APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หลิวซือเย่

หลิวซือเย่

เมื่อโศกนาฏกรรมจากความโลภของแม่เลี้ยงใจร้ายพรากชีวิตของหลิวซือเย่ สามี และลูกในครรภ์ไปอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่พวกเขาเคยยอมสละสิทธิ์ในมรดกเพื่อแลกกับความสงบสุขแล้วก็ตาม แต่เมื่อปาฏิหาริย์แห่งการย้อนเวลามอบโอกาสให้เธอได้กลับมาสู่อดีตอีกครั้ง หลิวซือเย่จึงตั้งมั่นที่จะปกป้องเกาฉิงหมิงและครอบครัวสุดชีวิต เธอตัดสินใจพาสามีหลบหนีไปให้ไกลแสนไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อันแสนสงบและปลอดภัย โดยหนทางนี้เธอจะไม่ยอมให้คนชั่วหน้าไหนมาทำลายความรักหรือพรากชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปได้เป็นหนที่สองในนิยายรักล้างแค้นย้อนเวลา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

Chapter 2

“นายว่ายังไงนะ” ซูเหยียนถามเสียงเข้ม ไม่มั่นใจว่าเมื่อครู่ได้ยินว่าอะไร

“ผมกับซือเย่เราเคยแต่งงานกันมาแล้วครับ” เรื่องราวในอดีตก่อนที่ทั้งคู่จะได้โอกาสกลับมาถูกเล่าออกไป

“ผมขอโทษครับที่ดูแลซือเย่ไม่ได้” ฉิงหมิงลงไปคุกเข่าก่อนจะคำนับซูเหยียน ทั้งรู้สึกผิดและเสียใจ

“ลุกขึ้นเถอะ เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยมันไป อย่าให้โอกาสครั้งที่สองที่ได้มาต้องมาทนทุกข์กับมันเลย”

ซูเหยียนยอมรับว่าสิ่งที่ได้ฟังจากปากของฉิงหมิงนั้นเหลือเชื่อ แต่ก็มีอะไรบางอย่างบอกว่านี่คือเรื่องจริง ทั้งท่าทีของซือเย่ต่อฉิงหมิงก็ราวกับอยู่ด้วยกันมานานนั่นด้วย ทำไมแค่นี้จะมองไม่ออก ไม่งั้นคงไม่พูดเรื่องแต่งงานออกไปเพื่อหยั่งเชิงทั้งคู่หรอก ใช่ว่าตนไม่เสียใจที่ครั้งหนึ่งเคยพลาดจนทำให้ลูกสาวคนเดียวของตนต้องไปเจออะไรที่โหดร้ายแต่เมื่อตรงหน้าตอนนี้ยังมีซือเย่อยู่นั่นนับได้ว่าพระเจ้าให้โอกาสแล้ว

“เรื่องตระกูลเกาไม่ต้องห่วง แล้วเรื่องที่จะออกจากตระกูลน่ะ มีแผนว่ายังไง ลองเล่าให้ฟังได้มั้ย”

“ผมคิดว่าแค่การปฏิเสธเรื่องหมั้นกับตระกูลชิงคุณพ่อก็คงใช้เหตผลนั้นกดดันให้ผมออกจากตำแหน่งได้แล้ว ผมไม่อยากกลับไปที่นั่นครับ ยังไงท่านก็คงดีใจจะได้ผลักชีเซินขึ้นได้เลย”

“จากที่นายเล่ามาชีเซินไม่ได้เรียนบริหารมาไม่ใช่เหรอ” ซูเหยียนถาม

“ครับ แต่คุณพ่อคงโน้มน้าวผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ได้ไม่ยากยังไงชีเซินก็ออกงานสังคมบ่อยอยู่แล้ว” ใช่ตั้งแต่เรียนจบมาฉิงหมิงไม่เคยได้ออกงานร่วมกับผู้เป็นพ่อเลยซักครั้ง ได้แต่ทำงานในบริษัทหรือติดตามไปคุยงานบ้างเท่านั้น ต่างจากชีเซินที่ผู้เป็นพ่อพาออกงานร่วมกับน้ารั่วซี ไม่ว่าจะงานการกุศลหรืองานเจรจาธุรกิจใดกลับไม่มีใครเคยเห็นเกาฉิงหมิงบุตรชายคนโตแม้แต่ครั้งเดียว จนมีข่าวลือว่า บุตรชายคนโตของตระกูลเกานั้นเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องเกาเทียนฉีเลยไม่กล้าพาออกงาน ซึ่งตรงข้ามกับความเป็นจริง

