APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หลิวซือเย่

หลิวซือเย่

เมื่อโศกนาฏกรรมจากความโลภของแม่เลี้ยงใจร้ายพรากชีวิตของหลิวซือเย่ สามี และลูกในครรภ์ไปอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่พวกเขาเคยยอมสละสิทธิ์ในมรดกเพื่อแลกกับความสงบสุขแล้วก็ตาม แต่เมื่อปาฏิหาริย์แห่งการย้อนเวลามอบโอกาสให้เธอได้กลับมาสู่อดีตอีกครั้ง หลิวซือเย่จึงตั้งมั่นที่จะปกป้องเกาฉิงหมิงและครอบครัวสุดชีวิต เธอตัดสินใจพาสามีหลบหนีไปให้ไกลแสนไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อันแสนสงบและปลอดภัย โดยหนทางนี้เธอจะไม่ยอมให้คนชั่วหน้าไหนมาทำลายความรักหรือพรากชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปได้เป็นหนที่สองในนิยายรักล้างแค้นย้อนเวลา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

Chapter 1

ก๊อก ก๊อก

“ครับ” ฉิงหมิงขานรับเสียเคาะประตู

“คุณหนู คุณท่านให้ผมมารับครับ” ชายสูงวัยในชุดสูทเดินเข้ามา

“ลุงหลิวสวัสดีค่ะ นี่เกาฉิงหมิง เป็นคนช่วยซือเย่ไว้ตอนจมน้ำ” ซือเย่แนะนำตัวฉิงหมิง

“สวัสดีครับ ต้องขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยคุณหนูซือเย่ไว้” ลุงหลิวหันไปยิ้มขอบคุณ

“ด้วยความยินดีครับ” เกาฉิงหมิงตอบผู้สูงวัย นี่นับเป็นครั้งแรกที่ได้เจอคนในครอบครัวของซือเย่ แม้จะไม่ใช่พ่อกับแม่แต่ฉิงหมิงก็อดที่จะรู้สึกเกร็งไม่ได้

“ลุงให้คนไปจัดการค่าใช้จ่ายให้หมดแล้ว นี่ชุดของคุณหนู รีบเปลี่ยนเถอะครับ คุณท่านทั้งสองรอแย่แล้ว”

ลุงหลิวยื่นถุงเสื้อผ้าให้ซือเย่ ก่อนที่ฉิงหมิงจะเข้าไปประคองร่างของซือเย่ลงจากเตียงแล้วไปส่งที่หน้าห้องน้ำ

“คุณดูสนิทกับคุณหนูซือเย่มากเลยนะครับ” ลุงหลิวพูดกับฉิงหมิงระหว่างรอซือเย่เปลี่ยนชุด

“จริง ๆ แล้วผมกำลังจีบซือเย่อยู่ครับ ผมเป็นรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยของซือเย่ ต้องขอโทษด้วยครับที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ” ฉิงหมิงตัดสินใจพูดเรื่องความสัมพันธ์ไป โชคดีที่ตัวเองเป็นรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยเดียวกันจริง แม้ว่าความจริงในชีวิตที่แล้วเราจะได้คบหาดูใจกันหลังจากนี้เป็นปีก็เถอะ

“ถึงว่าล่ะ คุณกับคุณหนูซือเย่ถึงดูแปลก ๆ ผมเอาใจช่วยนะครับ” ลุงหลิวยิ้มอย่างยินดี ที่ซือเย่กำลังจะมีคนคอยดูแล และ เชื่อเลยว่าคุณท่านทั้งสองก็ต้องยินดีกับเรื่องนี้แน่นอน ตระกูลหลิวไม่เคยบังคับใครเรื่องการแต่งงาน การจะมีคู่ครองได้จะต้องเกิดจากคนสองคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ตระกูลหลิวไม่เคยเกี่ยง

“ถ้ายังไงไปที่บ้านพร้อมกันเลยมั้ยครับ” ลุงหลิวลองถามถ้ากล้าไปก็จะดี เพราะเดี๋ยวคุณท่านทั้งสองต้องบินไปต่างประเทศ อย่างน้อยพาว่าที่ลูกเขยไปแนะนำตัวไว้ จะได้ไม่เป็นห่วงมาก

“ดีเลยค่ะลุงหลิว ซือเย่กำลังจะบอกเลยว่าให้พี่หมิงไปด้วยกัน” ซือเย่เดินออกจากห้องน้ำมาพูดเสริมทันที

“จะดีเหรอซือเย่ พี่ว่าเรา..” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคซือเย่ก็เอ่ยขัดทันที

“ไปวันนี้เลยค่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าพี่ต้องกลับไปจัดการงานที่บ้านน้องจะไม่ให้พี่ห่างน้องเลย” คำสรรพนามแทนตัวของซือเย่กับฉิงหมิงทำเอาลุงหลิวยิ้มเอ็นดูกับความรักของหนุ่มสาวจนแอบคิดถึงภรรยาตน

“แต่คุณพ่อคุณแม่ของเราจะโอเคหรือเปล่า” ฉิงหมิงยังคงกังวล แม้ว่าจะเคยแต่งงานกันมาแล้วแต่ครั้งนั้นก็ยังไม่เคยพบพ่อแม่ของซือเย่ตัวจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ เชื่อผม คุณท่านจะเอ็นดูคุณแน่นอน” ลุงหลิวพูดให้กำลังใจ แน่ล่ะ ทำให้บุตรสาวคนเดียวของตระกูลยิ้มร่าเริงและสดใสได้ขนาดนี้ คนเป็นพ่อเป็นแม่ใครจะไม่ดีใจ

คฤหาสน์ตระกูลหลิว

ฉิงหมิงได้แต่มองความยิ่งใหญ่ของตระกูลหลิวที่มีอาณาบริเวณบ้านกินพื้นที่ภูเขาเกือบทั้งลูก ทั้งที่ขับรถออกจากเมืองมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแต่ฉิงหมิงไม่เคยรู้เลยว่ามีที่แบบนี้ด้วย

“ตระกูลหลิวของเราสืบเชื้อสายจากขุนนางในอดีต รวมกับบรรพบุรุษรุ่นก่อน ๆ ขยันและชอบซื้อที่ดินบริเวณภูเขาเพราะชอบธรรมชาติทำให้คฤหาสน์เกือบทุกที่ของตระกูลจะอยู่บนภูเขาไม่ก็ติดริมแม่น้ำหรือทะเลครับ” ลุงหลิวอธิบายอย่างภูมิใจ

“แล้วแบบนี้พี่จะหาสินสอดให้เย่เอ๋อร์ได้ยังไงกัน” ฉิงหมิงพูดเสียงแผ่ว เงินสินสอดที่เคยได้จากตระกูลเกาก่อนตายในชีวิตก่อนก็แค่ 500,000 ดอลล่าร์เท่านั้นเอง จำนวนเงินนี้แม้ว่าจะดูเยอะแต่การที่คนรักของตนเป็นถึงลูกสาวคนเดียวของตระกูลหลิวสายหลักนั้นเทียบกันแล้วแทบจะไม่มีค่า ยิ่งตอกย้ำให้ฉิงหมิงรู้สึกว่ากำลังรั้งความเจริญในชีวิตของซือเย่

“พี่หมิง ห้ามคิดมากเด็ดขาดนะ ที่น้องยังอยู่ตรงนี้ยังไม่พออีกเหรอ” ซือเย่เห็นจึงกุมมือหนาของฉิงหมิงแล้วพูดแฝงความนัย

ใช่ ถ้าซือเย่มองเรื่องเงินทอง จะไม่แต่งกับเค้าตั้งแต่แรก ถ้าซือเย่มองหาอำนาจบริวารคงไม่ยอมไปใช้ชีวิตในพื้นที่ห่างไกลด้วยกัน

“น้องรักพี่เหตุผลเดียวที่ไม่เคยพาพี่มาที่ตระกูลเพราะพ่อกับแม่ของน้องไม่ค่อยอยู่ในประเทศ อีกอย่างพี่ก็เห็นแล้วว่าพ่อกับแม่ของน้องไม่เคยรังเกียจพี่” ซือเย่ปิดกระจกที่กั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ซึ่งลุงหลิวที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับก็ถูกตัดขาดการสนทนาด้วย

“พี่แค่ กลัว เย่เอ๋อร์พี่ขอโทษ พี่สัญญาว่าพี่จะยืนให้ได้ด้วยตัวเอง จะไม่มีวันกลับไปให้ตระกูลเกาหลอกใช้พี่อีก” ซือเย่ยิ้มกับท่าทางของฉิงหมิงและเข้าใจความเจ็บปวดที่โดนครอบครัวหรือพ่อแท้ ๆ หลอกใช้

ทั้งคู่กอดกันจนกระทั่งรถได้ขับมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่

“ไปกันค่ะ น้องเชื่อว่าพ่อกับแม่จะชอบพี่เหมือนที่น้องชอบ” ซือเย่ให้กำลังใจก่อนจะออกจากรถ

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณหนู” เสียงเอ่ยทักทาย ได้ยินตลอดทางที่เดินผ่านการ์ดและคนงาน ซือเย่เองก็ยิ้มตอบทุกคน เธอเองก็ดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง

ณ ห้องรับรองหลักของตระกูลหลิว

หลิวซูเหยียนและหลิวอี๋เหวินกำลังนั่งรออยู่บนโซฟา

“คุณพ่อ คุณแม่ ซือเย่คิดถึงจังเลยค่ะ” ทันทีที่เข้ามาซือเย่ก็ถลาเข้าไปกอดพ่อกับแม่ของตน

“โตขนาดนี้แล้วยังอ้อนพ่อกับแม่อยู่อีก ลูกคนนี้นี่ ไม่เกรงใจแขกบ้างเลย” หลิวซูเหยียนแสร้งดุแต่ก็ไม่ยอมปล่อยให้ซือเย่หลุดจากอ้อมกอด จนหลิวอี๋เหวินผู้เป็นภรรยาต้องดึงลูกสาวออกมานั่งข้าง ๆ ตนแทน

“เอ่อ สวัสดีครับ ผมเกาฉิงหมิง” ฉิงหมิงเอ่ยแนะนำตัวอย่างประหม่า

“สวัสดี เชิญนั่ง” ซูเหยียนเอ่ยเชิญแขกนั่งลง

“ขอบใจมากนะที่ช่วยซือเย่ไว้ ไม่งั้นเราสองคนก็คงไม่ได้เจอลูกอีก” อี๋เหวินบอกอย่างขอบคุณก่อนจะคว้ามือของซือเย่มากุมไว้

“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมเต็มใจมาก” ฉิงหมิงพูด

“แล้วจะแต่งกันเมื่อไหร่ล่ะ อยากจัดงานแต่งที่ไหนยังไง มีแพลนไว้หรือยัง” ซูเหยียนถามราวกับเป็นประโยคทั่วไปที่ถามว่ากินข้าวหรือยัง ทำเอาฉิงหมิงที่กำลังยกน้ำชาดื่มแก้อาการเกร็งสำลัก

“แค่ก แค่ก เอ่อ คือว่าเรื่องนั้น เรายังคิดไม่ถึงครับ” ฉิงหมิงสำลักก่อนจะรีบตอบคำถามพลางเหลือบไปมองซือเย่เป็นระยะ แต่เจ้าตัวยังคงกอดอี๋เหวินผู้เป็นมารดาและไม่สนใจเรื่องที่กำลังคุยกันแม้แต่น้อย

“ไม่ได้ ๆ ถ้าไม่แพลนอะไรไว้แล้วเกิดจะแต่งกันขึ้นมาจะเอาเวลาไหนไปทำ ใช่มั้ยคุณ” ซูเหยียนหันไปถามภรรยาซึ่งก็ได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าให้

“แล้วเราน่ะ มาคบกับซือเย่ที่บ้านไม่ว่าอะไรใช่มั้ย เด็กคนนี้น่ะชอบหนีไปอยู่หอตัวคนเดียว อะไรทำเองได้ล่ะก็ลุยหมด นี่แม่ก็เป็นห่วงว่าคนเค้าจะเข้าใจว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อมีแม่แล้ว พาลให้หลายคนเข้าใจผิดอยู่เรื่อย” อี๋เหวินถามทั้งฉิงหมิงและซือเย่

“เรื่องนั้น คือว่า” ฉิงหมิงตอบไม่ได้ แถมยังมีท่าทีวิตกกังวลจนทำให้ซูเหยียนและอี๋เหวินมองหน้ากัน ก่อนจะถามซือเย่

“มีอะไรอยากเล่าให้พ่อกับแม่ฟังมั้ย”

“คือว่า พี่หมิงเป็นลูกชายคนโตของตระกูลเกาค่ะคุณพ่อ” ซือเย่หันไปมองฉิงหมิงก่อนจะตัดสินใจเล่า

ซูเหยียนและอี๋เหวินมองหน้ากันทันที ไม่ใช่ไม่เคยรู้เรื่องเพราะตระกูลเกาก็ถือเป็นตระกูลไฮโซตระกูลหนึ่ง เรื่องหลังบ้านมีหรือจะหลุดรอดหูรอดตา

“พอคุณแม่ของผมเสียไปเมื่อตอนอายุ 8 ขวบ น้ารั่วซี น้องสาวแท้ ๆ ของแม่ก็แต่งเข้ามาพร้อมกับลูกชายชื่อเกาชีเซิน ทั้งคู่รักกันมาก่อนที่ผู้ใหญ่จะเสนอให้พ่อกับแม่แต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ หลังจากนั้นสองปีน้ารั่วซีก็คลอดลูกสาวอีกคน ตั้งแต่แม่เสียไป พ่อก็ไม่ค่อยสนใจผมเท่าไหร่ เรื่องของซือเย่ผมก็ไม่ได้บอกทางบ้านเพราะกลัวทางนั้นจะมาหาเรื่องซือเย่ครับ”

“ผมรับตำแหน่งรองประธานของบริษัทตระกูลเกา ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะให้คุณพ่อมาขอซือเย่ไปเป็นสะใภ้ แต่เมื่อวานผมเพิ่งแอบได้ยินน้ารั่วซีกับคุณพ่อนัดหมายกับตระกูลชิงเรื่องการแต่งงานของผม” เรื่องนี้ซือเย่เองก็ไม่เคยรู้มาก่อน

“ผมตัดสินใจว่าจะลาออกจากตำแหน่ง และ จะออกจากตระกูลครับ ผมไม่รู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้คุณพ่อกับคุณแม่ยังอยากจะยกซือเย่ให้ผมดูแลมั้ย แต่ผมไม่อยากให้ซือเย่ต้องกลายมาเป็นเครื่องมือของตระกูลเกา ยิ่งได้รู้จักคุณพ่อคุณแม่แล้วด้วย ไม่มีทางที่ตระกูลของผมจะอยู่เฉยแน่เมื่อรู้ว่าซือเย่คือใคร”

“แม่ไม่รู้หรอกนะว่าที่เราตัดสินใจแบบนั้นมันถูกหรือผิด แต่แม่ขอบใจนะ ที่รักและคิดที่จะปกป้องซือเย่เป็นอย่างดี แม่ยอมรับว่าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำขนาดนั้น เอาเป็นว่าเรื่องนี้แม่ขอไม่ยุ่งแล้วกัน มีอะไรลองปรึกษาพ่อเค้าดู ไปซือเย่เข้าครัวกับแม่ดีกว่า” ซือเย่หันไปส่งสายตาให้กำลังใจก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับผู้เป็นแม่

“นายมีเหตุผลอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า สายตานายกับซือเย่น่ะ มันบอกนะว่ามีอะไรมากกว่าที่นายเล่ามา”

ฉิงหมิงนั่งนิ่ง เรื่องราวก่อนตายย้อนกลับเข้ามา

“ถ้าผมบอกว่าผมเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง จะเชื่อผมมั้ยครับ”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
9.7
เมื่ออดีตคนรักทำเพื่อนสนิทของธาราทิพย์ตั้งครรภ์จนต้องแต่งงานกัน เธอจึงดื่มเหล้าดับทุกข์จนเมามาย แต่กลับต้องตื่นขึ้นมากลางป่าลึกในฐานะนักโทษของศิงขริน ชายแปลกหน้าที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญให้กักขังตัวเธอไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอไปพังงานวิวาห์ครั้งนี้ ท่ามกลางความพยายามหลบหนีของหญิงสาวและการเฝ้าดูแลอย่างเข้มงวดของชายหนุ่ม ความใกล้ชิดภายในกระท่อมหลังเล็กได้แปรเปลี่ยนความขัดแย้งและการชิงไหวชิงพริบให้กลายเป็นความหวั่นไหว จนกระทั่งทั้งคู่เผลอใจให้กันในค่ำคืนอันแสนหวาน และทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
ชีวิตของมินทราภาต้องพลิกผันอย่างสิ้นเชิง หลังเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในห้องพักของเธอ แม้จะพยายามต่อสู้ป้องกันตัว แต่สุดท้ายกลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดในคราวนั้นได้ถักทอเป็นความสัมพันธ์สุดสลับซับซ้อน เมื่อเจ้าชายคริสตินผู้แสนโอหังเริ่มตกหลุมรักหญิงสาวที่ตนเคยดูแคลน พระองค์จึงวางแผนพาเธอเดินทางสู่ดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์หัวใจ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปเผชิญอันตรายถึงชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อเอาชีวิตรอดและปกป้องความรักที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง นางฟ้าเมรี
8.9
จากที่เคยต่อต้านการคลุมถุงชนอย่างจริงจัง อาจารย์หนุ่มกลับต้องเปลี่ยนใจเมื่อพบว่าสาวขี้เมาข้างบ้านคือคนเดียวกับที่เขาเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงคืนเดียวและคิดถึงมาตลอด เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์จากคู่นอนในความลับไปเป็นตัวจริง เขาถึงขั้นยอมปีนรั้วแอบเข้าไปหาเธอตอนกลางคืนจนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายและเจ็บตัว แม้จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนบ้ากามจนโดนไล่ตะเพิดอย่างโกรธเคือง แต่เขาก็ยังคงดื้อรั้นที่จะพิสูจน์ความจริงใจ เพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเธอในฐานะคนพิเศษที่ไม่ใช่แค่ความสนุกชั่วข้ามคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง บอดี้การ์ดสาวหน้าใส เขย่าหัวใจนายซุปตาาร์
8.1
เมื่อแดเนียล เฉิน ซุปตาร์ระดับโลกผู้มั่นใจในเสน่ห์อันล้นเหลือ ต้องมาเสียหน้าอย่างแรงเพราะบอดี้การ์ดสาวสุดเปิ่นคนหนึ่งจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ความเพิกเฉยของเธอทำให้เขาอยู่เฉยไม่ได้ ปฏิบัติการพิชิตใจยัยตัวแสบจึงเริ่มต้นขึ้น แดเนียลวางแผนที่จะโปรยเสน่ห์ทุกวิถีทางเพื่อทำให้บอดี้การ์ดสาวคนนี้ตกหลุมรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีใครในโลกที่สามารถต้านทานเสน่ห์ของเขาได้ นำไปสู่เรื่องราวความสัมพันธ์สุดอลเวงและวุ่นวายที่ต่างคนต่างต้องเผชิญหน้ากันอย่างใกล้ชิด
ภาพปกนิยายเรื่อง แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย