APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี

ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี

เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2 : ข้าถูกครอบครัวเอามาทิ้ง

หลินลู่ฉีไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเมืองยุคนี้ นางยังเด็กนักรู้เพียงว่าที่นี่คือเมืองฝู แคว้นเยี่ยน แต่นางไม่รู้ว่าสภาพความเป็นอยู่ ของผู้คนนั้นเป็นอย่างไร

สองขาสั้นกับรองเท้าฟางเก่า ๆ คู่หนึ่ง จะพาเด็กสามขวบเดินไปได้ไกลแค่ไหนเชียว นางพักเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง หลังเดินลงเขามาได้ราวหนึ่งลี้ เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบยกกางเกงดูบาดแผลที่ถูกงูกัด

นี่นางเดินด้วยเท้าน้อย ๆ ที่มีบวมเป่งขนาดนี้โดยไม่รู้สึกเจ็บได้อย่างไร นี่มันวิญญาณกับร่างกายไม่สัมพันธ์กันเกินไปไหม ได้แต่พิงโคนต้นไม้อย่างท้อแท้ เมืองฝูนั้นต้องเดินลงเขาไปอีกไกลพอสมควร หากเป็นผู้ใหญ่คงไม่ใช่ปัญหา แต่ขาของนางสั้นเกินไป

ทันใดนั้นมีเสียงฝีเท้าม้าวิ่งมาแต่ไกล หลินลู่ฉีตื่นตัวในทันที รีบวิ่งออกไปยืนอยู่ข้างทาง เขย่งเท้าชูมือโบกไว้บนศีรษะ เผื่อว่าจะมีคนเห็นตัวเอง ไม่กล้าลงไปยืนอยู่กลางถนน เกรงว่าจะถูกม้าเหยียบตาย

“ช่วยด้วย ๆ”

“มีเด็ก ๆ หยุดก่อน !” เสียงคนที่อยู่ด้านหน้าตะโกนขึ้น พร้อมดึงเชือกบังเหียนม้าเอาไว้แน่น ม้าที่เขานั่งยกขาหน้าขึ้นตะกายอากาศอย่างโมโห พร้อมพ่นลมหายใจฟืดฟาดออกมา ด้านหลังมีรถม้าหนึ่งคันพร้อมคนคุ้มกัน

หลินลู่ฉีเพิ่งสังเกตเห็นว่าพวกเขาดูไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป ชาวบ้านที่ไหนจะขี่ม้าพกอาวุธกันเล่า แต่ดูแล้วไม่ใช่พวกลักเด็กไปขาย นางรีบเดินไปใกล้ ๆ กับคนที่อยู่หน้าขบวน

“ท่านลุงช่วยข้าด้วย ข้าถูกครอบครัวเอามาทิ้ง ไม่รู้จะไปทางไหน ท่านช่วยพาข้าไปส่งในเมืองได้หรือไม่” นางคิดดีแล้วว่าหากเข้าเมืองได้ อย่างน้อยก็น่าจะรอดตายมากกว่าอยู่ในป่าเขา

บุรุษคนที่อยู่หน้าขบวนทำหน้าหนักใจเล็กน้อย เขากระโดดลงจากหลังม้าวิ่งไปด้านหลัง พร้อมกับเสียงรายงานเจ้านายผ่านม่านกั้น

ไม่ช้าบุรุษผู้นั้นก็กลับมา พร้อมกับหิ้วคอเสื้อของหลินลู่ฉีขึ้น โยนเข้าไปในรถม้าคันด้านหลัง ร่างเด็กน้อยกลิ้งขลุก ๆ ไปบนพื้นรถม้า

“โอ๊ย !” นางลุกยังไม่มั่นคง รถม้าก็ออกตัวไปเสียก่อน ร่างน้อย ๆ จึงเซถลาไปอยู่บนตักของใครคนหนึ่ง โชคดีที่เขาจับตัวนางไว้ จึงไม่กระแทกโดนผนังรถม้าจนเกิดบาดเจ็บ

“ขอบคุณพี่ชาย” หลินลู่ฉีทำตัวให้เป็นเด็กมากที่สุด นางทำท่าหวาดกลัวคุณชายน้อยตรงหน้า ดูไปแล้วเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดีใช่เล่น ให้เดาอายุเขาคงราว ๆ สิบสองสิบสามปี

นิ้วของเขาจิ้มที่แก้มตอบ ๆ ของนางเล่น

“เจ้าทำผิดอะไรมา ถึงได้ครอบครัวทอดทิ้ง”

หลินลู่ฉีมองเขาอย่างจนใจ เหตุใดยังจิ้มแก้มนางอยู่อีก รีบจับนิ้วของเขาเอาไว้ “พี่ชายข้าถูกงูกัด” นางถลกขากางเกงให้เขาดู สีหน้าของคุณชายน้อยตื่นตกใจในทันที เขารีบบีบเอาเลือดพิษออกจากแผลของนาง พร้อมตะโกนสั่งคนด้านนอก

“ลุงหวังรีบไปโรงหมอเร็ว ! นางถูกงูพิษกัด !”

รถม้าเพิ่มความเร็วเป็นเท่าตัว หลินลู่ฉีเวียนหัวตาลายไปหมด นางไม่อยากเป็นลมก็ไม่ได้แล้ว

ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในโรงหมอเมืองฝูเสียแล้ว ได้ยินเสียงของท่านหมอเอ่ยกับคุณชายน้อย ว่าพิษงูที่นางถูกกัดนั้นร้ายแรงยิ่งนัก ยิ่งถูกทิ้งระยะไว้นานแบบนี้ ความจริงไม่น่าจะรอดชีวิตมาได้ นางเงี่ยหูฟังทั้งที่ยังไม่ลืมตา

“นางดวงดีมากกว่า ตอนข้ารีดพิษออกจากบาดแผลให้นาง เลือดก็เป็นสีดำสนิท ยังคิดว่าเด็กตัวเท่านี้ไม่น่าจะรอด”

“คุณชายน้อยท่านเป็นญาติของนางหรือ”

“ไม่ใช่นางเป็นเด็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างทาง ข้าเพียงเจอนางเท่านั้น”

“เกรงว่าเพราะครอบครัวของนางคิดว่านางไม่รอด ถึงได้ทิ้งไว้เช่นนั้น”

เดากันได้จริงจังมาก

หลินลู่ฉีคิดว่าคนเหล่านี้มองนางเป็นเด็ก ไม่รู้ประสา จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา

คุณชายน้อยรีบเดินไปหานางที่เตียง “เจ้าฟื้นแล้ว”

“พี่ชายข้าหิวน้ำ” นางเปล่งเสียงแหบแห้งออกมา มีคนของโรงหมอมารินน้ำให้นางดื่ม

นางหลับต่อไปอีกสองชั่วยาม จากนั้นคุณชายน้อยก็เดินเข้ามาลานาง

“ข้าต้องกลับเมืองหลวงแล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษา ข้าจ่ายให้โรงหมอจนกว่าเจ้าจะหายดี แล้วได้ฝากให้ทางการจัดการเรื่องหาครอบครัวของเจ้า”

หลินลู่ฉีมองไฝใต้ตาซ้ายของเขาอย่างเหม่อลอย นางเพียงอยากจดจำผู้มีพระคุณของตนเองเอาไว้

“เป็นอะไรไปอาลัยอาวรณ์ข้าหรือ ฮึ ช่างไม่เจียมตัว”

เจ้าเด็กนี่ !