“รู้จักบริษัททีฟามั้ย”

“บริษัทที่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าทีที่กำลังมีข่าวขาดทุนเตรียมขายกิจการเหรอครับ”

“อืม ใช่ คิดว่าทำให้กลับมาไหวมั้ย” ซูเหยียนมองว่าที่ลูกเขย

“หมายถึงให้บริหารเหรอครับ” ฉิงหมิงตกใจ แม้จะมีข่าวเรื่องขาดทุนออกมา แต่ห้างสรรพสินค้าทีที่อยู่มานานถึงจะบอกว่าขาดทุนแต่บริษัทระดับทีฟามีหรือจะยอมให้สถานการณ์แบบนี้อยู่นาน

“ใช่ ทำยังไงก็ได้ให้กลับมามีกำไรและแซงหน้าห้างสรรพสินค้าจี” ฉิงหมิงขนลุกวูบ ห้างจีคือห้างสรรพสินค้าของตระกูลเกา

“ผมจะทำให้ได้ครับ” ฉิงหมิงไม่ได้แค่รับปาก แต่ตั้งใจและจะทำให้ได้!

“ดี เดี๋ยวให้ซือเย่เรียกนายทะเบียนมาจดทะเบียนกับซือเย่เลย แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น หลิวฉิงหมิงซะ เสร็จแล้วก็กลับไปเคลียที่ตระกูลให้เรียบร้อยจะออกมาหรือจะยังไงทำให้เด็ดขาด แล้วก็เตรียมตัวเข้าไปที่บริษัททีฟาร์เดี๋ยวฉันบอกทางนั้นไว้ ไป ไปกินข้าวกันได้แล้ว ป่านนี้ซือเย่ชะเง้อหาแย่” ซูเหยียนเอ่ยแล้วเดินมาตบที่บ่าก่อนจะเดินนำไปยังห้องอาหาร

ฉิงหมิงไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงกับความอบอุ่นและใจดีของหลิวซูเหยียน คิดไม่ผิดเลยที่ตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง จากที่กังวลว่าสุดท้ายจะโดนไล่ให้เลิกกับซือเย่เพื่อความปลอดภัย กลับกลายเป็นว่าซูเหยียนยอมรับการตัดสินใจและพร้อมที่จะส่งเสริมให้ตัวเค้าเองได้ยืนด้วยตัวเอง โอกาสที่แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังไม่เคยยื่นมาให้ แถมยังมองด้วยสายตาที่เอื้ออาทร พอแล้วจริง ๆ ทำไมนะ ทำไมต้องไล่ไขว่คว้าอยากได้ความรักจากคนแบบนั้นกัน เกาเทียนฉี หวังว่าครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันมันจะยังพอหลงเหลือความสัมพันธ์ในฐานะพ่อกับลูกบ้าง แม้สักนิดก็ยังดี

“ลูกรักฉิงหมิงใช่มั้ย” อี๋เหวินถามพลางคนซุปในหม้อ ส่วนคนครัวที่ได้ยินคำถามก็ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป

“รักค่ะแม่ พี่หมิงคือชีวิตของหนูเลย” เธอไม่รู้หรอกว่าความรักเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือ เพราะอะไร รู้ตัวอีกทีการที่ได้เห็นฉิงหมิงและได้ทำอาหารให้ ได้ปรึกษากันเวลามีปัญหา ได้คอยดูแลกันเวลาไม่สบาย เธอรู้สึกเหมือนเธอได้อยู่ในที่ปลอดภัยของตัวเอง

“แม่ดีใจนะที่ทันได้เห็นเราเป็นฝั่งเป็นฝา แม่จะได้สบายใจว่ามีคนมาดูแลลูกแทนแม่แล้ว” ซือเย่เดินเข้าไปกอดแม่จากทางด้านหลัง สะท้านในใจว่าโอกาสครั้งนี้เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเบี้ยล่างของใครอีกแล้ว

