APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

โชคชะตาของชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเขยสอยตึกผู้ไร้ค่าและโดนเหยียดหยามราวกับขยะพลันเปลี่ยนไปตลอดกาล หลังรอดชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งใหญ่ เขากลับได้รับสืบทอดมรดกอันลี้ลับของบรรพบุรุษตระกูลเฉินมาโดยไม่คาดฝัน พลังพิเศษนี้ได้ปลุกพรสวรรค์และเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นหมอเทวดาผู้มีวิชาการแพทย์ล้ำเลิศเกินจินตนาการ จากชีวิตที่เคยตกต่ำและมืดมนอย่างไร้หนทาง เขากำลังจะก้าวขึ้นมาสร้างตำนานบทใหม่ในฐานะสุดยอดหมอผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามที่สุดในยุค
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 ทักษะล้ำเลิศ

เวลานี้ ประสบการณ์ และทักษะตลอดชีวิตของบรรพชนสกุลเฉิน ได้ฝังลึกลงไปในจิตใจของฉีเล่ยแล้ว

ฉะนั้น เมื่อได้ยินเสียงร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดเสียใจของหวู่เฉินเทียน ฉีเล่ยจึงไม่ลังเลที่จะเข้าไปช่วยเหลือ และแม้ว่าน้ำเสียงของฉีเล่ยที่พูดออกไปนั้นจะไม่ได้ดังมาก แต่ก็สามารถทำให้เสียงร้องห่มร้องไห้ภายในห้องฉุกเฉินเงียบลงได้ในทันที

“นี่เธอเป็นใคร? เข้าไปในห้องฉุกเฉินได้ยังไง? นี่มาจากแผนกไหน.. แต่ไม่สิ? นี่เธอยังสวมชุดคนไข้ของโรงพยาบาลอยู่เลย นี่เธอสติไม่ดีหรือเปล่าพ่อหนุ่ม?”

“เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหายหัวไปไหนกันหมด? ทำไมยังไม่มาห้ามปรามเขาอีก?”

หวู่เฉินเทียนยังคงนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา แต่รองประธานหวังถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด พร้อมกับร้องตะโกนโหวกเหวกด้วยความโมโห เพราะชายหนุ่มคนนั้นถึงกับพูดเพ้อเจ้อว่า อาวุโสหวู่ยังไม่ตาย..

จะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรกัน? นี่ถ้าหวู่เฉินเทียนไปหลงเชื่อคำพูดของคนแบบนั้นเข้า เขาในฐานะรองประธานของโรงพยาบาล คงต้องถูกไล่ออกแน่ๆ

“นี่มันคนไข้ของใครกัน? ยังไม่รีบมาเอาตัวออกไปอีก! เธอรีบออกไปจากที่นี่ได้แล้วพ่อหนุ่ม!”

รองประธานหวังรีบวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที พร้อมกับคว้าคอเสื้อของฉีเล่ยไว้ และพยายามที่จะลาก และผลักเขาให้ออกจากห้องฉุกเฉินให้ได้

ในระหว่างนั้น เสียงของเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาล ต่างก็พากันร้องตะโกนออกไปว่า..

“นั่นมันสามีไม่เอาไหนของเฉินอวี้หลัวไม่ใช่เหรอ?”

“ใช่ๆ เป็นเขาจริงๆด้วย! เมื่อเช้าที่เขาถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาล ยังแต่งตัวไม่ต่างจากขอทานเลย!”

“คุณหมอเฉิน มัวแต่ยืนเฉยอยู่ได้ ยังไม่รีบไปเอาตัวสามีคุณออกไปอีก! แล้ววันหน้าวันหลังก็ช่วยอบรมสามีหน่อย จะได้ไม่มาพล่ามไร้สาระแบบนี้อีก!”

เฉินอวี้หลัวที่เดินเข้ามาพอดี เมื่อได้เห็นรองประธานจ้องมองมาทางตนเอง และร้องตะโกนออกมาเสียงดังท่ามกลางสาธารณชนแบบนั้น เธอก็ถึงกับหน้าแดงก่ำ และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอับอาย หรือว่าโกรธฉีเล่ยกันแน่?

“ตาบ้านี่! นี่นายคิดจะทำอะไร? ที่นี่เป็นโรงพยาบาลนะ ไม่ใช่ที่ที่จะนายมาพล่ามไร้สาระแบบนี้! ออกไปกับฉันเดี๋ยวนี้ แล้วก็หยุดสร้างปัญหาวุ่นวายให้กับฉันซะที!”

ทันทีที่เฉินอวี้หลัววิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินได้ เธอก็ตวาดฉีเล่ยเสียงดัง พร้อมกับพยายามลากแขนของเขาออกมาจากห้องทันที

“นั่นน่ะสิ! รีบๆพาคนไม่เอาไหนแบบนั้นออกไปเร็วเข้า!”

สิ้นเสียงร้องตะโกนออกมาจากกลุ่มคนที่ยืนดูอยู่ หลายๆคนที่อยู่ในบริเวณนั้น ก็ถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่สามารถอดกลั้นได้

รองประธานถึงกับหันไปถลึงตาใส่ทุกคน เป็นการเตือนว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาหัวเราะอย่างสนุกสนาน

สำหรับเฉินอวี้หลัว เพียงแค่ให้ทุกคนในที่ทำงานรู้ว่า สามีของเธอเที่ยวเดินเก็บขยะตามท้องถนน ก็นับว่าอับอายขายหน้ามากแล้ว แต่สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ กลับยิ่งทำให้หญิงสาวอับอายมากยิ่งขึ้น จนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน และไม่แน่ว่า สิ่งที่ฉีเล่ยกำลังทำอยู่ตอนนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าของเธอในโรงพยาบาลแห่งนี้ก็ได้..

“อวี้หลัว อาวุโสท่านนี้ยังไม่ตาย! นี่เป็นเพียงการตายปลอมๆเท่านั้น!” ฉีเล่ยหันไปบอกหญิงสาว

“นี่คุณพล่ามไร้สาระอะไร? ตายปลอมอะไรกัน? ถ้าตายปลอม ป่านนี้ผมคงทำให้อาวุโสหวู่ฟื้นขึ้นมาได้ตั้งนานแล้ว..”

คุณหมอหลิวซึ่งเป็นเจ้าของไข้ ถึงกับร้องตะโกนโต้เถียงกลับไปอย่างไม่พอใจ นั่นเพราะคำพูดของฉีเล่ยเท่ากับประกาศว่า เขาเป็นหมอที่ไร้ความสามารถ และขาดความรับผิดชอบ ซึ่งเขาไม่อาจทนนิ่งเฉยต่อไปได้

เฉินอวี้หลัวแทบอยากฆ่าฉีเล่ยให้ตายคามือ หญิงสาวไม่พูดอะไรอีก และรีบลากแขนฉีเล่ยให้ออกไปจากห้องฉุกเฉินทันที

แต่แล้วจู่ๆ หวู่เฉินเทียนก็ลุกขึ้นยืน และร้องตะโกนห้ามเสียงดัง พร้อมกับจ้องมองฉีเล่ยด้วยสีหน้าแววตาที่มีความหวัง

“หยุดก่อน! ให้เขาได้อธิบายก่อน!”

“คุณหวู่ครับ อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของคนพรรณนี้เลยครับ! เขาเป็นแค่คนเก็บขยะตามท้องถนนนะครับ..”

รองประธานหวังรีบหันไปบอกหวู่เฉินเทียนทันที แต่เขากลับนิ่งเงียบไม่พูดอะไร และยังคงจ้องมองฉีเล่ยแน่นิ่ง

“คุณหวู่ครับ ตอนนี้ยังพอมีเวลาเหลืออีกราวยี่สิบนาที! ถ้าไม่รีบรักษาภายในเวลานี้ ก็คงยากที่จะช่วยอาวุโสหวู่ได้อีกแล้ว! แต่ถ้าคุณเชื่อใจผม ผมจะทำให้อาวุโสหวู่ฟื้นจากการตายปลอมๆนี้ได้!”

ฉีเล่ยจ้องมองหวู่เฉินเทียน พร้อมกับอธิบายให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงสงบเยือกเย็น และเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ

หวู่เฉินเทียนจ้องมองฉีเล่ยแน่นิ่ง ราวกับว่ากำลังต้องการมองทะลุเข้าไปให้เห็นเนื้อในของเขา..

หวู่เฉินเทียนนั้นมีฐานะทางสังคมสูงส่งกว่าฉีเล่ยมาก สายตาที่จ้องมองเขานั้นคมกริบราวกับใบมีด แต่ฉีเล่ยกลับยังคงมีสีหน้านิ่งเรียบ และจ้องมองหวู่เฉินเทียนกลับอย่างไม่เกรงกลัว และยังคงสงบเยือกเย็นเช่นเดิม

“แล้วถ้าเธอทำไม่ได้ล่ะ?” หวู่เฉินเทียนเอ่ยถามฉีเล่ยเพียงแค่สั้นๆ

แต่ฉีเล่ยตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่สงบนิ่งยิ่งกว่าเดิม “ด้วยฐานะของคุณในเมืองหนานหยาง คุณไม่ควรที่จะถามคำถามแบบนี้ออกมา..”

สิ่งที่ฉีเล่ยได้รับสืบทอดมาจากบรรพชนสกุลเฉินนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ทักษะทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังมีประสบการณ์ต่างๆ ตลอดทั้งชีวิตที่อาวุโสผู้นั้นพบเจอมาด้วย ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นศักดิ์ศรี หรือความหนักแน่นมั่นคงทางจิตใจในเวลานี้ ทำให้ฉีเล่ยไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้าน เมื่อต้องเผชิญหน้าอยู่กับหวู่เฉินเทียนเลยแม้แต่น้อย

ตรงกันข้าม หากเป็นฉีเล่ยเมื่อก่อนนี้ หากต้องยืนประจันหน้าอยู่กับหวู่เฉินเทียนเช่นนี้ ป่านนี้เขาคงต้องประหม่า และตระหนกตกใจจนพูดอะไรไม่ออกแน่  แต่ฉีเล่ยในตอนนี้ กลับไม่แสดงความหวาดกลัวออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย!

หวู่เฉินเทียนมั่นใจว่า ฉีเล่ยไม่ได้แกล้งทำเป็นรักษาภาพให้ดูสงบเยือกเย็นแน่ เขาจึงได้แต่ร้องตอบฉีเล่ยไปว่า

“ตกลง!”

หวู่เฉินเทียนพยักหน้า แต่ไม่ใช่เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวฉีเล่ย แต่เป็นเพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่น และจำเป็นต้องเดิมพันเอาว่า จะเชื่อ หรือไม่เชื่อคำพูดของชายหนุ่มคนนี้เท่านั้นเอง!

แต่เมื่อรองประธานหวังที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำท่าจะพูดขัดขึ้นมา หวู่เฉินเทียนก็ได้แต่หันไปมองหน้า ทำให้รองประธานหวังได้แต่นิ่งเงียบไม่กล้าพูดอะไร

“ช่วยให้คนไปนำเข็มสำหรับใช้ในการฝังเข็มมาให้ผมด้วย..”

ฉีเล่ยตบหลังมือของเฉินอวี้หลัวเบาๆ เป็นการปลอบประโลม ในขณะเดียวกันก็หันไปทางสั่งรองประธานหวังที่อยู่ตรงข้าม

ในเมื่อหวู่เฉินเทียนเห็นด้วย และได้ตัดสินใจไปแล้ว รองประธานหวังก็ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ จึงได้แต่สั่งให้คนไปนำเข็มมาให้กับฉีเล่ยตามที่ร้องขอ

ฉีเล่ยถือเข็มเงินไว้ในมือพร้อมกับพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

“เข็มนี่ไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังพอใช้ได้...”

รองประธานหวังได้แต่แอบกัดฟันกรอด พร้อมกับร้องคำรามอยู่ในใจ ‘ฮึ่ม! ฉันว่าแกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ! แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าแกรักษาไม่ได้ หวู่เฉินเทียนจะได้หันไปเล่นงานแกแทนฉัน!’

“อาวุโสได้มาพบผมเข้าโดยบังเอิญแบบนี้ นับเป็นความโชคดีของคุณแล้ว!”

ฉีเล่ยพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วทั้งสองสัมผัสที่หน้าผากของอาวุโสหวู่ และก่อนที่จะเขาจะพูดจบ เข็มเงินสองเล่มก็ได้เข้าไปอยู่ในนิ้วทั้งสองของฉีเล่ยแล้ว ก่อนจะปักลงไปบนขมับทั้งสองข้างของชายชราอย่างไม่ลังเล และปลายเข็มก็จมลึกลงไปจนน่าตกใจ

เวลานี้ เสียงร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจดังไปทั่วทั้งห้องฉุกเฉิน นั่นเพราะในบริเวณจุดฝังเข็มซึ่งนับเป็นจุดที่อันตรายที่สุดของมนุษย์ แทบไม่มีแพทย์แผนจีนคนไหน จะกล้าแทงเข็มลงไปในจุดที่อันตรายเช่นนี้ แต่ชายหนุ่มซอมซ่อคนหนึ่ง กลับสามารถปักปลายเข็มลงไปจนลึกเกือบสองนิ้ว โดยแทบไม่ต้องปรายตามอง

แม้แต่หวู่เฉินเทียนเองยังถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขากลั้นหายใจนิ่ง และเกือบจะเผลอยื่นมือออกไปดึงแขนของฉีเล่ยไว้

“หุบปากกันให้หมด!”

หลังจากฝังเข็มทั้งสองเล่มลงไปบนขมับทั้งสองของชายชราแล้ว ฉีเล่ยก็เงยหน้าขึ้นมอง พร้อมกับตวาดเสียงดัง แม้แต่หวู่เฉินเทียนเองยังถึงกับชะงักแน่นิ่งไปเช่นกัน

จากนั้น เข็มเงินเล่มยาวที่สุดหนึ่งเล่ม ก็ถูกปักลงไปที่จุดป่ายฮุ่ย ซึ่งอยู่ตรงกลางกระหม่อมของชายชรา

ตามมาด้วยจุดเทียนเฉวียน จุดชิงหลิง และอีกหลายจุดทั่วศรีษะ..

เข็มสีเงินทั้งเก้าเล่มในมือของฉีเล่ยนั้น ได้ปักลงไปบนจุดฝังเข็มสำคัญต่างๆอย่างราบรื่น ภายในเวลาเพียงแค่สองสามวินาทีเท่านั้น

หลังจากนั้น ฉีเล่ยก็ทำการบิดเข็มแต่ละเล่มไปมาด้วยความชำนิชำนาญ..

หวู่เฉินเทียนซึ่งยืนมองอยู่นั้น ถึงกับมีสีหน้าตกใจอย่างมาก นั่นเพราะวิธีการฝังเข็มของฉีเล่ยนั้น ดูล้ำเลิศแล้วก็ล้ำลึกยิ่งนัก ทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง และเริ่มมั่นใจว่าตนเองนั้นตัดสินใจถูกต้องแล้ว เพราะชายหนุ่มคนนี้อาจจะสามารถชุบชีวิตพ่อของเขาให้ฟื้นขึ้นมาได้จริงๆ

ฉีเล่ยส่ายหน้าไปมาอย่างไม่พอใจกับสภาพของตนเองในเวลานี้นัก นั่นเพราะหากเขาสามารถควบคุมพลังปราณภายในร่างได้ดีกว่านี้ การรักษาคงจะเป็นไปได้ราบรื่นกว่านี้มาก

ผ่านไปราวสิบกว่านาที ฉีเล่ยจึงได้ยกมือขึ้นสัมผัสหน้าผากของอาวุโสหวู่ เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดมือไปมา แล้วเข็มเงินทั้งเก้าเล่มก็ถูกถอนออกอย่างรวดเร็ว

“พ่อหนุ่ม พ่อของฉัน..”

หวู่เฉินเทียนรีบหันไปถามฉีเล่ยด้วยท่าทีระมัดระวัง แม้แต่ตัวเขาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่า เขาไม่เคยพูดกับใครด้วยท่าทางระมัดระวังตัวแบบนี้มานานแล้ว

ฉีเล่ยยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่หน้าผากของตนเอง พร้อมกับพูดขึ้นว่า “อีกราวห้านาที อาวุโสก็คงจะฟื้นคืนสติแล้วล่ะ! ส่วนเครื่องหอมภายในบ้าน ก็ควรต้องมีการปรับเปลี่ยน..”

ฉีเล่ยเข้าใจกระจ่างแจ้งว่า ลักษณะการตายปลอมของอาวุโสหวู่นั้น เกิดจากการที่จิตวิญญาณของเขาถูกผนึกไว้ภายในร่าง ฉะนั้น ต่อให้ร่างกายถูกช้อตด้วยไฟฟ้า ก็ไม่สามารถกระตุ้นให้เขาตื่นขึ้นมาได้

“จะฟื้นขึ้นมาได้ยังไงกัน? มันเป็นไปไม่ได้! ดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่หน้าจอสิ ยังคงเป็นเส้นตรงอยู่เลย..” คุณหมอหลิวเบะปาก พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“หุบปากได้แล้ว!”

รองประธานหวังหันไปตวาดคุณหมอหลิวทันที นั่นเพราะเขาเข้าใจดีว่า ขืนทั้งเขา และหมอหลิวยังคงต่อต้านฉีเล่ยแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นปรปักษ์กับหวู่เฉินเทียนไปด้วย และแน่นอนว่า พวกเขาทั้งสองคงไม่อาจรับผลที่จะตามมาได้

แต่หลังจากผ่านห้านาทีไปแล้ว หากอาวุโสหวู่ไม่ฟื้นขึ้นมาจริงๆ ฉีเล่ยต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์โกรธของหวู่เฉิงเทียนแทนเขา

การปลุกคนที่ตายแล้วให้ฟื้นคืนชีพ เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นพ่อของหวู่เฉินเทียนก็ตาม รองประธานหวังได้แต่คิดในใจว่า

‘พ่อหนุ่ม เธอโชคร้ายแน่!’

เวลาค่อยๆเดินผ่านไปอย่างช้าๆ ในขณะนั้น คุณหมอหลิวก็ได้แต่พึมพำออกมาว่า “หึ! ใกล้ถึงเวลาแล้ว ถ้าอาวุโสหวู่ฟื้นขึ้นมาจริงๆ ฉันจะยอมกินอุจจาระ..”

ในขณะที่ สีหน้าของหวู่เฉินเทียนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดมากขึ้นเรื่อย..

“คุณพูดเองนะคุณหมอหลิว!”

ฉีเล่ยหันไปพูดกับหมอหลิวที่กำลังหัวเราะหึๆ ก่อนจะใช้นิ้วชี้เคาะลงไปบนเตียงผู้ป่วย ในส่วนที่เป็นโลหะ จนเกิดเสียงดัง ‘เคร้ง’ ขึ้น พร้อมกับร้องบอกชายชราที่กำลังนอนหลับไหลอยู่

“ตื่นได้แล้ว!”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง กลรักพันธนาการร้าย
9.1
อคิณ นักธุรกิจหนุ่มผู้จมอยู่กับเพลิงแค้น ต้องการทวงความยุติธรรมให้พ่อที่ต้องเสียชีวิตในคุกอย่างทนทุกข์ เขาจึงเริ่มแผนการทำลายล้างครอบครัวศัตรู โดยใช้ ณดา หญิงสาวผู้อ่อนโยนและมองโลกในแง่ดีเป็นเครื่องมือในเกมลวงครั้งนี้ ทว่าหลังจากที่เขาจากไปพร้อมความสำเร็จสะใจ ณดากลับพบว่าเธอตั้งครรภ์และต้องเผชิญโลกเพียงลำพังโดยมีลูกน้อยเป็นพลังใจในการดำเนินชีวิต แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่ออคิณหวนกลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง พร้อมกับความจริงบางอย่างที่อาจชี้ว่าความแค้นทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด ณดาจะหลุดพ้นจากบ่วงพันธนาการครั้งนี้ได้หรือไม่ และอคิณจะชดเชยความผิดพลาดในอดีตอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหนี้ซาตาน
9.6
บาดแผลลึกในอดีตจากมารดาและอดีตภรรยาทำให้เขมชาติกลายเป็นชายผู้ไร้ความรู้สึก ทว่าหัวใจที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งกลับเริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาได้พบกับปิ่นปัทมา หญิงสาวผู้เป็นลูกหนี้ของป้าที่ก้าวเข้ามาเป็นภรรยาของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ความผูกพันที่เกิดขึ้นทำให้ชายหนุ่มเริ่มตระหนักว่าเธอไม่ได้เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่เคยทอดทิ้งเขาไป แม้ว่าปิ่นปัทมาจะต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาและอารมณ์ที่เอาแต่ใจของสามี แต่เธอกลับเผลอใจรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น หญิงสาวจึงตั้งมั่นที่จะใช้ความรักแท้ของเธอเพื่อเปลี่ยนแปลงเจ้าหนี้ผู้แสนโหดร้ายคนนี้ให้กลายเป็นชายหนุ่มที่อ่อนโยนและพร้อมจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดสวาท
9.4
ความรักอันมั่นคงที่พฤกษ์มีให้นิ่มอนงค์นั้นลึกซึ้งจนเขายอมเป็นที่รองรับอารมณ์และบาดเจ็บเจียนตาย เพียงเพื่อให้ภรรยาและลูกในท้องปลอดภัย ทว่าในวันที่เกือบจะสูญเสียเขาไป นิ่มอนงค์ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าผู้ชายคนนี้รักเธอมากเพียงใด เธอจึงตัดสินใจทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเขาไว้แนบกาย จากความสัมพันธ์ที่เคยตึงเครียดและห่างเหินจึงแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาอันเร่าร้อนปนหยอกเย้า โดยเธอตั้งใจจะใช้โซ่ทองคล้องใจอย่างลูกน้อยเพื่อผูกมัดหัวใจแสนดีของสามีให้อยู่กับเธอตลอดไปชั่วนิรันดร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาพบองครักษ์
8.1
เมื่อผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยสูตรเครื่องสำอางยุคปัจจุบัน ต้องเผชิญเหตุการณ์ประหลาดที่นำพาเธอข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดฝัน ท่ามกลางดินแดนอันไม่คุ้นเคยและไร้ซึ่งทักษะในการเอาชีวิตรอด ความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์เครื่องประทินโฉมจึงกลายเป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวที่เธอมีติดตัว มาร่วมติดตามการเดินทางครั้งใหม่ในต่างโลกที่เธอต้องหยิบยกศาสตร์แห่งความงามมาใช้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง พร้อมทั้งฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปในดินแดนยุคอดีตแห่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ
8.8
กุลนิภาจำใจต้องชดใช้หนี้สินด้วยร่างกายให้กับชนกันต์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้แสนเย็นชาและชังความอ่อนแอของผู้หญิง เขาตั้งกฎเหล็กห้ามเธอมีใจรัก ทว่าในความสัมพันธ์ลับที่ดำเนินไป ชายหนุ่มกลับแสดงความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งถึงขั้นขู่จะกักขังเธอไว้ชั่วชีวิต แม้หญิงสาวจะพยายามดึงเขากลับสู่ความจริงเรื่องผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วย แต่ความจริงที่ได้รับรู้กลับยิ่งทำลายความหวังที่จะเป็นอิสระของเธอให้ริบหรี่ลงไปทุกที
ภาพปกนิยายเรื่อง สายใยรักแห่งหัวใจ
9.1
เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับบททดสอบอันแสนสาหัสและรอยร้าวจากความทรงจำที่เจ็บปวด ขวัญอุษาจึงเลือกที่จะเดินหันหลังให้อดีตที่เคยมีร่วมกับปกรณ์เพื่อรักษาแผลใจของตัวเองให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง การตัดสินใจครั้งใหญ่ในครั้งนี้คือการก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างความสุขและความหวังที่แท้จริงให้แก่ตนเอง โดยเธอปรารถนาให้การเริ่มต้นใหม่ในครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสดใสและมีความมั่นคงอย่างยั่งยืนในวันข้างหน้า