นางกลอกตาอย่างหมดคำจะเอ่ย ทันใดนั้นก็เห็นกลุ่มไอหมอกสีดำหม่น ๆ ตรงกลางอกของเขา นี่เป็นความสามารถพิเศษของนางที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด นางมองเห็นลางร้ายของผู้คนได้ เกรงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับเขา เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะสามารถมองเห็นได้ทุกคน เฉพาะคนที่มีวาสนาต่อกันเท่านั้น นางถึงจะมองเห็นได้

“พี่ชายท่านชื่ออะไร ภายภาคหน้าข้าจะได้ตอบแทนบุญคุณให้ท่าน”

“ไม่จำเป็น จากนี้ไปข้ากับเจ้าคงไม่ได้พบเจอกันอีก”

“ได้ ๆ แต่ว่าพี่ชายท่านมีสิ่งของพกติดตัวหรือไม่”

“เจ้าถามทำไม”

“เอ่อ ข้าจะอวยพรให้ท่านเดินทางปลอดภัย แต่ว่าข้าต้องสัมผัสสิ่งของติดกายท่าน จึงจะเป็นผล”

คุณชายน้อยถอนหายใจดัง ๆ นี่มันตรรกะอันใดกัน

“จริง ๆ นะ ข้ามีความสามารถพิเศษ ปัดเป่าภัยร้ายให้ผู้คนได้” อันนี้นางแอบโม้เกินจริงไปหน่อย มองหยกห้อยเอวทรงกลมของเขา ชี้นิ้วไปที่มัน “อันนั้นก็ได้”

“ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้า จะปัดเป่าภัยร้ายได้จริงไหม” แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อ แต่เมื่อเด็กน้อยเจตนาดี เขาจึงยอมปลดเชือกหยกห้อยเอว ที่มารดามอบให้ในวันเกิด ออกมายื่นให้นาง

หลินลู่ฉีนำหยกห้อยเอวของเขามาประกบที่ฝ่ามือ หลับตาอธิษฐานให้เขาเดินทางปลอดภัย ขอเพียงนางตั้งจิตให้มั่นคง อธิษฐานออกมาจากใจจริง พรนั้นย่อมสัมฤทธิ์ผล

“เสร็จแล้ว” นางยื่นหยกกลับคืนให้เขา “กลางอกของพี่ชายไม่ดีนัก ทางที่ดีสวมเสื้อเกราะไว้จะดีกว่า”

คุณชายน้อยนึกขำคำของเด็กน้อย แต่คนสนิทที่ติดตามมาด้วยกลับนิ่วหน้าอย่างแปลกใจ คุณชายน้อยของตนอายุน้อยก็จริง แต่ก็อยู่กลางสมรภูมิรบตั้งแต่เด็ก มีทั้งคนชื่นชมและปองร้ายอยู่เสมอ

เมื่อต้องเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวง คนสนิทของคุณชายน้อยก็เดินกลับเข้ามาหาหลินลู่ฉี

“นังหนูที่เอ่ยเมื่อครู่นี้เจ้าจริงจังไหม”

หลินลู่ฉีมองเขามีไอหมอกสีดำเข้มกว่าผู้เป็นนายเสียอีก ทว่าอยู่ตรงท่อนขาซ้ายด้านล่าง

“ท่านลุงเชื่อข้าไหม”

“ก็เชื่อไว้ไม่เสียหาย” เขาเกาศีรษะแก้เขินอายเล็กน้อย

“เช่นนั้นเอาของติดกายมาให้ข้า ท่านลุงเองก็ตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน”

เขาไม่รีรอหยิบผ้าเช็ดหน้าของคนรักออกมาให้นาง

“เอ่อ ข้าพกเพียงผ้าผืนนี้ติดตัว อย่างอื่นไม่มีแล้ว”

เห็นสีหน้าแปลกใจของอีกฝ่าย จึงต้องรีบอธิบาย มองซ้ายขวาเกรงว่าจะมีคนมาเห็น เขาไม่อยากเชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ที่บ้านเดิมของเขานั้น มีคนร่างทรงมากฝีมืออยู่จริง ๆ จำไม่อาจเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้

หลินลู่ฉีรังเกียจผ้าเช็ดหน้าของเขาเป็นอย่างมาก แต่นางก็ตั้งใจอธิษฐานให้เขาปลอดภัย พร้อมกับบอกว่าหาเกราะมาป้องกันท่อนขาซ้ายล่างเอาไว้ให้ดี ๆ ถ้าไม่อยากเสียขาข้างนี้ไป

ดังนั้นก่อนออกเดินทาง เขาจึงไปหาซื้อเสื้อเกราะมามอบให้คุณชายน้อย และสวมเกราะที่ท่อนขาซ้ายล่างอีกด้วย สหายร่วมทางต่างพากันหัวเราะเยาะเขากันหมด

“ลุงหวังท่านเสียสติไปแล้วหรือ ถึงได้ไปฟังคำของเด็กน้อยนั่น” คุณชายน้อยเมินเสื้อเกราะของเขา ปฏิเสธไม่สวมมัน

“คุณชายน้อยเชื่อไว้ไม่เสียหายนะขอรับ นังหนูนั่นไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกพวกเรา สวมเกราะไว้ก่อนนะขอรับถือว่าข้าน้อยขอร้อง หากเกิดอะไรขึ้นกับคุณชายน้อยจริง ท่านแม่ทัพคงไม่ปล่อยข้าน้อยไว้แน่ อีกอย่างที่บ้านเกิดของข้าน้อยมีร่างทรงที่มองเห็นอนาคตของผู้คนได้จริง ๆ ไม่แน่นังหนูนั่นอาจจะเป็นทายาท ของร่างทรงสักคนก็เป็นได้ คุณชายน้อย”

“ท่านพอเถอะ ข้าสวมแล้วก็ได้” เขาตัดบทอย่างรำคาญใจ

ทว่าภายหลังคุณชายน้อยก็ต้องตกตะลึง กับเหตุการณ์ลอบฆ่าระหว่างทาง ก่อนที่จะถึงเมืองหลวงเพียงสิบลี้ ลูกธนูพุ่งตรงเข้ากลางอกของเขาตรง ๆ ลุงหวังถูกฟันขาซ้ายล่างเข้าอย่างจัง หากไม่มีเกราะป้องกันคงได้ขาซ้ายขาดอย่างแน่นอน ผู้เป็นนายกับลูกน้องถึงกับมองตากันปริบ ๆ ไม่มีใครกล้าเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา

ในใจของลุงหวังได้คิดว่า เหตุใดข้าไม่นำตัวร่างทรงน้อยผู้นั้นกลับมาด้วย น่าเสียดายจริง ๆ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬที่ถูกแยกชิ้นส่วนนานห้าร้อยปีกลับมารวมพลังอีกครั้ง คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงได้รับภารกิจให้ไปทำลายวัตถุต้องสาปนี้ที่เมืองซีซาน แต่ความผิดพลาดของซาเรย์ โทจิน ที่ทำลายข่ายเวทสะกดส่งผลให้วิญญาณแม่มดร้ายชิงศิลาหลบหนีไป เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้ชาวไซโดเวียตามคำทำนายเก่าแก่ที่ว่า หากศิลากลับมาทรงอานุภาพ จอมปีศาจจะฟื้นคืนชีพเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงพลังจนแม้แต่เทพยังหวาดกลัว เขาจะบดขยี้ศิลานี้ได้ทันเวลาหรือไม่อีกทั้งใครคือเทวามารที่แฝงตัวอยู่ในการล่านี้
ภาพปกนิยายเรื่อง กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
8.9
เมื่อโลกใบนี้บิดเบี้ยวและไร้ซึ่งความยุติธรรม อดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมจึงกลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวผู้ปัญญาอ่อน ในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพละกำลังและความแข็งแกร่ง นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจที่เคยมี พร้อมบดขยี้ศัตรูทุกคนที่กล้าขวางทางให้ราบคาบ การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายระเบียบสังคมอันเน่าเฟะและสถาปนาความยิ่งใหญ่ของตนเองในมหาพิภพแห่งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค
9.1
เมื่อโชคชะตาพัดพาเอาขวัญยิกา ดีไซน์เนอร์สาวจากโลกอนาคตให้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในร่างของเด็กสาวแห่งยุคจีนโบราณอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนี้กลับเต็มไปด้วยความโหดร้าย เพราะทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับบทลงโทษด้วยการถูกโบยอย่างทารุณในทันที ท่ามกลางวิกฤตอันตรายรอบด้านและสภาพแวดล้อมที่แสนโหดร้ายนี้ ดีไซน์เนอร์สาวผู้มีความมั่นใจในตัวเองจะสามารถงัดเอาไหวพริบและปฏิภาณของคนยุคใหม่มาใช้เพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันแสนคับขันนี้ไปได้อย่างน่ากลืนนี้ไปอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
7.8
เซียนน้อยเหยาจีผู้ดูแลสวนท้อสวรรค์ทำผลท้อวิเศษสูญหาย จึงถูกลงโทษให้ลงมาจุติยังโลกมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ล้ำค่า โดยมีทูตผีเสื้อมู่สี่ตามมารับบทบาทเป็นพี่ชายเพื่อคอยช่วยเหลือ ทว่าอุปสรรคชิ้นใหญ่คือเทพมังกรหลวนหลง ผู้ชวดผลท้อสวรรค์ผลนั้น ได้ตามมารังควานและขัดขวางการเพาะปลูกต้นท้อบนโลกมนุษย์ทุกวิถีทาง ท่ามกลางการจับตามองของเหล่ามหาเทพผู้ปกครองสวรรค์ และความโลภของเหล่าเซียนที่จ้องจะแย่งชิงพลังอำนาจ เหยาจีต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้และการแย่งชิงอันดุเดือดในร่างมนุษย์เพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า
8.2
เมื่อสปายนักฆ่าระดับพระกาฬกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะคุณแม่ใจร้ายผู้แสนโหดเหี้ยม ท่ามกลางโลกแฟนตาซีอันตรายที่ผู้คนต่างห้ำหั่นกันด้วยพลังลมปราณอย่างดุเดือด เธอจึงจำเป็นต้องงัดทุกทักษะการเอาชีวิตรอดจากชาติก่อนมาใช้ เพื่อปกป้องเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันให้พ้นจากภัยอันตราย การผจญภัยครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคแสนท้าทายและการต่อสู้สุดระทึกใจเพื่อเอาตัวรอดในดินแดนที่ตัดสินกันด้วยความแข็งแกร่ง พวกเขาจะร่วมมือกันฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยศัตรูรายล้อมรอบตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ
9.7
หลินเจียอี หญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่เสียชีวิตจากโรคระบาด ได้รับโอกาสครั้งที่สองให้ลืมตาตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาววัยสิบสี่ปีในยุคอดีตที่มีชื่อเดียวกับเธอ ทว่าชีวิตใหม่นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมต้องจบชีวิตลงจากการถูกทำร้ายอย่างทารุณระหว่างเดินทางกลับบ้านเกิดของผู้เป็นแม่ ซ้ำร้ายครอบครัวของเธอยังต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตอันหนักหน่วง หลังจากบิดาจากไป มารดาก็ถูกโกงทรัพย์สินและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้ความปรานี ทำให้หลินเจียอีในร่างใหม่ต้องหยัดยืนท่ามกลางความยากจนข้นแค้น เธอต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคขวากหนามมากมายในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนี้ เพื่อพาทุกคนในครอบครัวที่ถูกทอดทิ้งให้มีชีวิตรอดต่อไปให้สำเร็จและเอาชีวิตรอดจากความลำบากให้จงได้