“อะแฮ่ม สองแม่ลูกคู่นี้มัวแต่กอดกัน ถึงว่าอาหารเย็นเลยยังไม่เสร็จสักที” ซูเหยียนเดินเข้ามาแซวภรรยาและลูกสาวตัวเอง

“เสร็จแล้วล่ะค่ะคุณ มัวแต่คุยกันเลยยังไม่ได้ตักใส่ถ้วย เด็กๆ” อี๋เหวินผละออกจากเตาก่อนจะเรียกให้คนครัวมาจัดการซุปใส่จาน

“เดี๋ยวฉันกับลูกขอล้างมือแล้วจะตามไปค่ะ คุณพาฉิงหมิงไปรอได้เลย” ซูเหยียนพยักหน้าแล้วเดินออกไป

มื้ออาหารเย็นวันนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง และร่าเริง

ฉิงหมิงที่เพิ่งเคยพบพ่อตาแม่ยายก็ยังสนุกสนานและเป็นกันเองมากขึ้น

“พ่อคะซือเย่พาพี่หมิงไปนอนด้วยนะคะ” ซือเย่เอ่ยขอ

“ได้สิ พรุ่งนี้พ่อกับแม่มีไปงานเลี้ยงน่าจะกลับดึกหน่อยเราสองคนทานข้าวเย็นไปเลย ไม่ต้องรอนะ”

“ได้ค่ะพ่อ ยังไงหนูขอตัวก่อนนะคะ รักพ่อกับแม่ค่ะ” ซือเย่เดินเข้าไปกอดและหอมแก้มพ่อกับแม่ก่อนจะคว้าแขนฉิงหมิงเดินออกมา

“จะพาพี่ไปไหม หืม” ฉิงหมิงที่อยู่ ๆ ก็โดนดึงออกมาถามขึ้นแต่ก็ยังอมยิ้มกับท่าทางที่เด็กลงของภรรยา

“พาพี่หมิงไปดูบ้านน้อง!” ซือเย่ตอบแต่ฉิงหมิงกลับงงมากกว่าเดิม

“คุณหนู รถพร้อมแล้วครับ” การ์ดคนหนึ่งเดินเข้ามาหาทันทีที่ซือเย่เดินออกมา

“ไปกันค่ะ” ซือเย่ลากฉิงหมิงให้ขึ้นไปบนรถกอล์ฟขนาดเล็กก่อนจะเดินขึ้นมาแล้วขับออกไปจากบริเวณหน้าคฤหาสน์อย่างอารมณ์ดี

ซือเย่ขับออกมาตามทางก่อนจะเลี้ยวเข้าไปทางแยกด้านหนึ่งที่ตอนแรกนั่งรถผ่านมาไม่ได้สังเกต ผ่านอุโมงค์ต้นไม้สองข้างทางที่ดูแล้วร่มรื่นและสวยงามราวกับหลุดมาอีกโลก ไม่นานก็เจอเข้ากับรั้วสีขาวสวยพร้อมกับป้อมยามอีก 1 จุด

“ยินดีต้อนรับกลับครับคุณหนู” ยามหน้าประตูเอ่ยทักทายเมื่อซือเย่ขับรถผ่าน ภายในเป็นคฤหาสน์ขนาดเล็กกว่าหลังที่ทั้งคู่เพิ่งจากมา แต่ก็ยังใหญ่กว่าบ้านคนรวยทั่ว ๆ ไป

“ยินดีต้อนรับนะคะ นี่บ้านของซือเย่เอง” เจ้าตัวยิ้มให้ก่อนจะดึงให้ฉิงหมิงเดินตามลงมา

“คุณหนู” พ่อบ้านหนุ่มที่อายุไม่น่าต่างจากซือเย่และฉิงหมิงในชุดสูทเรียบร้อยเดินเข้ามารับทันที

