังมีลูกน้อยซึ่งเป็นพยานรักสายใยสุดท้ายที่เชื่อมโยงเธอกับเขาไว้ด้วยกัน อดีตอันแสนเร่าร้อนและลึกซึ้งยังคงตามหลอกหลอนใจไม่จางหาย สัมผัสวาบหวามที่เคยได้รับกลายเป็นดั่งโซ่ตรวนพันธนาการที่ผูกมัดเธอไว้ไม่ให้ไปไหน แม้หัวใจจะอยากหนีไปให้ไกลแสนไกล ทว่าความผูกพันทางกายและเด็กในครรภ์กลับเป็นเครื่องย้ำเตือนว่าเธอไม่มีวันตัดเขาออกไปจากชีวิตได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง ถ่อย
8.2
เรื่องราวความรักต่างวัยสุดดิบเถื่อนของ ยักษ์ คีรี ดอว์สัน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ได้ตัว มายาวี เด็กสาวแสนดื้อรั้นมาเป็นสินค้าขัดดอกเพื่อชำระหนี้สิน แม้เขาจะปฏิบัติกับเธออย่างโหดร้ายและใช้กำลังข่มเหงตามสัญชาตญาณดิบของตัวเอง แต่ความสดใสและไม่ยอมคนของเธอกลับค่อย ๆ สั่นคลอนหัวใจอันเย็นชาของคนเลวคนนี้ให้เริ่มหวั่นไหว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบททดสอบทางอารมณ์และเซ็กส์อันร้อนแรง มาลุ้นกันว่าชายผู้แสนต่ำทรามคนนี้จะพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของสินค้ามีชีวิตชิ้นนี้จนยอมจำนนและใจอ่อนลงได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานคนนี้สามีของฉัน
7.9
เมื่อนักเขียนสาวถังแตกตัดสินใจละทิ้งความฝันในเส้นทางน้ำหมึก ค่ำคืนแห่งความเมามายทำให้เธอพลั้งปากตะโกนว่าอยากขายเรือนร่างแทนการเขียนหนังสือ ทว่าคำพูดไร้สติในวันนั้นกลับนำพาเธอไปสู่การประกาศกร้าวกลางงานแต่งงานว่า ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังคือสามีของเธอ! สำหรับนักธุรกิจหนุ่มผู้เพียบพร้อมและยึดมั่นในรักแรกพบ เมื่อหญิงสาวในดวงใจเสนอโอกาสทองมาให้ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือไป เรื่องราวความรักสุดอลเวงระหว่างท่านประธานผู้ทรงอิทธิพลกับนักเขียนสาวช่างฝันจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย
ภาพปกนิยายเรื่อง The Rider สิงห์นักบิดพิชิตใจนายหน้าหวาน
9.1
เมื่อ ‘เมฆ’ สิงห์นักบิดต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จนหัวใจบอบช้ำ โชคชะตาได้นำพาให้เขามาพบกับ ‘ก๊อป’ เด็กหนุ่มหน้าหวานที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับน้องชายผู้ล่วงลับ ความคิดที่จะดูแลอีกฝ่ายเพื่อชดเชยความรักและความคิดถึงจึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าสายสัมพันธ์อันอบอุ่นที่ตั้งใจให้เป็นเพียงแค่พี่น้องกลับต้องพังทลายลงในพริบตา ด้วยอารมณ์ชั่ววูบที่เปลี่ยนความปรารถนาดีให้กลายเป็นไฟแค้นและความเกลียดชัง เมฆจะทำอย่างไรเมื่อความผูกพันที่เคยวาดหวังกลับบิดเบี้ยวและไม่เป็นดังใจอย่างที่คิด
ภาพปกนิยายเรื่อง ทายาทหญิงหวนคืน ผู้ไม่ใช่ เอพริล เมย์โย คนเดิม
9.4
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เอพริลยอมทิ้งชีวิตทายาทมหาเศรษฐีเพื่อสร้างรังรักกับผู้ชายคนหนึ่ง ทว่าความทุ่มเทกลับสูญเปล่าเมื่อเขาหักหลังด้วยการพาหญิงชู้ที่กำลังตั้งครรภ์เข้าบ้าน ขณะที่แม่สามีก็ลดเกียรติเธอให้เป็นเพียงคนรับใช้ พร้อมทั้งตราหน้าลูกชายของเธอว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อ จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อเขาผลักไสลูกแท้ๆ ของตัวเองอย่างไร้เยื่อใยในงานหมั้นใหม่ของเขา เอพริลจึงตัดสินใจตัดขาดจากความรักที่แหลกสลายนี้ แล้วหวนคืนสู่ตระกูลอันมั่งคั่งเพื่อทวงคืนฐานะทายาทตัวจริงและอำนาจที่คู่ควรให้ทุกคนได้รับชมพึงมีให้โลกได้ประจักษ์
ภาพปกนิยายเรื่อง คาถาพันธุ์
8.6
เมื่อชายหนุ่มผู้พิถีพิถันอย่างคาถาตัดสินใจเลือกสตรีที่จะมาเคียงข้างกาย ย่อมหมายความว่าเธอคนนั้นได้ผ่านการคัดเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนพิสูจน์แล้วว่าเป็นหญิงสาวที่งดงามและสมบูรณ์แบบในทุกด้านอย่างไร้ข้อกังขา ดังนั้น หญิงสาวผู้ได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่นี้จึงควรภาคภูมิใจในความเหนือระดับของตนเอง พร้อมทั้งตระหนักถึงความโชคดีที่ได้รับ ด้วยการตั้งมั่นทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถ เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่เขาได้มอบให้ในฐานะคู่ครองที่คู่ควรกับอย่างเหมาะสมกับเขาที่สุด