“พี่ฉี นี่พี่ฉิงหมิงค่ะ แฟนซือเย่เอง” ซือเย่แนะนำฉิงหมิงให้กับพ่อบ้านส่วนตัว

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณฉิงหมิง กระผมพ่อบ้านฉี เป็นพ่อบ้านส่วนตัวของคุณหนูครับ” พ่อบ้านฉียิ้มให้อย่างเป็นมิตรและยินดีที่คุณหนูอันเป็นที่รักของเค้าได้มีครอบครัวเป็นของตัวเองดูแล้วคงรักกันไม่น้อยเพราะตั้งแต่เข้ามาคุณหนูมีแต่รอยยิ้ม

ซือเย่แนะนำฉิงหมิงให้กับการ์ดและแม่บ้านทุกคนในคฤหาสน์ก่อนที่จะพาเจ้าตัวขึ้นมาบนห้องนอน คฤหาสน์หลังนี้มีเพียงสองชั้นครึ่ง โดยบริเวณชั้นสองจะเป็นห้องนอนของซือเย่ที่กินบริเวณไปครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งถูกแบ่งเป็นห้องรับรองแขกขนาดกลางสำหรับเพื่อน ๆ ที่มาพัก 2 ห้องกับห้องหนังสือที่ซือเย่มักเข้าไปนั่งทำงานโดยตรงกลางของชั้นจะมีบันไดที่วนขึ้นไปยังดาดฟ้าที่มีห้องรับรองขนาดใหญ่พร้อมทั้งสระว่ายน้ำกึ่งในร่มที่สามารถจัดงานเลี้ยงขนาดหลายสิบคนได้สบาย ๆ

“พี่หมิงมีอะไรขาดเหลือบอกพี่ฉีได้เลยนะคะ พี่ฉีเป็นลูกชายลุงหลิว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะโตกว่าพี่หมิงไม่กี่ปี” ซือเย่เดินเข้ามาในห้องนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่พิเศษที่สั่งทำก่อนที่ฉิงหมิงจะเดินตามมานั่งข้าง ๆ

“พี่กลัวว่าจะฝันไปเลย ที่ได้กลับมาอยู่ตรงนี้กับเรา” ฉิงหมิงเอื้อมมือมากอดซือเย่แน่น

“พี่หมิงน้องก็กลัว แต่มาถึงขนาดนี้แล้วคงไม่ใช่ฝันแล้วล่ะค่ะ”

ครืดด

ยังไม่ทันที่จะได้คุยอะไรกันต่อ โทรศัพท์มือถือของฉิงหมิงก็สั่นขึ้นมาซะก่อน

“ฮัลโหล”

‘บอสครับ ตอนนี้บอสอยู่ไหน เกิดเรื่องแล้วครับ’ เสียงของเหวินเปาเลขาของฉิงหมิงดังลอดมาอย่างร้อนรน

“ใจเย็น ๆ เกิดอะไรขึ้นไม่ใช่ว่าบอกไปแล้วหรอว่าวันนี้กับพรุ่งนี้ไม่เข้าบริษัท”

‘วันนี้คุณชายเซินมาที่บริษัทเพื่อเบิกเงินค่าจัดเลี้ยงต้อนรับคู่ค้าจากต่างประเทศครับ’

“ก็บอกไปสิว่าเดี๋ยววันมะรืนจะเข้าไปเซ็นให้” ฉิงหมิงตอบอย่างเหนื่อยใจ

‘ไม่ทันครับ คือเป็นกลุ่มที่มาถึงวันนี้เรื่องเลยไปถึงท่านประธาน ท่านโกรธมากจึงมีคำสั่งพักงานบอสลงมาทันทีครับ’ เหวินเปาตอบกลับเสียงเบาราวกับรู้ว่าประโยคนี้จะทำร้ายใจคนฟัง

“อ่า ไม่มีเอกสารเร่งด่วนค้างไว้แล้วใช่มั้ยล่ะ งั้นก็ไม่เป็นไร”

‘บอสโอเคนะครับ ตอนนี้บอสอยู่ไหนให้ผมไปหามั้ย’

“โอเคดี ไม่เป็นไร อยู่นอกเมืองน่ะ เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้จะโทรหาอีกทีแล้วกันแค่นี้ก่อนนะ” ไม่รอให้ปลายสายตอบรับฉิงหมิงก็กดวางแล้วโยนมือถือไปทิ้งไว้บนโซฟาปลายเตียง

“มีอะไรหรือเปล่าคะ เรากลับไปคืนนี้เลยมั้ย” ซือเย่ถามอย่างเป็นห่วง

“ชีเซินมาเบิกเงินค่าจัดเลี้ยงแต่ผมไม่เข้าบริษัท เบิกไม่ได้ตอนนี้คุณพ่อเลยสั่งพักงานผม”

“แค่เบิกเงินไม่ได้ทำไมถึงต้องพักงานล่ะ”

“เหมือนจะเป็นงานเลี้ยงตัวแทนบริษัทคู่ค้าที่บินมาจากต่างประเทศ เค้ามาถึงวันนี้น่ะ”

“แล้วทำไมเพิ่งมาเบิกวันนี้ล่ะคะ ปกติงบพวกนี้ต้องเบิกล่วงหน้าหรือไม่ก็ต้องสำรองออกไปก่อนแล้วค่อยมาเบิกย้อนหลังนี่” ตระกูลเกาก็เป้นบริษัทขนาดใหญ่เรื่องแบบนี้ไม่ควรพลาดสิ

“ใช่ แต่ชีเซินไม่เคยทำแบบนั้นน่ะสิ ปกติมีอะไรก็มาหาพี่เลย ไม่ยอมทำเอกสารไม่ผ่านขั้นตอนปกติเพราะได้เร็วกว่า ครั้งนี้พอพี่ไม่อยู่ก็เลยเป็นเรื่อง”

“ไม่เป็นไรนะพี่หมิง” แย่มาก แล้วต้องทำเรื่องแบบนี้บ่อยขนาดไหนกันดีแล้วที่พี่หมิงเลือกที่จะตัดแล้วก้าวออกมา

“พี่โอเค ก็ดีเหมือนกันจะได้หาทางเฟดตัวเองออกมาง่าย ๆ” ใช่ตอนแรกเขาก็กังวลว่าจะทำยังไงถึงจะเอาตัวเองออกมาจากงานของบริษัทได้ ดูเหมือนพระเจ้าคงไม่ทอดทิ้งเสียทีเดียว

ต่อให้อยู่เซ็นเบิกให้แล้วยังไง สุดท้ายชีเซินก็เอาความดีความชอบทั้งหมดไปอยู่ดีทั้งที่คนติดต่อและคุยรายละเอียดเบื้องต้นคือตัวเค้าเอง คิดแล้วก็ได้แต่หัวเราะให้กับความโง่และไม่ทันคนของตัวเองในอดีตที่โดนหลอกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ซือเย่และฉิงหมิงเข้าไปอาบน้ำเสร็จกำลังจะเตรียมเข้านอนโทรศัพท์ของฉิงหมิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ฮัลโหล”

‘เฮ้ นายหายไปไหนน่ะ ทำไมปล่อยให้น้องชายนายมาเอาหน้าแบบนี้ แถมไม่รู้เรื่องงานอะไรสักนิด ถ้าฉันไม่มาเองบริษัทนายชวดแน่แถมจะโดนขึ้นบัญชีดำกับบริษัทคู่ค้าอีก’

“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ อีกอย่างฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่านายจะมาวันนี้” น้ำเสียงแปลกใจของฉิงหมิงทำเอาปลายสายงง

‘ได้ไง ก็เลขาฉันเป็นคนติดต่อกับเลขานายเนี่ย’

“เลขา? ชื่ออะไร”

‘ก็ที่ชื่อโจชัวไง’

“เลขาฉันชื่อเหวินเปา..” เมื่อพูดจบฉิงหมิงก็เดาเรื่องราวออกทันที โจชัวคนสนิทของชีเซิน

‘เวรแล้วนี่ฉันติดต่อกับใครไปเนี่ย เออ เรื่องนั้นช่างมันก่อน แต่น้องชายนายพูดไม่รู้เรื่องเลย พอเข้าเรื่องงานก็พูดวกไปวนมาอะไรก็ไม่รู้ นี่หุ้นส่วนฉันเองก็ไม่พอใจแล้ว จะให้ฉันทำยังไง’

“เอาที่นายเห็นสมควรเลย อีกเดี๋ยวฉันคงลาออกแล้วล่ะ” ฉิงหมิงหันมายิ้มให้ซือเย่ที่มองมาอย่างเป็นห่วง

‘เกิดอะไรขึ้น นายอยู่ไหน’

“ไม่ได้อยู่ในเมือง นายจะอยู่กี่วันเดี๋ยวนัดเจอกันสักวันก็ได้”

‘เอางี้ เดี๋ยวจะมีไปคุยกับบริษัทลูกต่อ ไว้ช่วงเย็นของสักวันมาเจอกันหน่อย’

“ได้ เดี๋ยวนัดกันอีกทีว่ายังไง” บอกลากันอีกสองสามประโยคก็กดวางสาย

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
9.7
เมื่ออดีตคนรักทำเพื่อนสนิทของธาราทิพย์ตั้งครรภ์จนต้องแต่งงานกัน เธอจึงดื่มเหล้าดับทุกข์จนเมามาย แต่กลับต้องตื่นขึ้นมากลางป่าลึกในฐานะนักโทษของศิงขริน ชายแปลกหน้าที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญให้กักขังตัวเธอไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอไปพังงานวิวาห์ครั้งนี้ ท่ามกลางความพยายามหลบหนีของหญิงสาวและการเฝ้าดูแลอย่างเข้มงวดของชายหนุ่ม ความใกล้ชิดภายในกระท่อมหลังเล็กได้แปรเปลี่ยนความขัดแย้งและการชิงไหวชิงพริบให้กลายเป็นความหวั่นไหว จนกระทั่งทั้งคู่เผลอใจให้กันในค่ำคืนอันแสนหวาน และทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
ชีวิตของมินทราภาต้องพลิกผันอย่างสิ้นเชิง หลังเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในห้องพักของเธอ แม้จะพยายามต่อสู้ป้องกันตัว แต่สุดท้ายกลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดในคราวนั้นได้ถักทอเป็นความสัมพันธ์สุดสลับซับซ้อน เมื่อเจ้าชายคริสตินผู้แสนโอหังเริ่มตกหลุมรักหญิงสาวที่ตนเคยดูแคลน พระองค์จึงวางแผนพาเธอเดินทางสู่ดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์หัวใจ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปเผชิญอันตรายถึงชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อเอาชีวิตรอดและปกป้องความรักที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง นางฟ้าเมรี
8.9
จากที่เคยต่อต้านการคลุมถุงชนอย่างจริงจัง อาจารย์หนุ่มกลับต้องเปลี่ยนใจเมื่อพบว่าสาวขี้เมาข้างบ้านคือคนเดียวกับที่เขาเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงคืนเดียวและคิดถึงมาตลอด เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์จากคู่นอนในความลับไปเป็นตัวจริง เขาถึงขั้นยอมปีนรั้วแอบเข้าไปหาเธอตอนกลางคืนจนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายและเจ็บตัว แม้จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนบ้ากามจนโดนไล่ตะเพิดอย่างโกรธเคือง แต่เขาก็ยังคงดื้อรั้นที่จะพิสูจน์ความจริงใจ เพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเธอในฐานะคนพิเศษที่ไม่ใช่แค่ความสนุกชั่วข้ามคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง บอดี้การ์ดสาวหน้าใส เขย่าหัวใจนายซุปตาาร์
8.1
เมื่อแดเนียล เฉิน ซุปตาร์ระดับโลกผู้มั่นใจในเสน่ห์อันล้นเหลือ ต้องมาเสียหน้าอย่างแรงเพราะบอดี้การ์ดสาวสุดเปิ่นคนหนึ่งจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ความเพิกเฉยของเธอทำให้เขาอยู่เฉยไม่ได้ ปฏิบัติการพิชิตใจยัยตัวแสบจึงเริ่มต้นขึ้น แดเนียลวางแผนที่จะโปรยเสน่ห์ทุกวิถีทางเพื่อทำให้บอดี้การ์ดสาวคนนี้ตกหลุมรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีใครในโลกที่สามารถต้านทานเสน่ห์ของเขาได้ นำไปสู่เรื่องราวความสัมพันธ์สุดอลเวงและวุ่นวายที่ต่างคนต่างต้องเผชิญหน้ากันอย่างใกล้ชิด
ภาพปกนิยายเรื่อง แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย